พนักงานใหม่คนหนึ่ง ที่ชื่อว่าคุณและฉัน
เมื่อภาพยนตร์ ‘พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE’ ถูกปล่อยออกมาและกลายเป็นกระแสบนโซเชียล สิ่งที่เดินทางมาต่อหัวใจคนดูแบบเนียน ๆ คือเพลงประกอบ “พนักงานใหม่บนโลกใบนี้” ที่ดึงมุมมองชีวิตของมนุษย์ทำงานและมนุษย์โลกมาเล่าได้อย่างนุ่มลึก
เพลงนี้ได้ ปั๊บ POTATO ศิลปินสายคุณภาพจากค่าย Genie Records มาถ่ายทอดอารมณ์ เสริมด้วยโปรดิวเซอร์สายร็อกอย่าง กบ Big Ass ขจรเดช พรมรักษา ที่มาร่วมแต่งเนื้อร้องกับนักแต่งเพลงมากประสบการณ์ สุรชัย พรพิมานแมน
ทุกประโยคของเพลงถูกออกแบบให้ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ ประกอบหนัง แต่เป็น เสียงของคำถามในใจคน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบเดิม ในฐานะ “พนักงานใหม่” ของสถานการณ์ที่เราไม่เคยเจอมาก่อนเสมอ
เพลงจึงไม่ได้เป็นแค่ซาวด์แทร็ก แต่กลายเป็นเหมือนเพื่อนเงียบ ๆ ที่เข้าใจความกังวล ความกลัว และความหวังของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ บนโลกใบใหญ่
จากหนังสู่เพลง จากรถคันหนึ่งสู่คำถามทั้งชีวิต
ในมิวสิกวิดีโอของเพลง “พนักงานใหม่บนโลกใบนี้” เราจะได้เห็นการแสดงอารมณ์ร่วมกันของ เอิงเอย ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์ นางเอกของภาพยนตร์ และ ปั๊บ POTATO ที่พาคนดูย้อนกลับไปสู่ “ซีนขับรถ” หนึ่งในภาพจำสำคัญของเรื่อง
ฉากขับรถไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นการเดินทางผ่านคำถามในหัวของตัวละคร เกี่ยวกับ
ชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไป
สังคมและโลกการทำงานที่ต้องเผชิญ
การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
ก่อนที่ “ใครสักคน” จะถูกส่งมาแจ้งเกิดบนโลกใบนี้ในฐานะ พนักงานใหม่ของโลก ชีวิตหนึ่งกำลังตัดสินใจว่าจะกล้าพอไหม ที่จะพาอีกชีวิตหนึ่งเข้ามาอยู่ในระบบที่ตัวเองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ
มุมมองของปั๊บ POTATO: เมื่อ HR ต้องสัมภาษณ์หัวใจตัวเอง
ปั๊บเล่าถึงการได้ร่วมงานครั้งนี้ว่าเต็มไปด้วยความตั้งใจ เพราะเพลงนี้ต้องสะท้อนความรู้สึกของตัวละครหลักที่ทำงานเป็น HR ผู้มีหน้าที่
คัดเลือกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
ประเมินโปรไฟล์และศักยภาพของผู้อื่น
แต่ในขณะเดียวกัน ชีวิตของเธอกำลัง “รับพนักงานใหม่” เข้ามาในโลกใบนี้ คืออีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิด
ความกดดันจึงไม่ได้มีแค่เรื่องงาน แต่มีคำถามใหญ่ต่อโลกและอนาคตว่า
โลกใบนี้พร้อมต้อนรับอีกหนึ่งชีวิตหรือยัง?
เราเองพร้อมจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อชีวิตนั้นแค่ไหน?
เราทำหน้าที่ต่อโลก และต่อหัวใจของตัวเองได้ดีพอหรือยัง?
เพลงเลยไม่ได้พูดถึงการเป็น HR แค่ในระดับอาชีพ แต่พาเราไปถึง บทบาทความเป็นมนุษย์ ที่ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างกับโลกใบนี้ตลอดเวลา
ท่อนที่แทงใจ: ถ้าโลกไม่ต้อนรับ เราควรทำยังไง
มีท่อนหนึ่งที่ปั๊บอินเป็นพิเศษ และน่าจะตรงใจใครหลายคนแบบเลี่ยงไม่ได้ คือประโยคที่ว่า
“หากเปิดประตูเข้าไปโลกไม่ต้อนรับ จะให้ฉันต้องทำยังไง ภาวนาอย่าให้โลกใจร้าย ยังไงให้ช่วยพิจารณา”
ท่อนนี้ไม่ได้ถามเล่น ๆ แต่มันคือคำถามของคนที่กำลังใช้ชีวิตบนโลกที่ไม่รู้เลยว่า
พรุ่งนี้จะเป็นมิตรหรือโหดร้าย
ความพยายามที่มีอยู่จะพอหรือไม่
สิ่งที่เราทำเต็มที่แล้ว จะได้รับโอกาสกลับมาบ้างไหม
ปั๊บเล่าว่า ทุกครั้งที่ร้องเพลงนี้ เหมือนร้องให้ตัวเองฟังไปด้วย และรู้สึกว่ามันคือคำถามเดียวกับมนุษย์อีกมากมายที่กำลังเดินอยู่ในโลกที่ไม่เคยให้สคริปต์ล่วงหน้า
เราทุกคนต่างใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแต่ละวัน แต่ในใจลึก ๆ ก็อยากกระซิบกับโลกว่า
“ช่วยอย่าโหดร้ายกับเรามากนักได้ไหม”
ไม่มีใครรู้ว่าโลกหลังจากนี้จะกลายเป็นแบบไหน ปลอดภัยแค่ไหน หรือจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สิ่งเดียวที่ทำได้คือ
ใช้ชีวิตให้เต็มที่ในแบบของตัวเอง
เฝ้าหวังว่าสิ่งดี ๆ จะโคจรมาหาเรา
และเผื่อหัวใจให้กับอีกชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้
เพลงนี้ ไม่ได้ขอแค่ให้ฟัง แต่อยากให้เปิดใจรับไว้พิจารณา
“พนักงานใหม่บนโลกใบนี้” จึงเป็นมากกว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ เพราะมันชวนให้เราหยุดถามตัวเองเบา ๆ ว่า
วันนี้เราใช้ชีวิตในฐานะ “พนักงานใหม่ของโลก” ได้ดีแค่ไหน
เรายังกล้าหวังและขอความเมตตาจากโลกอยู่หรือเปล่า
เรายังเชื่อไหมว่าโลกใบนี้มีที่ว่างสำหรับเราและคนที่เรารัก
เพลงนี้เหมาะกับการอยู่ในเพลย์ลิสต์ของคนที่
กำลังเริ่มต้นงานใหม่
กำลังจะเริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิต
หรือแค่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนตัวเล็ก ๆ บนโลกที่บางวันใจดี บางวันก็โหดร้ายเกินรับไหว
ลองเปิดใจฟังเพลงนี้อีกครั้งในวันที่ใจคุณอ่อนล้า แล้วให้มันช่วยยืนยันกับคุณว่า แม้โลกจะไม่รับสมัคร แต่หัวใจเรายังมีสิทธิ์ขอให้โลกพิจารณาเราเสมอ
และในวันที่คุณรู้สึกว่าตัวเองหลงทางไปไกล อย่าลืมว่า คุณยังมีสิทธิ์เริ่มต้นใหม่ในฐานะ “พนักงานใหม่บนโลกใบเดิม” ได้ทุกวัน

