รับแอปรับแอป

ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด เทคโนโลยีวัดอุณหภูมิที่แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าที่เคย

ธนพล กิตติศักดิ์12-18

เมื่อ “การวัดไข้” กลายเป็นเรื่องของความเร็วและความปลอดภัย

ในอดีต การวัดไข้มักหมายถึงปรอทวัดไข้หรือเครื่องวัดแบบสัมผัสที่ต้องรอเวลาและต้องระวังเรื่องสุขอนามัย แต่ในยุคที่โรคติดต่อ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และความรวดเร็วกลายเป็นเรื่องสำคัญ “ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด” ได้เข้ามาเปลี่ยนภาพจำของการวัดอุณหภูมิไปอย่างสิ้นเชิง

ไม่ต้องสัมผัส ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเสี่ยงปนเปื้อน เพียงเล็งและกดปุ่ม ข้อมูลอุณหภูมิของร่างกายก็แสดงผลภายในไม่กี่วินาที นี่คือเหตุผลที่อุปกรณ์ชนิดนี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สาธารณะทั่วโลก

บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่หลักการทำงานของที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด เหตุผลที่ควรมี วิธีเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ไปจนถึงเคล็ดลับการใช้งานให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด


ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรดคืออะไร

ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด (Infrared Thermometer) คืออุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีอินฟาเรดในการตรวจจับพลังงานความร้อนที่แผ่ออกจากร่างกาย แล้วแปลงเป็นค่าอุณหภูมิ โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสผิวหนังโดยตรง

หลักการทำงานคือ

  • ร่างกายมนุษย์แผ่รังสีอินฟาเรดออกมาตลอดเวลา

  • เซ็นเซอร์อินฟาเรดจะตรวจจับพลังงานความร้อนนี้

  • ระบบประมวลผลจะคำนวณและแสดงผลเป็นอุณหภูมิ

ด้วยกลไกนี้ ทำให้การวัดอุณหภูมิทำได้รวดเร็ว แม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการสัมผัสโดยตรง

ประเภทของที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด

1) แบบวัดหน้าผาก (Forehead Infrared Thermometer)

เป็นประเภทที่นิยมมากที่สุด ใช้งานง่าย เพียงเล็งที่หน้าผากในระยะที่กำหนด

จุดเด่น

  • วัดได้รวดเร็ว 1–2 วินาที

  • เหมาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ และการใช้งานจำนวนมาก

  • ลดการรบกวนขณะนอนหลับ

2) แบบวัดในหู (Ear Infrared Thermometer)

ใช้วัดอุณหภูมิจากแก้วหู ซึ่งสะท้อนอุณหภูมิแกนกลางร่างกายได้ดี

จุดเด่น

  • ค่าค่อนข้างใกล้อุณหภูมิแกนกลาง

  • เหมาะกับการใช้งานทางการแพทย์

3) แบบอเนกประสงค์ (Body & Object)

สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายและวัตถุ เช่น นม อาหาร น้ำ หรือพื้นผิวต่าง ๆ


เหตุผลที่ควรใช้ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด

1) ไม่ต้องสัมผัส ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อ

การไม่สัมผัสช่วยลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อโรค โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องวัดอุณหภูมิหลายคน

2) รวดเร็ว ประหยัดเวลา

ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เหมาะกับทั้งบ้านและองค์กร

3) เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุ

ไม่ต้องรบกวน ไม่ทำให้ตกใจ และไม่เสี่ยงจากปรอทแตก

4) ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีทักษะเฉพาะ

หน้าจอชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิสูง และบางรุ่นมีไฟหรือเสียงเตือน

5) มาตรฐานด้านสุขอนามัยสูง

ตอบโจทย์ยุคที่ความสะอาดและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ

ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรดเหมาะกับใคร

  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ

  • ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพประจำวัน

  • โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก

  • ออฟฟิศและสถานประกอบการ

  • ร้านอาหาร โรงแรม ฟิตเนส

  • ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์วัดไข้ที่รวดเร็วและแม่นยำ


วิธีเลือกที่วัดไข้ระบบอินฟาเรดให้เหมาะกับการใช้งาน

1) ความแม่นยำและมาตรฐาน

เลือกอุปกรณ์ที่มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำ และผ่านมาตรฐานสากล

2) ระยะการวัด

ควรมีระยะวัดชัดเจน เช่น 3–5 ซม. เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง

3) หน้าจอแสดงผล

ควรเป็นจอ LCD หรือ LED ชัดเจน อ่านง่าย มีไฟ Backlight

4) ฟังก์ชันแจ้งเตือน

ระบบเปลี่ยนสีหน้าจอหรือเสียงเตือนเมื่ออุณหภูมิสูง ช่วยให้สังเกตได้ทันที

5) ฟังก์ชันเสริม

  • หน่วยวัด °C / °F

  • บันทึกค่าอุณหภูมิย้อนหลัง

  • โหมดวัดวัตถุ

เคล็ดลับการใช้งานให้วัดได้แม่นยำ

  • วัดในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิคงที่

  • หลีกเลี่ยงการวัดทันทีหลังออกกำลังกาย

  • เช็ดเหงื่อหรือคราบน้ำบนหน้าผากก่อนวัด

  • ใช้ระยะตามที่ผู้ผลิตแนะนำ

  • วัดซ้ำ 2–3 ครั้งแล้วดูค่าเฉลี่ย


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่วัดไข้ระบบอินฟาเรด

  • คิดว่า “วัดไม่แม่น” ทั้งที่ใช้ผิดระยะ

  • วัดผ่านเส้นผมหรือหมวก

  • วัดในพื้นที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป

การใช้อย่างถูกวิธีคือกุญแจสำคัญของความแม่นยำ

ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรดคืออุปกรณ์สุขภาพที่ควรมีทุกบ้าน

ที่วัดไข้ระบบอินฟาเรดไม่ใช่แค่อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ แต่เป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยให้การตรวจสอบร่างกายเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย

เมื่อเข้าใจหลักการเลือกและการใช้งานอย่างถูกต้อง อุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพของทั้งครอบครัวได้อย่างแท้จริง