คืนที่เบเกอรี่กลับมาครบแก๊ง
สมการรอคอยกว่า 20 ปีของชาวเบเกอเรี่ยน กับคอนเสิร์ตที่เรียกได้ว่า ครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่ยิ้มทั้งน้ำตาไปจนถึงแดนซ์ลืมวัย ในงาน “B.DAY Forever Concert” รอบการกุศล ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และศิริราชมูลนิธิ ร่วมกับ CI Showbiz รวมความสำคัญของครอบครัว Bakery Music กับโชว์ยาวๆ กว่า 10 ชั่วโมง ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุ้มค่าทุกนาทีจริงๆ
อิ่มเพลง อิ่มบุญ ในงานเดียว
นอกจากจะอิ่มกับโชว์สุดจัดเต็ม คอนเสิร์ตรอบการกุศลครั้งนี้ยังทำให้ทุกบัตรคอนเสิร์ตกลายเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ เพราะ รายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดนำไปสมทบทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ชั้น 3, 4 และ 5 ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช
เป้าหมายคือการพัฒนาอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมในการผ่าตัดให้ดีขึ้น เพื่อ เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับไปใช้ “ช่วงเวลาดีๆ” กับคนที่รัก ต่อไป เป็นคอนเสิร์ตที่ฟังเพลงไป น้ำตาซึมไปเพราะความหมายของงานมันสวยงามจริงๆ

เปิดบ้านเบเกอรี่: โมเดิร์นด็อก – โจอี้ บอย จุดไฟกันตั้งแต่ต้น
เวทีเริ่มต้นแบบไม่ให้คนดูได้พักหายใจยาว ด้วยวง โมเดิร์นด็อก ศิลปินเบอร์แรกของค่าย ที่ย้อนพาทุกคนกลับไปยุคอัลบั้ม ‘เสริมสุขภาพ’ ปี 1994
บุษบา
กะลา
บางสิ่ง
มานี
และเพลงปิดเซตอย่าง ก่อน
คือเซตลิสต์ที่ทำเอาแฟนๆ โดดตั้งแต่นาทีแรก เหมือนย้อนกลับไปอยู่ในยุคเทปคาสเซ็ตอีกครั้ง
ต่อเวทีให้ โจอี้ บอย เจ้าพ่อแร็ปเปอร์ของเมืองไทย ที่ขนเพลงแรร์และเพลงดังมาแบบไม่หวงของ ทั้ง เอโพด, ลอยทะเล, นั่งอยู่ตรงนี้, รักเธอไม่มีหมด, Fun Fun Fun, กากีนั้ง, สาละวัน และ กะหล่ำปลี
ความพีคคือการได้ คริสติน มาร้องท่อนคอรัส พร้อมโชว์แดนซ์ร่วมกับ เพชรชี่ และ DJ Spidermonkey เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์แบบเต็มทีมที่หาดูได้ยากสุดๆ

พาร์ทอบอุ่น: BOYd, นภ, บี และเพลงที่โอบกอดหัวใจ
อีกเจ้าของงานอย่าง บอย โกสิยพงษ์ ขึ้นเวทีด้วยบรรยากาศอุ่นละมุน พาทุกคนย้อนสู่โลกของอัลบั้มระดับตำนาน ‘Rhythm & BOYd’
เพลงที่ทยอยปล่อยออกมาบนเวทีนี้เหมือนการเปิดไดอารี่ความทรงจำของแฟนเบเกอรี่
รักคุณเข้าแล้ว
คืนนี้
ดอกไม้ (ที่ได้ นภ พรชำนิ มาร่วมร้อง)
เจ้าหญิง (กับเสียงนุ่มละมุนของ บี พีระพัฒน์)
และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไม่อยู่คือเพลง พ่อ ที่บอยแต่งให้คุณพ่อของตัวเอง โดยมี เอ วิทูร มาถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้งและกินใจ
ช่วงท้าย บอยใช้เวทีนี้เพื่อกล่าวขอบคุณแฟนเพลงทุกคน ที่ร่วมกันสมทบทุนเพื่อการปรับปรุงห้องผ่าตัดของตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ทำให้คอนเสิร์ตไม่ได้มีแค่ความสุข แต่ยังเต็มไปด้วยความหมาย

ปิดพาร์ทนี้ด้วยเพลง Live & Learn ที่ได้ คุณกมลา ขึ้นมาร้องร่วมกัน ถ่ายทอดพลังบวกให้เหล่าเบเกอเรี่ยนทั้งฮอลล์ เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสงบ นุ่มนวล แต่ทรงพลังมาก

จากกรันจ์ถึงโยคีเพลย์บอย: ความหลากหลายที่ยังฟังแล้วโคตรเท่
เวทีเดินหน้าต่อแบบไม่มีแผ่วด้วย ธีร์ ไชยเดช ที่มาพร้อมเสียงนุ่มอุ่นในเพลง Home และ รัก ช่วยค่อยๆ พาอารมณ์ผู้ชมเข้าสู่โหมดซึ้ง
จากนั้นเปลี่ยนโทนทันทีเมื่อถึงคิวของ อรอรีย์ เจ้าแม่กรันจ์สายดุหนึ่งเดียวของไทย ที่เปิดด้วย Paranoid แล้วต่อด้วย
แล้วเธอ
ระหว่างเรา
ไกล
กลิ่นอายกรันจ์ยุค 90s กลับมาชัดเจนจนแฟนร็อกต้องโยกหัวตามแบบห้ามไม่ได้
ตามมาติดๆ ด้วยเซตของ ซีเปีย ที่เปิดตัวด้วย VTR หลวงพี่ปาเดย์ อดีตมือเบส ก่อนจะไล่ไปกับเพลง อยากอยู่กับเธอทั้งคืน, อกหักเพราะรักแป๋ว และ หวานเย็น เพิ่มความสนุกให้ฮอลล์เดือดขึ้นอีกระดับ
ด้าน สายชล หยิบเพลงคลาสสิกของ ดิอินโนเซ้นท์ อย่าง ฝากรัก และ เพียงกระซิบ มาให้ทุกคนร้องตามกันทั้งฮอลล์ ก่อนส่งต่อให้ Tea For Three กับเพลง ลมหนาว และ ผู้ชายในเงาจันทร์ เติมบรรยากาศเหงาปนอบอุ่นได้อย่างลงตัว
โยคีเพลย์บอย ก็ขอพาแฟนๆ เข้าสู่โลกของกรูฟและความขี้เล่นในแบบฉบับตัวเอง ด้วยเพลง
ขอให้ผม
อยากมองเธอในแง่ร้าย
คืนนี้ขอหอม
ทำร้าย
อีกแล้ว
พร้อมท่าส่ายสะโพกสุดเซ็กซี่ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนรอคอย

Soul After Six, Pause, คริสติน: พาร์ทนี้ทั้งคิดถึง ทั้งน้ำตาคลอ
ช่วงที่สองเปิดด้วย Soul After Six กับเพลง รู้, ข่าวร้าย, ก้อนหินละเมอ พาเราเข้าโหมดอินจัดๆ แบบไม่ต้องพยายาม
ตามด้วย Pause ที่ขึ้นมาส่ง 3 เพลงในตำนาน
ข้อความ
กอดหมอน
ที่ว่าง
แค่เสียงอินโทรก็ดึงเอาความทรงจำและน้ำตาของใครหลายคนขึ้นมาทันที บรรยากาศในฮอลล์เต็มไปด้วยความคิดถึงที่จับต้องได้
จากนั้นเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษของ คริสติน ที่บินตรงจากอเมริกามาเพื่อคอนเสิร์ตนี้โดยเฉพาะ ก่อนจะพาเข้าสู่เพลง ค-ร-อิ-ส-ต-อิ-น และดาว ที่ทั้งฮอลล์ร้องตามกันแบบไม่ต้องเปิดเนื้อร้อง

POP, รัดเกล้า, ริค ฯลฯ: เสียงร้องที่เวลาทำอะไรไม่ได้เลย
รัดเกล้า อามระดิษ เปิดตัวด้วยเพลง วันใหม่ ต่อด้วย โปรดเถอะ และ ใจสองใจ ก่อนจะชวนทุกคนแดนซ์ในเพลง หนึ่งพันแสนล้าน โดยมี นภ พรชำนิ ขึ้นมาร่วมสร้างสีสัน ทำเอาฮอลล์เสียงกรี๊ดสนั่น
จากนั้นถึงคิว P.O.P ที่ส่งเสียงนุ่มๆ ของนภมาในเพลง
ครั้งนี้
แค่ได้พบเธอ
ยอม
ที่แห่งนี้ (ที่ตั้งใจมอบให้ โต้ง มณเฑียร ผู้เป็นหัวใจหนึ่งดวงของวง)
บรรยากาศทั้งอบอุ่นและคิดถึงในเวลาเดียวกัน
ต่อด้วย ริค วชิรปิลันธิ์ ที่ยกกลิ่นอายเวิร์ลมิวสิคมาเปลี่ยนฟีลทั้งฮอลล์ในเพลง สังวาส และ เทวี เสียงและซาวด์ที่หลอนหูแบบพอดี ช่วยตัดเลี่ยนอารมณ์อย่างมีชั้นเชิง

ด้าน โหน่ง พิมพ์ลักษณ์ มาในลุคสาวหวาน ร้องเพลง ยังรักเธอ, ฉันชอบเธอ, นิ้วโป้ง และ คนเดียวจริงๆ พร้อมเซอร์ไพรส์น้องมินนี่ ลูกสาวโหน่ง ขึ้นมาร่วมเล่นกีตาร์บนเวที เป็นโมเมนต์ครอบครัวที่น่ารักมาก
นาเดีย สุทธิกุลพานิช เปิดด้วยเพลง Happy Anniversary จังหวะสวิงเบาๆ ทำคนดูยิ้มทั้งฮอลล์ ก่อนจะปิดพาร์ทของตัวเองด้วยเพลงในตำนานอย่าง คนไม่พิเศษ ที่ยังคงแทงใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

พรู, Groove Rider, Flure: ฟลอร์เดือดจนลืมว่าแก่แล้ว
ช่วงท้ายของพาร์ทที่สองเป็นหน้าที่ของ พรู ที่ขนเพลง แค่, Romeo & Juliet และ ทุกสิ่ง มาปลุกให้ฟลอร์สะเทือน ด้วยเอนเนอร์จี้และสไตล์ของพี่น้อยที่ยังดุเดือดไม่มีตก

ต่อด้วยช่วงที่หลายคนยกให้เป็น พีคสุดของค่ำคืน เมื่อเจ้าพ่อดิสโก้เมืองไทยอย่าง Groove Rider ขึ้นเวที พร้อมเพลงฮิตชุดใหญ่
ฮอร์โมน
รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป
รักไม่ได้
เธอทั้งนั้น
หยุด
ทั้งฮอลล์ลุกขึ้นเต้นแบบลืมอายุ ลืมเข่า ลืมเวลานอนกันไปชั่วขณะ

แล้วก็ถึงคิวของ Flure ที่มาเป็นตัวแทนสายร็อกเดือดแบบเต็มขั้น ด้วยเพลง เปลี่ยน, เรื่องเดียว, ปล่อยไปตามหัวใจ, ยื้อ และ ฤดูที่ฉันเหงา
บรรยากาศทั้งหม่น ทั้งหนัก ทั้งอิน จนต้องยกตำแหน่ง MVP ของงาน ให้ Flure ไปเลยจริงๆ
ส่วน บอย ตรัย ภูมิรัตน มาช่วยพักหัวใจด้วยลิสต์เพลงเศร้าๆ อย่าง ส่งแค่นี้ และ พื้นที่เล็กๆ ก่อนจะเซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยเพลง กลับมา ที่ได้วง 2 Days Ago Kids ขึ้นมารวมตัวแจมบนเวที เป็นโมเมนต์หายากที่ทำเอาแฟนคลับดีใจจนยิ้มไม่หุบ
ด้าน เครสเชนโด้ ก็จัดเซตซึ้งๆ อย่าง ใจกลางความเจ็บปวด, วีนัส, ความจริงในใจ พร้อมความพิเศษจากการได้ บอย วงไมโคร มาช่วยบรรเลงคีย์บอร์ดแบบโคตรเท่

B5 และโมเมนต์ระลึกถึงคนที่ไม่อยู่แล้ว
ถึงคิว B5 น้องเล็กของค่าย แต่พลังไม่เล็กเลยแม้แต่นิด เซตลิสต์แน่นแบบไม่มีช่วงให้หายใจ
บางสิ่ง
รักคุณเข้าแล้ว
ภาพเก่าๆ
เรื่องเดียว
ดาว
คนไม่พิเศษ
ดอกไม้
และอีกหลายเพลงที่ทุกคนร้องตามกันได้แบบแทบไม่ต้องขึ้นซับ

หนึ่งในช่วงที่ทำให้ทั้งฮอลล์น้ำตาซึมคือคำกล่าวของ สุกี้ บอย สมเกียรติ ที่ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นการก่อตั้งค่าย Bakery Music จนมาถึงวันนี้ ก่อนจะร่วมกันร้องเพลง รักเธอทั้งหมดของหัวใจ เพื่อรำลึกถึง 4 ศิลปินที่จากไปแล้ว
โจ้ วง Pause
ผี Tea For Three
โต้ง P.O.P
David Brochstein
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความคิดถึง และความขอบคุณที่ไม่มีคำไหนอธิบายได้ครบเท่าคำว่า “ครอบครัว”
โหมด Dojo Fever: Mr.Z, Dojo City, Niece, H, Mr.Sister, TK เผาฟลอร์ปิดฉาก
หลังจากซึ้งกันแบบสุดใจ ก็เข้าสู่ช่วงที่หลายคนฟันธงว่า สนุกที่สุดของคอนเสิร์ต เมื่อถึงเวลาของ สมเกียรติ ในชื่อที่แฟนๆ รู้จักกันดีอย่าง Mr.Z และ Dojo City ที่จัดหนักกันต่อเนื่องเกือบ 1 ชั่วโมง โดยไม่ให้คนดูได้พัก
ฝั่ง Mr.Z มากับเพลง
เก็บวันดีๆ
ใจต่างใจ
สงสัย
วันนี้ไม่มีพี่ชาย
อยากหลับตา
ส่วนฝั่ง Dojo City ก็ตอบโต้ด้วยเพลงฮิตแบบชุดใหญ่
ต่อให้ใครไม่รัก
ไปพัก
Kiss
ตามด้วยสองสาววง Niece และ ออยช็อคกิ้งพิ้งค์ ที่มาในลุคสวยหวานแต่จัดเพลงสุดจี๊ดอย่าง อยากได้ และ อึดอัด ให้แฟนๆ ได้กรี๊ดแบบย้อนวัย
วง H ก็พาคนดูแดนซ์ต่อเนื่องกับเพลง สุดสัปดาห์, ไกลเธออยากเจอ, ความลับ
ด้าน Mr.Sister ก็ไม่ลืมหยิบเพลง อาม่าดุ พร้อมท่าเต้นสุดคิ้วท์ที่หลายคนคิดถึงมาฝาก
ปิดพาร์ทนี้ด้วยสองสาวตัวแม่ TK – ไทรอัมพ์ คิงด้อม ที่ฟาดฟลอร์ด้วยเพลง
อย่าเข้าใจฉันผิด
อยู่นานๆ อีกนิด
รักๆๆ
ผ้าเช็ดหน้า
ทั้งฮอลล์กลายสภาพเป็นงานปาร์ตี้ย้อนวัยแบบเต็มรูปแบบ เป็นช่วงที่แทบไม่มีใครยอมนั่งเก้าอี้เลยจริงๆ

เอ็นคอร์ที่ไม่มีใครอยากให้จบ
แม้โชว์จะเดินทางมาถึงช่วงท้าย แต่พลังของแฟนๆ ยังไม่หมดง่ายๆ จนต้องมีการเติมช่วงปิดฉากกันแบบสวยๆ
คอนเสิร์ตครบรอบ 20 ปีครั้งนี้จบลงด้วยเพลง เผลอ และ ลมหายใจ แต่คนดูก็ยังไม่ยอมกลับ ตะโกนเรียกต่อแบบลั่นอิมแพค จนบอยต้องออกมาจัดอีกหนึ่งเพลงสำคัญอย่าง Pass The Love Forward ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อความรักดีๆ ผ่านเสียงเพลง
ท้ายสุด ทุกอย่างถูกปิดด้วยเพลง Season Change ที่พาศิลปินกลับขึ้นมาร่วมร้องบนเวทีด้วยกันอีกครั้งในรอบ 20 ปี เป็นภาพที่ทั้งสวย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความทรงจำที่ไม่มีใครอยากให้จบเลย
กว่า 10 ชั่วโมงของ “B.DAY Forever Concert” ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ต แต่คือ การรวมตัวกันของครอบครัว Bakery Music ที่ยังรักกันแน่นแฟ้น ทั้งคนบนเวทีและคนในฮอลล์
อิ่มเพลง อิ่มบุญ อิ่มใจ และอิ่มความทรงจำแบบเต็ม 100%

