รับแอปรับแอป

9 กันแดด Hybrid SPF50+ หน้าใสไม่ตัน ท้าแดดเมืองไทยปี 2025

ปฏิภาณ รุ่งเรือง01-29

เปิดซีซันแดดแรง: กันแดดไม่ดี ผิวพังไม่รู้ตัว

อากาศไทยทั้งร้อน ทั้งชื้น เหงื่อออกทั้งวัน ถ้ากันแดดที่ใช้ เหนียว อุดตัน เป็นสิวง่าย ชีวิตคือพังตั้งแต่ขั้นตอนสกินแคร์แล้ว

นี่เลยเป็นเหตุผลที่หลายคนเริ่มหันมาใช้ ครีมกันแดด Hybrid SPF50+ สูตรไม่อุดตัน (non-comedogenic) เพราะได้ทั้งการปกป้องแบบจัดเต็ม และไม่ต้องแลกมาด้วยสิวอุดตันกวนใจ

บทความนี้รวม 9 กันแดด Hybrid SPF50+ ที่เหมาะกับอากาศไทย เนื้อเบา ไม่คราบ ไม่หนักหน้า ใช้ได้แม้ผิวมันและผิวแพ้ง่าย ตามมาดูกันว่า ตัวไหนจะกลายเป็นกันแดดคู่ใจของคุณในปี 2025

ทำไม “Hybrid Sunscreen” ถึงตอบโจทย์อากาศไทย

  • กันแดดครบวงจร: รวมทั้งฟิลเตอร์เคมีและฟิสิกส์ ช่วยรับมือรังสี UVA/UVB ได้กว้างและเสถียรขึ้น

  • เนื้อสัมผัสสบายผิว: ส่วนใหญ่จะบางเบา ซึมไว ไม่ทิ้งคราบขาว ไม่เหนียวหนึบ เหมาะสุดกับอากาศร้อนชื้น

  • เสี่ยงอุดตันน้อยลง: สูตร non-comedogenic ใส่ใจคนผิวมัน ผิวเป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ ลดโอกาสสิวอุดตันจากกันแดด

ถ้าคุณเบื่อกับกันแดดที่ทำให้หน้าเยิ้มหรือสิวเห่อ Hybrid Sunscreen คือทางเลือกที่ควรลองอย่างจริงจัง

9 กันแดด Hybrid SPF50+ น่าใช้สำหรับอากาศไทย

1. Skinsista Ultra Block Hybrid Sunscreen SPF50+ PA++++

Skinsista Ultra Block Active เป็นกันแดดสายลุยที่ผสมฟิลเตอร์เคมีและฟิสิกส์ เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB แบบจัดหนัก แถมยังกันน้ำกันเหงื่อ เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง หรือต้องเจอแดดเมืองไทยทั้งวัน

เนื้อสัมผัสเป็นแบบซิลกี้มูส บางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว ผิวมันและผิวผสมจะชอบเป็นพิเศษ เพราะช่วยคุมมันและไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า สูตรยังออกแบบให้ non-comedogenic ลดโอกาสเกิดสิวอุดตัน พร้อมฟีลลิ่งเย็นผิวหลังทา

  • ขนาด: 30 ml

  • ราคา: ประมาณ 450 บาท

  • จุดเด่น: เนื้อซิลกี้มูส บางเบา ซึมไว ไม่คราบ คุมมันดี เหมาะกับผิวมัน–ผิวแพ้ง่าย พร้อม 5x Skin Protection ปกป้อง UVA/UVB, Blue Light, IR และมลภาวะ PM2.5

2. EVE’S Hybrid Protector Sun Gel SPF50+ PA++++

ใครเป็นสาย กันแดดเนื้อเจลใส เบา สบาย ไม่หนักหน้า ต้องลอง EVE’S Hybrid Protector ตัวนี้ให้สัมผัสเย็นผิวทันทีที่เกลี่ยลงหน้า ใช้เทคโนโลยี Skin-mimicking Film เคลือบผิวบาง ๆ เพื่อปกป้องทั้งรังสี UV และมลภาวะ

ในขณะเดียวกันยังใส่สารบำรุงเพื่อช่วยลดจุดด่างดำ เติมความชุ่มชื้นให้ผิวโดยไม่เหนียวเหนอะ จึงเหมาะมากกับคนที่มีปัญหาสิว ผิวระคายเคืองง่าย หรืออยากลดรอยแดงจากแสงแดดไปพร้อมกัน

  • ขนาด: 30 g

  • ราคา: ประมาณ 790 บาท

  • จุดเด่น: เนื้อเจลใส ให้ความเย็นสบายผิว ฟิล์มเคลือบผิวช่วยปกป้อง UVA/UVB ผสาน Ultra-fine Silver เพื่อลดเชื้อแบคทีเรีย ช่วยเรื่องสิว เหมาะกับผิวเป็นสิวง่ายและผิวแพ้ง่าย

3. Vera Organic Melawhite Hybrid Sunscreen SPF50+ PA+++

ถ้าอยากได้กันแดดที่เป็นสายบำรุงไปในตัว Vera Organic Melawhite คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติแนวออร์แกนิค ผสานสารสกัดเมลาวีท ช่วยดูแลเรื่อง ฝ้า กระ และจุดด่างดำ พร้อมปกป้องแดดแบบไฮบริด

เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นแบบน้ำนม บางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ ผ่านการทดสอบว่าไม่อุดตันรูขุมขน จึงเหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย ผิวธรรมดา หรือผิวแห้งที่อยากได้ทั้งกันแดดและความชุ่มชื้นในขั้นตอนเดียว

  • ขนาด: 30 ml

  • ราคา: ประมาณ 890 บาท

  • จุดเด่น: สูตรแนวออร์แกนิค ช่วยทั้งเรื่องสิวและฝ้า บำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสด้วย Sun nano & Rutin เนื้อซึมไว ไม่เหนียว ไม่อุดตัน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ผิวธรรมดา–ผิวแห้ง

4. Paula’s Choice Extra Care Non-Greasy Sunscreen SPF 50

สำหรับสายผิวมันที่ไม่อยากให้หน้ามันวาวระหว่างวัน Paula’s Choice Extra Care คือกันแดดสาย แมตต์บางเบา ที่ผสานฟิลเตอร์เคมี–ฟิสิกส์เข้าด้วยกัน พร้อมใส่วิตามิน A, C, E เพื่อช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการระคายเคืองผิว

สูตรนี้ออกแบบมาให้ไม่อุดตันและไม่ทิ้งความเหนียว เหมาะกับทั้งผิวมันและผิวเป็นสิวง่ายที่ต้องการฟินิชแบบแมตต์แต่ไม่แห้งตึง

  • ขนาด: 60 ml

  • ราคา: ประมาณ 1,100 บาท

  • จุดเด่น: เนื้อสัมผัสแมตต์ บางเบา ไม่เยิ้ม ผสานฟิลเตอร์เคมี–ฟิสิกส์ และบำรุงด้วยวิตามิน A, C, E ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ไม่อุดตัน เหมาะกับผิวมัน–ผิวเป็นสิวง่าย

5. La Roche-Posay UVMUNE Anthelios 400 Invisible Fluid SPF50+

ใครชอบกันแดดเนื้อฟลูอิด บางเบาเหมือนไม่ได้ทา ตัวนี้จาก La Roche-Posay คือหนึ่งในตัวท็อปที่ถูกพูดถึงบ่อยมาก UVMUNE Anthelios 400 มาในเนื้อฟลูอิด เกลี่ยง่ายเหมือนน้ำ ให้ฟีลลิ่งเบา ไม่เหนียว ไม่มันวาว

ยังช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV และมลภาวะได้ดี แถมกันน้ำกันเหงื่อ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ไม่ทนกับกันแดดเนื้อหนา ๆ เหมือนเคลือบหน้า

  • ขนาด: 50 ml

  • ราคา: ประมาณ 1,200 บาท

  • จุดเด่น: เนื้อฟลูอิดเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนียว ไม่มันวาว กันน้ำ–กันเหงื่อได้ดี เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและใช้ได้กับทุกสภาพผิว

6. Ultra Violette Future Screen SPF 50

Ultra Violette Future Screen เป็นกันแดดที่ได้เสียงชมจากหลายบรรณาธิการความงาม ด้วยสูตร non-comedogenic เนื้อเกลี่ยง่าย แห้งเป็นแมตต์แบบไม่ดราม่า ไม่คราบ ไม่ด่าง

เหมาะกับผิวมันและผิวผสมที่อยากได้ลุคผิวแมตต์ ดูนัว แต่ด้านในยังชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่ายเพราะผ่านการทดสอบด้านความอ่อนโยนมาแล้ว

  • ขนาด: 50 ml

  • ราคา: ประมาณ 1,350 บาท

  • จุดเด่น: สูตรไม่อุดตัน แห้งแมตต์ เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบขาว ให้ฟินิชแมตต์แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งเกินไป เหมาะกับผิวมัน–ผิวผสม

7. EltaMD UV Stick Broad-Spectrum SPF 50+

ใครชอบ กันแดดแบบแท่ง ทาซ้ำง่าย ไม่เลอะมือ ต้องมองมาที่ EltaMD UV Stick ตัวนี้ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งบนใบหน้าและร่างกาย เหมาะมากสำหรับพกติดกระเป๋าเพื่อทาซ้ำระหว่างวัน

ส่วนผสมเด่นคือ Zinc Oxide 100% Mineral ผสานวิตามิน E ช่วยทั้งปกป้องและบำรุงในเวลาเดียวกัน สูตร non-comedogenic ไม่ระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิว

  • ขนาด: 20 g

  • ราคา: ประมาณ 1,200 บาท

  • จุดเด่น: แท่งใช้ง่าย พกสะดวก เป็น 100% Mineral (Zinc Oxide) สูตรไม่อุดตัน ผสมวิตามิน E ช่วยบำรุง เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ต้องทาซ้ำบ่อย

8. Beauty of Joseon Relief Sun: Rice + Probiotics SPF50+ PA++++

สายสกินแคร์เกาหลีคงคุ้นชื่อ Beauty of Joseon Relief Sun กันดี รุ่นนี้ใช้ส่วนผสมอย่าง สารสกัดข้าวและโพรไบโอติกส์ มาช่วยดูแลสมดุลผิว ควบคุมความมัน และลดการอักเสบของสิว

เนื้อกันแดดเป็นแบบน้ำนม ซึมไว ไม่ทิ้งคราบขาว ให้ฟินิชผิวโกลว์สุขภาพดี เหมาะกับผิวมันและผิวเป็นสิวง่ายที่อยากได้ทั้งกันแดดและการบำรุงไปพร้อมกัน

  • ขนาด: 50 ml

  • ราคา: ประมาณ 600 บาท

  • จุดเด่น: ผสาน 30% Rice Extract และ Grain Probiotics บำรุงผิวล้ำลึก ช่วยควบคุมความมัน แต่ไม่เหนอะหนะ ให้ผิวโกลว์ดูสุขภาพดี ไร้คราบขาว เหมาะกับผิวมัน–ผิวแพ้ง่าย

9. Coé Sunscreen Essence Broad Spectrum SPF50/PA+++

ถ้าอยากได้กันแดดที่ บางเบา ราคาเป็นมิตร และเหมาะกับการทาซ้ำระหว่างวัน ต้องลอง Coé Sunscreen Essence ตัวนี้เป็นเนื้อเอสเซนส์เบา ๆ เหมาะกับการใช้ก่อนแต่งหน้าหรือพกไว้เติมระหว่างวัน โดยยังคงคอนเซ็ปต์ non-comedogenic ไม่อุดตันรูขุมขน

  • ขนาด: 20 ml

  • ราคา: 99–169 บาท (มักมีโปร 1 แถม 1 บนแพลตฟอร์มออนไลน์)

  • จุดเด่น:

    • Essence Texture — เนื้อเอสเซนส์สีส้มอ่อน เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียว

    • Cooling Effect — ให้ความรู้สึกเย็นสบายทันทีที่ทา

    • Broad-Spectrum Protection — ปกป้องรังสี UVA/UVB ด้วย SPF50/PA+++

    • Oil Control — ช่วยคุมมัน หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน

    • Non-Comedogenic — ไม่อุดตันรูขุมขน ลดโอกาสสิวขึ้นจากกันแดด

เลือกกันแดด Hybrid ยังไงให้ตรงสภาพผิว

การเลือกกันแดดไม่ได้มีแค่ดูแค่ SPF สูง ๆ แล้วจบ ยิ่งผิวมันและอากาศร้อนแบบไทย ยิ่งต้องละเอียดหน่อย

1. เช็กคำว่า Non-comedogenic

มองหาบนฉลากว่า “non-comedogenic” หรือ “ไม่อุดตัน” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเกิดสิวอุดตัน โดยเฉพาะคนผิวมันและผิวเป็นสิวง่าย

2. เนื้อสัมผัสต้องตรงกับสภาพผิว

  • ผิวมัน / ผิวผสม:
    เลือกเนื้อฟลูอิด เจล หรือเนื้อแมตต์ที่ซึมไว เพื่อไม่ให้หน้ามันเพิ่มระหว่างวัน

  • ผิวแห้ง / ผิวธรรมดา:
    เลือกเนื้อน้ำนม หรือโลชั่นที่มีความชุ่มชื้น จะช่วยให้ผิวดูฟู ไม่เป็นคราบเวลาแต่งหน้า

3. มองหาคุณสมบัติเสริม

กันแดดยุคนี้ไม่ได้มีดีแค่กัน UV แต่ต้องช่วยดูแลผิวในระยะยาวด้วย

  • กันน้ำ–กันเหงื่อ (Water-resistant):
    จำเป็นมากถ้าคุณออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือทำงานที่ต้องเจอแดดจัดทั้งวัน

  • มีสารบำรุงผิว:
    ส่วนผสมกลุ่ม Antioxidants, Hyaluronic Acid หรือสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ จะช่วยเสริมเกราะผิวจากมลภาวะและลดความหมองคล้ำ

4. ดูค่า PA ให้เหมาะ

นอกจากค่า SPF แล้ว ค่า PA ก็สำคัญมาก โดยเฉพาะรังสี UVA ที่ทำให้ผิวแก่และหมองเร็ว แนะนำให้เลือกอย่างน้อย PA+++ ขึ้นไป เพื่อปกป้องได้เต็มที่

ใช้กันแดดให้คุ้มค่า ต้องทาให้ “ถูกวิธี” ด้วย

ต่อให้กันแดดดีแค่ไหน ถ้าใช้ผิดวิธี ประสิทธิภาพก็ลดลงทันที ลองเช็กตัวเองตามนี้

  1. ทาล่วงหน้า 15–20 นาที ก่อนออกกลางแจ้ง เพื่อให้ฟิล์มกันแดดเซตตัวบนผิว

  2. ใช้ปริมาณให้พอ ใบหน้าควรใช้ประมาณ 1 ช้อนชา (ราว 1 กรัม) ต่อครั้ง จะช่วยให้ได้ค่า SPF ตามที่ระบุบนฉลาก

  3. ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเฉพาะหลังว่ายน้ำ เล่นกีฬา หรือซับหน้า

  4. เลี่ยงแดดจัดช่วง 10.00–16.00 น. หากเลี่ยงไม่ได้ควรใช้หมวก แว่นกันแดด และร่มช่วยด้วย

FAQs: คำถามที่คนใช้กันแดด Hybrid ชอบสงสัย

  • Q: ครีมกันแดด Hybrid ต่างจาก Physical / Mineral ยังไง?
    A: กันแดด Hybrid คือการ ผสมฟิลเตอร์เคมีและฟิสิกส์เข้าด้วยกัน ทำให้ได้การปกป้องรังสี UVA/UVB ครอบคลุมและเนื้อสัมผัสมักจะบางเบากว่า Mineral ล้วน ที่มักจะทิ้งคราบขาวและหนากว่า

  • Q: ผิวแพ้ง่ายควรเริ่มจากตัวไหน?
    A: ตัวที่น่าสนใจคือ Vera Organic Melawhite Hybrid SPF50+ และ Paula’s Choice Extra Care Non-Greasy SPF50 เพราะสูตรเน้นความอ่อนโยน และไม่มีน้ำหอม เหมาะสำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่าย

  • Q: ไม่ออกแดดแรงทุกวัน ยังต้องทากันแดดไหม?
    A: ต้องทาทุกวัน เพราะรังสี UV และ Blue Light จากหน้าจอก็ทำร้ายผิวได้เหมือนกัน ต่อให้วันนั้นไม่มีแดดจ้า ก็ไม่ควรข้ามกันแดด

สรุป: กันแดดดี = ผิวรอดในระยะยาว

การเลือก ครีมกันแดด Hybrid SPF50+ ที่ไม่อุดตัน และเหมาะกับอากาศไทย คือการลงทุนกับผิวที่คุ้มสุดในระยะยาว เพราะช่วยให้คุณใช้ชีวิตกลางแดดได้แบบไม่ต้องกลัวสิวเห่อหรือหน้าเหนียวเป็นแผ่น

ลองเลือกจาก 9 ตัวที่แนะนำด้านบน โดยดูจากสภาพผิว ไลฟ์สไตล์ และเนื้อสัมผัสที่คุณชอบ แล้วลองใช้ต่อเนื่องสักพัก คุณจะรู้เลยว่า กันแดดที่ใช่ ทำให้ความรู้สึกกับการทา SPF ทุกเช้าเปลี่ยนไปแบบคนละเรื่อง