รับแอปรับแอป

23 ไอเดียธุรกิจปั้นลูกให้เป็นผู้ประกอบการตัวจิ๋วในปี 2026 (ทำเล่นๆ แต่ได้เงินจริง!)

ศุภชัย เจริญผล02-01

เปิดโลกผู้ประกอบการตัวจิ๋ว

อยากให้ลูกสนุกไปกับการเล่น แต่ก็แอบได้ทักษะหาเงินและความคิดแบบผู้ประกอบการไปพร้อมกันหรือเปล่า ไอเดียธุรกิจสำหรับเด็กนี่แหละคือสนามทดลองที่ดีสุด ทั้งสนุก เรียนรู้ และอาจกลายเป็นธุรกิจจริงแบบคาดไม่ถึงก็ได้

หลายธุรกิจดังๆ ของเด็กต่างประเทศก็เริ่มจากอะไรเล็กๆ อย่างแผงขายน้ำมะนาว หรือของทำมือที่ขายเล่นๆ แต่ต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์จริง มีลูกค้า มีรายได้ แถมยังช่วยให้เด็กค้นพบตัวเองเร็วกว่าที่คิด

การเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ได้แค่ทำให้ลูกมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ แต่ยังกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่มีค่ามาก

ทำไมควรให้เด็กลองเริ่มธุรกิจตั้งแต่ยังเล็ก

เมื่อเด็กเริ่มลองทำธุรกิจก่อนจบมัธยม พวกเขาจะได้เปรียบทั้งในการสมัครมหาวิทยาลัยและการสมัครงานในอนาคต แต่ประโยชน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์ลงมือทำจริง

ส่งเสริมความสนใจให้กลายเป็นเส้นทางอาชีพ

การให้เด็กๆ รู้จักคำว่า “ผู้ประกอบการ” ตั้งแต่ยังเล็ก เป็นการพาเขาเชื่อมโยงความชอบของตัวเองกับโลกอาชีพในอนาคตอย่างเป็นธรรมชาติ เขาจะได้เห็นว่า

  • สิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่งานอดิเรก

  • ความสนใจเฉพาะทาง เช่น ศิลปะ สีผิว เรื่องราว หรือคาแร็กเตอร์ที่เขารัก สามารถกลายเป็นสินค้าและแบรนด์ได้

เด็กบางคนเริ่มจากไอเดียง่ายๆ เช่น สมุดระบายสีที่เล่าเรื่องตัวตนของกลุ่มคนที่มักถูกมองข้าม แล้วต่อยอดจนกลายเป็นแบรนด์จริง ทำธุรกิจไปพร้อมๆ กับทำงานองค์กรที่ช่วยเสริมพลังให้เด็กคนอื่นต่ออีกที

เติมทักษะชีวิตที่โรงเรียนไม่ได้สอนหมด

ธุรกิจเล็กๆ ที่เด็กลงมือทำเองคือสนามทดลองที่ครบเครื่อง เด็กจะได้ฝึกทั้งทักษะธุรกิจและทักษะชีวิต เช่น

  • การสื่อสารกับคนแปลกหน้าและลูกค้า

  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

  • การคิดการตลาด

  • การลองทำเว็บไซต์หรือหน้าเพจเล็กๆ

สิ่งเหล่านี้มักไม่ค่อยได้เรียนจากตำรา แต่ได้จากการลองผิดลองถูกของจริง

ค้นพบสไตล์การเรียนรู้ของตัวเอง

เด็กบางคนไม่ถนัดเรียนจากหนังสือ แต่พอให้ลุกขึ้นลงมือทำกลับไปได้ไกลกว่าเดิมเยอะ ธุรกิจเล็กๆ สามารถทำให้วิชา “เครียดๆ” อย่างคณิตศาสตร์ การอ่าน หรือการจัดการ กลายเป็นเรื่องจับต้องได้ เช่น

  • คำนวณต้นทุนกำไรแทนการทำโจทย์ในสมุด

  • เช็กสต็อกสินค้าแทนการฝึกนับตัวเลขแบบเดิม

  • เขียนรายละเอียดสินค้าแทนการฝึกแต่งประโยคในแบบฝึกหัด

บางครอบครัวถึงขั้นเปลี่ยนประสบการณ์เจ็บปวดจากโรงเรียนให้กลายเป็นโอกาสใหม่ สร้างธุรกิจเล็กๆ ที่เข้ากับพลังและบุคลิกของลูก จนกลายเป็นเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับเขาจริงๆ

23 ไอเดียธุรกิจสร้างสรรค์สำหรับเด็ก

พร้อมจะให้ลูกลองมี “กิจการแรกในชีวิต” แล้วหรือยัง ด้านล่างนี้คือไอเดียธุรกิจสำหรับเด็กที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งสายศิลป์ สายวิทย์ สายช่าง สายพูดเก่ง ไปจนถึงสายชอบเล่นเกม

แต่ละไอเดียมาพร้อมคำแนะนำว่าเหมาะกับเด็กแบบไหน และเขาจะได้ทักษะอะไรกลับไปบ้าง

1. นักประดิษฐ์สิ่งใหม่ที่ยิ่งใหญ่

เด็กสามารถคิดค้นสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของเด็กด้วยกัน เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น หรือปลอดภัยขึ้น แล้วผลิตออกมาขายออนไลน์หรือขายในชุมชน

ตัวอย่างเช่น กิ๊บติดผมที่ถูกออกแบบให้ไม่หลุดง่าย แก้ปัญหาคลาสสิกของเด็กที่ผมรุงรังระหว่างเล่นกีฬา หรือเต้น

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่สนใจ STEM หรือการออกแบบ

  • เด็กที่ชอบสังเกตปัญหาและคิดวิธีแก้

ทักษะที่ได้รับ

  • การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking)

  • การแก้ปัญหา

  • การค้นคว้าและทดลอง

2. ช่างฝีมือผู้เก่งกาจ

เด็กที่ชอบงาน DIY จะสนุกกับการทำสินค้าทำมือ เช่น เครื่องประดับ สบู่ บาธบอมบ์ หรือของตกแต่ง แล้วขายผ่านตลาดออนไลน์หรืออีเวนต์ในท้องถิ่น โดยมีผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยและการรับเงิน

เมื่อโตขึ้นหน่อย เด็กสามารถลองเรียนรู้การสร้างเว็บไซต์ร้านค้าเล็กๆ เพื่อขายของตัวเองได้ด้วย

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบงานฝีมือและลงมือทำ

  • เด็กโตที่จัดการอุปกรณ์เองได้

ทักษะที่ได้รับ

  • ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ

  • การตลาดเบื้องต้น

  • การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก

3. คอนเทนต์ครีเอเตอร์ออนไลน์

สำหรับเด็กที่บุคลิกจัด ชอบเล่า ชอบโชว์ และมีความสนใจเฉพาะทาง เช่น เกม แฟชั่น ของเล่น หรือการทำอาหาร สามารถเริ่มสร้างคอนเทนต์รีวิว สาธิต หรือแกะกล่องได้

เมื่อมีผู้ติดตามมากขึ้น ช่องทางนี้สามารถต่อยอดเป็นรายได้ผ่านการโฆษณา สปอนเซอร์ หรือขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้ปกครองควรเป็นคนดูแลช่องและคอยกำกับเรื่องความปลอดภัยออนไลน์อย่างใกล้ชิด

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ร่าเริง ชอบอยู่หน้ากล้อง

  • เด็กที่ชอบการแสดงหรือการเล่าเรื่อง

ทักษะที่ได้รับ

  • การถ่ายทำ ตัดต่อ และผลิตวิดีโอ

  • การสร้างและดูแลชุมชนผู้ติดตาม

  • การเล่าเรื่องอย่างมีโครงสร้าง

4. ติวเตอร์เพื่อนช่วยเพื่อน

เด็กที่เรียนดีและมีความอดทน สามารถช่วยอธิบายบทเรียนให้เพื่อน หรือน้องที่อายุน้อยกว่า ผ่านการสอนพิเศษทั้งแบบตัวต่อตัวหรือออนไลน์

ผู้ปกครองช่วยในเรื่องการจัดตาราง สร้างสื่อแนะนำตัว หรือช่วยให้เด็กเข้าใจสไตล์การเรียนรู้ที่แตกต่างของลูกศิษย์แต่ละคนได้

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่รักการเรียนรู้

  • เด็กที่ฝันอยากเป็นครูหรือเมนเทอร์

ทักษะที่ได้รับ

  • ความอดทนและความเข้าอกเข้าใจ

  • ความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอน

  • ทักษะการอธิบายและสื่อสาร

5. นักออกแบบคอสตูม

เด็กที่รักฮาโลวีน การแต่งตัว หรือโลกคอสเพลย์ และมีทักษะเย็บผ้า ปั้น วาด หรือพิมพ์ 3D สามารถเริ่มธุรกิจชุดคอสตูมเล็กๆ ของตัวเองได้

เขาสามารถโชว์ผลงานบนโซเชียลมีเดีย และให้ผู้ปกครองช่วยเปิดหน้าร้านออนไลน์สำหรับรับออร์เดอร์ชุดที่ออกแบบเอง

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่สนใจแฟชั่นและศิลปะการแสดง

ทักษะที่ได้รับ

  • ความใส่ใจในรายละเอียด

  • การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก (ตัด เย็บ ปั้น)

  • การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย

6. เจ้าของร้านป๊อปอัปจิ๋ว

จุดเริ่มต้นคลาสสิกคือแผงขายน้ำมะนาวหน้าบ้าน แต่สามารถพัฒนากลายเป็นร้านป๊อปอัปเล็กๆ ในตลาด ชุมชน หรืออีเวนต์ท้องถิ่นได้ เด็กจะได้ฝึกทั้งการพูดคุย การรับเงิน และการนำเสนอสินค้า

สูตรน้ำมะนาวยังต่อยอดเป็นรสชาติใหม่ๆ หรือเพิ่มเมนูขนมทำเองได้ด้วย

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบคุยแบบตัวต่อตัวกับคนอื่น

ทักษะที่ได้รับ

  • การสื่อสารและการขาย

  • การบริหารจัดการเงินสด

  • การจัดการร้านหน้าเคาน์เตอร์

7. ผู้ดูแลต้นไม้หรือสัตว์เลี้ยง

งานคลาสสิกอีกอย่างคือดูแลสิ่งมีชีวิตให้เพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ จูงสุนัข หรือช่วยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงช่วงเจ้าของไม่อยู่บ้าน

เด็กสามารถเริ่มจากรอบบ้านตัวเอง แล้วค่อยๆ ขยายด้วยการบอกต่อ ผู้ปกครองช่วยดูเรื่องตารางเวลา เส้นทางที่ปลอดภัย และการรับงาน

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบดูแลเอาใจใส่

  • เด็กที่มีพลังงานล้น ชอบเดินเล่นหรือออกกำลังกาย

  • เด็กที่คุ้นเคยกับสัตว์เลี้ยง

ทักษะที่ได้รับ

  • การบริหารจัดการเวลา

  • ความรับผิดชอบสูง

  • การบริการลูกค้า

8. นักเขียนโค้ดฝีมือดี

การเขียนโค้ดคือทักษะทองของอนาคต เด็กสามารถเริ่มจากคอร์สเรียนโค้ดสำหรับเด็กในรูปแบบเกมหรือบอร์ดเกม เมื่อเข้าใจพื้นฐานแล้ว สามารถต่อยอดไปสู่

  • การสอนโค้ดให้เด็กคนอื่น

  • การสร้างเกมง่ายๆ หรือเว็บไซต์เล็กๆ

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบตั้งคำถามและลองของใหม่

  • เด็กที่สนใจเทคโนโลยี

ทักษะที่ได้รับ

  • การเขียนโค้ดและตรรกะเชิงโปรแกรม

  • การแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน

  • การสื่อสารแนวคิดเทคนิคให้คนอื่นเข้าใจ

9. นักเอนเตอร์เทนมือฉมัง

เด็กที่มีความสามารถด้านการแสดง เช่น ดนตรี มายากล หรือคอสเพลย์ สามารถรับงานเอนเตอร์เทนในงานเลี้ยงเด็กหรืองานพิเศษในชุมชนได้

กิจกรรมนี้ยังอาจจับคู่กับการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ เพื่อเพิ่มชื่อเสียงและฐานผู้ติดตาม (ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง)

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่พลังล้น ชอบแสดงออก

  • นักแสดงรุ่นเยาว์ที่ไม่เขินเวที

ทักษะที่ได้รับ

  • ความคิดสร้างสรรค์

  • การพูดและแสดงต่อหน้าคนจำนวนมาก

  • ความมั่นใจในตัวเอง

10. ศิลปินน้อย

สำหรับเด็กสายอาร์ต ทั้งวาดรูป ปั้น เย็บ หรือออกแบบ ผู้ปกครองสามารถช่วยต่อยอดความชอบให้กลายเป็นรายได้ เช่น

  • เปิดร้านป๊อปอัปขายงานศิลปะตามตลาด

  • เปิดร้านออนไลน์ที่ใช้ระบบผลิตตามสั่ง (print-on-demand) พิมพ์ลายของเด็กบนเสื้อ แก้ว หรือของใช้อื่นๆ โดยไม่ต้องสต็อกของล่วงหน้า

  • จัดคลาสสอนศิลปะตัวต่อตัวหรือออนไลน์

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่รักการสร้างงานศิลปะ

ทักษะที่ได้รับ

  • การสร้างเว็บไซต์หรือเพจขายของ

  • ความคิดสร้างสรรค์

  • การบริการลูกค้าและรับฟีดแบ็ก

11. ผู้ช่วยด้านเทคนิคตัวเล็ก

เด็กเจนอัลฟ่าโตมากับอุปกรณ์ดิจิทัลตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องธรรมดา อย่างการตั้งค่าเครื่อง ใช้แอป หรือแก้ปัญหาง่ายๆ กลับกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใหญ่บางคน

ตรงนี้จึงกลายเป็นธุรกิจบริการเล็กๆ ได้ เช่น

  • ช่วยสอนใช้มือถือหรือแอปพื้นฐาน

  • ช่วยตั้งค่าบัญชีหรือโปรแกรมให้คนในชุมชน

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่สนุกกับเทคโนโลยีและเข้าใจมันเร็ว

ทักษะที่ได้รับ

  • ทักษะด้านเทคนิค

  • การทำงานร่วมกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

  • การสื่อสารให้เข้าใจง่าย

12. แชมป์ผู้สร้างผลกระทบทางสังคม

ถ้าลูกของคุณเป็นสายอินประเด็นสังคม เช่น สิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ หรือคนไร้บ้าน ธุรกิจของเขาอาจไม่ได้โฟกัสที่กำไร แต่เน้นการเปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำเป็นธุรกิจเพื่อสังคมได้ เช่น

  • รับเก็บเศษอาหารหรือขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมัก

  • ใช้รายได้จากธุรกิจเล็กๆ บริจาคให้มูลนิธิ

  • ใช้ทักษะเทคนิคทำเว็บหรือสื่อให้กับองค์กรไม่แสวงผลกำไรฟรี

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่มีความเห็นอกเห็นใจสูง

  • นักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์

ทักษะที่ได้รับ

  • ความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบต่อสังคม

  • การระดมทุน

  • ทักษะการเคลื่อนไหวและสื่อสารประเด็นสังคม

13. พ่อค้าแม่ค้าในเทศกาลหรือชายหาด

ฤดูร้อนหรือช่วงวันหยุดยาวคือช่วงเวลาทองให้เด็กลองขายสินค้าง่ายๆ เช่น น้ำเปล่า ไอศกรีมแท่ง หรือครีมกันแดด ในงานเทศกาลหรือชายหาด โดยมีผู้ปกครองเป็น “นักลงทุน” ให้ทุนและคอยช่วยดูแล

เด็กมีส่วนร่วมได้ทั้งการเลือกสินค้า การตั้งราคา และการออกแบบป้ายหรือซุ้มขายของ

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบเข้าสังคมและคุยกับคนเยอะๆ

ทักษะที่ได้รับ

  • การออกแบบบูธหรือป้าย

  • ทักษะทางการเงินและต้นทุนกำไร

  • ทักษะการเข้าสังคมและการขาย

14. ช่างซ่อมสเกตบอร์ด

ถ้าลูกคุณคลุกอยู่ในสนามสเกตเป็นประจำ เขามีกลุ่มลูกค้าอยู่แล้วในตัว เด็กที่พอมีทักษะช่างเล็กน้อย สามารถ

  • รับซ่อมสเกตบอร์ดแบบเร็วๆ ในที่เลย เช่น ขันน็อต เปลี่ยนล้อ

  • คิดค่าบริการเล็กน้อย หรือขายอะไหล่ร่วมด้วย

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบงานช่างและลงมือทำจริง

ทักษะที่ได้รับ

  • การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างคล่องแคล่ว

  • การสื่อสารและต่อรองกับลูกค้า

  • การจัดการรายรับรายจ่าย

15. ผู้ช่วยเพื่อนบ้าน

เด็กสามารถเริ่มธุรกิจบริการสารพัดอย่างในละแวกบ้าน เช่น

  • ตัดหญ้า ดูแลสนามหญ้า

  • กวาดใบไม้

  • ล้างรถ

การตลาดแบบบ้านๆ แต่ได้ผลคือ ทำใบปลิวไปแจก เคาะประตูคุยกับเพื่อนบ้าน หรือให้ผู้ปกครองช่วยทำหน้าเพจ/ร้านค้าออนไลน์ที่จองเวลาบริการได้

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่กระตือรือร้นและไม่กลัวเหนื่อย

ทักษะที่ได้รับ

  • ความขยันและวินัย

  • การจัดสรรเวลา

  • การเข้าสังคม

16. นักรวบรวมของรีไซเคิล

กิจการนี้ช่วยทั้งโลกและกระเป๋าสตางค์ในเวลาเดียวกัน เด็กสามารถ

  • รวบรวมขวด กระป๋อง หรือวัสดุที่นำไปรีไซเคิลได้

  • นำไปแลกเงินในพื้นที่ที่มีระบบรองรับ

  • หรืออัปไซเคิลสิ่งของ เช่น ถุงพลาสติกเก่าให้กลายเป็นกระเป๋าเท่ๆ

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

  • เด็กที่ชอบงานประดิษฐ์

ทักษะที่ได้รับ

  • การเคลื่อนไหวทางสังคมด้านสิ่งแวดล้อม

  • การบริโภคอย่างมีสติ

  • การจัดการและวางระบบเก็บรวบรวม

17. นักเขียนและนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก

ถ้าลูกของคุณเป็นสายเล่านิทาน คิดเรื่องเก่ง หรือวาดภาพเก่ง ธุรกิจหนังสือเด็กแบบพิมพ์ตามสั่งคือสนามเล่นที่ดีมาก เพราะไม่ต้องสต็อกหนังสือเยอะตั้งแต่แรก

พ่อแม่สามารถช่วยหาโรงพิมพ์แบบ print-on-demand ที่พิมพ์ตามจำนวนออร์เดอร์จริง และช่วยจัดเลย์เอาต์ให้ลูก

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่รักการเขียน

  • เด็กที่ชอบวาดรูป (สำหรับหนังสือภาพ)

ทักษะที่ได้รับ

  • การเขียนและเล่าเรื่อง

  • ความคิดสร้างสรรค์เชิงภาพและตัวหนังสือ

  • ความเข้าใจขั้นตอนการพิมพ์หนังสือ

18. เชฟเบเกอรี่

เด็กที่ชอบอยู่ในครัวสามารถเปลี่ยนครัวบ้านให้เป็นสตูดิโอทดลองเบเกอรี่ ทั้งสนุกและได้ฝึกคณิตศาสตร์จากการชั่ง ตวง ปรับสูตร

เขาอาจเริ่มจาก

  • ทำเค้กวันเกิดให้คนรู้จัก

  • อบคุกกี้หรือขนมไปขายในตลาดเกษตรกร

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่ชอบใช้มือและชอบทำอาหาร

  • เด็กที่ละเอียด รอบคอบ

ทักษะที่ได้รับ

  • การคิดสร้างสรรค์ผ่านการปรับสูตรและตกแต่ง

  • การบริหารต้นทุนและกำไร

  • ทักษะการสื่อสารกับลูกค้าและผู้ชิม

19. CEO ค่ายฤดูร้อน

เด็กโตหรือวัยรุ่นสามารถออกแบบและจัดค่ายเล็กๆ ในสวนหลังบ้าน เช่น

  • ค่ายละครเวที

  • ค่ายศิลปะ

  • ค่ายปลูกผักหรือทำสวน

พวกเขาจะได้ทั้งรายได้จากค่าเข้าร่วม และได้ฝึกการวางแผนกิจกรรมทั้งวัน การดูแลเด็กที่อายุน้อยกว่า และการเป็นผู้นำ

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่จัดการงานเก่ง

  • เด็กที่เข้าสังคมเก่ง

  • ผู้นำรุ่นเยาว์

ทักษะที่ได้รับ

  • การทำงานกับเด็กเล็ก

  • การสอนและอธิบายกิจกรรม

  • การจัดตารางและวางโครงสร้างโปรแกรม

20. นักขายต่อ (Reseller)

สำหรับเด็กที่ชอบแฟชั่น ของแต่งบ้าน หรือของวินเทจ การขายต่อคือการแปลง “สายตาเลือกของเก่ง” ให้เป็นธุรกิจ

พวกเขาสามารถ

  • ลองไปเดินร้านมือสองหรือยาร์ดเซล

  • เลือกของที่น่าสนใจมาปรับลุคเล็กน้อย

  • ขายต่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์หรือหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่มีเซนส์ด้านดีไซน์และสไตล์

  • สไตลิสต์ตัวน้อยที่ชอบจัดของ

ทักษะที่ได้รับ

  • การถ่ายภาพสินค้าให้น่าซื้อ

  • การสร้างเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์

  • การตลาดโซเชียลมีเดีย

21. เกมเมอร์มืออาชีพ

สายเกมก็มีเส้นทางของตัวเอง เด็กที่เล่นเกมเก่งและมีวินัย สามารถ

  • เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์เกม

  • สตรีมการเล่นเกมให้คนดู (โดยมีผู้ปกครองดูแล)

  • รับงานที่เกี่ยวกับวงการเกม เช่น ทดสอบเกม

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่หลงใหลในวิดีโอเกมจริงจัง

ทักษะที่ได้รับ

  • การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลและสตรีมมิง

  • การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสายตากับมือ

  • การสร้างคอมมูนิตี้และปฏิสัมพันธ์กับคนดู

22. นักออกแบบการ์ดอวยพร

เด็กที่รักศิลปะและกราฟิกสามารถเริ่มธุรกิจการ์ดอวยพรเล็กๆ ได้ โดย

  • ใช้โปรแกรมอย่าง Canva หรือซอฟต์แวร์ออกแบบ

  • หรือวาดมือแล้วสแกนเข้าสู่ระบบดิจิทัลเพื่อขายออนไลน์

ผู้ปกครองสามารถช่วยพิมพ์การ์ดจำนวนหนึ่งให้ลูกลองไปขายในตลาดท้องถิ่น เพื่อให้เด็กได้สัมผัสทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่คิดไอเดียสร้างสรรค์เก่ง

  • นักออกแบบรุ่นเยาว์

ทักษะที่ได้รับ

  • การใช้เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ดิจิทัล

  • ทักษะมนุษยสัมพันธ์เวลาเจอลูกค้าตัวจริง

  • การเขียนข้อความให้กินใจ

23. เจ้าของธุรกิจรับดูแลเด็ก

การรับดูแลเด็กที่อายุน้อยกว่าเป็นไอเดียคลาสสิกสำหรับเด็กโตและวัยรุ่น ผู้ปกครองสามารถช่วยให้ลูก

  • ลงเรียนคอร์สดูแลเด็กและปฐมพยาบาลพื้นฐาน

  • สร้างโปรไฟล์หรือใบปลิวแนะนำตัว

  • วางกติกาและขอบเขตความปลอดภัยให้ชัดเจน

เหมาะสำหรับ

  • เด็กที่รักความเป็นระเบียบและรับผิดชอบสูง

ทักษะที่ได้รับ

  • ทักษะด้านความปลอดภัยและปฐมพยาบาล

  • การสื่อสารกับทั้งเด็กและผู้ปกครอง

  • ความเข้าใจพัฒนาการเด็ก

คู่มือสำหรับผู้ปกครองและครู: จะช่วยเด็กเริ่มธุรกิจยังไงให้ทั้งสนุกและปลอดภัย

ธุรกิจส่วนใหญ่ของเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเยอะหรือมีประสบการณ์มาก่อน เด็กสามารถเรียนรู้จากแหล่งความรู้ฟรีบนอินเทอร์เน็ตได้เต็มไปหมด สิ่งสำคัญคือบทบาทของผู้ใหญ่ที่เป็นทั้งที่ปรึกษาและสายคอยดูแลความปลอดภัย

ผู้ปกครองควรคำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้เป็นพิเศษ

  • เวลา: ธุรกิจต้องไม่ไปแย่งเวลาพักและเวลาเรียนจนเกินไป

  • ทุน: ใช้เงินในระดับที่รับความเสี่ยงได้

  • ความเสี่ยง: ทั้งด้านกายภาพ กฎหมาย และความปลอดภัยออนไลน์

ลองใช้แนวทางเหล่านี้เพื่อให้ธุรกิจของเด็กเป็นประสบการณ์ที่ดี

  • ทำให้สนุก: ธุรกิจของเด็กควรเริ่มจากสิ่งที่เขาชอบจริงๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกเหมือนเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ที่เพิ่มมาอีก

  • ให้อำนาจในการตัดสินใจ: เลือกโมเดลธุรกิจที่เด็กสามารถเป็นเจ้าของการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ได้เอง ผู้ปกครองคอยช่วยในเรื่องที่ต้องใช้ลายเซ็นหรือการยืนยันจากผู้ใหญ่

  • เริ่มจากเล็กๆ ก่อน: เริ่มแบบทดลอง เล่นๆ ปรับได้ พักได้ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้โดยไม่รู้สึกกดดัน

  • ให้ทั้งครอบครัวมีส่วนร่วม: พ่อแม่พี่น้องช่วยกันได้ เช่น แบ่งหน้าที่เป็นฝ่ายการเงิน ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายขาย ทำให้กลายเป็นโปรเจ็กต์ครอบครัว

  • พาเขารู้จักต้นแบบ: เล่าเรื่องผู้ประกอบการที่เริ่มตั้งแต่เด็ก หรือคนที่มีพื้นฐานคล้ายลูก เพื่อให้เขารู้สึกว่า “คนแบบเรา ก็ทำได้”

  • ตั้งขอบเขตชัดเจน: โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตหรือการเจอคนแปลกหน้า ต้องมีกฎชัดๆ เช่น เวลาที่อนุญาตให้เล่นโซเชียล การให้ผู้ใหญ่ตรวจเนื้อหาก่อนโพสต์ หรือการไม่รับงานในสถานที่เสี่ยง

เปลี่ยนไอเดียเล่นๆ ให้กลายเป็นประสบการณ์ธุรกิจแรกของลูก

ทุกวันนี้เครื่องมือทั้งด้านครีเอเตอร์และเครื่องมือการค้าพัฒนาเร็วมาก ทำให้เด็กๆ สามารถลองสัมผัสบทบาทผู้ประกอบการได้ง่ายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นร้านออนไลน์จิ๋ว แผงขายหน้าบ้าน หรือบริการเล็กๆ ในชุมชน

สิ่งที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่เงินที่ได้ แต่คือความเข้าใจตัวเอง ทักษะใหม่ๆ และความมั่นใจว่าเขาสร้างอะไรขึ้นมาจริงๆ ได้

คุณในฐานะผู้ปกครองหรือครูสามารถช่วยต่อยอดความสนใจเล็กๆ ของเด็กให้กลายเป็นโปรเจ็กต์ที่ทั้งสนุกและมีความหมาย อย่าจำกัดแค่ 23 ไอเดียนี้ ลองมองดูบุคลิก ความชอบ และพลังของลูก แล้วช่วยกันออกแบบเส้นทางธุรกิจแบบที่เป็นตัวเขาที่สุด

สำหรับเด็กแล้ว ทุกธุรกิจคือสนามเด็กเล่นเวอร์ชันอัปเกรด ที่แถมเลเวลอัพทักษะชีวิตให้ด้วยในตัว

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอเดียธุรกิจสำหรับเด็ก

ไอเดียธุรกิจสำหรับเด็กที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

ตัวอย่างไอเดียที่เริ่มง่ายและเวิร์กสำหรับเด็ก ได้แก่

  • แผงขายน้ำมะนาว

  • นักเอนเตอร์เทนงานวันเกิด

  • การตัดหญ้าและดูแลสนาม

  • การขายต่อสินค้ามือสอง

  • การขายงานฝีมือหรืองานศิลปะทำมือ

  • การสอนพิเศษ

  • ธุรกิจล้างรถ

  • การรับดูแลเด็กเล็ก

อายุที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจคือเท่าไหร่

คำตอบคือ “แล้วแต่คน” มากกว่าอายุเป๊ะๆ เด็กเล็กอาจมีข้อดีคือว่างมากกว่าและพลังงานเยอะ แต่เด็กโตจะได้เปรียบด้านประสบการณ์ ความรับผิดชอบ และการเข้าถึงทุนหรือเครือข่าย

สิ่งสำคัญคือ

  • ถ้าเจอไอเดียที่ใช่และปลอดภัย ลองเริ่มเลย ไม่ต้องรอ

  • ถ้าธุรกิจไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นบทเรียนชั้นดีสำหรับโปรเจ็กต์ต่อไป

จะสนับสนุนลูกในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างไร

คุณสามารถช่วยลูกได้หลายวิธี เช่น

  • ให้เงินทุนเริ่มต้น: สนับสนุนเท่าที่คุณไหว เพื่อให้เขาซื้ออุปกรณ์หรือวัตถุดิบชุดแรก

  • แบ่งปันคำแนะนำแบบเข้าใจง่าย: อธิบายเรื่องการตั้งงบประมาณ การรับมือกับลูกค้า และแนวคิดการตลาดแบบพื้นฐาน

  • ให้กำลังใจ: ฉลองทุกก้าวเล็กๆ ไม่ว่าจะได้ลูกค้าคนแรก หรือทำโปสเตอร์เสร็จแผ่นแรก

  • ดูแลเรื่องความปลอดภัย: คอยเช็กสิ่งที่เขาทำ โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์หรือการออกไปทำงานนอกบ้าน

ควรพิจารณาข้อกฎหมายอะไรบ้างสำหรับธุรกิจของลูก

โดยทั่วไป เด็กสามารถทำธุรกิจได้ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง แต่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวแทนทางกฎหมายให้ โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีรายได้จริงจัง

สิ่งที่ควรเช็ก เช่น

  • ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือขอใบอนุญาตในชื่อผู้ปกครองหรือไม่

  • รายได้ของกิจการเข้าข่ายต้องยื่นภาษีหรือเปล่า (มักเป็นผู้ปกครองที่ยื่นแทน)

  • หลีกเลี่ยงการจ้างเพื่อนๆ แบบจริงจัง เพราะมีกฎหมายแรงงานเด็กที่ต้องระวัง

เมื่อผู้ใหญ่ช่วยดูแลเรื่องกฎหมายและความปลอดภัย เด็กก็จะได้มีพื้นที่ลองผิดลองถูกอย่างสบายใจ และสนุกกับการเป็นผู้ประกอบการตัวจิ๋วได้เต็มที่