วัววิ่งตัดหน้ารถ ใครกันแน่ที่ต้องรับผิด?
อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะ วัวที่หลุดจากคอกแล้ววิ่งตัดหน้ารถ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยมากในต่างจังหวัดและชุมชนหมู่บ้าน
หลายคนขับรถมาตามปกติ ใช้ความระมัดระวังแล้ว แต่จู่ ๆ มีวัวหรือสัตว์เลี้ยงอื่นที่ไม่มีเชือกผูก ไม่มีคนจูง ถูกปล่อยไว้ตามมีตามเกิด แล้ววิ่งพรวดตัดหน้ารถในระยะกระชั้นชิดจนเบรกไม่ทัน รถล้ม รถพัง คนเจ็บ
คำถามสำคัญคือ… แบบนี้เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดหรือไม่ และต้องรับผิดอย่างไร?
กฎหมายว่าอย่างไร เรื่องสัตว์ทำให้คนเสียหาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 บัญญัติว่าโดยหลักแล้ว
ถ้าความเสียหายเกิดเพราะสัตว์ ผู้ที่เป็นเจ้าของสัตว์นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทน
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ
เจ้าของสัตว์มีหน้าที่ต้องดูแล ควบคุม ไม่ปล่อยให้สัตว์ไปสร้างอันตรายหรือความเดือดร้อนให้คนอื่นบนทางสาธารณะ
หากปล่อยปละละเลย ไม่ผูก ไม่จูง ไม่ควบคุม แล้วสัตว์วิ่งไปก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้าของอาจต้อง รับผิดในทางละเมิด
ความรับผิดนี้อาจรวมถึง
ค่ารักษาพยาบาล
ค่าเสียโอกาสในการทำงานหรือรายได้ที่หายไป
ค่าทุกขเวทนา ทั้งเจ็บตัว เครียด กลัว และผลกระทบทางจิตใจ
เจ้าของสัตว์จึงไม่ได้มีแค่หน้าที่ให้อาหารและเลี้ยงดูเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อผลเสียที่สัตว์ของตัวเองก่อขึ้นด้วย
ถ้าเจ้าของสัตว์ไม่รับผิดชอบ ทำอะไรได้บ้าง?
ในหลายเหตุการณ์ ผู้เสียหายเจ็บตัว รถพัง แต่เจ้าของสัตว์ไม่ออกมาแสดงตัว หรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ผู้ขับขี่แบกรับความเสียหายเองทั้งหมด ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ผิด
ในกรณีลักษณะนี้ ผู้เสียหายมีสิทธิ:
เจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าของสัตว์ เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
หากอีกฝ่ายเพิกเฉยหรือปฏิเสธความรับผิด สามารถ ติดต่อทนายความเพื่อยื่นฟ้องต่อศาล เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้
อย่าคิดว่าอุบัติเหตุเกิดแล้วก็ต้องทำใจเสมอไป ถ้าเราขับรถอย่างถูกต้องและระมัดระวัง แต่ความเสียหายเกิดจากการเลี้ยงสัตว์อย่างประมาทของคนอื่น เรามีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายเต็มที่
เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม หากจะเรียกค่าเสียหาย
หากคิดจะเจรจา หรือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของสัตว์ การเตรียมหลักฐานให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้เรื่องเดินหน้าได้ง่ายขึ้นมาก โดยควรเตรียมดังนี้
ภาพถ่ายที่เกิดเหตุ
ถ่ายให้เห็นสภาพหน้างานจริง เช่น รถล้ม จุดชน วัวหรือสัตว์ที่เกี่ยวข้อง
เน้นให้เห็นว่ามีการปล่อยสัตว์โดยปราศจากการควบคุม
หลักฐานยืนยันว่าความเสียหายเกิดจากสัตว์โดยประมาท
สัตว์ถูกปล่อยเดินบนถนนสาธารณะ ไม่ผูก ไม่มีคนจูง
เป็นพื้นที่ที่ไม่น่าจะใช้เลี้ยงสัตว์ตามปกติ เช่น ทางหลวง ถนนสาธารณะทั่วไป
ใบรับรองแพทย์
ใช้ยืนยันการบาดเจ็บ อาการป่วย การรักษา และระยะเวลาที่ต้องพักฟื้น
ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
ทั้งค่ารักษา ค่าตรวจ ค่ายา ค่าห้อง ค่าทำแผล ฯลฯ
หลักฐานแสดงรายได้
สลิปเงินเดือน สมุดบัญชี รายรับจากงาน หรือธุรกิจ
เพื่อใช้ยืนยันว่าการบาดเจ็บทำให้ต้องหยุดงานหรือทำงานไม่ได้เหมือนเดิม จนเกิดความเสียหายด้านรายได้
ยิ่งหลักฐานครบและชัดเท่าไร การพิสูจน์ต่อศาลว่าความเสียหายเกิดจากการเลี้ยงสัตว์โดยประมาทของเจ้าของก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เคยวินิจฉัยในกรณีลักษณะคล้ายกัน
1. กรณีวัวบนไหล่ทางหลวง – เจ้าของผิด แต่คนขับก็ประมาทร่วม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2526
ข้อเท็จจริงในคดีนี้คือ ผู้เลี้ยงโคแทนจำเลย ปล่อยให้โคขึ้นไปกินหญ้าบนไหล่ถนน ซึ่งเป็นทางหลวงระหว่างจังหวัด โดยปล่อยให้เดินอย่างอิสระ ไม่ผูกเชือก ไม่จับจูง
ศาลเห็นว่า
ถนนหลวงไม่ใช่ที่สำหรับเลี้ยงสัตว์
การปล่อยโคไว้บนไหล่ถนนโดยไม่ควบคุมจึงถือเป็นการ ปล่อยปละละเลย ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร
ดังนั้น จำเลยทั้งสองในฐานะฝ่ายเจ้าของและผู้เลี้ยง จึงเป็นฝ่ายประมาทก่อน
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งเห็นโคเดินอยู่ข้างถนนแล้ว กลับยังขับรถเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งบีบแตร จนทำให้โคตกใจและขวิดรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้ผู้ขับรถถึงแก่ความตาย
ศาลจึงเห็นว่า ผู้ตายเองก็มีส่วน ประมาทร่วม ด้วย ไม่ใช่ความผิดของเจ้าของโคฝ่ายเดียว
บทเรียนจากคดีนี้
เจ้าของสัตว์ที่ปล่อยให้สัตว์อยู่บนทางสาธารณะอย่างไม่มีการควบคุม ย่อมเสี่ยงต่อการต้องรับผิดทางกฎหมาย
แต่ผู้ขับขี่ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่กระทำการใด ๆ ที่จะยิ่งทำให้สัตว์ตกใจและเกิดเหตุรุนแรงขึ้น
2. กรณีสุนัขหลุดจากบ้านแล้วไปกัดคน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523
ในคดีนี้ สุนัขของจำเลยหลบหนีออกจากบ้านได้ในขณะที่จำเลยเปิดประตูบ้าน แล้วสุนัขก็ออกไปกัดโจทก์จนได้รับบาดเจ็บ
ศาลเห็นว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เจ้าของสุนัข ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการดูแลควบคุมสัตว์เลี้ยงของตน
จึงวินิจฉัยให้จำเลยต้อง ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์
รวมถึงต้องชดเชยในส่วนของความตกใจ และความทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
จากคดีนี้ตอกย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นวัว สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงประเภทใด ถ้าเจ้าของปล่อยให้สัตว์ออกไปทำร้ายหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น แล้วไม่ควบคุมให้ดี เจ้าของมีโอกาสต้องรับผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน
สรุปสำหรับคนใช้รถ และคนเลี้ยงสัตว์
หากคุณหรือคนในครอบครัวประสบอุบัติเหตุลักษณะนี้ เช่น ขับรถอยู่ดี ๆ แล้วมีวัวควายหรือสัตว์เลี้ยงวิ่งตัดหน้า จนรถล้ม รถพัง หรือมีคนเจ็บ
อย่าปล่อยให้ความเสียหายทั้งหมดต้องตกอยู่กับผู้บริสุทธิ์ฝ่ายเดียว ทั้งที่สาเหตุเกิดจากการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ระมัดระวัง
สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์:
อย่าปล่อยสัตว์ออกมาเดินเพ่นพ่านบนถนนสาธารณะ
ใช้เชือกผูก ควบคุม หรือทำคอกให้แน่นหนา
เพราะนอกจากสัตว์จะเสี่ยงตายแล้ว เจ้าของยังเสี่ยงถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมาก
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน:
หากเกิดเหตุ ให้เก็บหลักฐานให้ครบ ตั้งแต่รูปที่เกิดเหตุ ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา ไปจนถึงหลักฐานรายได้
พิจารณาเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าของสัตว์ก่อน หากไม่ได้ผลจึงค่อยปรึกษาทนายเพื่อใช้สิทธิทางศาล
การเลี้ยงสัตว์ที่ดี ไม่ได้จบแค่ให้อาหาร แต่ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและไม่ทิ้งภาระความเสียหายให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับไปคนเดียว

