ZestBuy

หัวเหม็นไม่รู้ตัว! ช่างเตือนนิสัยหลังสระผมที่หลายคนทำอยู่

โปรไฟล์ WikWik06-22

หัวเหม็นไม่รู้ตัว! ช่างเตือนนิสัยหลังสระผมที่ควรเลิกทำ

หลายคนให้ความสำคัญกับการเลือกแชมพูหรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม แต่กลับมองข้ามพฤติกรรมหลังสระผมที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของหนังศีรษะโดยตรง โดยเฉพาะปัญหา หัวเหม็น กลิ่นอับ รังแค และหนังศีรษะมันเร็ว ที่บางครั้งไม่ได้เกิดจากการสระผมไม่สะอาดอย่างที่เข้าใจกัน

ล่าสุดมีช่างทำผมออกมาแชร์ประสบการณ์จากการทำงานจริง พร้อมเตือนถึงพฤติกรรมหนึ่งที่หลายคนทำเป็นประจำหลังสระผม และอาจเป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์โดยไม่รู้ตัว

นิสัยที่ควรเลิกทำหลังสระผม

ห่อผมเปียกด้วยผ้าขนหนูนานเกินไป

หลังสระผม หลายคนมักใช้ผ้าขนหนูพันหรือคลุมศีรษะไว้เพื่อซับน้ำ ก่อนจะไปแต่งตัว เล่นโทรศัพท์ หรือทำกิจกรรมอื่น

แม้การใช้ผ้าขนหนูซับผมจะเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปล่อยให้ผมและหนังศีรษะอยู่ในสภาพชื้นเป็นเวลานาน

สภาพแวดล้อมที่อุ่น อับ และมีความชื้นสูงใต้ผ้าขนหนู เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบนหนังศีรษะ

ทำไมหนังศีรษะชื้นถึงเกิดกลิ่นอับ?

หนังศีรษะของคนเรามีต่อมไขมันตามธรรมชาติอยู่แล้ว

เมื่อความชื้นสะสมเป็นเวลานาน เชื้อจุลินทรีย์บางชนิดอาจเติบโตได้ดีขึ้น และเข้าไปย่อยสลายน้ำมันบนผิวหนัง

กระบวนการดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดสารประกอบที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ จนกลายเป็นกลิ่นอับหรือกลิ่นเปรี้ยวที่หลายคนเรียกว่า "กลิ่นหัวเหม็น"

ปัญหาคือเจ้าของกลิ่นมักไม่รู้ตัว เนื่องจากจมูกเกิดความคุ้นชินกับกลิ่นนั้นไปแล้ว

หัวเหม็นเกี่ยวข้องกับรังแคหรือไม่?

ความชื้นสะสมอาจกระตุ้นปัญหาหนังศีรษะ

แม้รังแคจะมีสาเหตุได้หลายปัจจัย แต่ความชื้นสะสมบริเวณหนังศีรษะอาจทำให้อาการบางอย่างแย่ลงได้

โดยเฉพาะในผู้ที่มีหนังศีรษะมัน หรือมีแนวโน้มเกิดการระคายเคืองง่าย

เมื่อหนังศีรษะไม่แห้งสนิท อาจเกิดอาการคัน หนังศีรษะลอก และทำให้ปัญหารังแครุนแรงขึ้นในบางคน

สัญญาณว่าหนังศีรษะอาจมีความชื้นสะสม

หากมีอาการเหล่านี้บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าควรปรับพฤติกรรมหลังสระผม

  • หนังศีรษะมีกลิ่นอับแม้เพิ่งสระผม

  • ผมมันเร็วผิดปกติ

  • มีรังแคหรือสะเก็ดหนังศีรษะเพิ่มขึ้น

  • คันศีรษะบ่อย

  • รู้สึกหนังศีรษะชื้นเป็นเวลานานหลังสระ

หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

วิธีดูแลหนังศีรษะหลังสระผมอย่างถูกต้อง

1. ซับผมด้วยผ้าขนหนูอย่างพอเหมาะ

หลังสระผมสามารถใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกได้ตามปกติ

แต่ไม่ควรพันผมหรือคลุมศีรษะไว้นานเกินไป โดยทั่วไปควรถอดผ้าออกภายในประมาณ 10-15 นาที

2. เป่าหนังศีรษะให้แห้งก่อน

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ปลายผม แต่คือบริเวณโคนผมและหนังศีรษะ

ควรใช้ไดร์เป่าผมในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม และเน้นเป่าให้หนังศีรษะแห้งก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อหนังศีรษะแห้งแล้ว ปลายผมที่ยังหมาดเล็กน้อยมักไม่ใช่ปัญหาใหญ่

3. หลีกเลี่ยงการมัดผมตอนยังเปียก

การรวบผมหรือมัดผมขณะที่ยังมีความชื้นอยู่ อาจทำให้อากาศถ่ายเทได้ไม่ดี

ส่งผลให้หนังศีรษะยังคงชื้นอยู่เป็นเวลานาน และเพิ่มโอกาสเกิดกลิ่นอับได้

4. อย่าเข้านอนทั้งที่ผมยังไม่แห้ง

การนอนทั้งที่ผมยังเปียกไม่เพียงส่งผลต่อหนังศีรษะ แต่ยังอาจทำให้ปลอกหมอนสะสมความชื้นและเชื้อจุลินทรีย์ได้มากขึ้น

จึงควรรอให้ผมและหนังศีรษะแห้งก่อนเข้านอนทุกครั้ง

วิธีลดกลิ่นอับบนหนังศีรษะในระยะยาว

นอกจากการเป่าผมให้แห้งแล้ว ควรดูแลสุขอนามัยโดยรวมควบคู่กัน

  • สระผมให้เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ

  • เปลี่ยนปลอกหมอนเป็นประจำ

  • ซักผ้าขนหนูอย่างสม่ำเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมมากเกินไป

  • ไม่ปล่อยให้หนังศีรษะอับชื้นเป็นเวลานาน

การดูแลอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหากลิ่นอับและทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น

สรุป

ปัญหา หัวเหม็น อาจไม่ได้เกิดจากการสระผมไม่สะอาดเสมอไป แต่บางครั้งเกิดจากพฤติกรรมหลังสระผมที่หลายคนทำจนเคยชิน โดยเฉพาะการห่อผมเปียกด้วยผ้าขนหนูเป็นเวลานาน

การรีบทำให้หนังศีรษะแห้งหลังสระผม หลีกเลี่ยงการมัดผมหรือเข้านอนขณะผมยังเปียก และดูแลความสะอาดของอุปกรณ์ที่สัมผัสเส้นผมอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของกลิ่นอับ รังแค และปัญหาหนังศีรษะต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9895190/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น