คู่มือลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ฉบับอ่านจบสมัครได้เลย
1. ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และจุดต่างจากรอบเดิม
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เป็นการทบทวนสิทธิและเปิดรับผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ โดยมีเป้าหมายให้ความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพเข้าถึง “ผู้เดือดร้อนจริง” อย่างทั่วถึง และเข้มงวดในการตรวจสอบคุณสมบัติมากกว่ารอบก่อน
สาระสำคัญของรอบปี 2569
- เปิดให้ทั้ง
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ต้อง “ยืนยันสิทธิ” ใหม่ทุกราย
กลุ่มตกหล่นและผู้ที่ไม่เคยมีบัตรมาก่อน แต่มีชื่อในฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เกณฑ์รายได้พื้นฐานยังอิง “รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีต่อคน”
ปี 2569 ไม่ใช้รายได้เฉลี่ยครัวเรือน แบบปี 2565 แต่ดูที่รายได้และทรัพย์สินเป็นรายบุคคล
เน้นใช้ฐานข้อมูลภาครัฐและระบบดิจิทัล เช่น แอปฯ เป๋าตัง, ทางรัฐ, ThaiD, ระบบตรวจสอบของกรมการปกครอง
สวัสดิการหลักยังคงเดิม เช่น วงเงินซื้อสินค้าจำเป็น, ส่วนลดค่าก๊าซ, ค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ, ช่วยค่าน้ำ–ไฟ และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามเกณฑ์รายได้ โดยจะเริ่มใช้สิทธิรอบใหม่ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์และยืนยันตัวตนแล้ว
2. กำหนดการลงทะเบียน ช่องทาง และวันประกาศผล
ช่วงลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ
4 – 21 มิถุนายน 2569
- เปิดระบบลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ สำหรับ
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม (ต้องยืนยันสิทธิใหม่ทุกคน)
กลุ่มตกหล่น/รายใหม่ที่ระบบระบุว่าเป็น “กลุ่มเป้าหมาย”
เวลา 06.00 – 23.00 น. ทุกวันในช่วงเปิดรับ
- เปิดระบบลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ สำหรับ
การประกาศผลและการยื่นอุทธรณ์
17 กรกฎาคม 2569
ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ ผ่านเว็บไซต์โครงการ: https://welfare.mof.go.th และ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
แอปฯ เป๋าตัง และแอปฯ ทางรัฐ
ธนาคารของรัฐที่เป็นหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 5 แห่ง
17 – 31 กรกฎาคม 2569
ช่วงยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ที่ “ไม่ผ่านเกณฑ์”ยื่นผ่าน แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ทางรัฐ, เว็บไซต์โครงการ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ส่งเอกสาร/แก้ไขข้อมูลได้ถึง 16 สิงหาคม 2569
กระทรวงการคลังประกาศผลอุทธรณ์ 14 กันยายน 2569
ช่วงยืนยันตัวตน (e-KYC) และเริ่มใช้สิทธิ
17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570
ช่วงยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับผู้ได้รับสิทธิรายใหม่1 สิงหาคม 2569
เริ่มใช้สิทธิรอบแรก สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์และยืนยันตัวตนทันภายในช่วงแรก1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ผู้ที่ผ่านในรอบอุทธรณ์ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตามกำหนดที่ภาครัฐระบุ
3. คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้มีสิทธิ์: รายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และกลุ่มไม่มีสิทธิ์
3.1 คุณสมบัติพื้นฐาน
ผู้ลงทะเบียนต้องมีคุณสมบัติหลักดังนี้
มี สัญชาติไทย
อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
มี รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน
มี รายจ่ายที่จ่ายให้บุคคลอื่น (ตามเกณฑ์ใหม่) ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
3.2 เงื่อนไขหนี้สิน เงินฝาก บัตรเครดิต
ไม่มีบัตรเครดิต ไม่ว่าช่วงเวลาใด
หนี้สิน/วงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภท ทุกบัญชีรวมกัน ไม่เกิน 100,000 บาท
ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก+สลากออมทรัพย์ทุกประเภท รวมกัน ไม่เกิน 100,000 บาท
3.3 เกณฑ์อสังหาริมทรัพย์และที่ดิน
ห้องชุด (คอนโด) รวมกันทุกแห่ง พื้นที่ต้อง ไม่เกิน 35 ตร.ม.
บ้านเดี่ยว/ทาวน์เฮาส์/ห้องแถว/ตึกแถว รวมกันทุกแห่ง พื้นที่ต้อง ไม่เกิน 25 ตารางวา
กรณี เกษตรกร
ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกัน ไม่เกิน 10 ไร่ (รวมที่ดิน ส.ป.ก.)
กรณี ไม่ใช่เกษตรกร
ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกัน ไม่เกิน 1 ไร่
3.4 เกณฑ์ยานพาหนะ
ต้อง ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์
- ยกเว้นสามารถมีได้อย่างละไม่เกิน 1 คัน ในประเภทต่อไปนี้
รถจักรยานยนต์ (ไม่เกิน 300 ซีซี)
รถสามล้อ
รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง
รถใช้งานเกษตรกรรม
3.5 กลุ่มที่ “ไม่มีสิทธิ์” ลงทะเบียน
ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง และผู้ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
นักเรียน นักศึกษา
ข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พนักงาน/ลูกจ้าง/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ หรือถือครองตราสารหนี้
ผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ และจ่ายเบี้ย ตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษี ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
4. เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมให้พร้อมก่อนลงทะเบียน
แม้ระบบส่วนใหญ่จะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลภาครัฐ แต่การเตรียมข้อมูลให้ครบจะช่วยให้ลงทะเบียนได้ครั้งเดียวจบ โดยควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้
เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ใช้ดู เลข Laser ID หลังบัตร กรณีพิสูจน์ตัวตนแบบกรอกข้อมูล)
- ข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงตามบัตรประชาชน
ชื่อ–นามสกุล
วัน เดือน ปีเกิด
หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ (ใช้รับ SMS/ยืนยันขั้นตอน แม้กรอกผิดแต่ระบบแจ้งว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อย” ก็ถือว่าสมบูรณ์)
ข้อมูลทรัพย์สิน–หนี้สินของตนเอง เพื่อประเมินว่าตรงเกณฑ์หรือไม่ (รายได้, เงินฝาก, หนี้สิน, ที่ดิน/ที่อยู่อาศัย, ยานพาหนะ)
5. ขั้นตอนลงทะเบียนทีละขั้น: ออนไลน์–ออฟไลน์
5.1 ตรวจสอบก่อน: เป็น “กลุ่มเป้าหมาย” หรือไม่
เข้าเว็บไซต์โครงการ: https://welfare.mof.go.th
เลือกเมนู “ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิลงทะเบียน”
กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แล้วกด “ตรวจสอบ”
หากเข้าเกณฑ์ ระบบจะแสดงว่าเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” พร้อมแจ้งช่องทางลงทะเบียนที่เลือกได้ 1 ช่องทาง เช่น
เว็บไซต์โครงการ
แอปฯ ทางรัฐ
แอปฯ เป๋าตัง
หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ตู้ ATM กรุงไทย
5.2 ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หลักของโครงการ
ใช้ได้ทั้งผู้มีบัตรเดิมและกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนออนไลน์ได้
เข้าเว็บ: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
กดปุ่ม “เริ่มลงทะเบียน” ที่หน้าจอหลัก
- เลือกวิธีพิสูจน์ตัวตน 2 แบบ
วิธีที่ 1: ใช้แอป ThaiD
- วิธีที่ 2: กรอกข้อมูลด้วยตนเอง
เลขประจำตัวประชาชน
ชื่อ–นามสกุล
วัน เดือน ปีเกิด
เลข Laser ID หลังบัตรประชาชน
กรอก หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
อ่านและ ยอมรับเงื่อนไข ของโครงการ
กดปุ่ม “ยืนยัน” ระบบจะแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าสำเร็จ
5.3 ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง และแอปฯ ทางรัฐ
เข้าสู่ระบบแอปฯ ตามปกติ
เลือกแบนเนอร์หรือเมนูโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
ดำเนินการตามขั้นตอนบนหน้าจอจนเสร็จ
(กรอกข้อมูล, ตรวจสอบ, กดยืนยัน)
เฉพาะแอปฯ ทางรัฐ ยังใช้เป็นช่องทาง ตรวจสอบผลลงทะเบียน ได้ด้วย โดยหลังล็อกอินให้กดแบนเนอร์ “ตรวจสอบผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” แล้วกรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ
5.4 ลงทะเบียนผ่านตู้ ATM และธนาคารของรัฐ
ช่องทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดใช้งานระบบออนไลน์ด้วยตนเอง
ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
สามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตามเมนูที่หน้าจอตู้ (ใช้บัตร ATM/บัตรประชาชนตามที่ระบบกำหนด)หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารออมสิน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ขั้นตอนโดยรวมคือเตรียมบัตรประชาชนไปที่สาขา แจ้งเจ้าหน้าที่ธนาคารว่ามาขอลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เจ้าหน้าที่จะช่วยดำเนินการในระบบให้
6. กลุ่มพิเศษที่ต้องรู้: คนตกหล่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และการลงทะเบียนแทน
6.1 กลุ่มตกหล่น–ชายขอบ ที่รัฐจะลงพื้นที่ช่วย
สำหรับประชาชนที่ไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน แต่ถูกระบุว่าอยู่ใน “กลุ่มตกหล่น” จากฐานข้อมูลภาครัฐ เช่น
ฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน
ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ (พม.)
ในช่วง 4 – 21 มิ.ย. 2569 จะมีเจ้าหน้าที่จาก
กระทรวงมหาดไทย (มท.)
กรุงเทพมหานคร (กทม.)
เมืองพัทยา
ลงพื้นที่สำรวจและช่วยลงทะเบียนให้ถึงบ้าน ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจของ มท.
6.2 กลุ่มคนใหม่ที่มีชื่อในฐานข้อมูลกรมการปกครอง
ผู้ที่ไม่เคยมีบัตรมาก่อน แต่ระบบระบุว่าเป็นกลุ่มตกหล่น สามารถ “ขอรับสิทธิด้วยตนเอง” ผ่านระบบของกรมการปกครอง โดย
เข้าเว็บไซต์: https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/login
เลือกเมนู “ขอรับสิทธิด้วยตนเอง”
สแกน QR Code ผ่านแอป ThaiD
กดยินยอมการยืนยันตัวตน
ตรวจสอบผลขึ้นหน้าจอระบบ
หากระบบขึ้นว่า “ไม่พบสิทธิการใช้งาน” หมายถึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของระบบนี้ ผู้ต้องการให้พิจารณาเพิ่มเติม สามารถติดต่อ
กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน
เทศบาล อำเภอ เขต หรือเมืองพัทยา
ตามภูมิลำเนาในทะเบียนบ้าน เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการลงทะเบียน/ตรวจสอบ
6.3 ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้สูงอายุ ผู้พิการในต่างจังหวัด
แม้ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ยังมีทางเลือก เช่น
ให้เจ้าหน้าที่ มท., กทม., เมืองพัทยา ที่ลงพื้นที่ช่วยกรอกข้อมูลให้
ติดต่อสำนักงานอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอให้ช่วยลงทะเบียน
เดินทางไปยังธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการในระบบ
6.4 การยืนยันตัวตนและการมอบอำนาจ
ผู้ได้สิทธิรายใหม่ต้องทำ e-KYC ระหว่าง 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570 ผ่าน
แอปฯ เป๋าตัง หรือ
ธนาคารรัฐ 5 แห่ง (กรณีมอบอำนาจ ต้องไปทำที่ธนาคารเท่านั้น)
รายเก่าโดยทั่วไปไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ยกเว้นกลุ่มที่ต้องมอบอำนาจใช้สิทธิ ซึ่งต้องไปยืนยันที่ธนาคารอีกครั้ง
7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและการตรวจสอบสถานะ–อุทธรณ์
7.1 สถานะที่พบบนระบบตรวจสอบ
เมื่อลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะได้หลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์โครงการ แอปฯ ทางรัฐ หรือที่ธนาคาร
ตัวอย่างสถานะที่พบได้บ่อยในแอปฯ ทางรัฐ ได้แก่
“ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย”
หมายถึงกระบวนการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้รอประกาศผลคุณสมบัติในวันที่ 17 ก.ค. 2569“ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง”
ให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง เนื่องจากข้อมูลที่กรอกไม่ตรงบัตร“อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน”
ให้ลองกลับมาตรวจสอบสถานะอีกครั้งในวันถัดไปกรณีไม่เคยมีบัตร หากระบบแจ้งว่า
“ท่านไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิได้” หมายถึงไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรเดิม
7.2 ตัวอย่างข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
กรอกข้อมูลไม่ตรงตามบัตรประชาชน (ชื่อ–นามสกุล, วันเกิด, เลข Laser ID)
เลือกช่องทางลงทะเบียนไม่สอดคล้องกับกลุ่มของตน (เช่น ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแต่พยายามลงในระบบเฉพาะกลุ่ม)
เข้าใจผิดว่ากรอกเบอร์โทรผิดต้องลงใหม่ ทั้งที่หากระบบขึ้นว่า “ยืนยันลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว” ก็ถือว่าเสร็จแล้ว
7.3 การยื่นอุทธรณ์เมื่อไม่ผ่านเกณฑ์
หากตรวจสอบผลวันที่ 17 ก.ค. 2569 แล้วพบว่า “ไม่ผ่านคุณสมบัติ” สามารถดำเนินการดังนี้
ยื่นอุทธรณ์ได้ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน
แอปฯ เป๋าตัง
แอปฯ ทางรัฐ
เว็บไซต์โครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร
ดำเนินการแก้ไขข้อมูล/ยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามที่หน่วยงานแจ้ง ภายใน 16 สิงหาคม 2569
กระทรวงการคลังประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบอุทธรณ์จึงจะไปยืนยันตัวตนและเริ่มใช้สิทธิได้ (ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)
8. สรุปสิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และเช็กลิสต์เตรียมตัว
8.1 สิทธิที่ได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันตัวตนเรียบร้อย จะได้รับสวัสดิการหลัก ดังนี้
วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
ใช้ซื้อของจำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม
ใช้ได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
วงเงิน 300 บาท/คน/เดือน
ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม
จากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด
วงเงิน 80 บาท/คน/3 เดือน
วงเงินค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ
ใช้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท เช่น ขสมก., บขส., รถไฟฟ้า BTS/MRT, รถไฟ, รถร่วมเอกชน, รถสองแถวรับจ้าง, เรือโดยสารสาธารณะ
วงเงิน 750 บาท/คน/เดือน (ไม่จำกัดตามประเภทรถ)
มาตรการบรรเทาค่าไฟฟ้า
อุดหนุนค่าไฟ 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิ์ต้องรับภาระส่วนเกินเองทั้งหมด
มาตรการบรรเทาค่าน้ำประปา
อุดหนุนค่าน้ำ 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
- ถ้าใช้น้ำเกิน 100 บาทแต่ไม่เกิน 315 บาท
ยังได้รับสนับสนุน 100 บาท และต้องจ่ายส่วนที่เกินเอง
- ถ้าใช้น้ำเกิน 315 บาท
ผู้มีสิทธิ์ต้องรับภาระค่าน้ำทั้งหมดเอง
เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม
ในข้อมูลอ้างอิงระบุว่า มีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 200 – 300 บาท/เดือน ตามสัดส่วนรายได้ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประกาศทางการอีกครั้ง)
8.2 เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนถึงวันลงทะเบียนจริง
ก่อนถึงวันลงทะเบียน 4 – 21 มิ.ย. 2569 แนะนำให้ทบทวนตามรายการต่อไปนี้
[ ] ตรวจสอบตนเองว่าเข้าเกณฑ์รายได้ ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
[ ] ตรวจสอบว่าไม่มีบัตรเครดิต วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท และเงินฝาก+สลากไม่เกิน 100,000 บาท
[ ] ตรวจสอบทรัพย์สิน: ที่ดิน–ที่อยู่อาศัย–ห้องชุด อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
[ ] ตรวจสอบว่าตนเองไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ (ยกเว้นยานพาหนะตามเงื่อนไข)
[ ] ตรวจสอบว่าไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถูกห้ามลงทะเบียน เช่น ข้าราชการ, นักศึกษา, ผู้ถือหุ้น, ผู้มีกรมธรรม์ชีวิตเกินเกณฑ์ ฯลฯ
[ ] เตรียมบัตรประชาชนให้พร้อม และทราบเลข Laser ID หลังบัตร
[ ] เตรียมหมายเลขโทรศัพท์ที่จะใช้ลงทะเบียน
[ ] เลือกช่องทางลงทะเบียนที่สะดวกที่สุด (เว็บไซต์, เป๋าตัง, ทางรัฐ, ธนาคาร, ตู้ ATM)
[ ] สำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน วางแผนติดต่ออำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือธนาคารล่วงหน้า
หากดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่ช่วงลงทะเบียน ยืนยันตัวตน และติดตามผลในช่วงประกาศ คุณจะสามารถใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปตามสิทธิที่ได้รับ


ความคิดเห็น