รับแอปรับแอป

หูไม่ค่อยได้ยิน แต่ชีวิตการทำงานยังปังได้: 8 ทริคกู้สมดุล Work-Life Balance

ชัยวัฒน์ อินทร์01-30

เสียงหายไป สมดุลชีวิตก็เริ่มสั่นคลอน

การได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของเสียง แต่มันคือหัวใจของการสื่อสาร และการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน

เมื่อหูที่ทำหน้าที่รับฟังเริ่มมีปัญหา การรับข้อมูลก็เริ่มผิดเพี้ยน หูไม่ค่อยได้ยินในวัยทำงานจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทบทั้งประสิทธิภาพการทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม

หากปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล อาจกระทบถึงความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ทำให้สูญเสียความอิสระ และอาจต้องพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้นในระยะยาว

แม้ปัญหาการได้ยินจะทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป แต่ในวัยทำงานซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการสร้างฐานชีวิตที่มั่นคง เราก็ยังสามารถรักษาสมดุลการทำงาน และสมดุลการใช้ชีวิตได้ โดยการนำเครื่องช่วยฟังและวิธีการดูแลตัวเองที่เหมาะสมเข้ามาช่วยเสริมคุณภาพชีวิต

หูไม่ค่อยได้ยิน กระทบการสื่อสารมากกว่าที่คิด

ในวัยทำงานที่ต้องติดต่อประสานงานกับคนรอบตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อการฟังมีปัญหา ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดแค่กับตัวเรา แต่ลามไปถึงงานและความสัมพันธ์ด้วย

ผลที่ตามมามีได้หลายด้าน เช่น

  • การสื่อสารผิดพลาด ทำให้งานคลาดเคลื่อน ล่าช้า และต้องใช้เวลาแก้ไขมากขึ้น

  • ต้องใช้เวลาทำงานเพิ่ม แต่เวลาพักผ่อนกลับลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานถดถอย

  • ร่างกายอ่อนล้าจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่พอ

  • ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และคนในครอบครัวอาจตึงเครียดมากขึ้น

  • เกิดความเครียด ความเหนื่อยล้า และความไม่มั่นใจในตัวเอง

  • การรับรู้จากประสาทสัมผัสลดลง เพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุขณะทำงานหรือเดินทาง

  • เริ่มเลี่ยงการเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมนันทนาการ

  • มีโอกาสนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือความรู้สึกโดดเดี่ยวได้

สัญญาณเตือน เริ่มสงสัยว่าหูไม่ค่อยได้ยินหรือยัง?

ลองสำรวจตัวเองจากอาการเริ่มต้นเหล่านี้

  • ฟังได้ชัดในที่เงียบๆ แต่พออยู่ในที่มีเสียงรบกวนกลับเริ่มฟังคนพูดไม่รู้เรื่อง

  • มักพูดเสียงดังโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้ยินเสียงของตัวเองชัดเจน

  • ต้องขอให้คนตรงหน้าพูดซ้ำอยู่บ่อยๆ

  • รู้สึกว่าคนอื่นพูดไม่ชัด หรือคิดว่าเขาพูดเบาเกินไป

  • ฟังการประชุมหรือการสนทนากลุ่มได้ลำบาก โดยเฉพาะเวลามีหลายคนพูด

  • แยกเสียงความถี่สูงได้ไม่ดี เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงนาฬิกาปลุก หรือเสียงสัญญาณเตือนต่างๆ

  • ต้องเร่งเสียงโทรทัศน์หรือวิทยุให้ดังขึ้นทีละนิด จนคนรอบตัวเริ่มทัก

หากเริ่มเจอหลายข้อร่วมกัน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจการได้ยินอย่างจริงจัง

8 เคล็ดลับรับมือหูไม่ค่อยได้ยิน ในวัยทำงาน

การมีปัญหาการได้ยินไม่ได้แปลว่าชีวิตต้องหยุดอยู่กับที่ การจัดการอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ยังคงสมดุลการทำงานและการใช้ชีวิตได้ดี

1. ใช้เครื่องช่วยฟังอย่างเหมาะสม

เครื่องช่วยฟัง คือผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการได้ยิน ทำให้การสื่อสารในที่ทำงานและชีวิตประจำวันราบรื่นขึ้น

เทคโนโลยีเครื่องช่วยฟังยุคใหม่สามารถตั้งค่าให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ ทั้งออฟฟิศ ห้องประชุม หรือพื้นที่ที่มีเสียงรบกวนสูง

2. ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เป็นมิตรกับการได้ยิน

จัดโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมที่เสียงรบกวนน้อย เช่น ห่างจากเครื่องถ่ายเอกสาร พื้นที่พักผ่อน หรือเครื่องจักรเสียงดัง

อาจเสริมด้วยอุปกรณ์ลดเสียงรบกวน หรือวางตัวเองในตำแหน่งที่มองเห็นใบหน้าคนที่ต้องสื่อสารด้วยได้ชัดเจน

3. ใช้เทคโนโลยีช่วยการสื่อสาร

ใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยฟังและสื่อสาร เช่น แอปแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ อุปกรณ์เสริมสำหรับไมโครโฟน หรือการประชุมผ่านวิดีโอที่มองเห็นสีหน้าและการขยับปากของคู่สนทนาได้ชัดขึ้น

4. เปิดใจบอกเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า

การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเรื่องปัญหาการได้ยิน จะช่วยให้คนรอบตัวเข้าใจและพร้อมปรับรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมมากขึ้น เช่น พูดช้าลง ชัดขึ้น หรือหันหน้าเข้าหาเวลาพูด

การไม่ต้องฝืนฟังคนเดียวช่วยลดความเครียดได้มาก และทำให้บรรยากาศการทำงานร่วมกันดีขึ้น

5. ฝึกอ่านริมฝีปาก

ทักษะการอ่านริมฝีปากช่วยเสริมการฟัง โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเสียงรบกวน ทำให้เข้าใจบทสนทนาได้ดีขึ้น แม้จะฟังเสียงไม่ชัดเหมือนเดิม

6. จัดการความเครียดอย่างจริงจัง

ปัญหาการได้ยินมักพ่วงมาด้วยความกังวลและความตึงเครียด การดูแลใจจึงสำคัญพอๆ กับการดูแลหู

ลองใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ ฝึกหายใจลึกๆ โยคะ หรือออกกำลังกายเบาๆ เพื่อช่วยลดความเครียดสะสม

7. พักผ่อนให้พอ

การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยให้สมองและร่างกายฟื้นตัว ทำให้มีพลังรับมือกับงานและความท้าทายระหว่างวันได้ดีขึ้น

เมื่อร่างกายไม่อ่อนล้า การโฟกัสกับการฟังก็ทำได้ดีขึ้นตามไปด้วย

8. ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง

สุขภาพกายที่ดีช่วยหนุนสุขภาพการได้ยิน เช่น

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน เช่น การสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

เครื่องช่วยฟัง: ตัวช่วยเล็กๆ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิต

การใช้เครื่องช่วยฟังอย่างเหมาะสม สามารถเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ชีวิตในวัยทำงานได้อย่างชัดเจน

หูไม่ค่อยได้ยินเมื่อติดเครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับระดับการสูญเสียการได้ยิน จะช่วยให้การสื่อสารลื่นไหลขึ้น รักษาประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเครียดและความกังวลจากการฟังไม่ทัน

นอกจากนี้ยังช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความขัดแย้งจากการสื่อสารผิดพลาดกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า และครอบครัว พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น

วัยทำงาน: ช่วงเวลาสร้างความมั่นคงและสมดุลชีวิต

วัยทำงานไม่ใช่แค่ช่วงเวลาของการทำงานหนัก แต่คือช่วงสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และความสัมพันธ์

การสร้าง Work-life balance จึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาการได้ยินเข้ามาเกี่ยวข้อง

ปั้น Work-Life Balance แม้มีปัญหาการได้ยิน

การรักษาสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว จะช่วยยืดระยะพลังงานการทำงานระยะยาว และลดปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจ โดยสามารถเริ่มต้นได้จาก

  • 1. จัดสรรเวลาให้ลงตัว
    แบ่งเวลาทำงานให้ชัดเจน มองหาเครื่องมือสนับสนุนการได้ยิน เช่น อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อ Bluetooth กับเครื่องช่วยฟัง รวมถึงแบ่งเวลาพักระหว่างวัน และให้พื้นที่กับกิจกรรมส่วนตัวอย่างพอดี

  • 2. ให้ความสำคัญกับครอบครัว
    ใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทานข้าว พูดคุย พบปะ หรือวิดีโอคอล เพื่อรักษาความผูกพันและความเข้าใจกันภายในบ้าน

  • 3. หากิจกรรมช่วยคลายเครียด
    เลือกกิจกรรมที่ทำให้ใจนิ่งและสนุกไปพร้อมกัน เช่น อ่านหนังสือ ทำสวน วาดรูป เล่นดนตรี หรือออกกำลังกายเบาๆ

  • 4. พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
    เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ทั้งด้านงานและไลฟ์สไตล์ เพื่อเสริมความมั่นใจและความภูมิใจในตัวเอง
    ฟังพอดแคสต์ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจ และลดโอกาสเกิดภาวะ Burnout ในวัยทำงานได้ดี

  • 5. เข้าร่วมกลุ่มหรือชุมชนที่เข้าใจคุณ
    การได้พบปะหรือพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์ปัญหาการได้ยินคล้ายกัน ช่วยให้รู้สึกไม่โดดเดี่ยว ได้แลกเปลี่ยนวิธีรับมือ และเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

ปัญหาการได้ยินไม่ใช่จุดจบของความก้าวหน้า

หูไม่ค่อยได้ยินในวัยทำงานอาจทำให้รู้สึกว่ากำลังเสียเปรียบคนอื่น แต่ด้วยการจัดการที่ถูกวิธี การเลือกใช้เครื่องช่วยฟังที่เหมาะกับระดับการได้ยินและไลฟ์สไตล์ของคุณ รวมถึงการปรับวิธีทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น

คุณยังสามารถรักษาสมดุลการทำงาน และสร้างสมดุลชีวิตส่วนตัวที่มีความสุขได้เหมือนเดิม

อย่าปล่อยให้ปัญหาการได้ยินกลายเป็นกำแพงขวางความสำเร็จในสายอาชีพของคุณ การใส่ใจสุขภาพการได้ยิน และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในวันนี้ จะช่วยให้คุณก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้

สุดท้ายแล้ว การได้ทำงานอย่างมั่นใจ ควบคู่กับการมีชีวิตส่วนตัวที่สมดุล คือรางวัลสำคัญที่คุณควรได้รับ และคุณมีสิทธิ์ที่จะไปถึงจุดนั้นไม่แพ้ใครเลย