ดนตรีคลาสสิกกลางพระตำหนักฯ ใจกลางกรุงเทพฯ
ภายในพระตำหนักกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นสวนดนตรีกลางกรุง กับงาน “เทศกาลดนตรีในสวน ครั้งที่ 21” ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของบทเพลงคลาสสิกจากศิลปินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและเป็นกันเอง
งานนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านการแพทย์ การพยาบาล และการบริหารเท่านั้น แต่ยังมุ่งหมายที่จะเป็นศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองด้วย
เวทีศิลปินระดับโลกในสวนกลางกรุง
ไฮไลท์ของค่ำคืนเต็มไปด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะจากศิลปินคุณภาพหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินไทยหรือศิลปินต่างชาติที่มาร่วมสร้างประสบการณ์ดนตรีสุดประทับใจ
แก้ม – กุลกรพัชร์ เมอร์นาร์ด นักร้องและนักแสดงมิวสิคัลแถวหน้าของไทย
Inga Causa นักไวโอลินชื่อดังจากลัตเวีย
มหกิจ เลิศชีวานันท์ นักไวโอลินระดับโลก
กฤต สุภาพพานิช ศิลปินไวโอลินรุ่นใหม่ที่น่าจับตา
สมาตยา วาทวาทนะ นักเชลโลมากฝีมือชาวไทย
ผู้เข้าร่วมงานต่างได้ดื่มด่ำกับความงดงามของเสียงดนตรีคลาสสิก ท่ามกลางสวนสวยใจกลางกรุงเทพฯ ที่โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย

ดนตรีในสวน: เวทีศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย
เทศกาลดนตรีในสวน ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตกลางแจ้ง แต่ยังเป็น เวทีทางศิลปวัฒนธรรม ที่ผูกโยงเข้ากับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยอย่างแนบแน่น
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 4 ด้าน ที่สะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในยุคใหม่ คือ
ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นเลิศด้านการบริหาร การแพทย์ และการพยาบาล
เปิดพื้นที่ให้ นักศึกษาและบุคลากรได้แสดงความสามารถทางดนตรี อย่างเต็มศักยภาพ
สร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนและสังคมรอบมหาวิทยาลัย
สนับสนุนนโยบายกรุงเทพมหานคร ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของคนเมือง


ดิจิทัล เทคโนโลยี และดนตรี: วิสัยทัศน์สู่อนาคต
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน คือการนำ ดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาผสานเข้ากับการเรียนการสอน การบริการทางการแพทย์ และการบริหารจัดการองค์กร
แนวทางที่มหาวิทยาลัยมุ่งเดินหน้า ได้แก่
ใช้เทคโนโลยียกระดับการจัดการเรียนการสอน ทั้งในหลักสูตรแพทย์ พยาบาล และสาขาอื่น ๆ
พัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลในสังกัดให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล
เสริมสร้างบุคลากรและนักศึกษาให้มีทั้ง ความเชี่ยวชาญวิชาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งกายและใจ
งานดนตรีในสวนจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมผ่อนคลาย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยหล่อเลี้ยงสุขภาวะทางอารมณ์และจิตใจให้กับคนในมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปควบคู่กันไป

ดนตรีฟรีสำหรับทุกคน เชื่อมมหาวิทยาลัยกับชุมชน
หนึ่งในเสน่ห์ของเทศกาลนี้คือ เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงดนตรีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม
บทบาทของเทศกาลดนตรีในสวนจึงมีมิติที่ชัดเจนหลายด้าน
เป็นเวทีให้นักศึกษาและบุคลากรได้โชว์ศักยภาพทางดนตรี เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในห้องเรียน
เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบ
สนับสนุนแนวนโยบายของเมืองที่เน้นการพัฒนา ศิลปวัฒนธรรมและคุณภาพชีวิต ของประชาชน
บริเวณพระตำหนักกรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ (เดิมคือวังสามเสน) เดินทางสะดวก ไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะ ทั้งจากถนนสามเสนและถนนขาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน และยังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ดินดั้งเดิมของวังอีกด้วย

เสียงจากศิลปิน: ความทรงจำท่ามกลางพระตำหนัก
สำหรับ แก้ม – กุลกรพัชร์ เมอร์นาร์ด การได้มาร่วมขับร้องในงานนี้ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งโชว์บนเวที แต่เป็นประสบการณ์ที่มีความหมายเป็นพิเศษ
เธอบอกว่าการได้ร้องเพลงท่ามกลางบรรยากาศพระตำหนักที่งดงามและอบอุ่น เป็นทั้ง เกียรติและแรงบันดาลใจ ที่ทำให้การแสดงครั้งนี้น่าจดจำเป็นอย่างมาก และยังเผยด้วยว่ากำลังเตรียมผลงานดนตรีใหม่ที่จะเปิดตัวให้แฟน ๆ ได้ติดตามในเร็ว ๆ นี้

ดนตรีในสวน: สุนทรียะที่มากกว่าเสียงเพลง
เมื่อมองให้ลึกลงไป เทศกาลดนตรีในสวนไม่ได้เป็นเพียงงานบันเทิง แต่คือการผสมผสานระหว่าง
ศิลปะและวัฒนธรรม
การแพทย์ สุขภาพกายและใจ
การศึกษาและชุมชนเมือง
ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านเวทีเล็ก ๆ ท่ามกลางสวนเขียวในพระตำหนักกลางกรุงเทพฯ ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม
ดนตรีจึงไม่ได้อยู่แค่ในห้องแสดงคอนเสิร์ต แต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเมือง และกลายเป็นอีกหนึ่งพลังในการพัฒนาสังคมอย่างเงียบงามแต่ทรงพลัง

