รับแอปรับแอป

ดีลประวัติศาสตร์! ITC จับมือ ม.เกษตรฯ ปั้นงานวิจัยโภชนาการสัตว์เลี้ยง พลิกเกมสุขภาพหมาแมวแบบวิทยาศาสตร์

อรรถพล วงศ์เจริญ01-29

จุดเปลี่ยนวงการอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยกำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย วิทยาศาสตร์และงานวิจัยอย่างจริงจัง เมื่อบริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จับมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ

ดีลความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีลงนาม แต่คือการวางฐานสำคัญให้การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของคนไทย ขยับจากความเชื่อ ไปสู่การเลี้ยงแบบมีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์รองรับ

โภชนาการ: หัวใจของสุขภาพสัตว์เลี้ยงระยะยาว

ความคิดเรื่อง “ให้อะไรก็ได้ที่น้องกินได้” กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะแนวทางใหม่เน้นชัดว่า โภชนาการที่ดี คือหัวใจของสุขภาพและคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงในระยะยาว

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการต่อยอดงานวิจัยด้านโภชนาการให้ลึกและเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อยกระดับทั้งกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในภาพรวม

  • เน้นสูตรอาหารที่เหมาะกับความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยง

  • พัฒนาตามหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่แค่ตามกระแสตลาด

  • มองไกลถึงผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งด้านร่างกายและความเป็นอยู่โดยรวม

ยิ่งฐานวิชาการแน่นเท่าไหร่ เจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตักใส่ชามให้น้องได้มากขึ้นเท่านั้น

ผสานพลังวิทยาศาสตร์จากห้องแลปสู่ชามข้าว

แกนหลักของ MoU ครั้งนี้ คือการผนึกกำลังระหว่างความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จากทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เอาไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของคนเลี้ยงสัตว์

ความร่วมมือนี้ถูกวางบทบาทให้เป็น

  • กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยเชิงลึกด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง

  • พื้นที่พัฒนาโครงการวิชาการและทดลองสูตรใหม่ที่มีการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

  • ฐานสำหรับสร้างสูตรอาหารที่มีข้อมูลวิจัยรองรับ ไม่ใช่แค่คำเคลมสวยหรูบนซอง

ผลที่คาดว่าจะตามมา คือ โซลูชันอาหารสัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่ ที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรัง ภาวะอ้วน ภูมิแพ้ หรือปัญหาที่พบมากในสัตว์เลี้ยงยุคเมือง

สร้างงานวิจัย-สร้างคน-สร้างอุตสาหกรรม

ใต้กรอบ MoU นี้ ไม่ได้มีแค่การทำสูตรอาหารใหม่ แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาทั้งระบบนิเวศของความรู้ด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยงด้วย

โครงการที่วางไว้ ได้แก่

  • สนับสนุน งานวิจัยด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง ในเชิงลึก

  • ส่งเสริม การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ให้คนรุ่นใหม่ได้ทำวิจัยที่ต่อยอดได้จริง

  • จัด สัมมนาทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอัปเดตเทรนด์สุขภาพสัตว์เลี้ยง

  • ร่วมกันสร้างกิจกรรมความร่วมมืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมด้านอาหารสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุน ทุนการศึกษาและทุนวิจัย เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ในระยะยาว และวางรากฐานให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเป็นแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่โตตามยอดขาย แต่โตบนฐานวิทยาศาสตร์และคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง

ผลดีที่กระทบไกลกว่าชามข้าวของน้อง

แม้ความร่วมมือจะดูเหมือนอยู่ในระดับสถาบันและองค์กรใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะสะท้อนกลับมาที่

  • ชีวิตประจำวันของสัตว์เลี้ยงในบ้านเรา

  • ความสบายใจของคนเลี้ยงที่อยากให้น้องอยู่กับเราไปนานๆ

  • ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เมื่อภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเดินไปด้วยกัน ผลที่ได้ไม่ใช่แค่สินค้าที่ขายได้ง่ายขึ้น แต่คือมาตรฐานใหม่ของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบวิทยาศาสตร์ ที่ยกระดับทั้งวงการและคุณภาพชีวิตน้องๆ ไปพร้อมกัน

สำหรับคนรักสัตว์ นี่คือสัญญาณชัดๆ ว่าอนาคตของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง จะเต็มไปด้วยตัวเลือกอาหารที่ฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และออกแบบมาจากข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรือคำโฆษณาอีกต่อไป