รับแอปรับแอป

หูฟังไม่ถึงพันที่ตัดเสียงได้ 50dB? เจาะลึก Huawei FreeBuds SE 4 คู่หูสายฟังพอดแคสต์และเพลงทั้งวัน

อภิชาติ สุนทร01-30

เปิดกล่องความคุ้มของหูฟังไร้สายราคาเบา

ที่สุดของความคุ้มในงบเบา ๆ แต่ฟีเจอร์จัดเต็มแบบหูฟังเรือธง นี่แหละภาพรวมของ Huawei FreeBuds SE 4 หูฟัง True Wireless Stereo ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ในราคาที่หลายคนเอื้อมถึงง่ายมาก

ปลายปีนี้ตลาดหูฟังกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะรุ่นนี้คือการสานต่อจาก FreeBuds SE 3 ที่เน้นดีไซน์เก๋และราคาคุ้ม แต่รอบนี้แทนที่จะเล่นลุคจัด ๆ กลับใส่เทคโนโลยีแบบรุ่นท็อปลงมาแบบแน่น ๆ โดยเฉพาะเรื่อง ANC และแบตเตอรี่ที่อึดจริงไม่จกตา

ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังไว้ฟังเพลง ฟังพอดแคสต์ หรือใช้ระหว่างทำงานนอกบ้าน รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองสุด ๆ

ดีไซน์ ใส่สบาย พกง่ายทั้งวัน

ตัวหูฟัง Huawei FreeBuds SE 4 ใช้ทรงใกล้เคียงตระกูล FreeBuds Pro แต่ขยายขนาดให้กว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อความกระชับในช่องหู เป็นแบบ In-Ear ที่ออกแบบมาให้ใส่นาน ๆ ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือเจ็บหู

  • น้ำหนักหูฟังเพียง 4.3 กรัมต่อข้าง เบาจนแทบลืมว่าใส่อยู่

  • เคสชาร์จขนาดเล็ก พกใส่กระเป๋ากางเกงสบาย ไม่ตุง ไม่เกะกะ

จุดที่โดดเด่นคือ สายใส่นาน ฟังเพลินทั้งวัน ไม่ว่าจะฟังเพลงยาว ๆ หรือเปิดพอดแคสต์ต่อเนื่อง ก็ยังให้ความรู้สึกเบาสบายอยู่

ANC 50dB ในหูฟังราคาต่ำกว่าพันห้า

หัวใจหลักของรุ่นนี้คือ Active Noise Cancelling (ANC) ที่เคลมว่าสามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 50 เดซิเบล (ตามข้อมูลโปรโมตในไทย) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในรุ่นก่อนหน้าอย่าง FreeBuds SE 3

ฟีเจอร์ ANC ช่วยลดเสียงในชีวิตประจำวันได้ดี ไม่ว่าจะเป็น

  • เสียงพัดลม

  • เสียงแอร์

  • เสียงพูดคุยในออฟฟิศ

เหมาะมากกับการฟังเพลง หรือฟังพอดแคสต์ในออฟฟิศ คาเฟ่ หรือบนรถสาธารณะ เพราะมี โหมดปรับระดับเสียงอัจฉริยะ 3 โหมด ให้เลือกใช้งานตามสถานการณ์

  • Ultra : สำหรับสภาพแวดล้อมที่เสียงดังมาก เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือที่คนพลุกพล่าน

  • General : สำหรับลดเสียงรบกวนรอบข้างทั่วไปเวลาอยู่ในที่จอแจ

  • Cozy : ใช้ในที่เงียบแต่ต้องการตัดเสียงเล็กน้อย เพิ่มสมาธิในการทำงานหรืออ่านหนังสือ

ผลลัพธ์คือคุณจะโฟกัสกับเพลง หรือพอดแคสต์ได้ง่ายขึ้นอย่างรู้สึกได้จริง

เสียง 10 มม. + EQ ให้เลือก 4 แบบ

ในเรื่องคุณภาพเสียง Huawei FreeBuds SE 4 ใช้ไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ให้โทนเสียงที่มีมิติ ฟังสนุก ทั้งเพลงป๊อป Lofi หรือพอดแคสต์เสียงพูดก็เคลียร์กำลังดี

สิ่งที่ทำให้เล่นสนุกขึ้นไปอีกคือ Multi-EQ modes / EQ custom ที่ให้ปรับโทนเสียงได้ถึง 4 รูปแบบ ภายในแอป ได้แก่

  • Default

  • Bass Boost (เน้นเบส)

  • Treble Boost (เน้นเสียงแหลม รายละเอียด)

  • Voices (เน้นเสียงพูด เหมาะกับพอดแคสต์/หนัง/คอล)

การใช้งานก็ง่าย เปิดบลูทูธ เชื่อมต่อผ่านแอป จากนั้นเลือกปรับ EQ ให้เข้ากับแนวที่ชอบได้เลย

แบตอึด 50 ชั่วโมง + ชาร์จ 10 นาที ฟังได้ 4 ชั่วโมง

ในด้านแบตเตอรี่ รุ่นนี้จัดว่าโหดมากเมื่อเทียบกับราคา

  • หูฟังแต่ละข้างใส่แบต 41mAh

  • เคสชาร์จมีแบต 510mAh

รวมกันแล้วใช้งานได้สูงสุด ประมาณ 50 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ เรียกว่าฟังได้หลายวันแบบไม่ต้องเสียบสายชาร์จบ่อย ๆ เลย

รองรับชาร์จไว แค่ชาร์จประมาณ 10 นาที ก็สามารถฟังเพลงต่อได้ถึง 4 ชั่วโมง เหมาะมากกับคนที่ชาร์จแบตไม่เป็นเวลา หรือลืมชาร์จเป็นประจำ

สีตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี

  • สีดำ

  • สีขาว

เครื่องที่นำมารีวิวเป็นสีขาว ลุคคลีน ๆ เข้ากับสายมินิมอลได้ดี แต่ต้องระวังเรื่องรอยและคราบเล็กน้อยถ้าใช้ไปนาน ๆ

สเปกสำคัญที่ควรรู้

  • ขนาดเคส : 46.5 มม. x 61.8 มม. x 24.7 มม.

  • ขนาดหูฟัง : 32.3 มม. x 21.3 มม. x 24.0 มม.

  • น้ำหนักรวม : หูฟังข้างละ 4.3 กรัม / เคส 36 กรัม รวมประมาณ 40.3 กรัม

  • สี : สีเบจขาว (beige white) และสีดำ (black)

  • ไดรเวอร์ : 10 มม. ช่วงความถี่ 20Hz – 20kHz

  • ตัดเสียงตอนคุยโทรศัพท์ : รองรับ Call noise cancellation

  • ไมโครโฟน : หูฟังแต่ละข้างมีไมค์ 3 ตัว

  • ระบบปรับเสียง : รองรับ Multi-EQ

  • ไฟล์เสียงที่รองรับ : SBC, AAC, mSBC

  • การควบคุม : ระบบสัมผัส (Hall effect sensor / Touch sensor)

    • แตะ 2 ครั้ง : เล่น / หยุดชั่วคราว, รับสาย / วางสาย

    • แตะ 3 ครั้ง : ข้ามไปเพลงถัดไป (ค่าเริ่มต้น) หรือย้อนกลับเพลงก่อนหน้า

    • แตะค้าง : สลับโหมดตัดเสียงรบกวน, ปรับระดับเสียง, เรียกผู้ช่วยเสียง หรือปฏิเสธสาย (ปรับได้ในแอป)

  • แบตเตอรี่ : Lithium polymer แบบถอดไม่ได้

  • ความจุแบต : หูฟัง 41 mAh / เคส 510 mAh

  • ระยะเวลาใช้งาน : สูงสุดราว 50 ชม. เมื่อใช้ร่วมเคส / ประมาณ 7 ชม. เมื่อเปิด ANC

  • การชาร์จ : ผ่านสาย USB Type-C (ชาร์จ 10 นาที ฟังได้ถึง 4 ชม.)

  • มาตรฐานกันน้ำ : หูฟังรองรับ IP54 / เคสไม่กันน้ำ

  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.4 รองรับจับคู่อัตโนมัติ และตรวจจับการสวมใส่ (บนอุปกรณ์ที่ใช้ EMUI 10.0 ขึ้นไป)

  • ราคาเต็ม : 1,499 บาท (มีโปรลดเหลือ 849 บาทในช่วงเวลาจำกัด)

ภายในกล่องมีอะไรบ้าง

สิ่งที่เจอในกล่องหลัก ๆ คือ

  • เคสหูฟังที่มี FreeBuds SE 4 อยู่ด้านใน

  • เอกสารคู่มือการใช้งาน

  • ใบรับประกันสินค้า

ไม่มีสายชาร์จ USB Type-C แถมมาให้ แต่สามารถใช้สายที่มีอยู่แล้วได้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แพ็กเกจจิ้งและดีไซน์กล่อง

ดีไซน์กล่องยังคงสไตล์หูฟัง Huawei รุ่นก่อน ๆ เน้นโทนสีขาว รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียบ ๆ แต่ดูสะอาดตา

บนหน้ากล่องจะมีรูปตัวหูฟัง และเคสของ Huawei FreeBuds SE 4 ตามสีจริงของตัวเครื่องที่ขาย (ดำ / ขาว) พร้อมระบุฟีเจอร์เด่นด้วยตัวอักษรสีเทา เช่น

  • ANC

  • Multi-EQ modes

  • Active noise cancellation

  • 50h

  • IP54

ด้านข้างและด้านหลังกล่องจะมีข้อมูลฟีเจอร์หลัก เช่น ระยะเวลาการใช้งาน ความสามารถด้านแบตเตอรี่ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบสัมผัส การเชื่อมต่อบลูทูธ ไปจนถึง QR Code สำหรับสแกนดาวน์โหลดแอปจัดการหูฟัง

การเชื่อมต่อ และการใช้งานร่วมกับแอป

การเริ่มต้นใช้งานไม่ยุ่งยาก เพียงโหลดแอปที่รองรับบนสมาร์ทโฟน จากนั้นเปิดบลูทูธแล้วทำตามขั้นตอนในแอป

หลักการใช้งานคือ

  1. เปิดเคสชาร์จ หูฟังจะเข้าสู่โหมดพร้อมเชื่อมต่อ

  2. แอปจะตรวจเจออุปกรณ์ และมีแจ้งเตือนให้กดเชื่อมต่อ

  3. หากแอปยังไม่เห็นตัวหูฟัง กดปุ่มที่ด้านล่างเคสให้ไฟกระพริบ แล้วลองเชื่อมต่ออีกครั้ง

หลังจับคู่ครั้งแรกเรียบร้อย ครั้งถัดไปหูฟังจะเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตอัตโนมัติ รองรับทั้ง Android และ iOS (แนะนำให้ตรวจสอบอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนใช้งาน)

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้รุ่นนี้น่าเล่น

สิ่งที่ทำให้ Huawei FreeBuds SE 4 น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การเป็นหูฟังในตระกูล SE รุ่นแรก ๆ ที่ให้ ANC เต็มตัวในงบไม่ถึง 1,500 บาท แต่จัดฟีเจอร์มาครบจบในตัวเดียว

จุดเด่นหลัก ๆ คือ

  • ANC ลดเสียงรบกวนสูงสุดถึง 50 เดซิเบล (ตามข้อมูลในไทย)

  • เลือกโหมด ANC ได้ 3 แบบ (Ultra, General, Cozy) ตามสภาพแวดล้อม

  • แบตเตอรี่รวมสูงสุดกว่า 50 ชั่วโมง พร้อม Fast Charge ชาร์จ 10 นาที ฟังได้นานถึง 4 ชั่วโมง

  • Multi-EQ 4 โหมด ให้คาแรกเตอร์เสียงแตกต่างกัน เหมาะทั้งสายเพลงและสายพอดแคสต์

  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 สำหรับตัวหูฟัง ใช้ได้สบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินกลางฝนปรอย หรือใช้ตอนออกกำลังกายเบา ๆ

ใส่สบายตามหลักสรีรศาสตร์ + ผ่านการทดสอบโหด

ดีไซน์แบบ In-Ear ของรุ่นนี้ไม่ได้ทำมาลอย ๆ แต่ผ่านการออกแบบจาก โมเดลใบหูกว่า 10,000 แบบ เพื่อให้ใส่ได้กระชับกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ พร้อมจุกซิลิโคน 3 ขนาด ให้เลือกตามช่องหูของแต่ละคน

  • น้ำหนักหูฟังแต่ละข้างเพียง 4.3 กรัม (เบาจนเทียบได้ว่าบางกว่ากระดาษ A4)

  • ผ่านมาตรฐานจาก SGS และการทดสอบโหด ๆ มากกว่า 26 รูปแบบ

ตัวอย่างการทดสอบที่ผ่านมาแล้ว เช่น

  • เสียบ–ถอดสายชาร์จมากกว่า 10,000 ครั้ง

  • เปิด–ปิดฝาเคสชาร์จมากกว่า 50,000 ครั้ง

  • ทดสอบความทนการตกกระแทกกว่า 50,000 ครั้ง

  • ทดสอบความทนต่ออุณหภูมิจาก -40°C ไปถึง +70°C ภายในเวลา 20 วินาที

ไมโครโฟน 3 ตัว คุยชัด ตัดเสียงรบกวนดี

หูฟังแต่ละข้างมาพร้อม ไมโครโฟน 3 ตัว แบบ Crystal Clear ที่ช่วยให้เสียงสนทนาชัดขึ้น และคัดกรองเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีในสถานการณ์ทั่วไป

เมื่อรวมกับระบบตัดเสียงตอนโทรศัพท์ ทำให้การคุยสายหรือประชุมออนไลน์ฟังกันได้ชัดเจนกว่าหูฟัง TWS หลายรุ่นในเรตราคาใกล้เคียงกัน

ยังรองรับ การควบคุมแบบสัมผัส บนตัวหูฟัง ใช้แตะเพื่อควบคุมการเล่นเพลง รับสาย วางสาย หรือสลับโหมด ANC ได้อย่างสะดวก

ประสบการณ์หลังใช้งานจริง

หลังทดลองใช้งานจริงต้องยอมรับว่า นี่คือหนึ่งในหูฟังที่นิยามคำว่า “คุ้มที่สุดในงบ” ได้แบบไม่เกินจริง

ถ้าคุณต้องการหูฟังที่

  • ราคาอยู่ในหลักพันต้น ๆ

  • มี ANC ทำงานได้ดีเกินราคา

  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้หลายวัน

  • ใส่สบายจนลืมว่าใส่อยู่

Huawei FreeBuds SE 4 ตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ได้ครบ ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ

สำหรับสายฟังเพลงและสายฟังพอดแคสต์ ที่ต้องการความเงียบและโฟกัส แต่ไม่อยากจ่ายแพง รุ่นนี้ถือเป็นการลงทุนที่ได้ทั้งความสงบและระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตเล็กน้อย เช่น ไม่สามารถใช้การแตะที่ตัวหูฟังเพื่อเพิ่ม–ลดระดับเสียงตรง ๆ ได้ ต้องอาศัยการปรับจากมือถือหรือในแอปแทน

อีกจุดคือ เคสชาร์จไม่ได้รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP54 มีเฉพาะตัวหูฟังเท่านั้น ทำให้เวลาใช้งานต้องระวังเคสเป็นพิเศษ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ราคาขาย ก็ถือว่ายอมรับได้ไม่ยาก

สรุปข้อดี

  • น้ำหนักทั้งชุดราว 40.3 กรัม พกง่าย ใส่สบาย

  • แบตเตอรี่ อึดมาก ใช้งานรวมได้สูงสุดราว 50 ชั่วโมง

  • ระบบควบคุมแบบสัมผัส (Hall effect sensor / Touch sensor)

  • รองรับการตัดเสียงรบกวนระหว่างโทรศัพท์

  • ปรับคุณภาพเสียงได้หลายแบบผ่าน Multi-EQ

  • ไมโครโฟน 3 ตัวต่อข้าง ช่วยให้เสียงสนทนาชัดเจน

  • รองรับการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 (เฉพาะหูฟัง)

  • ผ่านมาตรฐานจาก SGS และผ่านการทดสอบการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

  • ราคาย่อมเยา แต่ฟีเจอร์ให้มาแบบเกินตัว

ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

  • ไม่มีสายชาร์จ และปลอกซิลิโคนหูฟังแถมในกล่อง

  • ตัวเครื่องสีขาวมีโอกาสหมองหรือเป็นรอยได้ง่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ

  • เคสชาร์จไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP54

  • ไม่สามารถแตะที่ตัวหูฟังเพื่อปรับเสียงดัง–เบาโดยตรงได้

โปรโมชันราคาพิเศษ

ช่วงเปิดขาย Huawei FreeBuds SE 4 ANC มีโปรโมชันลดราคาพิเศษจาก 1,499 บาท เหลือประมาณ 849 บาท ในช่วงเวลาโปรที่กำหนด พร้อมของแถมตามแพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ และบริการส่งฟรีในหลายช่องทางการขาย

สรุปสั้น ๆ ถ้าคุณอยากได้หูฟังไว้ฟังเพลง–ฟังพอดแคสต์แบบตัดเสียงได้จริง แบตอึด ฟีเจอร์ครบ ในงบไม่ถึงพันห้า รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองก่อนตัดสินใจซื้อรุ่นอื่นอย่างมาก