รับแอปรับแอป

มือใหม่ห้ามพลาด! คู่มือการ์ดโปเกมอนหายาก ตั้งแต่กติกาพื้นฐานจนถึง MUR สุดแรร์

พีรพัฒน์ สุขสม02-01

เปิดโลกเกมการ์ดโปเกมอน

ยินดีต้อนรับสู่จักรวาล เกมการ์ดโปเกมอน โลกที่ไม่ได้มีแค่การสะสม แต่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ การวางแผน และการแข่งขันสุดเดือด

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มจับการ์ด หรือเป็นสายสะสมที่มองหาการ์ดแรร์รุ่นใหม่ ๆ บทความนี้จะพาคุณไล่ตั้งแต่การเริ่มเล่นเบื้องต้น ประเภทการ์ด ไปจนถึงไฮไลท์การ์ดหายากที่กำลังมาแรง

เตรียมเด็คของคุณให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลย

เริ่มจาก Starter Deck: ก้าวแรกของเทรนเนอร์

ชุดเริ่มต้นหรือ Starter Deck คือทางลัดที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะภายในหนึ่งชุดจะมีการ์ดจำนวน 30 ใบ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเริ่มเล่นครบเซ็ต

ชุดสตาร์ทเหล่านี้สะดวกกว่าการไล่ซื้อแบบสุ่มจาก Booster Pack เพราะจัดมาเป็นโครงเด็คให้เรียบร้อย เหมาะทั้งสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ และคนที่อยากลองสไตล์เด็คต่าง ๆ

เมื่อเริ่มคล่องแล้ว ค่อยขยายเด็ค ปรับการ์ด และลองผสมกับการ์ดจากแพ็กเสริมภายหลังก็ได้

ของต้องมี! อุปกรณ์สำคัญก่อนลงสนาม

ก่อนจะเปิดศึก เทรนเนอร์ทุกคนต้องเตรียมของให้พร้อมเสียก่อน โดยอุปกรณ์หลัก ๆ ที่ควรมี ได้แก่

  • แผ่น Playmat: ใช้สำหรับกำหนดตำแหน่งวางการ์ดในสนาม ช่วยให้เล่นง่าย ไม่งง

  • สำรับการ์ด 60 ใบ: เด็คมาตรฐานต้องมีจำนวน 60 ใบเป๊ะ ๆ ไม่เกินและไม่ขาด

  • เหรียญหรือลูกเต๋า: ใช้ตัดสินหัวก้อย หรือตัดสินผลตามเงื่อนไขการ์ดบางใบ

  • ตัววางดาเมจ: ใช้วางบนโปเกมอนเพื่อบอกปริมาณความเสียหายที่ได้รับ รวมถึงตัววางสถานะผิดปกติ เช่น เผาไหม้ ชา สับสน หรือพิษ

การมีอุปกรณ์ครบช่วยให้การเล่นลื่นไหล และทำให้บรรยากาศการแข่งดูจริงจังมากขึ้นด้วย

แนะนำไอเทมสายจริงจัง

แผ่นรองเล่นและซองการ์ดคือไอเทมที่ทั้งช่วยเรื่องภาพลักษณ์และการถนอมการ์ดไปพร้อมกัน

แผ่น Playmat สำหรับเล่นการ์ดเกม

แผ่นยาง Playmat นอกจากจะทำให้พื้นที่เล่นเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยกันการ์ดเป็นรอย และเพิ่มฟีลลิ่งการเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพอีกด้วย

ซองใส่การ์ด Pokemon Deck Shield

ซองใส่การ์ด คือเกราะป้องกันการ์ดหายากของคุณจากรอยขีดข่วน ความชื้น และการเสื่อมสภาพ เหมาะมากสำหรับสายสะสมและสายแข่งที่ต้องหยิบการ์ดขึ้นลงตลอดเวลา

ทำความรู้จักประเภทการ์ดโปเกมอน

ในเกมการ์ดโปเกมอน การ์ดหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ซึ่งแต่ละแบบมีบทบาทแตกต่างกันไปในเด็คของคุณ

1. การ์ดโปเกมอน

การ์ดโปเกมอนคือหัวใจของเด็ค แบ่งเป็น

  • ร่างพื้นฐาน

  • ร่าง 1 (วิวัฒนาการขั้นแรก)

  • ร่าง 2 (วิวัฒนาการขั้นสูง)

บนหน้าการ์ดจะมีข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ค่า HP (พลังชีวิต)

  • ประเภทของโปเกมอน

  • ท่าโจมตีและพลังงานที่ใช้

  • จุดอ่อน ความต้านทาน

  • ค่าหนีออกจากตำแหน่งต่อสู้

การ์ดบางใบจะมี ความสามารถพิเศษ แสดงด้วยแถบสีแดงบริเวณมุมด้านบนซ้าย ซึ่งแบ่งเป็นสองแบบคือ

  • ความสามารถที่ทำงานตลอดเวลา

  • ความสามารถที่ต้องสั่งใช้งานในจังหวะที่กำหนด

2. การ์ดเทรนเนอร์

การ์ดเทรนเนอร์คือเครื่องมือ กลยุทธ์ และตัวเร่งเกม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก

  • การ์ดซัพพอร์ต: ใช้ได้เพียง 1 ใบต่อเทิร์น มักมีเอฟเฟกต์แรง ๆ เปลี่ยนเกมได้ในครั้งเดียว

  • การ์ดไอเทม: ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนในเทิร์นของเรา เหมาะสำหรับการคอมโบหรือเร่งสถานการณ์

  • การ์ดไอเทมติดโปเกมอน: สวมให้โปเกมอนเพื่อเพิ่มพลังโจมตี ลดดาเมจ หรือเพิ่มความสามารถพิเศษ โปเกมอน 1 ตัวติดได้ 1 ชิ้นเท่านั้น

  • การ์ดสเตเดียม: วางบนสนามและมีผลกับทั้งสองฝ่าย ใช้ได้ทีละ 1 ใบบนสนาม

3. การ์ดพลังงาน

พลังงานคือแหล่งเชื้อเพลิงของโปเกมอน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ

  • การ์ดพลังงานพื้นฐาน: เช่น ไฟ น้ำ หญ้า จิต และธาตุอื่น ๆ ตามเกมหลัก

  • การ์ดพลังงานพิเศษ: มาพร้อมเอฟเฟกต์พิเศษ เช่น การ์ดที่นับเท่ากับพลังงาน 2 ลูก แต่ลดดาเมจโจมตีลง 20 เป็นต้น

ทำความเข้าใจสนามและโครงสร้างการเล่น

สนามประลองหรือ Playmat จะระบุตำแหน่งต่าง ๆ ชัดเจน เช่น

  • ตำแหน่งวางสำรับการ์ด

  • ตำแหน่งต่อสู้ของโปเกมอนตัวหลัก

  • Bench: พื้นที่โปเกมอนสำรองสูงสุด 5 ใบ

  • กองทิ้งการ์ด

  • กองการ์ดรางวัล 6 ใบ

การจัดวางให้ถูกต้องช่วยให้ไม่สับสนระหว่างเล่น โดยเฉพาะเวลาแข่งจริงที่ต้องคิดเร็วและตัดสินใจไว

เงื่อนไขการชนะ มีอยู่ 3 แบบ

ในการเล่นหนึ่งเกม คุณสามารถชนะได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้

  1. เก็บการ์ดรางวัลครบ 6 ใบ

  2. ฝ่ายตรงข้ามไม่มีโปเกมอนเหลือในตำแหน่งต่อสู้

  3. ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถจั่วการ์ดได้เมื่อเริ่มเทิร์นของตัวเอง

การ์ดรางวัลและจำนวนโปเกมอนบนสนามจึงไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่คือเงื่อนไขชี้เป็นชี้ตายของเกม

ลำดับการเริ่มเกมแบบย่อ ๆ

สำหรับคนที่อยากเห็นภาพรวมของการเล่นตั้งแต่ต้นจนเริ่มเทิร์นแรก ลองเช็คตามนี้

  1. สับเด็ค 60 ใบให้ดี

  2. ทอยเหรียญหรือลูกเต๋า เพื่อตัดสินว่าใครเริ่มก่อน ผู้ชนะมีสิทธิ์เลือก

  3. จั่วการ์ดขึ้นมา 7 ใบ

  4. วางการ์ดโปเกมอน ร่างพื้นฐาน 1 ใบ คว่ำหน้าลงในตำแหน่งต่อสู้

  5. สามารถวางโปเกมอนร่างพื้นฐานใบอื่น ๆ ลง Bench แบบคว่ำหน้าได้

  6. เลือกการ์ด 6 ใบจากมือ วางคว่ำหน้าเป็นการ์ดรางวัล

  7. เปิดโปเกมอนที่ตำแหน่งต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย

  8. เมื่อเข้าสู่เทิร์นของคุณ ให้จั่วการ์ด 1 ใบจากเด็ค

ในหนึ่งเทิร์น คุณสามารถทำได้หลายอย่าง เช่น

  • ติดพลังงานให้โปเกมอนได้ 1 ใบต่อเทิร์น

  • ลงโปเกมอนร่างพื้นฐานเพิ่มบน Bench

  • ใช้ความสามารถของโปเกมอน (ถ้าการ์ดระบุ)

  • ใช้การ์ดไอเทมและการ์ดเทรนเนอร์ตามเงื่อนไข

  • สั่งโปเกมอนหนีออกจากตำแหน่งต่อสู้ โดยจ่ายค่าหนีเป็นพลังงานตามที่ระบุบนการ์ด

การจัดลำดับการกระทำในเทิร์นให้ดี คือกุญแจสำคัญของการวางแผน

ข้อจำกัดของผู้เล่นคนแรก

แม้การได้เริ่มก่อนจะได้เปรียบ แต่ในเกมการ์ดโปเกมอนก็มีข้อจำกัดเพื่อบาลานซ์เกม ดังนี้

  • ผู้เล่นคนแรก ไม่สามารถใช้การ์ดซัพพอร์ต ได้ในเทิร์นนั้น

  • ห้ามวิวัฒนาการโปเกมอน ทันที ต้องรอให้โปเกมอนอยู่ในสนามอย่างน้อย 1 เทิร์นก่อน

  • ไม่สามารถสั่งโจมตีได้ ในเทิร์นแรกของผู้เล่นคนแรก

เพราะฉะนั้น ต่อให้เริ่มก่อน ก็ต้องวางแผนดี ๆ ไม่อย่างนั้นอาจโดนสวนกลับในเทิร์นถัดไป

เมื่อเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างเด็คให้สมดุล มีทั้งตัวโจมตีหลัก ตัวซัพพอร์ต และการ์ดเทรนเนอร์ที่ช่วยให้พลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

เลือกธาตุให้ตรงสไตล์การเล่น

หนึ่งในความสนุกของเกมนี้คือการเลือก ประเภทธาตุของโปเกมอน ในเด็คให้เข้ากับแนวทางการเล่นของคุณ ซึ่งคล้ายกับซีรีส์เกมหลักของโปเกมอน ตัวอย่างเช่น

  • ธาตุไฟ (Fire) – เน้นการโจมตีแรง ๆ มีโอกาสสร้างสถานะเผาไหม้

  • ธาตุน้ำ (Water) – เล่นได้ยืดหยุ่น มีท่าฟื้นฟูและการควบคุมสถานการณ์

  • ธาตุไฟฟ้า (Electric) – โจมตีเร็ว รุนแรง แต่กินพลังงานสูง

  • ธาตุหญ้า (Grass) – เน้นการฟื้นฟูและการยืดเกม

  • ธาตุต่อสู้ (Fighting) – ดาเมจสูง ใช้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไม่มาก

  • ธาตุพลังจิต (Psychic) – ถนัดการคุมเกมด้วยเอฟเฟกต์พิเศษ

  • ธาตุเหล็ก (Steel) – อึด ทนทาน ยืนสนามได้นาน

  • ธาตุความมืด (Darkness) – โจมตีแบบเฉียบคม เน้นดาเมจต่อเนื่อง

  • การ์ดพิเศษ เช่น Dragon, Fairy, Colorless – มีความยืดหยุ่นสูง ปรับกลยุทธ์ได้หลากหลาย

ถ้าคุณชอบบุกเร็ว ลองเน้น ไฟ หรือ ไฟฟ้า แต่ถ้าชอบคุมจังหวะและเล่นแบบพลิกไปพลิกมา ธาตุ น้ำ หรือ พลังจิต น่าจะตอบโจทย์มากกว่า

เสน่ห์ของการ์ดหายากใน Pokémon TCG

นอกจากเรื่องการเล่นแล้ว เสน่ห์อีกอย่างของเกมนี้คือการสะสมการ์ดหายากที่ทั้งสวยและมีมูลค่าในตัวเอง

การ์ดหายากเหล่านี้มักมีงานอาร์ตที่โดดเด่น ลายพิเศษ หรือลูกเล่นบนผิวการ์ดที่ทำให้แตกต่างจากการ์ดปกติ และหลายใบยังทรงพลังในเชิงการแข่งขันอีกด้วย

ระดับความหายาก (Rarity) ที่ต้องรู้

ระดับความหายากของการ์ดมีหลายแบบ และส่งผลต่อทั้งมูลค่าและความต้องการของนักสะสม เช่น

  • Rare ® – หายากกว่าการ์ดธรรมดาเล็กน้อย มักเป็นตัวเด่นแต่ไม่สุดโต่ง

  • Ultra Rare (UR) – มีงานดีไซน์พิเศษ ดูโดดเด่น มักเป็นโปเกมอนระดับสูง

  • Secret Rare (SR) – ผลิตจำกัด ลายการ์ดอลังการ เหมาะสำหรับสายสะสมเต็มตัว

  • MUR (Mega Ultra Rare) – ระดับใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง ด้วยดีไซน์และความแรร์

  • Promo Card – การ์ดพิเศษที่ได้จากแคมเปญ หรือกิจกรรมเฉพาะช่วงเวลา ทำให้มีความพิเศษด้านสตอรี่และความหายากไปพร้อมกัน

Mega Ultra Rare (MUR) ดาวเด่นรุ่นล่าสุด

ในช่วงหลัง Mega Ultra Rare (MUR) กลายเป็นคำที่สายการ์ดพูดถึงกันอย่างมาก โดยเฉพาะในชุดธีมวิวัฒนาการเมก้า ที่มาพร้อมการ์ดทอง MUR ดีไซน์หรูหราลายทองทั้งใบ

จุดเด่นของการ์ด MUR ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังให้มูลค่าทางการแข่งขันสูง สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้เด็คได้จริง ทำให้ทั้งสายแข่งและสายสะสมต่างก็จับตามอง

สำหรับผู้เล่นและนักสะสมในไทย ก็สามารถตามหาการ์ดเหล่านี้ได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางจำหน่ายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องบินไปต่างประเทศเพื่อสุ่มหาอีกต่อไป

การ์ดโปเกมอน: จุดเริ่มต้นของทั้งผู้เล่นและสายสะสม

ไม่ว่าคุณจะเป็น

  • มือใหม่ที่อยากลองเกมการ์ดที่ทั้งมันส์และใช้สมอง

  • หรือ นักสะสมที่อินกับการตามล่าการ์ดหายากรุ่นใหม่ ๆ อย่าง MUR

คุณสามารถเริ่มโลกใบนี้ได้ไม่ยากเลย เด็คแรกอาจเริ่มจากชุดพร้อมเล่น แถมค่อย ๆ อัปเกรดไปสู่เด็คในสไตล์ของตัวเองก็ได้

ถึงเวลาเปลี่ยนจากคนดู มาเป็นเทรนเนอร์ตัวจริงบนสนามการ์ดโปเกมอนแล้ว

อาจจะเริ่มจากใบธรรมดา แต่ไม่แน่ว่าใบถัดไปที่คุณเปิดได้ อาจเป็นการ์ดสุดแรร์ที่เปลี่ยนทั้งเด็ค และเปลี่ยนมูลค่าคอลเลกชันของคุณไปตลอดกาลก็ได้!