รับแอปรับแอป

มือใหม่ก็ไม่หลง! เที่ยวเซินเจิ้นด้วยรถไฟฟ้า ครบทุกสาย สี เวลา และวิธีจ่ายเงิน

ปริญญา ทองคำ01-29

ระบบรถไฟฟ้าเซินเจิ้น ทำไมถึงต้องรู้ก่อนเที่ยว

ถ้าใครชอบเดินเที่ยวในเมือง การไปเซินเจิ้นแล้วไม่ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน บอกเลยว่าพลาดมาก เพราะ Shenzhen Metro คือหัวใจของการเดินทางในเมืองนี้

ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟชานเมืองของเซินเจิ้นถือว่า ทันสมัย ใหญ่ และครอบคลุมที่สุดระบบหนึ่งในจีน มีมากกว่า 20 สาย ระยะทางรวมกว่า 595.1 กิโลเมตร และมากถึง 398 สถานี เรียกว่าขึ้นลงเชื่อมย่านหลักๆ ได้แทบทุกจุด

แต่ละสายจะมีทั้ง หมายเลขและสีประจำ ช่วยให้มองแผนที่แล้วไม่งง ต่อสายไปไหนก็ง่าย เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งไปครั้งแรก

ภาพรวมสายรถไฟใต้ดินเซินเจิ้น (ข้อมูลปี 2024)

ด้านล่างนี้คือสรุปสายสำคัญของ Shenzhen Metro ตามสีและหมายเลข เหมาะสำหรับใช้วางแผนเที่ยวในเมืองแบบไม่ต้องง้อแท็กซี่

สายหลักที่ใช้เที่ยวบ่อย

  • สาย 1 Luobao Line – สีเขียว (Green)
    เส้นทาง Luohu – Airport East เชื่อมจากย่านใจกลางเมืองไปสนามบิน ถือเป็นสายเก่าแก่สายแรกของระบบ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2004 ถ้าเน้นเดินทางจากโซนใจกลางเมืองไปสนามบิน สายนี้คือเพื่อนซี้ของคุณ

  • สาย 2 & สาย 8 Shekou & Yantian Line – สีส้ม (Orange)
    สาย 2 วิ่งเส้นทาง Chiwan – LiantangX ผ่านย่านการเงินฟู่เถียนและถนนเซินหนาน และเชื่อมต่อกับสาย 8 ที่สถานี Liantang
    สาย 2 และสาย 8 ใช้ สีเดียวกัน เพราะให้บริการเชื่อมต่อกัน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวทั้งโซนตัวเมืองและพื้นที่ตะวันออก

  • สาย 3 Longgang Line – สีฟ้าอ่อน (Light Blue)
    เส้นทาง Pu Yong – Chiwan และมีสายย่อยสาย 3 ที่วิ่ง Futian Bonded Area – Pingdi Liulian
    จุดเด่นคือความเร็วสูงสุดประมาณ 90 กม./ชม. เดินทางข้ามเมืองได้เร็ว ใช้ได้ดีสำหรับคนที่พักโซน Longgang

  • สาย 4 Longhua Line – สีแดง (Red)
    เส้นทาง Futian Checkpoint – Niuhu เป็นสายที่ดำเนินการโดย MTR Corporation (Shenzhen)
    ถ้าคุณมีแพลนจะเดินทางเชื่อมไปฮ่องกง สายนี้คือหนึ่งในเส้นทางหลัก เพราะไปถึงด่านฟู่เถียนได้สะดวก

  • สาย 5 Huanzhong Line – สีม่วง (Purple)
    เส้นทาง Chiwan – Huangbeiling เป็นหนึ่งในสายที่มี ผู้โดยสารหนาแน่นที่สุด ในระบบ ใครวางแผนเดินทางช่วงเร่งด่วน เตรียมตัวแน่น ๆ ได้เลย

  • สาย 6 Guangming Line – สีเขียวอความารีน (Aquamarine)
    เส้นทาง Songgang – Science Museum ความเร็วสูงสุดประมาณ 100 กม./ชม. เหมาะกับคนที่พักโซนเหนือ หรือต้องการวิ่งยาวข้ามเมืองอย่างรวดเร็ว

  • สาย 6B Guangming Branch Line – สีเขียวอมฟ้าทีล (Teal)
    เป็นสายแยกของสาย 6 เส้นทาง Guangming – SIAT เปิดใช้ปี 2022 เน้นเชื่อมต่อย่านพักอาศัยกับพื้นที่วิจัย/การศึกษา

  • สาย 7 Xili Line – สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue)
    เส้นทาง Lihu Campus – Tai’an ลักษณะเส้นทางวิ่งเป็นรูปตัว “V” ผ่านใจกลางเมือง เหมาะสำหรับใช้เชื่อมหลายย่านในทริปเดียว

  • สาย 8 Yantian Line – สีส้มเข้ม
    เส้นทาง Liantang – Yantian Road จุดเด่นคือเชื่อมไปยัง ชายหาดฝั่งตะวันออกของเมือง เหมาะมากสำหรับสายทะเล สาย 2 และสาย 8 ใช้สีเดียวกันเพราะระบบเชื่อมต่อร่วมกัน

  • สาย 9 Meilin Line – สีเทา (Grey)
    เส้นทาง Qianwan – Wenjin มีจุดเด่นคือมี สถานีเชื่อมต่อถึง 10 แห่ง ใช้เป็นสายคอนเนกเตอร์เชื่อมไปสายอื่นสะดวกมาก

  • สาย 10 Bantian Line – สีชมพู (Pink)
    เส้นทาง Futian Checkpoint – Shuangyong Street ผ่านโซนที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำงาน เหมาะกับคนที่ต้องเข้าออกด่านฟู่เถียนและเขตชานเมือง

  • สาย 11 Airport Line – สีม่วงเข้ม / สีมังคุด (Dark Purple / Maroon)
    เส้นทาง Bitou – Futian เป็นสาย Airport Express ความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม./ชม. ใครเน้นเข้าเมือง–ออกสนามบินไว ๆ ต้องเล็งสายนี้ไว้เลย

  • สาย 12 Nanbao Line – สีม่วงลาเวนเดอร์ (Lavender)
    เส้นทาง Zuopaotai East – Songgang ช่วยเชื่อมพื้นที่พักอาศัยหลายโซนทางตะวันตกของเมือง

  • สาย 13 Shiyan Line – สีส้มอิฐ / เหลืองเข้ม (Orange/Dark Yellow)
    เส้นทาง Shenzhen Bay Checkpoint – Hi-Tech Central เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางเข้าออกจุดตรวจ Shenzhen Bay และโซนออฟฟิศเทคโนโลยี

  • สาย 14 Eastern Express Line – สีเหลืองทอง (Gold/Yellow)
    เส้นทาง Gangxia North – Shatian มีความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม./ชม. เป็นสายด่วนฝั่งตะวันออก เหมาะกับการวิ่งไกลแบบประหยัดเวลา

  • สาย 16 Longping Line – สีน้ำเงินคราม (Indigo/Dark Blue)
    เส้นทาง Universiade – Tianxin เปิดปี 2022 เชื่อมโซนมหาวิทยาลัยกับพื้นที่พักอาศัย เหมาะสำหรับนักเรียนและคนทำงานแถบนั้น

  • สาย 20 Fuyong Line – สีฟ้าอ่อน / ฟ้าไซอัน (Light Blue/Pale Cyan)
    เส้นทาง Airport North – Convention & Exhibition City ความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กม./ชม. เป็นสายที่ตอบโจทย์ทั้งสายงานแฟร์ งานแสดงสินค้า และการเดินทางเชื่อมสนามบิน

รถไฟชานเมือง และการเชื่อมเมืองรอบข้าง

นอกจากรถไฟใต้ดินในเมืองแล้ว เซินเจิ้นยังมี รถไฟชานเมือง ที่ช่วยให้คุณขยายทริปไปเมืองใกล้ ๆ ได้ง่ายขึ้น

  • เส้นทาง กว่างโจว – เซินเจิ้น – ฮ่องกง
    เชื่อมจากสถานีเซินเจิ้นเหนือไปยังฮ่องกง เหมาะสำหรับใครที่อยากจัดทริป จีน + ฮ่องกง ในรอบเดียว

  • เส้นทาง เซินเจิ้น – ฮุ่ยโจว
    เชื่อมเซินเจิ้นเข้ากับเมืองฮุ่ยโจว เหมาะกับสายชิลล์ที่อยากออกไปเที่ยวเมืองรอบ ๆ

นอกจากนี้ เซินเจิ้นยังมี ระบบรถไฟรางเบา และรถบัสไฟฟ้า ในบางเขต เช่นเขตหลงก่าง ทำให้การเดินทางในเมืองยิ่งสะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ถ้าต้องการเดินทางไปฮ่องกงจากเซินเจิ้น นอกจากรถไฟชานเมือง ยังสามารถใช้ สาย 4 (Futian Checkpoint) เพื่อไปยังด่าน และต่อเข้าสู่ฝั่งฮ่องกง หรือใช้รถไฟความเร็วสูงได้

เวลาทำการของรถไฟฟ้าเซินเจิ้น

โดยทั่วไป รถไฟฟ้า Shenzhen Metro ให้บริการตั้งแต่ประมาณ

  • เปิดให้บริการ: 06:30 น.

  • ปิดให้บริการ: 23:00 น. (โดยประมาณ)

เวลาจริงอาจต่างกันเล็กน้อยตามสายหรือสถานี แต่สำหรับนักท่องเที่ยว ถ้าเลี่ยงออกจากสถานีหลัง 23:00 น. จะปลอดภัยที่สุด ไม่เสี่ยงตกรถเที่ยวสุดท้าย

ประเภทตั๋วและบัตรโดยสารที่ควรรู้

การใช้รถไฟฟ้าในเซินเจิ้นมีตัวเลือกตั๋วหลายแบบ เลือกให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยว จะช่วยประหยัดเงินและเวลาได้เยอะ

1. ตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket)

  • เป็นโทเคนพลาสติกสีเขียวหรือเหลือง ใช้สำหรับ เดินทางหนึ่งครั้ง เท่านั้น

  • ซื้อได้จาก เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ ในสถานีรถไฟฟ้า

  • ราคาอิงตามระยะทาง โดยทั่วไป
    • เริ่มต้นที่ 2 หยวน สำหรับระยะทาง 0–4 กิโลเมตร

    • ระยะทางมากขึ้น ค่าโดยสารจะค่อย ๆ เพิ่มตามลำดับ

เหมาะกับคนที่ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าบ่อย หรือแค่นั่งไม่กี่เที่ยว

2. บัตรเซินเจิ้นทง (Shenzhen Tong Card)

บัตรนี้คือ ตัวช่วยหลักของสายเที่ยวในเมือง

  • เป็น บัตรเติมเงิน (Stored-value) ใช้ได้กับหลายระบบขนส่งในเซินเจิ้น เช่น

    • รถไฟฟ้าใต้ดิน

    • รถโดยสาร

    • แท็กซี่บางแห่ง

  • ผู้ใช้บัตรจะได้รับ ส่วนลดประมาณ 5% จากค่าโดยสารปกติ

  • สามารถซื้อและเติมเงินได้ที่
    • สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน

    • ร้านสะดวกซื้อบางแห่ง

    • ช่องทางออนไลน์ภายในจีน

ถ้าอยู่หลายวันหรือเน้นขึ้นลงหลายเที่ยว บัตรนี้ คุ้มและสะดวกกว่า ซื้อตั๋วทีละเที่ยว

3. บัตรโดยสารรายวัน (One-Day Pass)

  • ราคาโดยประมาณ 20 หยวน

  • ใช้งานได้แบบ ไม่จำกัดเที่ยว ภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่แตะใช้ครั้งแรก

  • เหมาะมากสำหรับ
    • คนที่วางแผนจะ “เก็บหลายย่านใน 1 วัน”

    • สายเดินเที่ยว ขึ้น–ลงหลายรอบทั้งวัน

วิธีการชำระเงินเมื่อใช้รถไฟฟ้า

ระบบรถไฟฟ้าเซินเจิ้นรองรับทั้งเงินสด บัตร และแอปมือถือ เลือกแบบที่ถนัดได้เลย

เงินสด

  • ใช้ซื้อ โทเคนเที่ยวเดียว จากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในสถานี

  • แต่ละเครื่องอาจมีข้อจำกัดเรื่อง
    • ประเภทธนบัตรที่รับ

    • การทอนเงิน

ควรเตรียมธนบัตรย่อย ๆ ติดตัวไว้บ้าง โดยเฉพาะหากยังไม่มีบัตรเซินเจิ้นทง

บัตรเซินเจิ้นทง

  • ใช้แตะที่เครื่องอ่านบัตร ตอนเข้าและออก ประตู

  • ระบบจะหักเงินค่าโดยสารอัตโนมัติตามระยะทาง พร้อมคิดส่วนลดให้ทันที

วิธีนี้สะดวกที่สุดสำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้าบ่อยในทริป

แอปพลิเคชันบนมือถือ

ใครอยู่จีนหรือมีบัญชีการเงินจีน จะยิ่งสะดวกเป็นพิเศษ

  • สามารถใช้แอป WeChat หรือ Alipay เพื่อสแกน QR code ที่ประตูทางเข้า–ออก

  • ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
    • บัญชีธนาคารจีนที่ผูกกับแอป

    • หรือมีเครดิต/ยอดเงินในแอปเพียงพอ

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่คุ้นเคยระบบจ่ายเงินดิจิทัลของจีนอยู่แล้ว

สิทธิพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

ใครพาผู้สูงอายุไปเที่ยวเซินเจิ้น ข่าวดีคือมี สิทธิ์นั่งรถไฟฟ้าฟรี

  • ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึง ชาวต่างชาติ สามารถใช้รถไฟฟ้าใต้ดินในเซินเจิ้นได้ ฟรี

  • วิธีใช้สิทธิ์: แสดง
    • หนังสือเดินทาง

    • หรือบัตรแสดงตัวตนที่เกี่ยวข้อง
      ให้เจ้าหน้าที่ตรงประตูทางเข้า

เหมาะมากสำหรับทริปครอบครัวที่มีผู้สูงอายุร่วมเดินทาง

ข้อควรรู้ก่อนวางแผนเส้นทาง

เพื่อให้การใช้รถไฟฟ้าในเซินเจิ้นลื่นไหล ไม่หลง ไม่เสียเวลา ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อนออกเดินทาง

  • สีและหมายเลขสายอาจมีการปรับเปลี่ยน
    เพราะเมืองเซินเจิ้นมีการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง อาจมีการเปิดสายใหม่หรือส่วนต่อขยายอยู่เรื่อย ๆ

  • ก่อนออกทริป ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดผ่าน

    • แอป Shenzhen Metro

    • หรือแอปแผนที่อย่าง Gaode Map

  • สีที่ระบุในแผนที่ คือ สีหลักที่ใช้บนป้ายและเส้นทาง ของแต่ละสาย ช่วยให้มองแผนที่แล้วเข้าใจง่าย ลดโอกาสขึ้นผิดสาย

แผนที่และการวางแผนการเดินทาง

หนึ่งในข้อดีของระบบรถไฟฟ้าเซินเจิ้นคือ

  • มี แผนที่ชัดเจน อ่านง่าย แต่ละสายใช้สีประจำไม่ซ้ำกัน

  • สามารถใช้แอปของ Shenzhen Metro หรือแผนที่ออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อ
    • ดูเส้นทาง

    • วางแผนเปลี่ยนสาย

    • คำนวณเวลาเดินทางคร่าว ๆ

สรุป: ถ้าคุณชอบเดินเที่ยวในเมือง เซินเจิ้นคือเมืองที่ “ใช้รถไฟฟ้าแล้วคุ้มที่สุดเมืองหนึ่ง” ยิ่งคุณเข้าใจสีของสาย เวลาให้บริการ ประเภทบัตร และวิธีจ่ายเงินมากเท่าไหร่ ทริปของคุณก็จะ ลื่นไหล ประหยัด และสนุก มากขึ้นเท่านั้น