ตลาดอาหารเสริมไทยกำลังเดือด
ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากข้อมูลต่างประเทศอย่าง Grand View Research และ Euromonitor International คาดว่าปี 2568 มูลค่าตลาดจะทะลุแตะ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก
ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตระดับ 15% ต่อปี เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมเดินหน้าสอดคล้องกับตลาดโลกที่มีมูลค่ารวมราว 7 ล้านล้านบาท และยังคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7-9% ต่อปีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2578
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้โตสวนกระแสเศรษฐกิจโลก มาจากกระแส การดูแลสุขภาพเชิงรุกและการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ที่คนยุคใหม่ไม่ได้รอกินยาเมื่อป่วย แต่หันมาโฟกัสที่
“กินเพื่อป้องกัน”
“กินให้เหมาะกับ DNA ของตัวเอง”
จากเทรนด์ใหญ่เหล่านี้ สามารถสรุปเป็น 5 เทรนด์สุขภาพ ที่จะรันวงการอาหารเสริม และดันธุรกิจ OEM-OWN Brand ให้โตแบบก้าวกระโดด
1. โภชนาการเฉพาะบุคคล & AI
Personalized Nutrition & AI กำลังกลายเป็นหัวใจของการดูแลสุขภาพในยุคใหม่ แนวคิดแบบ “ยาหนึ่งเม็ดใช้ได้กับทุกคน” กำลังหมดเวลา
ด้วยบทบาทของ AI ที่เข้ามาเชื่อมกับไลฟ์สไตล์ผู้คนมากขึ้น ทำให้การวิเคราะห์
ผลเลือด
ข้อมูล DNA
เพื่อนำมาดีไซน์วิตามินและอาหารเสริมที่ “ร่างกายต้องการจริง ๆ” กลายเป็นเทรนด์ที่โตแรงเป็นพิเศษ
ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตแบบพุ่งคือ
Customized Supplements: การสั่งผลิตวิตามินเฉพาะบุคคลแบบ Subscribed
แพลตฟอร์มวิเคราะห์สุขภาพ: ใช้เทคโนโลยีมาช่วยอ่านข้อมูลร่างกาย แล้วแปลงเป็นผลิตภัณฑ์หรือสูตรเสริมอาหารที่ตรงจุด
ใครจับตลาดนี้ได้ก่อน มีสิทธิ์กลายเป็นผู้นำเกมในยุคโภชนาการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
2. พืชมาแรง ฉลากต้องสะอาด Plant-Based & Clean Label
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ว่า “กินแล้วดีไหม” แต่ถามต่อไปถึง “ของที่กินมาอย่างไร” ด้วย
เทรนด์ Plant-Based & Clean Label จึงกลายเป็นด่านสำคัญที่ทุกแบรนด์ต้องผ่านให้ได้
อาหารและอาหารเสริมสาย Vegan-Friendly ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
โปรตีนจากพืช เช่น Pea Protein หรือวิตามินที่สกัดจากผลไม้ กำลังเข้ามาแทนสารเคมีสังเคราะห์
ผู้บริโภคต้องการรู้ละเอียดมากขึ้น ตั้งแต่
แหล่งเพาะปลูก
สถานที่สกัดวัตถุดิบ
วิธีการผลิต
นี่คือจุดแข็งของประเทศไทยที่สามารถนำเรื่องราวต้นทางมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ด้วยการทำ Storytelling ผ่าน QR Code บนฉลากสินค้า ให้คนสแกนแล้วดูเป็นหนังสั้นหรือคอนเทนต์เล่าเรื่องฟาร์มและกระบวนการผลิต
ผลลัพธ์คือ
เพิ่มความน่าเชื่อถือผลิตภัณฑ์
สร้างจุดขายแตกต่างจากคู่แข่ง
หนุน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้ในเวลาเดียวกัน
3. สุขภาพจิตและสมอง: เมื่อใจพังกายก็เหนื่อย
ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติ เทรนด์ Mental Wellness & Nootropics ถูกยกเป็นอีกหนึ่งหัวข้อใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ “เสริมสวย” แต่คือ “เสริมสมองและอารมณ์” ไปพร้อมกัน
สารอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่อง
สมาธิ
การนอนหลับ (Sleep Support)
เริ่มได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนทำงานหนัก คนเมือง และคนอยู่กับหน้าจอทั้งวัน ต่างมองหาตัวช่วยให้สมองปลอดโปร่งและหลับสนิทขึ้น
สมุนไพรที่ช่วยจัดการความเครียด เช่น
Ashwagandha
เห็ดทางการแพทย์หลายชนิด
กำลังถูกจับตามองว่าเป็น ของมันต้องมี ของคนยุคใหม่ ที่ต้องการบาลานซ์ทั้งงาน ชีวิต และสุขภาพจิตไปพร้อมกัน
4. ลำไส้ดี = ชีวิตดี ยุคของ Microbiome & Postbiotics
เมื่อแนวคิดที่ว่า “ลำไส้คือสมองที่สองของร่างกาย” แพร่หลายมากขึ้น เทรนด์เกี่ยวกับ Gut Health & Microbiome ก็พุ่งขึ้นตามไปด้วย
จากเดิมที่คนรู้จักแค่
Probiotics (จุลินทรีย์ดี)
Prebiotics (อาหารของจุลินทรีย์)
ตอนนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “Postbiotics” หรือ สารที่จุลินทรีย์ผลิตออกมา ซึ่งถูกมองว่า
ตรงจุดมากขึ้นในการช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน
มีผลดีต่อสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก
สายสุขภาพที่โฟกัสลำไส้ จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่โยเกิร์ตหรือไฟเบอร์อีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อดูแล Microbiome ในแบบลึกและเน้นผลลัพธ์ระยะยาว
5. ชะลอวัยไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือคุณภาพชีวิต
สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Aging Society อย่างชัดเจน และนี่คือโอกาสของเทรนด์ Longevity & Anti-Aging ที่ไม่ได้พูดแค่เรื่องริ้วรอย แต่พูดถึงสุขภาพทุกมิติในระยะยาว
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่
สารที่ช่วยซ่อมแซมในระดับเซลล์ เช่น NAD+ / NMN
อาหารเสริมเพื่อ รักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
เพราะการดูอ่อนวัยในยุคนี้ ไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่คือ
เดินเหินคล่องตัว
กล้ามเนื้อแข็งแรง
ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จึงถูกคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดทั่วโลก และจะกลายเป็นหมวดหลักที่เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว
โอกาสของธุรกิจ OEM และแบรนด์ของตัวเอง
ทั้ง 5 เทรนด์ใหญ่ไม่ได้ส่งผลดีแค่ต่อภาพรวมตลาดอาหารเสริมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับสำคัญต่อธุรกิจสองขา คือ
ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)
ธุรกิจแบรนด์ของตัวเอง (OWN Brand)
ในด้านการรับจ้างผลิต OEM มีการติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม โภชนาการเฉพาะบุคคล และสูตรล้ำ ๆ ตามเทรนด์โลก
โรงงานที่มีมาตรฐานระดับสากล และมีห้องแล็บที่ผ่านการยอมรับจากต่างประเทศ สามารถใช้จุดแข็งนี้ต่อยอดเป็น
ฐานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานระดับ “โรงงานยา”
แหล่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ฝั่ง OWN Brand ภายใต้ชื่อแบรนด์อย่าง “สุภาพโอสถ” สามารถออกสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดรับกับกระแสตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สายป้องกันล่วงหน้า สายดูแลลำไส้ ไปจนถึงกลุ่มชะลอวัยและดูแลสมอง
คาดการณ์ในปี 2569 สัดส่วนรายได้จะปรับตัวเป็นประมาณ
38% จากธุรกิจ OEM
62% จากธุรกิจ OWN Brand
เทียบกับปีก่อนที่สัดส่วนยังอยู่ราว 44% และ 55% ตามลำดับ
ภาพอนาคต: ตลาดโต ธุรกิจโต คนรักสุขภาพก็โตไปด้วย
เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงรุก ข้อมูลเชิงลึกของร่างกาย และเทคโนโลยีเข้ามารวมกัน ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่แค่ “ของเสริม” อีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
เป้าหมายยอดขายทั้งปีของธุรกิจในกลุ่มนี้คาดว่าจะเติบโตอีกราว 7% จากปีก่อน บนฐานรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ราว 1,000 ล้านบาท
ใครที่กำลังมองหาโอกาสในโลกของการกินเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะในมุมผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะต้อง
ทำความเข้าใจ 5 เทรนด์หลักให้ลึก
เลือกโฟกัสในตลาดที่ตัวเองถนัด
และสร้างแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
เพราะในเกมสุขภาพยุคนี้ คนที่เริ่มก่อน รู้ก่อน และปรับตัวไวกว่า คือคนที่ได้เปรียบที่สุดทั้งในแง่ธุรกิจและคุณภาพชีวิต

