รับแอปรับแอป

10 เซรั่มลดริ้วรอย ยกหน้ากระชับ ผิวเด็กในขวดเดียวที่สายสกินแคร์ต้องลอง

นพดล แก้วคำ01-29

ผิวเริ่มหย่อน ริ้วรอยเริ่มมา ถึงเวลายกผิวให้เด้งกลับแล้ว

พออายุเพิ่ม คอลลาเจนในผิวเริ่มลด สิ่งที่ตามมาคือผิวหมอง แห้ง หย่อนคล้อย แถมริ้วรอยยังโผล่มาเตือนใจทุกครั้งที่ส่องกระจก

ไม่ใช่แค่คนวัย 30+ เท่านั้นที่ต้องเจอกับปัญหานี้นะ แต่เดี๋ยวนี้คนวัยทำงาน วัยเรียนที่ต้องสู้กับแดด ฝุ่น ควัน และมลภาวะทุกวัน ก็มีโอกาสเจอริ้วรอยก่อนวัยได้เหมือนกัน

ใครรู้สึกว่าผิวเริ่มล้า แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูไม่เฟิร์มเหมือนก่อน ถึงเวลาหาตัวช่วยดี ๆ อย่าง เซรั่มลดริ้วรอยและยกกระชับผิว มาฟื้นผิวแบบจริงจังแล้ว

วันนี้รวบรวมเซรั่มสายลดริ้วรอย กระชับผิว ตัวดังจากหลายแบรนด์มาให้เลือกกัน จัดเต็มทั้งเรื่องส่วนผสม ผลลัพธ์ และผิวแบบไหนเหมาะกับอะไร เลือกได้ตรงจุดไม่ต้องเดา

วิธีทาเซรั่มให้เห็นผลเร็ว ไม่เปลืองของ

ก่อนจะช้อปเซรั่มแพงแค่ไหน สิ่งสำคัญคือ ต้องทาให้ถูกวิธี เพราะช่วยให้ส่วนผสมทำงานได้เต็มที่ และยังช่วยยืดอายุผิวไปอีกขั้น

  • ใช้เซรั่มเพียง 2 - 3 หยดพอ
    หยดเซรั่มลงบนฝ่ามือประมาณ 2 - 3 หยด จากนั้นวอร์มด้วยฝ่ามือทั้งสองข้างเบา ๆ ราว 2 - 3 วินาที ให้เนื้อเซรั่มมีอุณหภูมิใกล้เคียงผิว จะช่วยให้ซึมได้ดีขึ้น

  • ทาย้อนขึ้น ยกหน้าให้เฟิร์ม
    เกลี่ยเซรั่มให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เริ่มจากกึ่งกลางหน้าไล่ไปที่กรอบหน้า ใช้วิธียกย้อนขึ้นเสมอ เพื่อช่วยซัพพอร์ตการยกกระชับ ไม่กดผิวให้หย่อนกว่าเดิม

  • ทาไปในทิศทางเดียว ห้ามถูวนแรง ๆ
    เลี่ยงการใช้มือหรือนิ้วถูวนไปมา เพราะยิ่งถูแรง ยิ่งเสียดสีผิว เสี่ยงระคายเคือง แถมอาจสร้างริ้วรอยเพิ่มโดยไม่รู้ตัว ให้เน้นกดและลูบเบา ๆ ทางเดียว

  • รอให้เซรั่มซึมก่อนลงสกินแคร์ขั้นต่อไป
    เว้นเวลาให้เซรั่มซึมเข้าผิวสักพัก ก่อนจะลงครีมหรือกันแดด ช่วยลดความเหนอะหนะ และลดโอกาสการอุดตัน ทำให้ผิวรับทุกเลเยอร์ได้เต็มประสิทธิภาพ

1. SRICHAND Timeless Anti-Aging Facial Serum

เซรั่มลดเลือนริ้วรอยที่ออกแบบมาเพื่อคนเริ่มกังวลเรื่องริ้วรอยและความหย่อนคล้อยโดยเฉพาะ จุดเด่นคือใช้ Bakuchiol ส่วนผสมที่ได้ชื่อว่าเป็นเรตินอลจากธรรมชาติแต่สุภาพกับผิวกว่า ช่วยจัดการริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นได้ตรงจุด พร้อมฟื้นผิวให้ดูอิ่มฟูและกระชับขึ้นภายในไม่กี่วัน

ยังมี Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และ Niacinamide ที่ช่วยเคลียร์ผิวหมองให้ดูสว่าง สีผิวสม่ำเสมอขึ้น สูตรนี้ไม่มีพาราเบน มิเนอรัลออยล์ สี และน้ำหอม จึงใช้ได้กับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวค่อนข้างระคายเคืองง่าย

  • เนื้อสัมผัส : เซรั่มเข้มข้นแต่บางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งความมันหรือความเหนอะบนผิว

  • เหมาะกับใคร : คนที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ต้องการฟื้นฟูให้ดูฟูและแน่นขึ้น

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 399 บาท (ประมาณ 13.3 บาทต่อ ml.)

2. L’Oréal Paris Revitalift Hyaluronic Acid Replumping Serum

สายผิวแห้ง ขาดน้ำ ผิวโทรมหนักต้องเลิฟเซรั่มตัวนี้ เพราะมาพร้อม ไฮยาลูรอนิค แอซิดความเข้มข้นสูง ทั้งโมเลกุลใหญ่และเล็ก ช่วยดึงและกักเก็บน้ำในผิว ทำให้ผิวดูอิ่ม เด้ง และสุขภาพดีขึ้น

สูตรนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และซิลิโคน จึงเหมาะกับคนผิวบอบบาง มีแนวโน้มระคายเคืองง่าย ใช้เป็นเซรั่มหลักสำหรับเติมความชุ่มชื้นและฟื้นผิวแห้งกร้านได้ดีมาก

  • เนื้อสัมผัส : เจลใส บางเบา ซึมไว ไม่หนักผิว

  • เหมาะกับใคร : ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือคนที่อยากให้ผิวอิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 799 บาท (ประมาณ 26.63 บาทต่อ ml.)

3. Rojukiss Firm Poreless Red Serum

ใครอยากได้ทั้งความเฟิร์มและรูขุมขนกระชับ ตัวนี้ตอบโจทย์มากเพราะมี BAKUCHIOL-B เข้มข้น 5% ให้ประสิทธิภาพคล้ายเรตินอลแต่สุภาพกว่า ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว ทำให้ริ้วรอยค่อย ๆ ดูตื้นขึ้น ผิวนุ่มเด้งเหมือนนอนครบ 8 ชั่วโมง

ผสาน Niacinamide เข้มข้น ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แถมยังช่วยจัดการรูขุมขนให้ดูละเอียดขึ้นในหนึ่งขั้นตอน

  • เนื้อสัมผัส : เซรั่มสีแดงเข้มข้น แต่ซึมลึก ไม่มัน ไม่เหนอะ

  • เหมาะกับใคร : คนที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และรูขุมขนกว้าง

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 990 บาท (ประมาณ 33 บาทต่อ ml.)

4. The Ordinary Argireline Solution 10%

แม้จะเป็นขวดเล็กแต่ส่วนผสมแน่นมาก ตัวนี้ผสาน Alpha Arbutin 2% ที่ช่วยเคลียร์สีผิวไม่สม่ำเสมอ และลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าให้ดูจางลง ร่วมกับกรดไฮยาลูรอนิคที่คอยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ

จุดเด่นคือมี Argireline 10% ที่ขึ้นชื่อเรื่องช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกให้ดูตื้นลง ใช้ได้ทั้งใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาที่ค่อนข้างบอบบางด้วย

  • เนื้อสัมผัส : เบสเป็นน้ำ เนื้อบางเบา ซึมเร็ว สบายผิวมาก

  • เหมาะกับใคร : คนที่กังวลเรื่องริ้วรอย ร่องลึก และมีจุดด่างดำร่วมด้วย

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 540 บาท (ประมาณ 18 บาทต่อ ml.)

5. CeraVe Resurfacing Retinol Serum

ใครอยากเริ่มใช้เรตินอลแต่กลัวหน้าแหก ตัวนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเป็นเซรั่ม เรตินอลสายอ่อนโยน เน้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างนุ่มนวล ด้วย Encapsulated Retinol ที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารออกมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยจัดการรอยดำ รอยแดงจากสิว จุดด่างดำ และริ้วรอยได้ในเวลาเดียวกัน

มี Licorice Root Extract ช่วยปรับผิวให้สว่าง เรียบเนียนขึ้น เสริมด้วย Niacinamide ที่ช่วยปลอบประโลมผิว และเซราไมด์ 3 ชนิดที่ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง

  • เนื้อสัมผัส : ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ปราศจากน้ำหอม

  • เหมาะกับใคร : คนที่มีรอยสิว จุดด่างดำ และผิวไม่เรียบเนียน แต่อยากเริ่มใช้เรตินอลอย่างเบามือ

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 799 บาท (ประมาณ 26.63 บาทต่อ ml.)

6. Dr.PONG Timeless Bakuchiol Anti-Aging Serum

ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนเป็นสิวและผิวบอบบางที่อยากลดริ้วรอยไปพร้อมกัน เพราะใช้ Bakuchiol 1% ที่ทำงานคล้ายเรตินอลแต่โอกาสระคายเคืองน้อยกว่า ผสมกับ Soybean Seed Extract ช่วยเสริมการบำรุงให้ผิวตึงกระชับ เติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวดูสุขภาพดี

จุดน่าสนใจคือเหมาะทั้งคนที่เริ่มมีริ้วรอย และคนที่ยังไม่เห็นริ้วรอยชัดเจน แต่อยาก เริ่มดูแลผิวแบบกันไว้ก่อน เพราะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ชะลอความเหี่ยวย่น และลดผลกระทบจากรังสี UV ที่ทำให้ผิวแก่เร็ว

  • เนื้อสัมผัส : เนื้อเซรั่มเข้มข้นแต่บางเบา ไม่เหนอะ

  • เหมาะกับใคร : คนเป็นสิว ผิวบอบบาง แพ้ง่าย และอยากป้องกันริ้วรอยตั้งแต่เนิ่น ๆ

  • ปริมาณ : 15 ml.

  • ราคา : 990 บาท (ประมาณ 66 บาทต่อ ml.)

7. Olay Regenerist Micro-sculpting Serum

ผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ โดยเฉพาะรอบดวงตา แนวกราม และลำคอ ต้องลองตัวนี้ เพราะเป็นเซรั่มที่ช่วย เติมความชุ่มชื้นลึก และฟื้นผิวที่เริ่มหย่อนให้ค่อย ๆ กลับมาตึงขึ้น ด้วย Amino-Peptide Complex เข้มข้น ที่ช่วยซัพพอร์ตการฟื้นฟูผิวในระดับลึก

มี Niacinamide ช่วยเพิ่มเซราไมด์ในผิวชั้นนอก ทำให้เกราะปกป้องผิวแข็งแรงขึ้น ผิวดูสุขภาพดีและทนต่อมลภาวะได้มากขึ้น

  • เนื้อสัมผัส : เซรั่มสีขาวเข้มข้น ทาแล้วผิวรู้สึกฉ่ำ ชุ่มชื้น

  • เหมาะกับใคร : คนที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และรู้สึกว่าผิวเริ่มไม่กระชับเหมือนเดิม

  • ปริมาณ : 50 ml.

  • ราคา : 1,199 บาท (ประมาณ 23.98 บาทต่อ ml.)

8. Plantnery Retinol Plus Bakuchiol Ultimate Serum

ถ้าผิวกำลังเจอหลายปัญหาพร้อมกัน ทั้งริ้วรอย ผิวหมอง ฝ้า กระ และจุดด่างดำ เซรั่มตัวนี้คือ ตัวช่วยแบบครบจบในขวดเดียว เพราะเป็นอนุพันธ์วิตามินเอจากธรรมชาติ ที่มี Bakuchiol Complex 1.9% เป็นตัวหลักในการจัดการความหมองคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ช่วยฟื้นผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส พร้อมลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำอย่างต่อเนื่อง สูตรนี้ไม่มีสี พาราเบน และแอลกอฮอล์ จึงค่อนข้างสุภาพต่อผิวที่ระคายเคืองง่าย

  • เนื้อสัมผัส : เนื้อแบบ Oil in Serum บางเบา ซึมไว ไม่หนักผิว

  • เหมาะกับใคร : คนผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 490 บาท (ประมาณ 16.33 บาทต่อ ml.)

9. COSRX The 6 Peptide Skin Booster Serum

ตัวนี้คือเซรั่มบูสเตอร์ที่เหมาะจะใช้เป็น สเต็ปแรกของการบำรุงผิว ก่อนลงเซรั่มหรือครีมตัวอื่น เพราะอัดแน่นด้วย มัลติเปปไทด์ 6 ชนิด ที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และช่วยให้ผิวดูแน่นฟูขึ้น

นอกจากนี้ยังช่วยลดความมันส่วนเกิน กระชับรูขุมขน และปรับผิวหมองให้กระจ่างใสขึ้น ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ง่าย

  • เนื้อสัมผัส : เนื้อคล้ายน้ำ บางเบา ซึมเร็ว ใช้คู่กับสกินแคร์ตัวอื่นได้ดี

  • เหมาะกับใคร : คนที่กังวลริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และต้องการความกระชับอย่างต่อเนื่อง

  • ปริมาณ : 150 ml.

  • ราคา : 850 บาท (ประมาณ 5.66 บาทต่อ ml.)

10. Y.O.U Reeffect Boost Advanced Retinol Serum

เซรั่มเรตินอลสายเข้มข้นจาก Y.O.U ขวดนี้จัดเต็ม Retinoid Complex 2% ช่วยฟื้นบำรุงผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาดูกระชับ เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างจริงจัง

ผสาน เปปไทด์ 10 ชนิด ที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินมากขึ้น ผิวจึงดูแน่น เด้ง อ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมคอลลาเจน 3 ชนิดที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน เหมาะกับคนที่เป็นสิวด้วย

  • เนื้อสัมผัส : เซรั่มน้ำ บางเบาสุด ไม่หนักหน้า

  • เหมาะกับใคร : คนที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และผิวเป็นสิวง่าย

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 499 บาท (ประมาณ 16.63 บาทต่อ ml.)

11. GRAVICH Retinol Complex Concentrate Serum

ใครกลัวเรตินอลแต่ก็อยากให้ผิวตึงใส ตัวนี้คืออีกหนึ่งทางเลือก เพราะเป็นเซรั่มวิตามินเอที่ออกแบบมาสำหรับคนมีปัญหาริ้วรอยและผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ใช้ อนุพันธ์ Retinol 3 รูปแบบ ที่จะเปลี่ยนเป็นกรดวิตามินเอใต้ผิวเมื่อเจอเอนไซม์ จึงค่อย ๆ ทำงานแบบไม่โหดกับผิวจนเกินไป

มีเทคโนโลยีการห่อหุ้มสารสำคัญแบบสองชั้น ช่วยคุมการปลดปล่อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ พร้อมลดโอกาสระคายเคืองและผลข้างเคียงจากการใช้เรตินอลในระยะยาว

  • เนื้อสัมผัส : เซรั่มบางเบา ซึมไว เกลี่ยง่าย ไม่อุดตันรูขุมขน

  • เหมาะกับใคร : คนที่มีริ้วรอย ผิวบอบบาง แพ้ง่าย แต่อยากใช้สายเรตินอลแบบปลอดภัยขึ้น

  • ปริมาณ : 30 ml.

  • ราคา : 590 บาท (ประมาณ 19.66 บาทต่อ ml.)

สรุป: อย่ารอให้ริ้วรอยชัดแล้วค่อยเริ่มดูแล

ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ยิ่งเราอยู่กับแสงแดด หน้าจอ และมลภาวะทุกวัน ผิวก็ยิ่งถูกเร่งเวลาให้แก่เร็วขึ้น

การเริ่มใช้เซรั่มลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับตั้งแต่ตอนที่ผิวยังดูดีอยู่ คือ การลงทุนกับผิวในอนาคต ที่คุ้มที่สุด

เลือกสูตรที่ตรงกับสภาพผิวและปัญหาของตัวเอง จากนั้นใช้ให้สม่ำเสมอ ร่วมกับกันแดดและการพักผ่อนให้พอ แค่นี้ก็ช่วยให้ผิวดูเด็ก เนียนใส และกระชับได้นานขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ตลอดเวลาแล้ว

อย่าปล่อยให้ริ้วรอยมาก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ เริ่มวันนี้ ผิวในอนาคตจะขอบคุณเราแน่นอน