พกเน็ตไปทุกทริป เที่ยวได้ไม่กลัวเน็ตหมด
ยุคนี้จะทำงาน เรียนออนไลน์ หรือไปเที่ยวทั้งที ถ้าเน็ตสะดุดคือหมดฟีลทันที โดยเฉพาะเวลาออกทริป ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จะเอาแต่แชร์ฮอตสปอตจากมือถือก็ดูไม่เวิร์กเท่าไหร่ ทั้งแบตลดไว เครื่องร้อน แถมถ้าไม่มีปลั๊กให้ชาร์จคือจบเกม
นี่แหละที่ Pocket WiFi เข้ามาช่วยชีวิตสายเที่ยวและสายทำงานนอกออฟฟิศ ให้คุณพกเน็ตส่วนตัวไปได้ทุกที่ เปิดแชร์ให้เพื่อน ครอบครัว หรือโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต กล้อง ฯลฯ ได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องทรมานมือถือเครื่องหลัก
บทความนี้รวม 8 รุ่น Pocket WiFi ปี 2025 ตั้งแต่ราคาหลักร้อยขึ้นไป ใช้ได้ทุกซิม พกง่าย แบตอึด เอาไว้เป็นไกด์ก่อนตัดสินใจซื้อให้ตรงสไตล์การใช้งานของคุณ
วิธีเลือก Pocket WiFi ให้ตรงสายเที่ยวและการใช้งาน
ก่อนจะเข้าเรื่องรุ่นแนะนำ มาดูเกณฑ์เลือก Pocket WiFi แบบคนรู้จริงกันก่อน เพราะถ้าเลือกพลาด อาจเสียเงินไปกับเครื่องที่ไม่ตอบโจทย์เลยก็ได้
สิ่งที่ควรดูเวลาเลือก Pocket WiFi มีหลายอย่าง เช่น:
ความเร็วเน็ต (Speed):
ถ้าเน้นดูหนังสตรีมมิ่ง เล่นโซเชียลทั้งวัน หรือเล่นเกมออนไลน์ ควรเลือกเครื่องที่รองรับ 4G LTE หรือ 5G เพื่อให้ได้ความเร็วที่ลื่นไหล ไม่ต้องรอโหลดจนหมดอารมณ์ความเสถียรของสัญญาณ:
ถ้าไปต่างจังหวัด หรืออยู่ในอาคารบ่อยๆ ให้มองหาตัวที่รองรับหลายย่านความถี่ และเสาอากาศดีๆ จะช่วยให้รับสัญญาณได้เสถียรกว่าในหลายพื้นที่แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน:
สำหรับสายเที่ยวทั้งวัน ทำคอนเทนต์ ถ่ายรูป อัปสตอรี่ยาวๆ ควรเน้นเครื่องที่แบตความจุสูง ใช้งานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะได้ไม่ต้องคอยหาที่ชาร์จตลอดเวลารองรับผู้ใช้งานกี่เครื่อง:
ถ้าเน้นเที่ยวเป็นแก๊ง หรือทำงานเป็นทีม ควรเลือก Pocket WiFi ที่แชร์ให้คนอื่นได้หลายเครื่องพร้อมกัน เช่น 8–10 เครื่องขึ้นไป จะได้ไม่แย่งเน็ตกันฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ใช้สะดวกขึ้น:
เช่นมีหน้าจอแสดงผลสถานะการใช้งาน
มีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์อื่น
มีแอปจัดการ ตั้งค่าต่างๆ ได้ง่าย
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนซื้อ Pocket WiFi
แม้ Pocket WiFi จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องรู้ไว้ก่อนซื้อ เพื่อไม่ให้คาดหวังเกินจริง
ค่าบริการแพ็กเกจเน็ต:
การใช้งาน Pocket WiFi ส่วนใหญ่ต้องมีแพ็กเกจรายเดือน หรือคิดตามปริมาณการใช้งาน ซึ่งบางทีอาจแพงกว่าเน็ตบ้าน โดยเฉพาะคนที่ใช้หนักๆ ทั้งวันพื้นที่สัญญาณครอบคลุมไม่เท่ากัน:
สัญญาณ 4G หรือ 5G ไม่ได้ครอบคลุมทุกที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล หรืออาคารที่มีสิ่งกีดขวางมาก ความเร็วอาจดรอปลงอย่างเห็นได้ชัดสปีดอาจไม่เท่าเน็ตบ้าน:
ถึงจะเป็น 4G/5G แต่ในบางพื้นที่หรือช่วงที่มีคนใช้เยอะ ความเร็วอาจไม่แรงเท่าเน็ตบ้านไฟเบอร์ โดยเฉพาะถ้าในบริเวณนั้นมีคนใช้เครือข่ายเดียวกันเยอะๆแบตหมดได้ถ้าใช้งานหนักเกิน:
ถ้าเอาไปไลฟ์สด เล่นเกมออนไลน์ หรือแชร์ให้หลายเครื่องตลอดเวลา แบตแน่นอนว่าจะลดไวขึ้น ควรเตรียมพาวเวอร์แบงก์ หรือเลือกเครื่องที่แบตใหญ่ตั้งแต่แรก
4G vs 5G เลือกแบบไหนเหมาะกับเรา?
หัวใจของ Pocket WiFi คือเครือข่ายที่มันรองรับ ถ้าเข้าใจเรื่อง 4G กับ 5G ก็จะเลือกได้ง่ายขึ้นว่าควรเอาแบบไหน
ความเร็ว:
4G ความเร็วสูงสุดราวๆ 100 Mbps
5G บางกรณีทำได้สูงถึงระดับ Gbps และสูงสุดได้ถึงราว 10 Gbps (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเครือข่าย)
ความหน่วง (Latency):
5G มีดีเลย์ต่ำกว่า 4G อย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่เน้นการใช้งานแบบเรียลไทม์ เช่น เกมออนไลน์ วิดีโอคอล หรือประชุมออนไลน์รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้มากกว่า:
5G ถูกออกแบบมาให้รองรับอุปกรณ์จำนวนมากในเวลาเดียวกัน โดยที่ความเร็วไม่ดรอปลงหนัก ทำให้เหมาะกับการใช้ในเมือง หรือพื้นที่คนเยอะๆความครอบคลุมของเครือข่าย:
ปัจจุบัน 4G ยังครอบคลุมมากกว่า 5G แต่แนวโน้ม 5G จะขยายเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต หากคุณเน้นความเสถียรในหลายพื้นที่ 4G ยังตอบโจทย์มากกว่าในตอนนี้ ส่วน 5G เหมาะกับคนที่อยู่ในเมืองใหญ่เป็นหลัก
เลือกแบบ USB หรือปล่อย WiFi ดีกว่ากัน?
Pocket WiFi โดยหลักๆ แบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ๆ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานต่างกันไป
แบบต่อ USB โดยตรง:
เสียบเข้าคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค แล้วใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที
ขนาดเล็กมาก พกง่ายสุดๆ
แต่ข้อเสียคือ แชร์ให้เครื่องอื่นยาก หรือทำไม่ได้เลย ต้องต่อกับเครื่องเดียว
แบบปล่อยสัญญาณ WiFi:
ทำตัวเป็นเราเตอร์พกพา กระจายสัญญาณให้หลายเครื่องใช้พร้อมกันได้
ขนาดมักจะใหญ่กว่าแบบ USB นิดหน่อย
เหมาะกับการไปเที่ยวกับเพื่อน หรือพกไว้ใช้ทั้งมือถือ แท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊คในเวลาเดียวกัน
สรุปสั้นๆ:
ถ้าใช้เครื่องเดียว เน้นเสียบโน๊ตบุ๊คทำงาน: เลือก แบบ USB ก็โอเค
ถ้าเที่ยวกับเพื่อน หรือมีหลายอุปกรณ์: เลือก แบบ WiFi จะตอบโจทย์กว่าเยอะ
ปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากสเปกด้านเทคนิคแล้ว สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ใช้งานสบายใจกว่าในระยะยาว
ราคา: เลือกให้เหมาะกับงบ แต่ไม่จำเป็นต้องถูกสุดเสมอไป ให้ดูความคุ้มค่าเทียบกับฟีเจอร์ด้วย
บริการหลังการขาย: ศูนย์บริการมีหรือเปล่า เคลมง่ายไหม มีคู่มือหรือแอปช่วยตั้งค่าหรือไม่
การรับประกัน: ตรวจสอบระยะประกัน และเงื่อนไขให้ชัดเจน เผื่อมีปัญหาจะได้ไม่ปวดหัว
1. ZTE MF935 — ประหยัด จ่ายน้อยแต่ได้ครบพื้นฐาน
ZTE MF935 เป็น Pocket WiFi สายคุ้ม เน้นราคาเข้าถึงง่าย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองใช้ Pocket WiFi เป็นครั้งแรก หรือเอาไว้ใช้งานทั่วไป เช่น เล่นโซเชียล ทำงานเอกสาร หรือเปิดเน็ตบนโน๊ตบุ๊คเวลาออกไปคาเฟ่
รองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 150 Mbps และเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 10 เครื่อง ใช้แชร์ให้เพื่อนหรือครอบครัวระหว่างเดินทางได้สบาย ในด้านแบตเตอรี่ก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง ใช้งานได้ต่อเนื่องพอสมควร แม้จะไม่ได้เร็วแรงเท่ารุ่นแพงๆ แต่ถือว่า ตอบโจทย์คนงบน้อยที่อยากมีเน็ตพกพาไว้ใช้ทุกวัน
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Micro SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2000mAh
สถานะการทำงาน: ไฟ LED แสดงสถานะ
2. Mercusys MT110 4G — เล็ก เบา ถูก ใช้งานง่าย
Mercusys MT110 คืออีกหนึ่งตัวเลือกสายประหยัด แต่จัดเต็มเรื่องความคล่องตัว ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา หยิบใส่กระเป๋าใบเล็ก หรือกระเป๋าคาดอกได้แบบไม่เกะกะ
รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ ให้สัญญาณค่อนข้างเสถียรแม้ในบางพื้นที่ที่สัญญาณไม่แรงมาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องพกไปทำงานนอกออฟฟิศ หรือพกติดตัวเวลาเดินทางไกล ที่ต้องการเน็ตเสถียรในงบจำกัด
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Micro SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2200mAh
สถานะการทำงาน: ไฟ LED แสดงสถานะ
3. Tenda MF3 — ดีไซน์เรียบแต่สเปกครบ ใช้งานได้รอบด้าน
Tenda MF3 เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้ Pocket WiFi ที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งทำงาน เดินทาง หรือใช้ในชีวิตประจำวัน จุดเด่นคือความเสถียรและการเชื่อมต่อที่รวดเร็วพอสำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ แม้ในช่วงเวลาที่มีคนใช้เยอะ
มีหน้าจอแสดงผลให้ดูข้อมูลการใช้งาน และยังมีช่องใส่ Micro SD Card เพิ่มความอเนกประสงค์ในตัว เหมาะสำหรับคนที่อยากได้อุปกรณ์ที่ทำได้มากกว่าแค่แชร์เน็ต
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Nano SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2100mAh
สถานะการทำงาน: ไฟ LED แสดงสถานะ
4. D-Link DWR-930M — ตัวเล็ก แบตอยู่ได้ทั้งวัน
D-Link DWR-930M ถูกออกแบบมาให้พกง่ายและใช้สะดวก คนที่ต้องออกนอกพื้นที่ทั้งวันน่าจะถูกใจ เพราะแบตเตอรี่ 2100mAh สามารถใช้งานได้ราวๆ 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ขึ้นกับรูปแบบการใช้งาน)
รองรับการเชื่อมต่อได้สูงสุด 8 อุปกรณ์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องพกใช้กับโน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต และมือถือ พร้อมกัน มีระบบเริ่มต้นใช้งานง่าย และ D-Link ก็ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานอยู่แล้ว จึงเหมาะสำหรับคนที่หาตัวเดียวจบ ใช้งานได้แทบทุกสถานการณ์
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Nano SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2100mAh
สถานะการทำงาน: ไฟ LED แสดงสถานะ
5. T3 Smart 4G MiFi C32 — แชร์ได้ทั้งแก๊ง แบตอึดพร้อมลุย
T3 Smart C32 เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องแชร์อินเทอร์เน็ตให้หลายคนพร้อมกัน รองรับได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ สบายๆ สำหรับทริปเที่ยวกับเพื่อน หรือทีมงานที่ต้องออกกอง ทำงานนอกสถานที่
แบตเตอรี่ขนาด 2800mAh ใช้งานได้นานสูงสุดราว 10 ชั่วโมง เหมาะกับการพกไปทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อย มีหน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลชัดเจน แต่ก็แลกมาด้วยการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จุดเด่นคือใช้งานง่าย ดูข้อมูลทุกอย่างได้จากหน้าจอเลย
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Standard SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps
แบตเตอรี่: 2800mAh
หน้าจอแสดงผล: LED / LCD แสดงสถานะชัดเจน
6. TP-Link M7000 — ตัวท็อปสายใช้งานง่าย มือใหม่ก็เซ็ตได้
TP-Link M7000 เป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับคนที่อยากได้ Pocket WiFi ที่ “เปิดปุ๊บใช้ได้เลย” ไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคเยอะก็เซ็ตเองได้ การตั้งค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไป
รองรับการเชื่อมต่อได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ และรองรับความเร็วการเชื่อมต่อสูงสุด 300 Mbps (ฝั่ง WiFi) เหมาะกับการพกไปทำงานนอกออฟฟิศ หรือไปเที่ยวที่ต้องใช้หลายอุปกรณ์พร้อมกัน แบตเตอรี่ 2150mAh ใช้งานได้ราว 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Micro SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2150mAh
หน้าจอแสดงผล: ไม่มี (ใช้ไฟสถานะและแอปช่วยจัดการ)
7. D-Link DWR-932 N300 — แบต 3000mAh อึดจุใจ สายพกพาต้องโดน
D-Link DWR-932 N300 ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่าแบบใช้งานได้จริงในทุกวัน รองรับ 4G LTE และมาตรฐาน Wireless N ช่วยให้การปล่อยสัญญาณ WiFi มีเสถียรภาพดี ใช้งานได้พร้อมกันหลายอุปกรณ์แบบไม่หน่วงมาก
จุดขายใหญ่คือ แบตเตอรี่ 3000mAh ที่ให้การใช้งานได้ยาวนาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องอยู่ข้างนอกนานๆ หรือไปทริปที่ไม่ค่อยมีปลั๊กไฟให้ชาร์จ ตัวเครื่องก็มีขนาดกะทัดรัด พกง่าย
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Micro SIM
ความเร็ว: DL 150 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 3000mAh
หน้าจอแสดงผล: ไม่มี (ใช้ไฟสถานะแทน)
8. Zyxel WAH7706 — แชร์ได้สูงสุด 32 เครื่อง ตัวจริงสายทีมใหญ่
Zyxel WAH7706 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Pocket WiFi ระดับจริงจัง ใช้งานกับทีมใหญ่ หรือครอบครัวหลายคน เพราะรองรับการเชื่อมต่อได้สูงสุดถึง 32 อุปกรณ์ ในเครื่องเดียว
ถึงตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย แต่แลกมาด้วยประสิทธิภาพสัญญาณที่เสถียร และความเร็วสูงสุดฝั่งดาวน์โหลดถึง 300 Mbps พร้อมแบตเตอรี่ 2800mAh ใช้งานได้นาน เหมาะกับงานอีเวนต์ขนาดเล็ก ทริปใหญ่ หรือคนที่ต้องแชร์เน็ตให้หลายอุปกรณ์ทั้งวัน
มีหน้าจอแสดงผล ทำให้ตรวจสอบสถานะการทำงานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นปริมาณข้อมูลที่ใช้ไปแล้ว หรือระดับสัญญาณ
Specification
เครือข่ายสัญญาณ: 4G LTE
รองรับซิม: Micro SIM
ความเร็ว: DL 300 Mbps, UL 50 Mbps
แบตเตอรี่: 2800mAh
หน้าจอแสดงผล: มีหน้าจอสำหรับดูสถานะ
FAQ: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ Pocket WiFi
1. Pocket WiFi คืออะไร?
Pocket WiFi คือ เราเตอร์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบพกพา ที่ใช้ซิมมือถือเป็นแหล่งเน็ต แล้วปล่อย WiFi ให้เครื่องอื่นเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลา
ข้อดีคือไม่ต้องใช้สายเคเบิล และไม่ต้องเอามือถือมาทำฮอตสปอตให้แบตเสื่อมเร็ว
2. แบตเตอรี่ของ Pocket WiFi อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแบตของ Pocket WiFi จะอยู่ได้ราวๆ 6–12 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับ:
ความจุแบตของแต่ละรุ่น
จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
การใช้งานหนักเบา เช่น ถ้าใช้เล่นเกมหรือสตรีมวิดีโอตลอด ก็จะหมดเร็วขึ้น
3. ใช้ Pocket WiFi ในต่างประเทศได้ไหม?
ใช้ได้ แต่ต้องเช็กก่อนว่า ตัวเครื่องรองรับย่านความถี่ ที่ประเทศนั้นใช้งานหรือไม่
ส่วนใหญ่จะรองรับเครือข่ายมาตรฐานอย่าง GSM, WCDMA และ LTE ถ้าใช้ไม่ได้ อาจต้องซื้อซิมท้องถิ่นมาใส่แทน เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
4. Pocket WiFi ใช้ซิมอะไร?
ตอนนี้ Pocket WiFi มีรุ่นที่รองรับซิมหลายขนาด ทั้ง Standard SIM, Micro SIM และ Nano SIM
ก่อนซื้อควรดูรายละเอียดให้ชัดเจนว่ารุ่นนั้นรองรับซิมแบบไหน จะได้เตรียมซิมถูก
5. ต้องเติมเงินหรือสมัครแพ็กเกจยังไง?
การเติมเงินหรือสมัครแพ็กเกจของ Pocket WiFi จะเหมือนกับการใช้ซิมมือถือทั่วไปเลย
เติมได้ผ่านแอปของค่ายมือถือ หรือช่องทางอื่นที่ผู้ให้บริการกำหนด ไม่ว่าจะเป็น TRUE, AIS, NT หรือค่ายอื่น เพียงแค่ใส่ซิมนั้นลงใน Pocket WiFi และเปิดใช้งาน
6. Pocket WiFi คุ้มค่าจริงไหม?
ความคุ้มค่าอยู่ที่รูปแบบการใช้งานของคุณเอง ถ้าคุณ:
ต้องการเน็ตที่พกไปได้ทุกที่
ใช้อุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกัน
หรือไปเที่ยว/ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ
Pocket WiFi ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้ม เหมาะทั้งสายเที่ยว สายทำงาน และคนที่ไม่อยากเปลืองแบตมือถือกับการเปิดฮอตสปอตทั้งวัน
สรุป: อยากเที่ยวลื่น เน็ตไม่หลุด เลือกให้ตรงสไตล์คุณ
Pocket WiFi กลายเป็น ไอเท็มจำเป็นของคนยุคนี้ โดยเฉพาะสายเที่ยว สายทำงานอิสระ และคนที่ต้องออนไลน์ตลอดเวลา การเลือกเครื่องให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณพกเน็ตไปได้ทุกที่แบบไม่หัวเสียกับปัญหาเน็ตหลุด แบตหมด หรือแชร์ไม่พอ
ทั้ง 8 รุ่นที่เล่าไป มีบุคลิกต่างกันไปทั้งด้านราคา แบต ความเร็ว และจำนวนอุปกรณ์ที่รองรับ ก่อนซื้อ ลองเช็กให้ชัดว่า:
คุณใช้งานหนักแค่ไหน
ไปไหนบ่อยที่สุด เมืองหรือต่างจังหวัด
ใช้คนเดียวหรือใช้ทั้งทีม
ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัด การเลือกรุ่นที่เหมาะกับคุณจะง่ายขึ้นมาก และที่สำคัญ อย่าลืมดูเรื่องเครือข่าย แพ็กเกจ และการรับประกันควบคู่กันไป เพื่อให้ได้ Pocket WiFi ที่คุ้มและพร้อมลุยไปกับคุณทุกทริปจริงๆ

