รับแอปรับแอป

30 ที่เที่ยวญี่ปุ่น 2569 พร้อมงบเที่ยวและทริคลับ ที่ไปกี่รอบก็ไม่เบื่อ!

อมรรัตน์ ใจดี01-31

เปิดทริปญี่ปุ่น 2569: ประเทศเดียวที่ไปซ้ำกี่ครั้งก็ยังหลงรัก

ญี่ปุ่นคือประเทศที่ไม่เคยทำให้เรารู้สึกเบื่อจริง ๆ จากพลังของเมืองใหญ่สุดคึกคักอย่างโตเกียวและโอซาก้า ไปจนถึงเสน่ห์เรียบง่ายของเกียวโตและธรรมชาติสุดปังในฮอกไกโด ทุกภูมิภาคมีเอกลักษณ์ของตัวเองจนหลายคนต้องกลับไปเที่ยวซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า

ปี 2569 นี้ได้เวลามาอัปเดตลิสต์ 30 ที่เที่ยวญี่ปุ่นยอดนิยม ที่คัดทั้งแลนด์มาร์กสุดฮิต สถานที่ลับคนยังไม่เยอะ ครบทุกสายตั้งแต่ธรรมชาติ วัฒนธรรม อนิเมะ ไปจนถึงสายกินและช้อป พร้อมเกร็ด วิธีเดินทาง เวลาเปิด–ปิด งบเที่ยวคร่าว ๆ ให้แพลนทริปได้ง่ายและคุ้มกว่าเดิม

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2569: เรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนจองตั๋ว

การบินไปญี่ปุ่นปี 2569 ยังสะดวกเหมือนเดิม แถมแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกันชัดเจน ตั้งแต่ซากุระบานช่วงใบไม้ผลิ ใบไม้แดงช่วงใบไม้ร่วง ไปจนถึงหิมะขาวฟูในฤดูหนาว การเลือกช่วงเวลาเที่ยวจึงเป็นด่านแรกที่ทำให้ทริปออกมาปังหรือพังได้เลย

🗓 เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีให้คุ้มทุกวัน

อยากเห็นหลายบรรยากาศในทริปเดียวต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะคนที่เล็งทั้งฟูจิ หิมะ และซากุระในรอบเดียว

💡 เคล็ดลับ: ถ้าอยากเห็นทั้งหิมะและซากุระในทริปเดียว ลองเล็งช่วงต้นเมษายน ไปฮอกไกโดยังมีหิมะให้สัมผัส ส่วนโตเกียวเริ่มเข้าสู่ฤดูซากุระพอดี ฟีลเปลี่ยนเมืองคนละโลกแบบไม่ต้องเปลี่ยนประเทศ

🚄 ระบบขนส่งญี่ปุ่น: เพื่อนร่วมทางที่ตรงเวลาที่สุด

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องขนส่งสาธารณะสุดเป๊ะ รถไฟครอบคลุมทั้งเมืองหลัก–เมืองรอง และเชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อ ถ้าวางแผนดี ๆ จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบไปได้เยอะ

  • JR Pass: เหมาะสำหรับคนแพลนเที่ยวหลายเมือง เช่น โตเกียว–เกียวโต–โอซาก้า ใช้ขึ้นชินคันเซ็นและรถ JR ได้ไม่จำกัดในระยะเวลาที่เลือก

  • บัตร Suica / Pasmo: เหมาะกับการเที่ยวในเมืองใหญ่ ใช้แตะขึ้นรถไฟ รถบัส และร้านสะดวกซื้อบางเจ้าได้ เติมเงินใบเดียวจบ

💴 งบเที่ยวญี่ปุ่นคร่าว ๆ 5 วัน 4 คืน

แพลนทริป 5 วัน 4 คืน งบเฉลี่ยจะอยู่ราว ๆ 35,000 – 55,000 บาท/คน (ไม่รวมช้อป ของฝาก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว) ขึ้นอยู่กับว่า

  • พักโรงแรมระดับไหน

  • เน้นกินร้านดังหรือร้านโลคอล

  • เดินทางข้ามเมืองเยอะหรือไม่

10 ที่เที่ยวญี่ปุ่น “ครั้งแรกต้องไป” หลงรักแน่นอน

ใครไปญี่ปุ่นครั้งแรก ไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี ลองเช็กลิสต์แลนด์มาร์กเหล่านี้ รับรองได้ครบทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และความโมเดิร์นในทริปเดียว

1. ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) จังหวัดยามานาชิ

ภูเขาไฟฟูจิคือภาพจำอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ยอดภูเขารูปทรงสมบูรณ์ตัดกับท้องฟ้าและทะเลสาบใส ๆ โดยเฉพาะแถวทะเลสาบคาวากุจิโกะ ที่จะเห็นเงาฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำสวยมาก ไม่ว่าจะไปฤดูซากุระหรือหน้าหนาวก็ได้วิวคนละฟิลแต่สวยไม่แพ้กัน

  • 📍 เหตุผลที่ต้องไป: จุดชมวิวฟูจิที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: คู่รัก, สายถ่ายรูป, คนรักธรรมชาติ

  • 🚄 การเดินทาง: จาก Shinjuku นั่ง JR Chuo Line ไปลง Otsuki แล้วต่อ Fujikyu Railway ไป Kawaguchiko หรือเลือกนั่งรถบัสด่วนจาก Shinjuku ก็สะดวก

  • เวลาเปิด–ปิด: ชมวิวได้ทั้งปี (ช่วงปีนเขาเฉพาะ ก.ค.–ก.ย.)

  • 💡 ทริค: ไปช่วงเช้าแดดอ่อน เห็นยอดฟูจิชัดสุด แถมรอบทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบน่าเดินเล่นมาก

2. ห้าแยกชิบูย่า (Shibuya Crossing) โตเกียว

แลนด์มาร์กพลังชีวิตของโตเกียว ทุกครั้งที่ไฟเขียวจะมีผู้คนหลายร้อยคนข้ามถนนพร้อมกัน กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของเมือง รอบ ๆ เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านแฟชั่น และป้ายไฟนีออนที่เปิดยาวถึงดึก

  • 📍 ทำไมต้องแวะ: ศูนย์กลางความโมเดิร์นของโตเกียวในภาพเดียว

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: สายช้อป, สายคาเฟ่, คนชอบถ่ายภาพสตรีท

  • 🚇 การเดินทาง: JR Yamanote Line ลงสถานี Shibuya

  • เวลาเปิด–ปิด: เดินเล่นได้ 24 ชั่วโมง

  • 💡 ทริค: ถ้ามีเวลา ลองขึ้น Shibuya Sky ช่วงเย็น ดูพระอาทิตย์ตกแล้วรอจนไฟเมืองเริ่มติด ฟีลเหมือนดูโตเกียวเปลี่ยนโหมดต่อหน้า

3. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) โอซาก้า

หนึ่งในปราสาทที่อลังการที่สุดของญี่ปุ่น รายล้อมด้วยคูน้ำและสวนใหญ่ที่ปลูกซากุระกว่า 600 ต้น กลายเป็นจุดฮานามิยอดฮิต ภายในปราสาทมีพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่องยุคซามูไรและสงครามเก่า ๆ ให้เดินดูเพลิน

  • 📍 ไฮไลต์: สัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอซาก้าที่ทั้งสวยและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

  • 🎯 เหมาะกับ: ครอบครัว, สายประวัติศาสตร์, สายถ่ายรูป

  • 🚇 วิธีไป: JR Osaka Loop Line ลง Osakajokoen

  • เวลาเปิด–ปิด: 09.00 – 17.00 น.

  • 💰 ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็กเข้าฟรี

  • 💡 ทริค: ปลายมีนาคมรอบปราสาทเต็มไปด้วยซากุระ บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในภาพวาด

4. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เกียวโต

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นด้วยเสาโทริอิสีแดงเรียงยาวขึ้นเขาเป็นอุโมงค์ยาว บรรยากาศขลังแต่สงบ เหมาะมากกับการเดินช้า ๆ สูดอากาศและสัมผัสบรรยากาศความเชื่อแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ

  • 📍 จุดเด่น: อุโมงค์โทริอิสีแดงที่กลายเป็นภาพจำของเกียวโต

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: สายวัฒนธรรม, สายภาพสวย

  • 🚇 การเดินทาง: JR Nara Line ลงสถานี Inari

  • เวลาเปิด–ปิด: เปิด 24 ชั่วโมง

  • 💰 ค่าเข้า: ฟรี

  • 💡 ทริค: ไปเช้ามืดหรือหัวค่ำ คนจะน้อยมาก ถ่ายรูปโล่ง ๆ ได้เต็มที่

5. ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan) โอซาก้า

สวนสนุกระดับโลกที่รวมโซนจากหนังและเกมดัง ทั้ง Harry Potter, Minions ไปจนถึง Super Nintendo World ที่ฮิตมาก เดินทั้งวันก็ยังไม่ครบ มีกิจกรรมตามเทศกาลหมุนเวียนตลอดปี

  • 📍 ทำไมต้องไป: สวนสนุกอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกได้

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: กลุ่มเพื่อน, ครอบครัว, สายบันเทิง

  • 🚇 การเดินทาง: JR Yumesaki Line ลง Universal City

  • เวลาเปิด–ปิด: ประมาณ 09.00 – 21.00 น. (ขึ้นกับฤดูกาล)

  • 💰 ค่าเข้า: เริ่มราว 8,400 เยน

  • 💡 ทริค: ซื้อบัตรล่วงหน้าจะช่วยเลี่ยงคิวหน้างานที่ยาวมาก

6. วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) อาซากุสะ โตเกียว

วัดพุทธเก่าแก่ที่สุดในโตเกียวและเป็นหัวใจของย่านอาซากุสะ โดดเด่นด้วยโคมแดงยักษ์หน้าประตูคามินาริที่ทุกคนต้องแชะรูป ก่อนเดินเข้าไปสักการะด้านใน สองข้างทางคือถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยขนมพื้นเมืองและของฝากญี่ปุ่นสุดน่ารัก

  • 📍 เหตุผลที่ต้องไป: วัดเก่าแก่ที่รวมทั้งศรัทธาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นไว้ในที่เดียว

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, สายวัฒนธรรม, มือใหม่เที่ยวโตเกียว

  • 🚇 การเดินทาง: Tokyo Metro Ginza Line ลง Asakusa

  • เวลาเปิด–ปิด: ประมาณ 06.00 – 17.00 น. (แปรผันตามฤดูกาล)

  • 💰 ค่าเข้า: ฟรี

  • 💡 ทริค: ช่วงประมาณ 7–8 โมงเช้า แสงสวย คนยังไม่เยอะ ได้ฟีลสงบกว่าช่วงสายมาก

7. ป่าไผ่อาราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Grove) เกียวโต

อุโมงค์ป่าไผ่สูงเสียดฟ้า แสงแดดที่ลอดผ่านต้นไผ่ทำให้บรรยากาศนิ่งสงบและมีเสน่ห์แบบยากอธิบาย รอบ ๆ ยังมีวัดเทนริวจิและสะพานโทเง็ตสึเคียว จุดชมวิวสวยมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

  • 📍 จุดเด่น: โลเคชันถ่ายรูปขึ้นกล้องที่สุดแห่งหนึ่งของเกียวโต

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: คู่รัก, สายธรรมชาติ, สายถ่ายภาพ

  • 🚆 การเดินทาง: JR Sagano Line ลง Saga-Arashiyama

  • เวลาเปิด–ปิด: เปิดเดินได้ทั้งวัน

  • 💰 ค่าเข้า: ฟรี

  • 💡 ทริค: ไปเช้ามืดหรือช่วงหลังพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย คนบางลง บรรยากาศจะสงบมาก

8. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) โอซาก้า

ถนนริมคลองสุดไนต์ไลฟ์ของโอซาก้า ร้านอาหารแน่นตลอดเส้น ทั้งทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ราเมงเจ้าดัง และป้ายไฟขนาดยักษ์ที่สว่างไสวถึงดึก

  • 📍 ทำไมต้องแวะ: ถนนอาหารและแหล่งช้อปที่นิยามคำว่า “เมืองแห่งของกิน” ได้ชัดเจน

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: สายกิน, แก๊งเพื่อน, คนชอบแสงสีตอนกลางคืน

  • 🚇 การเดินทาง: Osaka Metro Midosuji Line ลง Namba

  • เวลาเปิด–ปิด: ร้านส่วนใหญ่เปิดยาวถึงราว 23.00 น.

  • 💡 ทริค: มุมถ่ายรูปคู่ป้ายกูลิโกะต้องไปช่วงหัวค่ำ แสงไฟจะสวยที่สุด

9. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland) จังหวัดชิบะ

โลกแฟนตาซีสีสันสดใสที่ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปก็ยังครองใจคนทุกวัย ทั้งเครื่องเล่น พาเหรด และร้านของที่ระลึกดีไซน์น่ารักทุกมุม

  • 📍 เหตุผลที่ห้ามพลาด: สวนสนุกสไตล์คลาสสิกที่สร้างรอยยิ้มได้ทุกเจน

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: ครอบครัว, คู่รัก, กลุ่มเพื่อน

  • 🚇 การเดินทาง: JR Keiyo Line ลงสถานี Maihama

  • เวลาเปิด–ปิด: โดยทั่วไป 09.00 – 21.00 น.

  • 💰 ค่าเข้า: เริ่มต้นราว 7,900 เยน

  • 💡 ทริค: จองบัตรออนไลน์ล่วงหน้า ช่วยประหยัดเวลาหน้าทางเข้าได้เยอะ

10. สวนอุเอโนะ (Ueno Park) โตเกียว

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว มีทั้งพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ และทางเดินยาวที่ปลูกต้นซากุระเรียงเป็นแนวสวยสุด ๆ ฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยคนมาปูนั่งปิกนิกชมดอกไม้ ส่วนช่วงใบไม้ร่วงก็เปลี่ยนเป็นสีทองและส้มสวยอบอุ่น

  • 📍 ไฮไลต์: จุดชมซากุระสุดปังกลางเมือง และพื้นที่สีเขียวสำหรับพักใจจากความวุ่นวาย

  • 🎯 เหมาะสำหรับ: คู่รัก, ครอบครัว, สายถ่ายรูป

  • 🚇 การเดินทาง: JR Yamanote Line ลง Ueno

  • เวลาเปิด–ปิด: ประมาณ 05.00 – 23.00 น.

  • 💰 ค่าเข้า: เดินสวนฟรี (พิพิธภัณฑ์/สวนสัตว์มีค่าเข้าแยกต่างหาก)

  • 💡 ทริค: ถ้าเผื่อเวลาได้ ลองแวะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหรือสวนสัตว์ด้านใน เป็นโซนสงบที่หลายคนมองข้าม

ตะลุยญี่ปุ่นตามภูมิภาค: เลือกเมืองให้ตรงสไตล์

แต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นมีคาแรกเตอร์ชัดมาก ภาคคันโตนำโดยโตเกียวเน้นความล้ำสมัย ภาคคันไซอย่างเกียวโต–โอซาก้า–นาราเต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และของกิน ส่วนฮอกไกโดคือสวรรค์ของสายธรรมชาติและอากาศเย็นสบาย

โตเกียวและรอบ ๆ: เมืองใหญ่ที่ผสมวัดเก่า คาเฟ่ และแฟชั่นได้ลงตัว

เมืองหลวงที่เดินทางสะดวกและมีทุกอย่างตั้งแต่ย่านแฟชั่น วัดเก่า ร้านกาแฟธีมครีเอทีฟ ไปจนถึงตลาดปลาแบบดั้งเดิม

11. โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

หอคอยสูงที่สุดของโตเกียวและจุดชมวิวแบบ 360 องศา วันที่อากาศดีสามารถมองเห็นฟูจิจากระเบียงชมวิวได้เลย ด้านล่างมีห้าง Tokyo Solamachi รวมร้านของฝากและคาเฟ่ให้เดินเล่นหลังชมวิว

💡 ทริค: ไปช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำ จะได้เห็นทั้งวิวตอนพระอาทิตย์ตกและไฟเมืองที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น

12. teamLab Planets TOKYO

พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลที่เล่นกับแสง สี เสียง น้ำ และภาพสะท้อนจนรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกจักรวาล เหมาะกับทั้งสายอาร์ตและสายถ่ายรูปลงโซเชียลแบบจัดเต็ม

💡 ทริค: ตั๋วเต็มไวมาก โดยเฉพาะวันหยุด ควรจองล่วงหน้าเสมอ

13. ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Outer Market)

จุดรวมตัวของสายซีฟู้ด สดแบบที่คนท้องถิ่นยังต่อคิวกิน มีทั้งซูชิ ซาชิมิ และสตรีทฟู้ดแบบญี่ปุ่น เดินกินตั้งแต่เช้าได้ยันเที่ยงแบบฟิน ๆ

💡 ทริค: ร้านเด็ด ๆ มักขายหมดก่อนเที่ยง แนะนำไปแต่เช้าเพื่อไม่พลาดเมนูดัง

14. ย่านฮาราจูกุ (Harajuku)

ศูนย์รวมแฟชั่นสีสันจัดจ้านสไตล์ญี่ปุ่น ถนน Takeshita เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าสุดครีเอทีฟ คาเฟ่ธีมแปลก ๆ และเครปชื่อดังที่ต้องลองสักชิ้น

💡 ทริค: อย่าลืมเดินต่อไปศาลเจ้าเมจิด้านข้าง บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ ตัดกับความคึกคักของฮาราจูกุแบบคนละโลก

15. ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara)

โซนในฝันของคนรักอนิเมะ เกม และฟิกเกอร์ ย่านนี้แน่นไปด้วยร้านการ์ตูน คาเฟ่ธีมเมด และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชั้นให้เดินเล่นได้ทั้งวัน

💡 ทริค: ถ้าเป็นแฟนอนิเมะหรือสายสะสมของเล่น เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ไม่งั้นได้มีเสียดาย

โอซาก้า เกียวโต นารา: กลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมความคึกคัก

ภูมิภาคคันไซคือต้นตำรับฟีลญี่ปุ่นแบบคลาสสิก มีทั้งวัดเก่า ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ เมืองเก่า และอาหารเจ้าดังให้ตามล่า

16. วัดคิโยะมิซุ (Kiyomizu-dera) เกียวโต

วัดบนเนินเขาที่มีระเบียงไม้ยื่นออกมาให้ชมวิวเกียวโตแบบพาโนรามา เป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้แดงที่สวยอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น

💡 ทริค: ช่วงใบไม้ร่วงตอนเย็นมักมีการเปิดไฟประดับ บรรยากาศโรแมนติกมาก

17. วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) เกียวโต

หรือที่เรียกกันว่าวัดทอง ตัวอาคารหุ้มทองคำเปลวทั้งชั้นบน สะท้อนแสงบนผิวน้ำสวยจนต้องหยุดมอง

💡 ทริค: ไปช่วงเช้า แสงแดดจะตกกระทบตัววัดเป็นประกายทองพอดี

18. ย่านกิออน (Gion) เกียวโต

ย่านเมืองเก่าที่บ้านไม้โบราณยังถูกเก็บรักษาไว้ดีมาก ถ้าโชคดีอาจเจอไมโกะหรือเกอิชาตัวจริงเดินผ่านบริเวณนี้

💡 ทริค: แนะนำไปช่วงหัวค่ำ แสงไฟสีส้มอ่อนสะท้อนกับบ้านไม้ ให้ฟีลเกียวโตยุคเก่าชัดเจนที่สุด

19. สวนกวางนารา (Nara Park) นารา

สวนขนาดใหญ่ที่มีกวางกว่า 1,000 ตัวเดินเล่นอย่างอิสระ ถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชินโต นักท่องเที่ยวสามารถซื้อเซมเบ้เลี้ยงกวางได้แบบใกล้ชิด

💡 ทริค: อย่าถือขนมหลายห่อรวมกัน กวางจะกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็วมาก

ฮอกไกโด: สายธรรมชาติและอากาศเย็นต้องรัก

ภาคเหนือที่เต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ทะเลสาบ และอาหารทะเลสด ๆ อากาศเย็นสบายตลอดปี ยิ่งหน้าหนาวบรรยากาศนี่สุดจัด

20. คลองโอตารุ (Otaru Canal)

เมืองเล็กริมทะเลที่มีคลองเก่าและโกดังอิฐแดงเรียงราย ร่วมกับแสงไฟยามค่ำคืน ให้ฟีลโรแมนติกสุด ๆ

💡 ทริค: ช่วงฤดูหนาวจะมีเทศกาล Otaru Snow Light จุดเทียนนับพันดวงตามแนวคลอง วิวคือดีมาก

21. บ่อน้ำสีฟ้าชิโรงาเนะ (Shirogane Blue Pond) บิเอะ

บ่อน้ำสีฟ้าสดตามธรรมชาติ เกิดจากแร่ธาตุในน้ำสะท้อนกับแสงแดด ทำให้สีดูเหนือจริงเหมือนผ่านฟิลเตอร์

💡 ทริค: ใบไม้ร่วงคือช่วงที่สวยมาก สีฟ้าเข้มของน้ำตัดกับสีทองของต้นไม้รอบบ่อแบบสะดุดตา

22. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) อาซาฮิกาวะ

สวนสัตว์ชื่อดังที่เด่นเรื่องการจัดแสดงแบบใกล้ชิด เช่น โดมกระจกที่ให้เห็นเพนกวินและแมวน้ำว่ายอยู่เหนือหัว

💡 ทริค: ฤดูหนาวจะมีขบวนเพนกวินเดินพาเหรดน่ารัก ๆ วันละสองรอบ ห้ามพลาด

23. โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) ซัปโปโร

โฮมของขนมชื่อดังที่ใครไปฮอกไกโดก็ต้องหิ้วกลับมาเป็นของฝาก ภายในตกแต่งสไตล์หมู่บ้านยุโรป มีคาเฟ่และโซนทำขนม DIY ให้ลองสนุกด้วยตัวเอง

💡 ทริค: เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะด้านในมีหลายโซนให้เดินเล่นและถ่ายรูป

เมืองอื่น ๆ ที่ต้องเก็บในลิสต์

24. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) จังหวัดกิฟุ

หมู่บ้านมรดกโลกที่มีบ้านทรงกัสโชะหลังคาสูงเป็นเอกลักษณ์ หน้าหนาวหิมะขาวคลุมทั้งหมู่บ้าน พอตกเย็นเปิดไฟแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในนิทาน

25. ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) จังหวัดเฮียวโงะ

ปราสาทสีขาวที่ได้รับการอนุรักษ์สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น งดงามทั้งจากระยะไกลและรายละเอียดใกล้ ๆ เป็นสมบัติประจำชาติที่ต้องไปเห็นด้วยตา

26. เจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) ยามานาชิ

จุดชมวิวที่รวมฟูจิ ซากุระ และเจดีย์สีแดงไว้ในเฟรมเดียว ถ้าไปถูกช่วงดอกไม้บาน รูปที่ได้จะสวยจนตั้งเป็นวอลเปเปอร์ได้ยาว ๆ

เลือกที่เที่ยวญี่ปุ่นตามสไตล์ที่ใช่

ญี่ปุ่นคือประเทศที่สามารถปรับโหมดเที่ยวได้ตามสไตล์คุณ จะสายอนิเมะ สายธรรมชาติ หรือสายกิน–ช้อป ก็จัดทริปให้ตรงใจได้หมด

สายอนิเมะและวัฒนธรรมป๊อป: โลก 2D กลายเป็น 3D

ญี่ปุ่นคือบ้านของอนิเมะ เกม และคอนเทนต์ป๊อปคัลเจอร์ระดับตำนาน ที่ตามรอยกันได้จริงในชีวิตจริง

27. พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) มิตากะ โตเกียว

พิพิธภัณฑ์ที่พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของ My Neighbor Totoro, Spirited Away และผลงานจิบลิเรื่องอื่น ๆ แบบเต็มอิ่ม ทุกมุมเต็มไปด้วยดีเทลเล็ก ๆ ที่แฟนจิบลิจะยิ้มออกมาเองโดยไม่รู้ตัว

💡 ทริค: ตั๋วเข้าชมต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น และมักเต็มเร็วมาก ควรเช็กคิวให้เรียบร้อยก่อนจัดแพลน

28. ย่านเด็นเด็นทาวน์ (Den Den Town) โอซาก้า

โซนของเล่นและอนิเมะในย่านนัมบะที่ชาวสะสมต้องเล็ง มีทั้งฟิกเกอร์รุ่นลิมิต เกมเก่า และการ์ตูนหายาก บรรยากาศคล้ายอากิฮาบาระแต่เดินสบายกว่า คนไม่อัดแน่นเท่า แถมราคามักเป็นมิตรกว่าเล็กน้อย

💡 ทริค: ถ้าเน้นหาของหายาก เลือกไปวันธรรมดา ร้านโล่ง เดินไล่เช็กของได้ละเอียด

สายธรรมชาติและวิวปัง (Nature & Scenery)

อยากพักจากตึกสูงและไฟนีออน ญี่ปุ่นก็มีธรรมชาติสวย ๆ รออยู่ทั้งปี ตั้งแต่ภูเขา หุบเขา ไปจนถึงทะเลสาบเงียบสงบ

29. หุบเขาจิโงคุดานิ (Jigokudani Valley) ฮอกไกโด

ดินแดนธรณีร้อนในเมืองโนโบริเบ็ตสึที่ควันไอน้ำลอยขึ้นจากบ่อกำมะถันทั่วหุบเขา สีหินและกลุ่มควันทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่อีกดาวหนึ่งเลยทีเดียว

💡 ทริค: ถ้าไปหน้าหนาว หิมะสีขาวตัดกับไอน้ำร้อน ๆ คือสวยมาก แถมอากาศเย็นยิ่งทำให้ฟีลดียิ่งขึ้น

30. ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) ยามานาชิ

หนึ่งในทะเลสาบรอบฟูจิที่เข้าถึงง่ายที่สุด รอบทะเลสาบมีทั้งคาเฟ่วิวฟูจิ โรงแรมออนเซ็น และสวนให้เดินเล่นชิล ๆ เป็นโลเคชันที่เหมาะทั้งกับการค้างคืนและไปเช้าเย็นกลับ

💡 ทริค: อยากเห็นภาพฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำ ควรไปช่วงเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นาน ตอนที่ลมยังไม่แรง น้ำจะนิ่งสะท้อนชัด

สายกินและช้อป: ประเทศที่ทำให้กระเป๋าเงินสั่น

ญี่ปุ่นคือดินแดนที่ทั้งของกินและของช้อปอันตรายกับงบประมาณมาก แต่ก็คุ้มค่าให้ลองใช้แบบไม่ต้องเสียดาย

31. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) เกียวโต

ตลาดเก่าแก่ที่คนเกียวโตเรียกกันว่า “ครัวของเกียวโต” รวมทั้งของกินพื้นเมือง ของฝากท้องถิ่น และวัตถุดิบญี่ปุ่นหายากให้เดินชิมและช้อป

💡 ทริค: ส่วนใหญ่ร้านปิดราว 17.00 น. ถ้าอยากเดินแบบครบ ๆ แนะนำไปช่วงสายจนบ่ายต้น ๆ

32. โกเท็มบะ พรีเมี่ยม เอาท์เล็ทส์ (Gotemba Premium Outlets) ชิซุโอกะ

เอาท์เล็ตราคาดีที่ได้ช้อปไปพร้อมดูวิวฟูจิอยู่ไกล ๆ รวมแบรนด์ดังระดับโลก ร้านอาหาร และคาเฟ่ไว้ในที่เดียว พื้นที่กว้างมาก เดินทั้งวันก็ยังมีร้านให้แวะต่อ

💡 ทริค: เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน และอย่าลืมพกพาสปอร์ตไปใช้สิทธิลดภาษี (Tax Refund) ด้วย

ปิดทริป: ญี่ปุ่นประเทศเดียว แต่เที่ยวได้ไม่รู้จบ

ไม่ว่าคุณจะหลงรักกลิ่นอายเมืองเก่าของเกียวโต แสงสีของโตเกียว หิมะนุ่ม ๆ ในฮอกไกโด หรือโหมดสายอนิเมะเต็มสตรีม ญี่ปุ่นก็มีมุมใหม่ให้ค้นหาทุกครั้งที่กลับไป

วางแผนคร่าว ๆ เลือกภูมิภาคที่ใช่ เลือกสไตล์ที่ชอบ จากนั้นก็ถึงเวลาหยิบกระเป๋าใบโปรด เติมเมมกล้องให้พร้อม แล้วออกไปสร้างความทรงจำหน้าใหม่กับญี่ปุ่นในเวอร์ชันของคุณเอง พร้อมเมื่อไหร่ กดจองแล้วบินได้เลย!