เปิดเกมชีวิตกับ OPPO A6 Pro 5G
OPPO A6 Pro 5G เปิดตัวในไทยพร้อมสโลแกน “สมูทเกินต้าน ทนทานทุกดาเมจ” และต้องบอกว่าของจริงก็ทำได้ใกล้เคียงคำโปรยแบบไม่เกรงใจคู่แข่ง
จุดขายคือความลื่นไหลในการใช้งานทุกสถานการณ์ พร้อมความทนทานระดับจัดเต็ม ทั้งสเปกเล่นเกมได้สบาย แบตอึดจัดเต็มหลายปี และดีไซน์สายแฟที่ไม่ยอมแพ้ใคร
จอ AMOLED 120Hz สีสันคมกริบ, ระบบระบายความร้อน SuperCool VC, แบตเตอรี่ยักษ์ 6,500mAh ที่ออกแบบมาให้ใช้งานยาว ๆ เกิน 5 ปี แถมมีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่ชาร์จแป๊บเดียวก็พร้อมลุยต่อทั้งวัน
ยังไม่หมด เพราะมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69 + มาตรฐานการทหาร พร้อมฟีเจอร์กล้องและ AI แก้ไขภาพจัดเต็ม ใครเล็งมือถือเกมมิ่งสายอึด สายทน สายชีวิตสมบุกสมบัน ต้องอ่านต่อให้จบ
แกะกล่องดูของในชุด มีอะไรให้บ้าง
กล่องของ OPPO A6 Pro 5G มาในโทนสีขาวตัดเทา ดูเรียบแต่พรีเมียม ด้านหน้าพิมพ์ชื่อรุ่น ตัวเลข 6 ขนาดใหญ่อยู่ในกรอบสีเทา และมีโลโก้ OPPO มุมล่างซ้าย
ด้านหลังกล่องมีรายละเอียดสำคัญครบ ทั้งรุ่น สี เลขอีมี่ ขนาดความจุ เครือข่ายที่รองรับ รวมถึงข้อมูลการผลิตและนำเข้า
ข้างกล่องจะเน้นจุดเด่นใหญ่ ๆ 4 อย่างแบบอ่านง่าย ๆ ได้แก่
หน้าจอ AMOLED 120Hz
แบตเตอรี่ 6,500mAh
ชาร์จไว 80W SUPERVOOC
กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69
อุปกรณ์ในกล่อง
ในกล่องมีของให้มาครบแบบไม่ต้องรีบวิ่งไปซื้อเพิ่ม
ตัวเครื่อง OPPO A6 Pro 5G
อะแดปเตอร์ชาร์จไว 80W SUPERVOOC
สาย USB Type-C
เข็มจิ้มถาดซิม
เคสซิลิโคนใส
คู่มือความปลอดภัย
คู่มือการใช้งานเบื้องต้น
อะแดปเตอร์ชาร์จ 80W ให้มาในกล่องเลย ไม่ต้องซื้อแยก เป็นข้อดีที่หลายค่ายเลิกทำ แต่ OPPO ยังให้แบบใจใหญ่
ดีไซน์และงานประกอบ: สายสวย สายพรีเมียมต้องถูกใจ
OPPO A6 Pro 5G มาในลุคหรูหราดูแพงเกินราคา ตัวเครื่องใช้วัสดุโลหะเกรดดี น้ำหนักเบา จับถือสบาย ให้ฟีลสัมผัสที่เหนือกว่าสมาร์ตโฟนระดับเดียวกันทั้งเรื่องลุคและงานประกอบ
ด้วยน้ำหนักเพียง 185 กรัม และความบางประมาณ 8 มม. บวกกับดีไซน์ตัวเครื่องโลหะชิ้นเดียวไร้รอยต่อ ขอบโค้งมน ทำให้ถือใช้งานมือเดียวได้สบาย ๆ ไม่รู้สึกถ่วงมือ
ขอบจอบางเพียง 1.67 มม. ทำให้หน้าจอดูไร้ขอบและพรีเมียมมากขึ้น อัตราส่วนพื้นที่หน้าจอสูงถึง 93% ให้ฟีลเหมือนถือจอมอนิเตอร์โรงหนังย่อส่วนไว้ในมือ
ดีไซน์ฝาหลังได้แรงบันดาลใจจากลวดลายดอกไม้ รายละเอียดเล็ก ๆ ถูกออกแบบอย่างประณีต ให้ทั้งลุคหรูหราและสัมผัสที่โดดเด่น มีให้เลือก 2 สี
Stellar Blue (น้ำเงินหรู ๆ)
Coral Pink (ชมพูสายหวาน)
ด้านหน้าเป็นจอ AMOLED แบบแบน ความละเอียด FHD+ 1080 x 2372 พิกเซล ขนาด 6.57 นิ้ว อัตราส่วน 20:9 ความสว่างสูงสุด 1,400 nits รองรับรีเฟรชเรต 120Hz (เลือกได้ 60/90/120Hz) พร้อมอัตราการตอบสนองทัชสูงสุด 240Hz ครอบด้วยกระจก AGC DT-Star D+ เพิ่มความทนทาน
กล้องหน้าแบบ Punch Hole อยู่ตรงกลางด้านบน ความละเอียด 16MP รูรับแสง f/2.4 พร้อมมุมมองกว้างพอสำหรับเซลฟี่กลุ่ม
พลิกมาด้านหลังจะเจอฝาหลังลายดอกไม้หรู ๆ ซึ่งเครื่องรีวิวนี้เป็นสี Coral Pink โดดเด่นมากเมื่อเจอแสง
มุมซ้ายบนเป็นชุดกล้องคู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย
กล้องหลัก 50MP f/1.8 เลนส์ 5P มุมมอง 76° พร้อมออโต้โฟกัส
กล้องเสริมเลนส์ Monochrome 2MP f/2.4 มุมมอง 89° เลนส์ 3P
ด้านซ้ายตัวเครื่องโล่ง ไม่มีปุ่มหรือช่องใด ๆ
ด้านขวามีปุ่มปรับเสียงและปุ่ม Power สำหรับเปิด–ปิด/ล็อกหน้าจอ
ด้านบนมีไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน
ด้านล่างมี
ถาดซิม + microSD (Hybrid Slot)
ไมโครโฟนสนทนา
พอร์ต USB Type-C
ลำโพงหลักของเครื่อง
ถาดซิมเป็นแบบ Hybrid ต้องเลือกว่าจะใส่ 2 ซิม หรือ 1 ซิม + microSD รองรับ nanoSIM ตามมาตรฐานปัจจุบัน
ประสิทธิภาพ: เล่นเกมลื่น มือไม่ไหม้ เฟรมไม่ร่วง
จอ AMOLED 120Hz สายเกมต้องยิ้ม
หน้าจอ AMOLED ของ OPPO A6 Pro 5G ให้ความละเอียดและสีสันที่เหนือกว่าสมาร์ตโฟนราคาใกล้เคียงกัน เป็นครั้งแรกใน A Series ที่ได้จอคุณภาพแบบนี้ ช่วยยกระดับประสบการณ์ทั้งการเล่นเกมและความบันเทิงในชีวิตประจำวัน
จอให้ความสว่างสูงสุด 1,400 nits มองกลางแดดก็ยังเห็นชัด รายละเอียดไม่หาย รีเฟรชเรต 120Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอ เล่นโซเชียล ดูคอนเทนต์ และเล่นเกม ลื่นแบบไร้สะดุด
ชิป IC หน้าจอยังรองรับ
อัตราตอบสนองการสัมผัส 240Hz
อัตราสแกนทัช 1,000Hz
ความละเอียดการสัมผัสเพิ่มขึ้น 16 เท่า
แปลเป็นภาษาคลาวด์เกมมิ่งคือ แตะแล้วติดแทบจะทันที กดสกิลไม่ดีเลย์ ช่วยลดความหัวร้อนเรื่องทัชไม่ติดไปได้มาก
ชิป Dimensity 6300 + AI Boost เล่นหนักก็เอาอยู่
หัวใจของเครื่องคือชิป MediaTek Dimensity 6300 จับคู่กับ RAM สูงสุด 12GB และ ROM 256GB และยังขยาย RAM เสมือนได้อีก ทำให้สลับแอประหว่างเกม แชต และโซเชียลได้แบบไม่หน่วงง่าย ๆ
มีตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ CPU เพื่อให้เครื่องยังลื่นแม้ใช้งานหนัก ใช้นาน หรือเจอสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด
จุดเด่นอีกอย่างคือซอฟต์แวร์ฝั่งเกมมิ่งอย่าง AI GameBoost ที่เข้ามาช่วยจัดการการทำงานของเครื่องให้เล่นเกมได้นิ่ง ลื่น และประหยัดแบตมากขึ้น
ฟีเจอร์หลัก ๆ ได้แก่
AI GameBoost ใช้ AI จัดสรรการทำงานของ CPU ให้เหมาะกับเกม
FPSGO ช่วยควบคุมความเร็ว CPU แบบเรียลไทม์ ลดการกินไฟแต่ยังรักษาเฟรมเรตให้ลื่น
อัลกอริทึมบนคลาวด์ช่วยรักษาเฟรมและควบคุมอุณหภูมิ ไม่ให้เครื่องร้อนเกินจำเป็น
Splash Touch แก้ปัญหานิ้วเปียก/มีเหงื่อแล้วทัชเพี้ยน เพิ่มความแม่นยำได้ถึง 94%
สายเกมโดยเฉพาะเกม MOBA หรือ Battle Royale จะรู้สึกได้ชัดในช็อตสำคัญ ว่าจังหวะกดสกิลหรือเล็งแม่นขึ้น ไม่หลุดง่ายเหมือนมือถือทั่วไป
SuperCool VC: เล่นยาว ๆ เครื่องยังเย็น
แม้จะมีชิปและซอฟต์แวร์สายเกมมาเต็ม OPPO A6 Pro 5G ยังจัดระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber ขนาด 4,300 ตร.มม. ใหญ่กว่ารุ่นก่อนถึง 298%
ด้านในยังมีแผ่นกราไฟต์เพิ่มพื้นที่ระบายความร้อนขึ้นอีก 21% พร้อมการจัดวางชิ้นส่วนที่ให้ความร้อนแบบกระจาย เพื่อลดจุดร้อนสะสม
ระบบนี้ถูกออกแบบตามลักษณะการจับเครื่องแนวนอนของคนเล่นเกม ทำให้สามารถลด
อุณหภูมิพื้นผิวได้สูงสุดราว 1.5°C
อุณหภูมิขอบกลางตัวเครื่องได้ราว 1.3°C
ผลลัพธ์คือเล่นเกมยาว ๆ มือยังสบาย ไม่รู้สึกว่าตัวเครื่องร้อนจนต้องหยุดพักบ่อย
AI LinkBoost 3.0: สัญญาณแน่น แม้อยู่ในจุดอับ
AI LinkBoost 3.0 คือระบบจัดการเครือข่ายที่ OPPO พัฒนาขึ้นเอง ใช้ดีไซน์เสาสัญญาณแบบ 360° ผสานกับ AI ที่ช่วยเลือกเครือข่ายที่ดีที่สุดแบบอัตโนมัติ
จุดเด่นคือ
จับสัญญาณ 5G ได้แรงและเสถียรกว่าเดิม
ลดการหลุดหรือล่าช้าเวลาเล่นเกมออนไลน์
สลับเครือข่ายได้เนียนขึ้นเวลาขึ้น–ลงรถไฟฟ้า หรือลิฟต์
ระบบ AI จะเรียนรู้แพทเทิร์นการใช้งานของคุณ ทั้งสถานที่ที่ไปบ่อย กิจกรรมที่ทำในแต่ละแอป และคุณภาพเครือข่าย ณ ขณะนั้น เพื่อปรับประสิทธิภาพสัญญาณให้เหมาะที่สุด แม้อยู่ใน
ห้างที่คนแน่น
โซนสัญญาณอ่อน เช่น ชั้นใต้ดิน
ระหว่างการสลับเครือข่ายในรถไฟใต้ดิน
AI เร่งเกม และจัดลำดับการใช้งานเครือข่าย
ระบบ เร่งความเร็วเกมด้วย AI จะช่วยจัดลำดับข้อมูลเกม ลดแลค ทำให้การตอบสนองเร็วขึ้น รองรับเกมดังอย่าง Mobile Legends: Bang Bang, Free Fire, PUBG Mobile, Honor of Kings ฯลฯ
ระบบ จัดลำดับคำสั่งโดย AI จะเน้นให้แอปที่สำคัญหรือใช้งานหน้าแรก (เช่น แอปเรียกรถ) ได้รับทรัพยากรเครือข่ายก่อน โดยเฉพาะเมื่อเปิดโหมดประสิทธิภาพสูงใช้กลางแจ้ง ทำให้การใช้งานเรียลไทม์ลื่นขึ้น
ColorOS 15: UI ใหม่ ลื่น 60 เดือนแบบจริงจัง
OPPO A6 Pro 5G รัน Android 15 ครอบด้วย ColorOS 15 ซึ่งจัดเต็ม UI โฉมใหม่ ไอคอนเรียบ สบายตา ใส่เอฟเฟกต์แสงแบบไดนามิกและเงาธรรมชาติ ทำให้การใช้งานโดยรวมดูสมจริงมากขึ้น
ลื่นยาว 60 เดือน ไม่ได้พูดเล่น
การปรับแต่งเชิงลึกใน OPPO A6 Pro 5G ทำให้เครื่องรองรับการใช้งานในระยะยาวได้ดีขึ้น ทั้งตอนสลับแอป เปิดแอปใหญ่ หรือใช้งานหลายอย่างพร้อมกัน
การสลับไปมาระหว่าง
แอปแผนที่
แอปแชต
การเล่นไฟล์เสียง/วิดีโอ
ทำได้เนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แอปใหญ่ ๆ อย่างกล้องหรือเกม Mobile Legends: Bang Bang ก็เปิดเร็วขึ้น
ไฮไลต์คือฟีเจอร์ One-Tap Refresh ที่รวมการเคลียร์และเพิ่มประสิทธิภาพหลายอย่างไว้ในปุ่มเดียว แนะนำให้กดใช้เดือนละครั้งก็พอ ช่วยได้ถึง
เพิ่มประสิทธิภาพระบบสูงสุด 15%
ลดเวลาเปิดแอปยอดนิยม 5 อันดับแรกลงได้ถึง 20%
ตัวเครื่องยังผ่านการทดสอบความลื่นไหล 60 เดือนของ OPPO ซึ่งเป็นการการันตีว่าใช้นานหลายปีแล้วยังไม่งอแงง่าย ๆ
Luminous Rendering Engine & Trinity Engine
Luminous Rendering Engine ปรับตรรกะแอนิเมชันใหม่ทั้งระบบ ทำให้
ความเสถียรของการควบคุมระบบดีขึ้นประมาณ 40%
เวลาตอบสนองเร็วขึ้นราว 18%
ลดการใช้พลังงานจากเอฟเฟกต์เบลอพื้นผิวได้ราว 30%
แอนิเมชันทั้งการปลดล็อก การเปลี่ยนหน้า และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ดูลื่นตา ไม่มีอาการกระตุกให้หงุดหงิด
ส่วน Trinity Engine เป็นเอ็นจินระดับระบบที่เน้นความลื่นและเสถียรแบบยาว ๆ โดย
ผสมผสานความฉลาดจากฮาร์ดแวร์กับการใช้งานจริง
ทำให้บริหารทรัพยากรแบบไดนามิกได้แม่นยำ
เปิดแอปค้างไว้ได้นานขึ้น ลดการรีโหลดซ้ำ
OPPO AI Docs: มือขวาสายทำงานบนมือถือ
OPPO AI Docs คือแอปที่เน้นช่วยจัดการเอกสารบนสมาร์ตโฟน ใช้ AI เข้ามาจัดการทั้ง
สรุปเนื้อหา
แปลข้อความ
แก้ไข
เชื่อมโยงข้อมูล
เหมาะกับคนที่ทำงานบนมือถือบ่อย ๆ ต้องอ่าน–สรุปเอกสาร หรือเตรียมข้อมูลเร็ว ๆ ระหว่างเดินทาง
AI Summary
ฟังก์ชันนี้จะช่วยสรุปเนื้อหายาว ๆ ให้กลายเป็นภาพรวมที่อ่านง่าย แบ่งเป็นข้อชัดเจน ช่วยให้หาใจความสำคัญได้ไว ไม่ต้องไล่อ่านทุกรบ
AI Translate
ช่วยแปลเอกสารต่างภาษา และเปิดเทียบกับต้นฉบับได้ทันที ทำให้เช็กความถูกต้องและทำงานสองภาษาบนมือถือได้สะดวกขึ้นมาก
แบตเตอรี่: 6,500mAh สายเล่นยาว สายทำงานหนักถูกใจ
แบต 6,500mAh อึดเกินวัน ใช้เกิน 5 ปี
OPPO A6 Pro 5G ใส่แบตมาให้ถึง 6,500mAh ซึ่งถือว่าใหญ่สุดในตลาดสมาร์ตโฟนตอนนี้ก็ว่าได้ เหมาะทั้งคนที่ต้องออกนอกสถานที่ทั้งวัน และสายเล่นเกมยาว ๆ
การออกแบบแบตเน้นการใช้งานระยะยาว โดยหลังชาร์จไปประมาณ 1,830 รอบ ความจุยังเหลือมากกว่า 80% ของเดิม หมายความว่าใช้งานทะลุ 5 ปีได้แบบไม่ต้องกังวลมาก
ตามการทดสอบ สามารถใช้งานได้ประมาณ
คุยโทรศัพท์ได้นานราว 37.4 ชั่วโมง
ดูวิดีโอนานประมาณ 19.1 ชั่วโมง
ฟังเพลงได้ต่อเนื่องราว 42.2 ชั่วโมง
ชาร์จไว 80W SUPERVOOC: แบตใหญ่ก็ไม่ทำให้รอนาน
แม้แบตจะใหญ่ แต่การชาร์จไม่ยืดเยื้อ เพราะมาพร้อมเทคโนโลยี 80W SUPERVOOC ที่เน้นทั้งความเร็วและความปลอดภัย
จุดเด่นคือ
ตรวจสอบการชาร์จตั้งแต่เริ่มเสียบจนเต็ม
ป้องกันความร้อนสูงเกินไป
ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบต
ตัวเลขที่เคลมไว้คือ
ชาร์จ 0–100% ได้ในประมาณ 50 นาที
ชาร์จแค่ 5 นาที แบตเพิ่มขึ้นราว 14%
เหมาะกับไลฟ์สไตล์สายเร่งรีบ แบตจะหมดก็แค่เสียบชาร์จแป๊บเดียวก่อนออกจากบ้านหรือก่อนขึ้นรถ
Reverse Charging: ใช้เป็นแบตสำรองให้เครื่องอื่นได้
แบตใหญ่ ๆ แบบนี้ไม่ได้ไว้ให้เครื่องเดียว เพราะรองรับการ ชาร์จย้อนกลับผ่านสาย OTG (5V1.0A) ทำให้
ชาร์จหูฟังไร้สาย
ชาร์จสมาร์ตวอทช์
หรือแท็บเล็ต
ได้ในยามฉุกเฉิน เรียกได้ว่าเป็น Power Bank เคลื่อนที่ที่ยังเล่นเกมแรง ๆ ได้ในตัวเดียว
ความทนทาน: IP69 + มาตรฐานทหาร สายลุยต้องเล็ง
กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69 แบบจัดเต็ม
ตัวเครื่องผ่านการรับรองจาก SGS รองรับทั้ง IP66, IP68 และ IP69 จึงป้องกันได้ทั้ง
ฝุ่นละเอียด
น้ำแรงดันสูง
การแช่น้ำ
แม้แต่น้ำร้อนอุณหภูมิสูงถึง 85°C
ไม่ว่าคุณจะ
ใช้แผนที่ตอนมือเปียกเหงื่อ
รับสายกลางฝนตกหนัก
นอนดูซีรีส์ในห้องร้อนชื้น
หรือทำเครื่องตกแอ่งโคลน
OPPO A6 Pro 5G ก็พร้อมลุยได้ทุกสถานการณ์แบบไม่ต้องลุ้นจนใจหาย
มาตรฐานระดับทหาร ทั้งโครงสร้างภายนอกและภายใน
ตัวเครื่องใช้กระจก AGC DT-Star D+ Crystal Shield Glass ปกป้องหน้าจอ พร้อมผ่านการทดสอบตามมาตรฐานทางทหาร ช่วยลดความเสี่ยงจากการตกหรือกระแทกในชีวิตประจำวันได้ดี
ด้านใน ฝาครอบเมนบอร์ดใช้วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยเกรด AM04 ที่ทนทานสูง จากการทดสอบการดัด 1,000 ครั้ง วัสดุนี้เสียรูปน้อยกว่าอลูมิเนียมทั่วไป และมีความทนต่อการแตกหักสูงกว่าประมาณ 70% จนประสิทธิภาพเข้าใกล้ไทเทเนียม
ยังมีโครงสร้าง Sponge Bionic Cushioning ซึ่งใช้แผ่นโฟมและซิลิโคนเป็นเหมือนถุงลมนิรภัยขนาดจิ๋วอยู่ใต้ชิ้นส่วนสำคัญ ช่วยซับแรงกระแทกแบบหลายชั้น ทำให้มั่นใจมากขึ้นเวลาเครื่องหลุดมือ
กล้อง: 50MP + AI Editor 2.0 ยืนหนึ่งสายถ่ายแชร์
กล้องหลังคู่ 50MP AI Camera
OPPO A6 Pro 5G มาพร้อมกล้องหลังคู่ AI Dual Camera และไฟแฟลช LED
กล้องหลัก 50MP f/1.8 (wide), FOV 76°, เลนส์ 5P รองรับ AF
กล้องเสริม Monochrome 2MP f/2.4, FOV 89°, เลนส์ 3P
โหมดการถ่ายภาพให้มาจัดเต็ม เช่น
โหมดปกติ / วิดีโอ / Portrait / กลางคืน / พาโนรามา
SLO-MO
วิดีโอกล้องคู่
Time-lapse
โหมดสติกเกอร์
HI-RES
Google Lens
โหมดถ่ายใต้น้ำ
โหมด PRO
โหมดสแกนเอกสาร (DOC SCANNER)
ภาพนิ่งถ่ายได้สูงสุด 6144 x 8192 พิกเซล ส่วนวิดีโอได้สูงสุด Full HD 1080p 60fps
กล้องหลัก 50MP เปลี่ยนโมเมนต์ธรรมดาให้ดูเหมือนฉากในหนังได้ไม่ยาก ถ้าอยากได้ดีเทลจัดเต็ม แนะนำเปิดโหมด 50MP Hi-res เพื่อเก็บรายละเอียดสูงสุดไว้ เผื่อครอปหรือซูมทีหลังก็ยังคม
อีกฟีเจอร์ที่ช่วยเติมชีวิตให้ภาพนิ่งคือ Motion Photo ที่จะบันทึกวิดีโอสั้น ๆ พร้อมเสียง ก่อนและหลังกดชัตเตอร์รวม 3 วินาที ทำให้แต่ละช็อตไม่ได้เก็บแค่ภาพ แต่เก็บโมเมนต์ด้วย
หลังถ่ายแล้วสามารถเลือก
ภาพปกของคลิป
ตัดความยาว
แปลงเป็นไฟล์วิดีโอเพื่อแชร์
ให้ฟีลเหมือน Live Photo ที่เอาไปเล่นต่อได้หลายแบบ
AI Editor 2.0: แต่งภาพด้วย AI แบบจิ้มไม่กี่ทีจบ
OPPO A6 Pro 5G มาพร้อมชุดเครื่องมือ AI Editor 2.0 ที่ช่วยจัดการและแก้ไขภาพให้สวยแบบเนียน ๆ ได้แก่
AI Recompose – AI ปรับเฟรมภาพ
ฟีเจอร์นี้ช่วยจัดองค์ประกอบภาพให้เหมาะสมในคลิกเดียว ทั้ง
ปรับอัตราส่วนภาพ (1:1, 4:3, 19:6)
ครอปภาพอัตโนมัติ
แก้ภาพเอียงหรือบิดเบี้ยวให้ตรงขึ้น
เหมาะเวลาถ่ายแล้วเฟรมไม่เป๊ะ แต่อยากได้ภาพที่ดูมืออาชีพขึ้นแบบไม่ต้องแต่งเองนาน
ยางลบ AI 2.0 – ลบสิ่งเกะกะในภาพให้หายเกลี้ยง
ช่วยลบวัตถุไม่พึงประสงค์ในภาพ เช่น
คนเดินผ่านด้านหลัง
เสาไฟ
ถังขยะ
ป้ายกวนตา
เวอร์ชัน 2.0 ปรับอัลกอริทึมให้ตรวจจับคนและวัตถุได้แม่นยำขึ้น สามารถเลือกลบผู้คนที่อยู่ฉากหลังทั้งหมดได้ในครั้งเดียว ไม่ต้องมานั่งจิ้มลบทีละจุด
AI Perfect Shot – หลับตาไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
ถ่ายรูปหมู่แล้วมีคนหลับตา ไม่ต้องถ่ายใหม่ เพราะ AI Perfect Shot จะไปค้นหารูปอ้างอิงในเครื่องของคน ๆ นั้น แล้วให้เลือกสีหน้า/มุมที่มีให้ถึง 5 แบบ จากนั้นเอามาแทนหน้าที่หลับตาให้แบบแนบเนียน
AI ลบเงาสะท้อน – ภาพผ่านกระจกก็เอาอยู่
ใช้ลบแสงสะท้อนหรือเงาที่เกิดจากการถ่ายผ่านกระจก ทำให้ภาพที่ได้ดูใสขึ้น รายละเอียดชัดกว่าเดิม เหมาะสำหรับสายคาเฟ่หรือสายท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายวิวผ่านหน้าต่าง
ทดสอบภาพจากกล้องหลัง
โหมดปกติ
โหมดปกติ + ฟิลเตอร์ (มีให้เลือก 15 แบบ)
โหมด Portrait
โหมด Portrait + ฟิลเตอร์ (14 แบบ)
โหมดสติ๊กเกอร์
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง
กล้องหน้า 16MP: สายเซลฟี่จัดให้เต็ม
กล้องหน้าของ OPPO A6 Pro 5G มีความละเอียด 16MP รูรับแสง f/2.4 มุมมอง 85° เลนส์ 4P รองรับโหมดหลัก ๆ ครบ เช่น
โหมดปกติ / วิดีโอ
Portrait
กลางคืน
พาโนรามา
วิดีโอกล้องคู่
Time-lapse
โหมดสติ๊กเกอร์
โหมดเติมแสงหน้าจอ
HI-RES
ภาพนิ่งถ่ายได้สูงสุด 4896 x 6528 พิกเซล วิดีโอได้ Full HD 1080p 30fps
ยังมีแถบรีทัชให้ปรับหน้าสวยตามใจ รวมถึงฟิลเตอร์ 15 แบบให้เลือกเปลี่ยนโทนภาพ เซลฟี่แล้วพร้อมลงโซเชียลได้ทันทีแทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า
โหมดปกติ
โหมดปกติ + ฟิลเตอร์ (15 แบบ)
โหมด Portrait
โหมด Portrait + ฟิลเตอร์ (14 แบบ)
โหมดสติ๊กเกอร์
ราคาและภาพรวม: มือถือสายเกม–สายลุยที่คุ้มกว่าที่คิด
OPPO A6 Pro 5G คือสมาร์ตโฟนที่เอาใจคนชอบความลื่นและความทนเป็นพิเศษ จอ AMOLED 120Hz ทำให้การเล่นเกมและเลื่อนหน้าจอดูลื่นตา ระบบระบายความร้อน SuperCool VC ช่วยให้เล่นได้ยาวโดยเครื่องไม่ร้อนจนเฟรมตก
แบตเตอรี่ 6,500mAh ใช้ข้ามวันได้สบาย แถมชาร์จไว 80W SUPERVOOC ลดเวลารอให้สั้นลงอีก เรียกว่าพร้อมลุยทั้งงาน ทั้งเกม ทั้งความบันเทิงในเครื่องเดียว
ด้านความทนทานก็ไม่ธรรมดา ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69 ที่หาได้ยากในเรทราคานี้ รวมถึงโครงสร้างระดับมาตรฐานการทหาร และดีไซน์ลายดอกไม้ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร
ฟีเจอร์กล้องและชุด AI Editor 2.0 ทำให้สายถ่ายรูป–สายลงโซเชียลทำคอนเทนต์ได้ง่ายขึ้นเยอะ ทั้งลบคน ลบเงา ปรับเฟรม เปลี่ยนหน้าแบบเนียน ๆ
ด้านราคา มีให้เลือก 3 รุ่นความจุ
6GB + 128GB ราคา 7,999 บาท
8GB + 256GB ราคา 9,999 บาท
12GB + 256GB ราคา 10,999 บาท
เมื่อมองภาพรวม ทั้งสเปก ฮาร์ดแวร์ ความทนทาน ระบบระบายความร้อน แบตสุดอึด ชาร์จไว และกล้องที่รองรับ AI ระดับนี้ OPPO A6 Pro 5G คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าเล่นที่สุดของตลาดระดับกลางตอนนี้
ถ้าคุณกำลังหามือถือที่
เล่นเกมลื่น ไม่หน่วงง่าย
แบตอึดมาก ใช้ยาวข้ามวัน
กันน้ำกันฝุ่นแบบหายห่วง
ถ่ายรูปสวย แต่งภาพด้วย AI ได้ในเครื่องเดียว
OPPO A6 Pro 5G คือเครื่องที่ตอบโจทย์คำว่า “สมูทเกินต้าน ทนทานทุกดาเมจ” ได้ใกล้เคียงที่สุดในงบประมาณนี้แล้วจริง ๆ

