รับแอปรับแอป

5 เทรนด์อาหารเสริมมาแรง ดันตลาดไทยแตะแสนล้าน เปิดเกมรุกปี 2025

ณัฐวุฒิ วงศ์ดี01-29

ตลาดอาหารเสริมไทยกำลังเดือด

ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากข้อมูลต่างประเทศอย่าง Grand View Research และ Euromonitor International คาดว่าปี 2568 มูลค่าตลาดจะทะลุแตะ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรก

ตัวเลขนี้สะท้อนการเติบโตระดับ 15% ต่อปี เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมเดินหน้าสอดคล้องกับตลาดโลกที่มีมูลค่ารวมราว 7 ล้านล้านบาท และยังคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7-9% ต่อปีต่อเนื่องไปจนถึงปี 2578

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนี้โตสวนกระแสเศรษฐกิจโลก มาจากกระแส การดูแลสุขภาพเชิงรุกและการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ที่คนยุคใหม่ไม่ได้รอกินยาเมื่อป่วย แต่หันมาโฟกัสที่

  • “กินเพื่อป้องกัน”

  • “กินให้เหมาะกับ DNA ของตัวเอง”

จากเทรนด์ใหญ่เหล่านี้ สามารถสรุปเป็น 5 เทรนด์สุขภาพ ที่จะรันวงการอาหารเสริม และดันธุรกิจ OEM-OWN Brand ให้โตแบบก้าวกระโดด

1. โภชนาการเฉพาะบุคคล & AI

Personalized Nutrition & AI กำลังกลายเป็นหัวใจของการดูแลสุขภาพในยุคใหม่ แนวคิดแบบ “ยาหนึ่งเม็ดใช้ได้กับทุกคน” กำลังหมดเวลา

ด้วยบทบาทของ AI ที่เข้ามาเชื่อมกับไลฟ์สไตล์ผู้คนมากขึ้น ทำให้การวิเคราะห์

  • ผลเลือด

  • ข้อมูล DNA

เพื่อนำมาดีไซน์วิตามินและอาหารเสริมที่ “ร่างกายต้องการจริง ๆ” กลายเป็นเทรนด์ที่โตแรงเป็นพิเศษ

ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตแบบพุ่งคือ

  • Customized Supplements: การสั่งผลิตวิตามินเฉพาะบุคคลแบบ Subscribed

  • แพลตฟอร์มวิเคราะห์สุขภาพ: ใช้เทคโนโลยีมาช่วยอ่านข้อมูลร่างกาย แล้วแปลงเป็นผลิตภัณฑ์หรือสูตรเสริมอาหารที่ตรงจุด

ใครจับตลาดนี้ได้ก่อน มีสิทธิ์กลายเป็นผู้นำเกมในยุคโภชนาการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

2. พืชมาแรง ฉลากต้องสะอาด Plant-Based & Clean Label

ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ว่า “กินแล้วดีไหม” แต่ถามต่อไปถึง “ของที่กินมาอย่างไร” ด้วย

เทรนด์ Plant-Based & Clean Label จึงกลายเป็นด่านสำคัญที่ทุกแบรนด์ต้องผ่านให้ได้

  • อาหารและอาหารเสริมสาย Vegan-Friendly ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

  • โปรตีนจากพืช เช่น Pea Protein หรือวิตามินที่สกัดจากผลไม้ กำลังเข้ามาแทนสารเคมีสังเคราะห์

ผู้บริโภคต้องการรู้ละเอียดมากขึ้น ตั้งแต่

  • แหล่งเพาะปลูก

  • สถานที่สกัดวัตถุดิบ

  • วิธีการผลิต

นี่คือจุดแข็งของประเทศไทยที่สามารถนำเรื่องราวต้นทางมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ด้วยการทำ Storytelling ผ่าน QR Code บนฉลากสินค้า ให้คนสแกนแล้วดูเป็นหนังสั้นหรือคอนเทนต์เล่าเรื่องฟาร์มและกระบวนการผลิต

ผลลัพธ์คือ

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือผลิตภัณฑ์

  • สร้างจุดขายแตกต่างจากคู่แข่ง

  • หนุน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้ในเวลาเดียวกัน

3. สุขภาพจิตและสมอง: เมื่อใจพังกายก็เหนื่อย

ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติ เทรนด์ Mental Wellness & Nootropics ถูกยกเป็นอีกหนึ่งหัวข้อใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ “เสริมสวย” แต่คือ “เสริมสมองและอารมณ์” ไปพร้อมกัน

สารอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่อง

  • สมาธิ

  • การนอนหลับ (Sleep Support)

เริ่มได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนทำงานหนัก คนเมือง และคนอยู่กับหน้าจอทั้งวัน ต่างมองหาตัวช่วยให้สมองปลอดโปร่งและหลับสนิทขึ้น

สมุนไพรที่ช่วยจัดการความเครียด เช่น

  • Ashwagandha

  • เห็ดทางการแพทย์หลายชนิด

กำลังถูกจับตามองว่าเป็น ของมันต้องมี ของคนยุคใหม่ ที่ต้องการบาลานซ์ทั้งงาน ชีวิต และสุขภาพจิตไปพร้อมกัน

4. ลำไส้ดี = ชีวิตดี ยุคของ Microbiome & Postbiotics

เมื่อแนวคิดที่ว่า “ลำไส้คือสมองที่สองของร่างกาย” แพร่หลายมากขึ้น เทรนด์เกี่ยวกับ Gut Health & Microbiome ก็พุ่งขึ้นตามไปด้วย

จากเดิมที่คนรู้จักแค่

  • Probiotics (จุลินทรีย์ดี)

  • Prebiotics (อาหารของจุลินทรีย์)

ตอนนี้โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “Postbiotics” หรือ สารที่จุลินทรีย์ผลิตออกมา ซึ่งถูกมองว่า

  • ตรงจุดมากขึ้นในการช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน

  • มีผลดีต่อสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก

สายสุขภาพที่โฟกัสลำไส้ จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่โยเกิร์ตหรือไฟเบอร์อีกต่อไป แต่กำลังขยับไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อดูแล Microbiome ในแบบลึกและเน้นผลลัพธ์ระยะยาว

5. ชะลอวัยไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือคุณภาพชีวิต

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ Aging Society อย่างชัดเจน และนี่คือโอกาสของเทรนด์ Longevity & Anti-Aging ที่ไม่ได้พูดแค่เรื่องริ้วรอย แต่พูดถึงสุขภาพทุกมิติในระยะยาว

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่

  • สารที่ช่วยซ่อมแซมในระดับเซลล์ เช่น NAD+ / NMN

  • อาหารเสริมเพื่อ รักษาและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ

เพราะการดูอ่อนวัยในยุคนี้ ไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่คือ

  • เดินเหินคล่องตัว

  • กล้ามเนื้อแข็งแรง

  • ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จึงถูกคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดทั่วโลก และจะกลายเป็นหมวดหลักที่เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

โอกาสของธุรกิจ OEM และแบรนด์ของตัวเอง

ทั้ง 5 เทรนด์ใหญ่ไม่ได้ส่งผลดีแค่ต่อภาพรวมตลาดอาหารเสริมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงขับสำคัญต่อธุรกิจสองขา คือ

  • ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)

  • ธุรกิจแบรนด์ของตัวเอง (OWN Brand)

ในด้านการรับจ้างผลิต OEM มีการติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม โภชนาการเฉพาะบุคคล และสูตรล้ำ ๆ ตามเทรนด์โลก

โรงงานที่มีมาตรฐานระดับสากล และมีห้องแล็บที่ผ่านการยอมรับจากต่างประเทศ สามารถใช้จุดแข็งนี้ต่อยอดเป็น

  • ฐานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐานระดับ “โรงงานยา”

  • แหล่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ฝั่ง OWN Brand ภายใต้ชื่อแบรนด์อย่าง “สุภาพโอสถ” สามารถออกสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดรับกับกระแสตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สายป้องกันล่วงหน้า สายดูแลลำไส้ ไปจนถึงกลุ่มชะลอวัยและดูแลสมอง

คาดการณ์ในปี 2569 สัดส่วนรายได้จะปรับตัวเป็นประมาณ

  • 38% จากธุรกิจ OEM

  • 62% จากธุรกิจ OWN Brand

เทียบกับปีก่อนที่สัดส่วนยังอยู่ราว 44% และ 55% ตามลำดับ

ภาพอนาคต: ตลาดโต ธุรกิจโต คนรักสุขภาพก็โตไปด้วย

เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงรุก ข้อมูลเชิงลึกของร่างกาย และเทคโนโลยีเข้ามารวมกัน ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่แค่ “ของเสริม” อีกต่อไป แต่เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

เป้าหมายยอดขายทั้งปีของธุรกิจในกลุ่มนี้คาดว่าจะเติบโตอีกราว 7% จากปีก่อน บนฐานรายได้ที่ตั้งเป้าไว้ที่ราว 1,000 ล้านบาท

ใครที่กำลังมองหาโอกาสในโลกของการกินเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะในมุมผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะต้อง

  • ทำความเข้าใจ 5 เทรนด์หลักให้ลึก

  • เลือกโฟกัสในตลาดที่ตัวเองถนัด

  • และสร้างแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

เพราะในเกมสุขภาพยุคนี้ คนที่เริ่มก่อน รู้ก่อน และปรับตัวไวกว่า คือคนที่ได้เปรียบที่สุดทั้งในแง่ธุรกิจและคุณภาพชีวิต