รับแอปรับแอป

ผิวใสอิ่มน้ำไม่ง้อสปา! เปิดลิสต์ Toner Pad เด็ดปี 2025 เคลียร์สิว–รูขุมขนเล็ก–ชุ่มชื้นแน่น

พงศกร นาคทอง01-29

Toner Pad คืออะไร และเหมาะกับใคร?

ใครอยากดูแลผิวแบบครบ ๆ ตั้งแต่ทำความสะอาดไปจนถึงบำรุงในขั้นเดียว toner pad คือไอเท็มที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลย เพราะทั้งเช็ด ทั้งมาสก์ ทั้งเติมน้ำให้ผิวได้ในกระปุกเดียว

จริง ๆ แล้วการใช้โทนเนอร์ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ถ้าเป็นสายสิว ผิวขาดน้ำ ผิวหมอง หรือรู้สึกว่ารูขุมขนเริ่มกวนใจ การมี toner pad ดี ๆ ไว้ใช้เป็นประจำสามารถช่วยให้ผิวดูดีขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยค่ะ

โทนเนอร์จำเป็นแค่ไหนกับสกินแคร์รูทีน?

ใครที่มีสภาพผิวแข็งแรงดีอยู่แล้ว และดูแลผิวด้วย โฟมล้างหน้า + มอยซ์เจอไรเซอร์ + กันแดด อย่างสม่ำเสมอ ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำเป็นต้องมีโทนเนอร์เสมอไป

แต่ถ้าคุณมีปัญหาผิวเหล่านี้

  • เป็นสิวง่าย

  • ผิวแห้งตึง ขาดน้ำ

  • ผิวหมองคล้ำ มีรอยดำ

โทนเนอร์หรือ toner pad ที่มี สารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) ก็จะช่วยให้รูทีนของคุณอัปเกรดขึ้นได้ชัดเจน เช่น

  • Hyaluronic Acid เติมน้ำ ลดผิวแห้งกร้าน

  • Vitamin C ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยหมอง

  • Salicylic Acid (BHA) ช่วยลดสิว ลดการอุดตัน และลดความมันบนใบหน้า

สรุปคือ ถ้าผิวไม่มีปัญหาอะไรหนักมาก จะไม่ใช้โทนเนอร์เลยก็ได้ แต่ถ้าอยากแก้จุดกังวลเฉพาะด้าน โทนเนอร์ดี ๆ คือผู้ช่วยที่เห็นผลได้จริง

โทนเนอร์ช่วยอะไรผิวได้บ้าง?

  • ปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า
    หลังล้างหน้า ผิวอาจเสียสมดุลค่า pH ได้ง่าย โทนเนอร์จะช่วยให้ผิวกลับสู่สภาพที่สมดุล ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองและความแห้งลอก

  • เติมความชุ่มชื้นตั้งแต่สเต็ปแรก
    โทนเนอร์สมัยนี้ไม่ใช่น้ำใส ๆ แบบเมื่อก่อน แต่ใส่ส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ และทำให้สกินแคร์ขั้นต่อ ๆ ไปซึมดีขึ้นด้วย

  • ช่วยดูแลปัญหาผิวเฉพาะด้าน
    แต่ละสูตรจะใส่สารบำรุงแตกต่างกัน ทั้งกลุ่มลดสิว ผลัดเซลล์ผิว ลดความมัน ปลอบประโลม หรือช่วยให้ผิวกระจ่างใส เรียกได้ว่าเลือกสูตรให้ตรงปัญหา ผิวก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นตาม

  • ใช้ได้หลายแบบตามสไตล์เรา
    จะใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าหลังล้าง ใช้แผ่น pad มาสก์เฉพาะจุด หรือใช้โทนเนอร์เนื้อน้ำตบลงมือแปะ ๆ บนผิวโดยไม่ใช้สำลี ก็เลือกได้ตามความสะดวกและสภาพผิวเลย

ทริคเลือกโทนเนอร์ให้เข้ากับผิว

1. เลือกสูตรให้ตรงกับปัญหาผิว

โทนเนอร์ยอดนิยมมักจะแบ่งได้ประมาณ 4 กลุ่มหลัก ๆ

  • สูตร Brightening เน้นผิวกระจ่างใส ลดหมอง

  • สูตรสำหรับคนมีปัญหา สิว

  • สูตร ผลัดเซลล์ผิว ช่วยเรื่องผิวไม่เรียบ เนื้อผิวไม่เนียน

  • สูตร ปลอบประโลมผิว สำหรับผิวอ่อนแอ ระคายเคืองง่าย

เริ่มจากสังเกตปัญหาผิวตัวเองก่อน แล้วค่อยเลือกสูตรที่ตอบโจทย์ที่สุด

2. ถ้าผิวไม่ได้มีปัญหามาก เลือกตามสภาพผิว

สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาสิวหนักหรือแพ้ง่ายมาก แนะนำให้เลือกโทนเนอร์ตามสภาพผิว

  • ผิวมัน – เนื้อบางเบา ไม่เพิ่มความมัน ไม่เหนอะ

  • ผิวแห้ง – เนื้อเข้มข้นขึ้น ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน

  • ผิวผสม – เลือกสูตรบาลานซ์ความมันและน้ำ ไม่ทำให้บางจุดแห้งหรือมันเกินไป

เพราะเนื้อสัมผัสของโทนเนอร์ออกแบบมาให้เหมาะกับผิวแต่ละแบบ ถ้าเลือกถูก ผิวจะสบายตั้งแต่ขั้นแรกของการบำรุงเลย

3. ถ้าเลี่ยงการระคายเคือง ให้เช็กส่วนผสมให้ดี

ถ้าเป็นไปได้โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย ให้มองหาสูตรที่

  • ไม่มีแอลกอฮอล์

  • ไม่มีน้ำหอม

  • ไม่มีพาราเบน

  • ไม่มีการแต่งสี

เพราะสารเหล่านี้บางทีก็เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวแสบ แดง ระคายเคืองได้ง่าย ทั้งที่เราแค่อยากบำรุงผิวเฉย ๆ

4. ดูบรรจุภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์

แพ็กเกจของโทนเนอร์มีหลายแบบมาก

  • ขวดปั๊ม – กดง่าย สะดวก ใช้มือหรือสำลีทาได้เลย

  • ฝาเปิด–ปิด – ใช้ได้ยืดหยุ่น เทใส่มือหรือสำลีก็ได้

  • กระปุกแบบ toner pad – แผ่นสำลีชุ่มโทนเนอร์ หยิบใช้สะดวก มาสก์หรือเช็ดก็ได้

ใครชอบแนวไหน เลือกแบบนั้นไปเลย จะได้หยิบใช้ได้จริง ไม่ปล่อยดองบนโต๊ะ

10 Toner Pad ที่น่าลอง ปี 2025

มาเข้าเรื่องกัน! นี่คือ 10 toner pad น่าใช้ สำหรับสายลดสิว กระชับรูขุมขน และเน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแบบจุก ๆ

1. NEEDLY Daily Toner Pad

โทนเนอร์แพดตัวดังจากเกาหลีอย่าง NEEDLY Daily Toner Pad เหมาะมากสำหรับคนอยากได้ทั้งความชุ่มชื้นและการผลัดเซลล์ผิวในขั้นตอนเดียว

จุดเด่นคือมีส่วนผสมของ

  • กรดไฮยาลูรอนิก – เติมน้ำให้ผิว

  • BHA และ PHA – ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดการอุดตัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว

  • สารสกัดใบชา – ช่วยปลอบประโลม ทำให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย

ใช้ต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ปริมาณ : 60 Pads (280 g.)

  • ราคา : 790 บาท

2. COSRX One Step Original Clear Pad

ใครเป็นสายสิวต้องรู้จักแบรนด์นี้อยู่แล้ว COSRX One Step Original Clear Pad เป็น toner pad ที่เกิดมาเพื่อคนมีปัญหาสิวโดยเฉพาะ

ส่วนผสมหลัก ๆ ได้แก่

  • BHA 1% – ช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน

  • Willow Bark Water – ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

  • Tea Tree Oil – มีคุณสมบัติลดการอักเสบของสิว

เขาช่วยเคลียร์สิ่งสกปรกที่ตกค้างบนหน้าและในรูขุมขน ลดความมัน กระชับรูขุมขน พร้อมทำให้ผิวดูเรียบเนียน เป็นตัวที่คุ้มมากสำหรับคนเน้นเรื่องสิวโดยเฉพาะ

  • ปริมาณ : 70 Pads (140 g.)

  • ราคา : 640 บาท

3. Mediheal Madecassoside Blemish Pad

Mediheal Madecassoside Blemish Pad เหมาะกับคนที่มีปัญหารอยสิวชัด ๆ ทั้งรอยแดง รอยดำ และผิวอักเสบหลังสิวหาย

เขาใช้เทคโนโลยี Microparticlized CalmingTox™ ช่วย

  • ลดเลือนรอยสิว

  • ลดอาการผิวแดงและอักเสบ

  • ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

  • ฟื้นบำรุงผิวหลังการอักเสบ

ใครเพิ่งผ่านศึกสิวมาหนัก ๆ เอาไว้ใช้มาสก์เฉพาะจุดคือดีมาก

  • ปริมาณ : 100 Pads (170 ml.)

  • ราคา : 1,399 บาท

4. Skinfood Carrot Carotene Calming Water Pad

สายผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายต้องลอง Skinfood Carrot Carotene Calming Water Pad เพราะเขาเน้นเรื่องการปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้นแบบเต็มที่

ส่วนผสมหลักคือ

  • สารสกัดจากแครอต

  • น้ำมันเมล็ดแครอต

ทั้งสองอย่างนี้อุดมไปด้วย Beta-Carotene ที่ช่วยให้ผิว

  • ชุ่มชื้นขึ้น

  • แข็งแรงขึ้น

  • ลดรอยแดงบนผิวหน้า

เหมาะสำหรับใช้ทั้งเช็ดและมาสก์ โดยเฉพาะวันที่ผิวล้า แห้ง หรือระคายเคืองง่าย

  • ปริมาณ : 60 Pads (250 g.)

  • ราคา : 1,099 บาท

5. ANUA : HEARTLEAF 77 CLEAR PAD

ชื่อแบรนด์นี้มาแรงมากในหมู่คนผิวแพ้ง่าย ANUA : HEARTLEAF 77 CLEAR PAD เป็นอีกไอเท็มที่น่าลงทุน

ส่วนผสมสำคัญคือ

  • PHA – ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

  • Anti-Sebum P – ช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน

ถ้าอยากเห็นผลเรื่องสมดุลผิว และลดความมันได้ชัดขึ้น ลองใช้คู่กับ HEARTLEAF 77% Soothing Toner ของแบรนด์เดียวกันก็ยิ่งดี โดยเฉพาะคนผิวขาดน้ำ แต่อยากบาลานซ์ความมันด้วย

  • ปริมาณ : 70 Pads (160 ml.)

  • ราคา : 990 บาท

6. Numbuzin Toner Pad No.4 Pore Zero Peeled Egg

ใครอยากได้ผิวเนียนแน่น รูขุมขนดูเล็กลง Numbuzin Toner Pad No.4 Pore Zero Peeled Egg คือสูตรที่ควรลอง

ตัวนี้เน้น

  • กระชับรูขุมขน

  • ควบคุมความมัน

  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างเบา ๆ

ด้วยส่วนผสมของ Anti Sebum P ที่ช่วยจัดการความมันส่วนเกิน และทำให้รูขุมขนดูตื้นขึ้น เหมาะมากสำหรับคนผิวมันหรือผิวผสมที่โซน T มันง่าย

  • ปริมาณ : 70 Pads (190 ml.)

  • ราคา : 743 บาท

7. ABIB Heartleaf Spot Pad

อีกหนึ่งตัวเต็งสายปลอบประโลมผิว ABIB Heartleaf Spot Pad เหมาะมากสำหรับวันที่ผิวอ่อนล้า ไม่ไหวจะเคลียร์

ส่วนผสมเด่นคือ

  • สารสกัด Heartleaf

  • สารสกัดจากต้นคาวทอง

ทั้งคู่ช่วยให้ผิว

  • รู้สึกสงบลง

  • แข็งแรงขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง

ตัวแผ่นโทนเนอร์ก็ออกแบบมาดี มี 2 ด้านในแผ่นเดียว

  • ด้านก๊อซ – ผิวสัมผัสขรุขระเล็กน้อย เหมาะกับใช้เช็ดผลัดเซลล์ผิว

  • ด้านเรียบ – อ่อนโยน เหมาะกับช่วงที่ผิวระคายเคืองหรือต้องการการปลอบประโลมเป็นพิเศษ

  • ปริมาณ : 80 Pads (150 ml.)

  • ราคา : 740 บาท

8. Round Lab Birch Juice Moisturizing Pad

ถ้าผิวแห้ง ขาดน้ำ แถมชอบออกแดดบ่อย ๆ ต้องลอง Round Lab Birch Juice Moisturizing Pad เลย

ส่วนผสมไฮไลต์คือ

  • สารสกัด Birch Sap

  • นวัตกรรม Aquaxyl ช่วยล็อกความชุ่มชื้นในผิว

จุดเด่นของตัวนี้คือ

  • ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน

  • ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้กลับมาดูแข็งแรง

  • ใช้เช็ดหลังออกแดดเพื่อช่วยให้ผิวผ่อนคลาย ลดโอกาสการระคายเคืองจากความร้อน

จะใช้มาสก์ก่อนแต่งหน้าเพื่อให้เมกอัพติดทนนานขึ้นก็ได้เช่นกัน

  • ปริมาณ : 80 Pads (150 ml.)

  • ราคา : 800 บาท

9. P.CALM Barrier Cycle Toner Pad

ผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย หรือเกราะป้องกันผิวพังจากสกินแคร์แรง ๆ ต้องรู้จัก P.CALM Barrier Cycle Toner Pad

แพดตัวนี้เน้น

  • ฟื้นฟูปราการผิวให้แข็งแรงขึ้น

  • ใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยน

  • ผลัดเซลล์ผิวแบบเบาบาง ไม่กัด ไม่แสบ

  • ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า

เหมาะกับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย หรือคนที่รู้สึกว่าผิวอ่อนแอต่อทุกอย่างที่ทาลงไป

  • ปริมาณ : 60 Pads (160 ml.)

  • ราคา : 855 บาท

10. Torriden DIVE IN Hyaluronic Acid Multi Pad

ปิดท้ายด้วย Torriden DIVE IN Hyaluronic Acid Multi Pad ที่ขึ้นชื่อเรื่องความชุ่มฉ่ำแบบสุดทาง

แผ่นสำลีชุ่มไปด้วยเอสเซนส์ที่มี Hyaluronic Acid ช่วย

  • เติมความชุ่มชื้นให้ผิวแบบจัดเต็ม

  • ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน

  • ปลอบประโลมผิวให้รู้สึกผ่อนคลาย

  • ลดเลือนรอยแดงบางส่วนเมื่อใช้ต่อเนื่อง

จะใช้มาสก์ก่อนแต่งหน้าเพื่อให้เครื่องสำอางติดทนและเนียนสวยขึ้นก็ได้ เป็นอีกตัวที่เหมาะกับคนผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือผิวล้าจากการใช้แอร์ทั้งวัน

  • ปริมาณ : 80 Pads (160 ml.)

  • ราคา : 690 บาท

สรุป: ถ้าอยากผิวดีขึ้น ลองให้ Toner Pad ช่วยดูสักครั้ง

ส่วนตัวเป็นคนหนึ่งที่ ขาดโทนเนอร์ไม่ได้ เพราะมีปัญหาผิวเหมือนกัน การเพิ่มขั้นตอนง่าย ๆ อย่าง toner pad เข้าไปในรูทีน ไม่ได้เกินจำเป็นเลย แถมยังช่วยให้ผิวรับการบำรุงได้ดีขึ้นด้วย

ข้อดีของการใช้ Toner Pad คือ

  • ใช้ง่าย หยิบปุ๊บเช็ดหรือมาสก์ได้ทันที

  • แต่ละแบรนด์ออกแบบมาแก้ปัญหาเฉพาะทางต่างกัน ทั้งสิว รูขุมขน ผิวแห้ง ผิวหมอง ผิวแพ้ง่าย

  • ใช้ได้ทั้งเช้า–เย็น หรือเฉพาะวันที่ต้องการบูสต์ผิวเป็นพิเศษ

ถ้าอยากดูการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าแบบชัด ๆ ลองเริ่มจาก เลือก toner pad ให้ตรงปัญหาผิวของตัวเองสักหนึ่งกระปุก แล้วใช้ให้สม่ำเสมอสักพัก เชื่อว่าหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่า ผิวตัวเองก็กลับมาดูดีและชุ่มชื้นได้เหมือนกัน