รับแอปรับแอป

วัวตัดหน้ารถ รถล้ม คนเจ็บ สัตว์ตาย…เคสแบบนี้ใครต้องรับผิดตามกฎหมาย?

พีรพัฒน์ สุขสม01-29

วัววิ่งตัดหน้ารถ ใครกันแน่ที่ต้องรับผิด?

อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ วัวที่หลุดจากคอกแล้ววิ่งตัดหน้ารถ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยมากในต่างจังหวัดและชุมชนหมู่บ้าน

หลายคนขับรถมาตามปกติ ใช้ความระมัดระวังแล้ว แต่จู่ ๆ มีวัวหรือสัตว์เลี้ยงอื่นที่ไม่มีเชือกผูก ไม่มีคนจูง ถูกปล่อยไว้ตามมีตามเกิด แล้ววิ่งพรวดตัดหน้ารถในระยะกระชั้นชิดจนเบรกไม่ทัน รถล้ม รถพัง คนเจ็บ

คำถามสำคัญคือ… แบบนี้เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดหรือไม่ และต้องรับผิดอย่างไร?

กฎหมายว่าอย่างไร เรื่องสัตว์ทำให้คนเสียหาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 บัญญัติว่าโดยหลักแล้ว

ถ้าความเสียหายเกิดเพราะสัตว์ ผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ

  • เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ต้องดูแล ควบคุม ไม่ปล่อยให้สัตว์ไปสร้างอันตรายหรือความเดือดร้อนให้คนอื่นบนทางสาธารณะ

  • หากปล่อยปละละเลย ไม่ผูก ไม่จูง ไม่ควบคุม แล้วสัตว์วิ่งไปก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้าของอาจต้อง รับผิดในทางละเมิด

ความรับผิดนี้อาจรวมถึง

  • ค่ารักษาพยาบาล

  • ค่าเสียโอกาสในการทำงานหรือรายได้ที่หายไป

  • ค่าทุกขเวทนา ทั้งเจ็บตัว เครียด กลัว และผลกระทบทางจิตใจ

เจ้าของสัตว์จึงไม่ได้มีแค่หน้าที่ให้อาหารและเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อผลเสียที่สัตว์ของตัวเองก่อขึ้นด้วย

ถ้าเจ้าของสัตว์ไม่รับผิดชอบ ทำอะไรได้บ้าง?

ในหลายเหตุการณ์ ผู้เสียหายเจ็บตัว รถพัง แต่เจ้าของสัตว์ไม่ออกมาแสดงตัว หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ผู้ขับขี่แบกรับความเสียหายเองทั้งหมด ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ผิด

ในกรณีลักษณะนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิ:

  • เจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าของสัตว์ เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

  • หากอีกฝ่ายเพิกเฉยหรือปฏิเสธความรับผิด สามารถ ติดต่อทนายความเพื่อยื่นฟ้องต่อศาล เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้

อย่าคิดว่าอุบัติเหตุเกิดแล้วก็ต้องทำใจเสมอไป ถ้าเราขับรถอย่างถูกต้องและระมัดระวัง แต่ความเสียหายเกิดจากการเลี้ยงสัตว์อย่างประมาทของคนอื่น เรามีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายเต็มที่

เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม หากจะเรียกค่าเสียหาย

หากคิดจะเจรจา หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของสัตว์ การเตรียมหลักฐานให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้เรื่องเดินหน้าได้ง่ายขึ้นมาก โดยควรเตรียมดังนี้

  • ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ

    • ถ่ายให้เห็นสภาพหน้างานจริง เช่น รถล้ม จุดชน วัวหรือสัตว์ที่เกี่ยวข้อง

    • เน้นให้เห็นว่ามีการปล่อยสัตว์โดยปราศจากการควบคุม

  • หลักฐานยืนยันว่าความเสียหายเกิดจากสัตว์โดยประมาท

    • สัตว์ถูกปล่อยเดินบนถนนสาธารณะ ไม่ผูก ไม่มีคนจูง

    • เป็นพื้นที่ที่ไม่น่าจะใช้เลี้ยงสัตว์ตามปกติ เช่น ทางหลวง ถนนสาธารณะทั่วไป

  • ใบรับรองแพทย์

    • ใช้ยืนยันการบาดเจ็บ อาการป่วย การรักษา และระยะเวลาที่ต้องพักฟื้น

  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล

    • ทั้งค่ารักษา ค่าตรวจ ค่ายา ค่าห้อง ค่าทำแผล ฯลฯ

  • หลักฐานแสดงรายได้

    • สลิปเงินเดือน สมุดบัญชี รายรับจากงาน หรือธุรกิจ

    • เพื่อใช้ยืนยันว่าการบาดเจ็บทำให้ต้องหยุดงานหรือทำงานไม่ได้เหมือนเดิม จนเกิดความเสียหายด้านรายได้

ยิ่งหลักฐานครบและชัดเท่าไร การพิสูจน์ต่อศาลว่าความเสียหายเกิดจากการเลี้ยงสัตว์โดยประมาทของเจ้าของก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยวินิจฉัยในกรณีลักษณะคล้ายกัน

1. กรณีวัวบนไหล่ทางหลวง – เจ้าของผิด แต่คนขับก็ประมาทร่วม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2526

ข้อเท็จจริงในคดีนี้คือ ผู้เลี้ยงโคแทนจำเลย ปล่อยให้โคขึ้นไปกินหญ้าบนไหล่ถนน ซึ่งเป็นทางหลวงระหว่างจังหวัด โดยปล่อยให้เดินอย่างอิสระ ไม่ผูกเชือก ไม่จับจูง

ศาลเห็นว่า

  • ถนนหลวงไม่ใช่ที่สำหรับเลี้ยงสัตว์

  • การปล่อยโคไว้บนไหล่ถนนโดยไม่ควบคุมจึงถือเป็นการ ปล่อยปละละเลย ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร

ดังนั้น จำเลยทั้งสองในฐานะฝ่ายเจ้าของและผู้เลี้ยง จึงเป็นฝ่ายประมาทก่อน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งเห็นโคเดินอยู่ข้างถนนแล้ว กลับยังขับรถเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งบีบแตร จนทำให้โคตกใจและขวิดรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถถึงแก่ความตาย

ศาลจึงเห็นว่า ผู้ตายเองก็มีส่วน ประมาทร่วม ด้วย ไม่ใช่ความผิดของเจ้าของโคฝ่ายเดียว

บทเรียนจากคดีนี้

  • เจ้าของสัตว์ที่ปล่อยให้สัตว์อยู่บนทางสาธารณะอย่างไม่มีการควบคุม ย่อมเสี่ยงต่อการต้องรับผิดทางกฎหมาย

  • แต่ผู้ขับขี่ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่กระทำการใด ๆ ที่จะยิ่งทำให้สัตว์ตกใจและเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

2. กรณีสุนัขหลุดจากบ้านแล้วไปกัดคน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523

ในคดีนี้ สุนัขของจำเลยหลบหนีออกจากบ้านได้ในขณะที่จำเลยเปิดประตูบ้าน แล้วสุนัขก็ออกไปกัดโจทก์จนได้รับบาดเจ็บ

ศาลเห็นว่า

  • เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เจ้าของสุนัข ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการดูแลควบคุมสัตว์เลี้ยงของตน

  • จึงวินิจฉัยให้จำเลยต้อง ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

  • รวมถึงต้องชดเชยในส่วนของความตกใจ และความทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

จากคดีนี้ตอกย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นวัว สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงประเภทใด ถ้าเจ้าของปล่อยให้สัตว์ออกไปทำร้ายหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น แล้วไม่ควบคุมให้ดี เจ้าของมีโอกาสต้องรับผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน

สรุปสำหรับคนใช้รถ และคนเลี้ยงสัตว์

หากคุณหรือคนในครอบครัวประสบอุบัติเหตุลักษณะนี้ เช่น ขับรถอยู่ดี ๆ แล้วมีวัวควายหรือสัตว์เลี้ยงวิ่งตัดหน้า จนรถล้ม รถพัง หรือมีคนเจ็บ

อย่าปล่อยให้ความเสียหายทั้งหมดต้องตกอยู่กับผู้บริสุทธิ์ฝ่ายเดียว ทั้งที่สาเหตุเกิดจากการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ระมัดระวัง

สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์:

  • อย่าปล่อยสัตว์ออกมาเดินเพ่นพ่านบนถนนสาธารณะ

  • ใช้เชือกผูก ควบคุม หรือทำคอกให้แน่นหนา

  • เพราะนอกจากสัตว์จะเสี่ยงตายแล้ว เจ้าของยังเสี่ยงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก

สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน:

  • หากเกิดเหตุ ให้เก็บหลักฐานให้ครบ ตั้งแต่รูปที่เกิดเหตุ ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา ไปจนถึงหลักฐานรายได้

  • พิจารณาเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าของสัตว์ก่อน หากไม่ได้ผลจึงค่อยปรึกษาทนายเพื่อใช้สิทธิทางศาล

การเลี้ยงสัตว์ที่ดี ไม่ได้จบแค่ให้อาหาร แต่ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและไม่ทิ้งภาระความเสียหายให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับไปคนเดียว