เปิดกล่องความคุ้มของหูฟังไร้สายราคาเบา
ที่สุดของความคุ้มในงบเบา ๆ แต่ฟีเจอร์จัดเต็มแบบหูฟังเรือธง นี่แหละภาพรวมของ Huawei FreeBuds SE 4 หูฟัง True Wireless Stereo ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ในราคาที่หลายคนเอื้อมถึงง่ายมาก
ปลายปีนี้ตลาดหูฟังกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะรุ่นนี้คือการสานต่อจาก FreeBuds SE 3 ที่เน้นดีไซน์เก๋และราคาคุ้ม แต่รอบนี้แทนที่จะเล่นลุคจัด ๆ กลับใส่เทคโนโลยีแบบรุ่นท็อปลงมาแบบแน่น ๆ โดยเฉพาะเรื่อง ANC และแบตเตอรี่ที่อึดจริงไม่จกตา
ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังไว้ฟังเพลง ฟังพอดแคสต์ หรือใช้ระหว่างทำงานนอกบ้าน รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าจับตามองสุด ๆ
ดีไซน์ ใส่สบาย พกง่ายทั้งวัน
ตัวหูฟัง Huawei FreeBuds SE 4 ใช้ทรงใกล้เคียงตระกูล FreeBuds Pro แต่ขยายขนาดให้กว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อความกระชับในช่องหู เป็นแบบ In-Ear ที่ออกแบบมาให้ใส่นาน ๆ ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือเจ็บหู
น้ำหนักหูฟังเพียง 4.3 กรัมต่อข้าง เบาจนแทบลืมว่าใส่อยู่
เคสชาร์จขนาดเล็ก พกใส่กระเป๋ากางเกงสบาย ไม่ตุง ไม่เกะกะ
จุดที่โดดเด่นคือ สายใส่นาน ฟังเพลินทั้งวัน ไม่ว่าจะฟังเพลงยาว ๆ หรือเปิดพอดแคสต์ต่อเนื่อง ก็ยังให้ความรู้สึกเบาสบายอยู่
ANC 50dB ในหูฟังราคาต่ำกว่าพันห้า
หัวใจหลักของรุ่นนี้คือ Active Noise Cancelling (ANC) ที่เคลมว่าสามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 50 เดซิเบล (ตามข้อมูลโปรโมตในไทย) ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในรุ่นก่อนหน้าอย่าง FreeBuds SE 3
ฟีเจอร์ ANC ช่วยลดเสียงในชีวิตประจำวันได้ดี ไม่ว่าจะเป็น
เสียงพัดลม
เสียงแอร์
เสียงพูดคุยในออฟฟิศ
เหมาะมากกับการฟังเพลง หรือฟังพอดแคสต์ในออฟฟิศ คาเฟ่ หรือบนรถสาธารณะ เพราะมี โหมดปรับระดับเสียงอัจฉริยะ 3 โหมด ให้เลือกใช้งานตามสถานการณ์
Ultra : สำหรับสภาพแวดล้อมที่เสียงดังมาก เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ หรือที่คนพลุกพล่าน
General : สำหรับลดเสียงรบกวนรอบข้างทั่วไปเวลาอยู่ในที่จอแจ
Cozy : ใช้ในที่เงียบแต่ต้องการตัดเสียงเล็กน้อย เพิ่มสมาธิในการทำงานหรืออ่านหนังสือ
ผลลัพธ์คือคุณจะโฟกัสกับเพลง หรือพอดแคสต์ได้ง่ายขึ้นอย่างรู้สึกได้จริง
เสียง 10 มม. + EQ ให้เลือก 4 แบบ
ในเรื่องคุณภาพเสียง Huawei FreeBuds SE 4 ใช้ไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ให้โทนเสียงที่มีมิติ ฟังสนุก ทั้งเพลงป๊อป Lofi หรือพอดแคสต์เสียงพูดก็เคลียร์กำลังดี
สิ่งที่ทำให้เล่นสนุกขึ้นไปอีกคือ Multi-EQ modes / EQ custom ที่ให้ปรับโทนเสียงได้ถึง 4 รูปแบบ ภายในแอป ได้แก่
Default
Bass Boost (เน้นเบส)
Treble Boost (เน้นเสียงแหลม รายละเอียด)
Voices (เน้นเสียงพูด เหมาะกับพอดแคสต์/หนัง/คอล)
การใช้งานก็ง่าย เปิดบลูทูธ เชื่อมต่อผ่านแอป จากนั้นเลือกปรับ EQ ให้เข้ากับแนวที่ชอบได้เลย
แบตอึด 50 ชั่วโมง + ชาร์จ 10 นาที ฟังได้ 4 ชั่วโมง
ในด้านแบตเตอรี่ รุ่นนี้จัดว่าโหดมากเมื่อเทียบกับราคา
หูฟังแต่ละข้างใส่แบต 41mAh
เคสชาร์จมีแบต 510mAh
รวมกันแล้วใช้งานได้สูงสุด ประมาณ 50 ชั่วโมง เมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ เรียกว่าฟังได้หลายวันแบบไม่ต้องเสียบสายชาร์จบ่อย ๆ เลย
รองรับชาร์จไว แค่ชาร์จประมาณ 10 นาที ก็สามารถฟังเพลงต่อได้ถึง 4 ชั่วโมง เหมาะมากกับคนที่ชาร์จแบตไม่เป็นเวลา หรือลืมชาร์จเป็นประจำ
สีตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี
สีดำ
สีขาว
เครื่องที่นำมารีวิวเป็นสีขาว ลุคคลีน ๆ เข้ากับสายมินิมอลได้ดี แต่ต้องระวังเรื่องรอยและคราบเล็กน้อยถ้าใช้ไปนาน ๆ
สเปกสำคัญที่ควรรู้
ขนาดเคส : 46.5 มม. x 61.8 มม. x 24.7 มม.
ขนาดหูฟัง : 32.3 มม. x 21.3 มม. x 24.0 มม.
น้ำหนักรวม : หูฟังข้างละ 4.3 กรัม / เคส 36 กรัม รวมประมาณ 40.3 กรัม
สี : สีเบจขาว (beige white) และสีดำ (black)
ไดรเวอร์ : 10 มม. ช่วงความถี่ 20Hz – 20kHz
ตัดเสียงตอนคุยโทรศัพท์ : รองรับ Call noise cancellation
ไมโครโฟน : หูฟังแต่ละข้างมีไมค์ 3 ตัว
ระบบปรับเสียง : รองรับ Multi-EQ
ไฟล์เสียงที่รองรับ : SBC, AAC, mSBC
การควบคุม : ระบบสัมผัส (Hall effect sensor / Touch sensor)
แตะ 2 ครั้ง : เล่น / หยุดชั่วคราว, รับสาย / วางสาย
แตะ 3 ครั้ง : ข้ามไปเพลงถัดไป (ค่าเริ่มต้น) หรือย้อนกลับเพลงก่อนหน้า
แตะค้าง : สลับโหมดตัดเสียงรบกวน, ปรับระดับเสียง, เรียกผู้ช่วยเสียง หรือปฏิเสธสาย (ปรับได้ในแอป)
แบตเตอรี่ : Lithium polymer แบบถอดไม่ได้
ความจุแบต : หูฟัง 41 mAh / เคส 510 mAh
ระยะเวลาใช้งาน : สูงสุดราว 50 ชม. เมื่อใช้ร่วมเคส / ประมาณ 7 ชม. เมื่อเปิด ANC
การชาร์จ : ผ่านสาย USB Type-C (ชาร์จ 10 นาที ฟังได้ถึง 4 ชม.)
มาตรฐานกันน้ำ : หูฟังรองรับ IP54 / เคสไม่กันน้ำ
การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.4 รองรับจับคู่อัตโนมัติ และตรวจจับการสวมใส่ (บนอุปกรณ์ที่ใช้ EMUI 10.0 ขึ้นไป)
ราคาเต็ม : 1,499 บาท (มีโปรลดเหลือ 849 บาทในช่วงเวลาจำกัด)
ภายในกล่องมีอะไรบ้าง
สิ่งที่เจอในกล่องหลัก ๆ คือ
เคสหูฟังที่มี FreeBuds SE 4 อยู่ด้านใน
เอกสารคู่มือการใช้งาน
ใบรับประกันสินค้า
ไม่มีสายชาร์จ USB Type-C แถมมาให้ แต่สามารถใช้สายที่มีอยู่แล้วได้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แพ็กเกจจิ้งและดีไซน์กล่อง
ดีไซน์กล่องยังคงสไตล์หูฟัง Huawei รุ่นก่อน ๆ เน้นโทนสีขาว รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส เรียบ ๆ แต่ดูสะอาดตา
บนหน้ากล่องจะมีรูปตัวหูฟัง และเคสของ Huawei FreeBuds SE 4 ตามสีจริงของตัวเครื่องที่ขาย (ดำ / ขาว) พร้อมระบุฟีเจอร์เด่นด้วยตัวอักษรสีเทา เช่น
ANC
Multi-EQ modes
Active noise cancellation
50h
IP54
ด้านข้างและด้านหลังกล่องจะมีข้อมูลฟีเจอร์หลัก เช่น ระยะเวลาการใช้งาน ความสามารถด้านแบตเตอรี่ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบสัมผัส การเชื่อมต่อบลูทูธ ไปจนถึง QR Code สำหรับสแกนดาวน์โหลดแอปจัดการหูฟัง
การเชื่อมต่อ และการใช้งานร่วมกับแอป
การเริ่มต้นใช้งานไม่ยุ่งยาก เพียงโหลดแอปที่รองรับบนสมาร์ทโฟน จากนั้นเปิดบลูทูธแล้วทำตามขั้นตอนในแอป
หลักการใช้งานคือ
เปิดเคสชาร์จ หูฟังจะเข้าสู่โหมดพร้อมเชื่อมต่อ
แอปจะตรวจเจออุปกรณ์ และมีแจ้งเตือนให้กดเชื่อมต่อ
หากแอปยังไม่เห็นตัวหูฟัง กดปุ่มที่ด้านล่างเคสให้ไฟกระพริบ แล้วลองเชื่อมต่ออีกครั้ง
หลังจับคู่ครั้งแรกเรียบร้อย ครั้งถัดไปหูฟังจะเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตอัตโนมัติ รองรับทั้ง Android และ iOS (แนะนำให้ตรวจสอบอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนใช้งาน)
ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้รุ่นนี้น่าเล่น
สิ่งที่ทำให้ Huawei FreeBuds SE 4 น่าสนใจเป็นพิเศษคือ การเป็นหูฟังในตระกูล SE รุ่นแรก ๆ ที่ให้ ANC เต็มตัวในงบไม่ถึง 1,500 บาท แต่จัดฟีเจอร์มาครบจบในตัวเดียว
จุดเด่นหลัก ๆ คือ
ANC ลดเสียงรบกวนสูงสุดถึง 50 เดซิเบล (ตามข้อมูลในไทย)
เลือกโหมด ANC ได้ 3 แบบ (Ultra, General, Cozy) ตามสภาพแวดล้อม
แบตเตอรี่รวมสูงสุดกว่า 50 ชั่วโมง พร้อม Fast Charge ชาร์จ 10 นาที ฟังได้นานถึง 4 ชั่วโมง
Multi-EQ 4 โหมด ให้คาแรกเตอร์เสียงแตกต่างกัน เหมาะทั้งสายเพลงและสายพอดแคสต์
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 สำหรับตัวหูฟัง ใช้ได้สบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เดินกลางฝนปรอย หรือใช้ตอนออกกำลังกายเบา ๆ
ใส่สบายตามหลักสรีรศาสตร์ + ผ่านการทดสอบโหด
ดีไซน์แบบ In-Ear ของรุ่นนี้ไม่ได้ทำมาลอย ๆ แต่ผ่านการออกแบบจาก โมเดลใบหูกว่า 10,000 แบบ เพื่อให้ใส่ได้กระชับกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ พร้อมจุกซิลิโคน 3 ขนาด ให้เลือกตามช่องหูของแต่ละคน
น้ำหนักหูฟังแต่ละข้างเพียง 4.3 กรัม (เบาจนเทียบได้ว่าบางกว่ากระดาษ A4)
ผ่านมาตรฐานจาก SGS และการทดสอบโหด ๆ มากกว่า 26 รูปแบบ
ตัวอย่างการทดสอบที่ผ่านมาแล้ว เช่น
เสียบ–ถอดสายชาร์จมากกว่า 10,000 ครั้ง
เปิด–ปิดฝาเคสชาร์จมากกว่า 50,000 ครั้ง
ทดสอบความทนการตกกระแทกกว่า 50,000 ครั้ง
ทดสอบความทนต่ออุณหภูมิจาก -40°C ไปถึง +70°C ภายในเวลา 20 วินาที
ไมโครโฟน 3 ตัว คุยชัด ตัดเสียงรบกวนดี
หูฟังแต่ละข้างมาพร้อม ไมโครโฟน 3 ตัว แบบ Crystal Clear ที่ช่วยให้เสียงสนทนาชัดขึ้น และคัดกรองเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีในสถานการณ์ทั่วไป
เมื่อรวมกับระบบตัดเสียงตอนโทรศัพท์ ทำให้การคุยสายหรือประชุมออนไลน์ฟังกันได้ชัดเจนกว่าหูฟัง TWS หลายรุ่นในเรตราคาใกล้เคียงกัน
ยังรองรับ การควบคุมแบบสัมผัส บนตัวหูฟัง ใช้แตะเพื่อควบคุมการเล่นเพลง รับสาย วางสาย หรือสลับโหมด ANC ได้อย่างสะดวก
ประสบการณ์หลังใช้งานจริง
หลังทดลองใช้งานจริงต้องยอมรับว่า นี่คือหนึ่งในหูฟังที่นิยามคำว่า “คุ้มที่สุดในงบ” ได้แบบไม่เกินจริง
ถ้าคุณต้องการหูฟังที่
ราคาอยู่ในหลักพันต้น ๆ
มี ANC ทำงานได้ดีเกินราคา
แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้หลายวัน
ใส่สบายจนลืมว่าใส่อยู่
Huawei FreeBuds SE 4 ตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ได้ครบ ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ
สำหรับสายฟังเพลงและสายฟังพอดแคสต์ ที่ต้องการความเงียบและโฟกัส แต่ไม่อยากจ่ายแพง รุ่นนี้ถือเป็นการลงทุนที่ได้ทั้งความสงบและระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสังเกตเล็กน้อย เช่น ไม่สามารถใช้การแตะที่ตัวหูฟังเพื่อเพิ่ม–ลดระดับเสียงตรง ๆ ได้ ต้องอาศัยการปรับจากมือถือหรือในแอปแทน
อีกจุดคือ เคสชาร์จไม่ได้รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP54 มีเฉพาะตัวหูฟังเท่านั้น ทำให้เวลาใช้งานต้องระวังเคสเป็นพิเศษ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ราคาขาย ก็ถือว่ายอมรับได้ไม่ยาก
สรุปข้อดี
น้ำหนักทั้งชุดราว 40.3 กรัม พกง่าย ใส่สบาย
แบตเตอรี่ อึดมาก ใช้งานรวมได้สูงสุดราว 50 ชั่วโมง
ระบบควบคุมแบบสัมผัส (Hall effect sensor / Touch sensor)
รองรับการตัดเสียงรบกวนระหว่างโทรศัพท์
ปรับคุณภาพเสียงได้หลายแบบผ่าน Multi-EQ
ไมโครโฟน 3 ตัวต่อข้าง ช่วยให้เสียงสนทนาชัดเจน
รองรับการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 (เฉพาะหูฟัง)
ผ่านมาตรฐานจาก SGS และผ่านการทดสอบการใช้งานหลากหลายรูปแบบ
ราคาย่อมเยา แต่ฟีเจอร์ให้มาแบบเกินตัว
ข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ไม่มีสายชาร์จ และปลอกซิลิโคนหูฟังแถมในกล่อง
ตัวเครื่องสีขาวมีโอกาสหมองหรือเป็นรอยได้ง่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ
เคสชาร์จไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำ IP54
ไม่สามารถแตะที่ตัวหูฟังเพื่อปรับเสียงดัง–เบาโดยตรงได้
โปรโมชันราคาพิเศษ
ช่วงเปิดขาย Huawei FreeBuds SE 4 ANC มีโปรโมชันลดราคาพิเศษจาก 1,499 บาท เหลือประมาณ 849 บาท ในช่วงเวลาโปรที่กำหนด พร้อมของแถมตามแพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ และบริการส่งฟรีในหลายช่องทางการขาย
สรุปสั้น ๆ ถ้าคุณอยากได้หูฟังไว้ฟังเพลง–ฟังพอดแคสต์แบบตัดเสียงได้จริง แบตอึด ฟีเจอร์ครบ ในงบไม่ถึงพันห้า รุ่นนี้คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองก่อนตัดสินใจซื้อรุ่นอื่นอย่างมาก

