เข้าใจก่อนเลือก: ทำไมแผ่นหนีบผมถึงสำคัญขนาดนี้
ไหนดีกว่ากันระหว่างแผ่นเคลือบเซรามิกกับทัวร์มาลีน? แม้จะดูคล้ายกัน แต่พื้นผิวแต่ละแบบมีนิสัยของตัวเองทั้งเรื่องความร้อน การถนอมผม และความทนทาน
มาดูให้ชัดว่าทั้งสองแบบต่างกันยังไง และแบบไหนที่เหมาะกับผมของคุณมากที่สุด
เครื่องหนีบผมทำงานยังไงกันแน่?
ธรรมชาติของผู้หญิงคืออยากได้สิ่งที่ตัวเองไม่มี ผมตรงอยากดัดลอน ผมหยิกอยากรีบให้ตรง และตัวช่วยหลักก็คือเตารีดหนีบผมและที่ม้วนผมนี่แหละ
กลไกหลักของอุปกรณ์พวกนี้ทำงานคล้ายกันมาก:
เส้นผมถูกหนีบด้วยแผ่นร้อนแล้วรับรูปทรงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทรงตรงสนิท ลอนคลาย หรือเกลียวแน่น
ความร้อนสูงจะดึงความชื้นออกจากเส้นผม ทำให้ลอนหรือความตรงอยู่ตัวได้นานขึ้น
การเลื่อนของแผ่นร้อนบวกกับความแห้ง จะทำให้เกล็ดผมปิด ผมจึงดูเรียบ ลื่น และเงางามขึ้น
แต่ด้านสวยก็ต้องแลกกับด้านเสียเหมือนกัน เตารีดหนีบผมสามารถทำให้ผมแห้ง แตกหัก และแตกปลายได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ที่อุณหภูมิสูงเป็นประจำ ยิ่งร้อน ผมยิ่งพังเร็ว
ผมหยิกถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะเกล็ดเส้นผมไม่เรียบเสมอกัน แถมเปิดมากเป็นพิเศษตามช่วงลอน ผมที่ผ่านการทำสีหรือดัดเคมีทุกชนิดก็เปราะขึ้นเหมือนกัน โครงสร้างที่ถูกเปลี่ยนไปทำให้ทนความร้อนและการทำร้ายได้น้อยลงมาก
จากแผ่นโลหะสู่เทคโนโลยีถนอมผม
ยุคแรกของเครื่องหนีบผมใช้แผ่นโลหะล้วน ๆ ร้อนเร็วจริงแต่ร้อนกระจายไม่เท่ากัน ผิวหยาบ แถมยังควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ ใช้ผิดทีก็ผมไหม้กรอบได้ง่าย ๆ
เพื่อให้ผู้หญิงจัดทรงได้สวยแต่ผมยังแข็งแรงอยู่ ผู้เชี่ยวชาญจึงพัฒนาแผ่นเคลือบแบบใหม่ ๆ ขึ้นมา ปัจจุบันมีการใช้วัสดุเคลือบหลากหลาย เช่น:
ทัวร์มาลีน
ไทเทเนียม
หินอ่อนผสมบนพื้นผิว
เซรามิก
นอกจากนี้ เครื่องหนีบผมรุ่นใหม่มักมาพร้อมตัวปรับอุณหภูมิให้เลือกโหมดตามสภาพผม:
โหมดอ่อนโยน: 130–160°C (เหมาะกับผมบาง ผมทำเคมี ผมเสีย)
โหมดปกติ: 165–180°C (ผมสุขภาพดีทั่วไป)
โหมดสูงสุด: 185–230°C (ผมหนา แข็ง ยากต่อการจัดทรง)
ความกว้างของแผ่นก็สำคัญไม่แพ้กัน ปกติจะอยู่ราว 2–8 ซม. ยิ่งผมเยอะ ยาว หรือหนา ยิ่งควรใช้แผ่นกว้างเพื่อย่นเวลา
สำหรับคนผมหนาและยาว แนะนำแผ่นกว้างประมาณ 7–8 ซม. จะช่วยให้หนีบได้เร็วขึ้น ผมโดนความร้อนน้อยลงต่อครั้ง ทำให้สภาพผมโดยรวมยังดูแข็งแรงกว่า
เซรามิก: เบสิกที่ไว้ใจได้
เซรามิกเป็นวัสดุที่ทั้งปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และได้รับความนิยมสูงมากในวงการทำผม แต่ก่อนแผ่นหนีบผมทำจากโลหะล้วน ทำให้ผมแห้งจัดและไหม้ได้ง่าย ปัจจุบันรุ่นโลหะเก่า ๆ แทบจะถูกแทนที่ด้วยเซรามิกไปแล้ว (ยกเว้นรุ่นที่ผสมทัวร์มาลีนหรือไทเทเนียมเพิ่มเข้าไป)
ข้อดีของแผ่นเซรามิก
ให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น
ผิวลื่น หนีบแล้วไถผ่านผมได้ง่าย ไม่สะดุด
ปล่อยไอออนลบ ช่วยลดไฟฟ้าสถิต ผมไม่ชี้ฟู
ระเหยความชื้นออกจากเส้นผมแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงถนอมสภาพผมได้ดีกว่าแผ่นโลหะทั่วไป
ข้อเสียของเซรามิก
อุ่นช้ากว่าโลหะ (แต่รุ่นใหม่ ๆ แทบไม่เป็นปัญหาแล้ว)
เปราะกว่าพวกโลหะ อาจเกิดรอยบิ่นหรือแตกได้หากทำตกแรง ๆ
ถ้าแผ่นเซรามิกมีรอยแตกหรือบิ่น ไม่ควรฝืนใช้ต่อ เพราะขอบคม ๆ อาจขูดเส้นผมจนขาดและแตกปลาย ทางที่ดีควรเปลี่ยนหรือซ่อมให้เรียบก่อนใช้งานต่อ
ทัวร์มาลีน: อัปเกรดจากเซรามิกอีกขั้น
ทัวร์มาลีนไม่ได้ถูกใช้ในรูปแบบก้อนหินทั้งก้อน แต่จะอยู่ในรูปผงคริสตัลเคลือบบนแผ่นเซรามิก หรือถูกผสมเป็นเศษเล็ก ๆ บนพื้นผิว วัสดุนี้มีคุณสมบัติเพียโซอิเล็กทริก จึงปล่อยไอออนลบออกมาได้มากเป็นพิเศษ
แล้วการเคลือบทัวร์มาลีนช่วยอะไรผมบ้าง?
เคลือบปิดเกล็ดผมได้เนียนกว่า ทำให้ผมดูเรียบลื่น
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผม ไม่ดึงน้ำออกจนเกินไป
ลดปัญหาผมแตกปลายจากความร้อนได้ดีขึ้น
ขจัดไฟฟ้าสถิต ผมไม่ชี้ฟูยุ่งเหยิง
เพิ่มความเงางาม ทำให้ลอนหรือผมตรงดูสุขภาพดี
ให้ความร้อนสม่ำเสมอและรวดเร็ว
ทนทานต่อการสึกหรอ อายุการใช้งานยาวนานกว่าปกติ
ข้อเสียที่ชัดที่สุดของทัวร์มาลีนคือเรื่องราคา โดยทั่วไปจะแพงกว่าเซรามิกล้วนหลายเท่า (เช่น ราคาประมาณ 5,500 รูเบิล เทียบกับราว 1,500 รูเบิลสำหรับรุ่นเซรามิกธรรมดา)
เซรามิกหรือทัวร์มาลีน แบบไหนเหมาะกับคุณ?
ถ้าเทียบกับแผ่นโลหะรุ่นโบราณ ทั้งเซรามิกและทัวร์มาลีนถือว่าใจดีกับเส้นผมมากแล้ว ทั้งสองแบบไม่ปล่อยสารอันตรายเมื่อโดนความร้อน และมีความอ่อนโยนกว่าแบบโลหะชัดเจน
เครื่องม้วนผมและเตารีดหนีบผมแบบเคลือบทัวร์มาลีนยิ่งได้รับความนิยมในสายทำลอนสายฮอลลีวูด เพราะให้ความลื่น เรียบ เงา และลอนดูแพงขึ้นอีกระดับ
ถ้าต้องเลือกแค่หนึ่ง: ทัวร์มาลีนหรือเซรามิก?
ทัวร์มาลีนปล่อยไอออนลบได้มากกว่า ช่วยลดไฟฟ้าสถิตและเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่า
พื้นผิวทนทานต่อการสึกหรอมากกว่าเซรามิกธรรมดา
แต่ราคาก็สูงกว่าถึงประมาณ 3 เท่า
ดังนั้นคำตอบคือ:
ถ้างบไม่ใช่ปัญหา, ทัวร์มาลีนคือทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งด้านการถนอมผมและอายุการใช้งาน
ถ้าอยากได้ของคุ้มราคา, เซรามิกคุณภาพดี + ปรับอุณหภูมิได้ ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และดีกว่ารุ่นโลหะแบบเก่ามาก
นอกจากทัวร์มาลีน ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง:
แผ่นเซรามิกเคลือบไทเทเนียม (ลื่นขึ้น แข็งแรงขึ้น)
รุ่นที่มีฟังก์ชันไอน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นระหว่างหนีบ
รุ่นที่มีหวีหรือฟันเลื่อนในตัว ช่วยจัดเรียงเส้นผมให้เรียบก่อนโดนแผ่นร้อน
แบรนด์ที่น่าจับตาสำหรับสายจัดทรง
ผู้ผลิตเครื่องหนีบผมที่ได้รับความนิยมและได้รับคำแนะนำบ่อย ๆ ได้แก่:
เบบี้ลิส (BaByliss)
แม่ (Maestro / หรือแบรนด์ท้องถิ่นในกลุ่มเดียวกัน)
เรมิงตัน (Remington)
โมเซอร์ (Moser)
แต่ไม่ว่าจะแบรนด์ไหน สิ่งที่ควรดูเป็นหลักคือ:
ประเภทการเคลือบ (เซรามิก, ทัวร์มาลีน, ไทเทเนียมผสม ฯลฯ)
ช่วงอุณหภูมิและความละเอียดในการปรับ
ความกว้างของแผ่นกับความยาว/ความหนาของผมคุณ
ระบบตัดไฟอัตโนมัติและความปลอดภัย
สรุป: เลือกยังไงให้เหมาะทั้งผมและกระเป๋าสตางค์
ถ้าเปรียบเทียบกับยุคเตารีดโลหะรุ่นแรก ๆ เครื่องหนีบผมแบบเคลือบเซรามิกและทัวร์มาลีนคืออีกโลกหนึ่งเลย ทั้งสองแบบช่วยให้คุณจัดทรงได้สวยขึ้น โดยที่ไม่ทำร้ายผมหนักจนเกินไป แม้จะใช้ค่อนข้างบ่อย
ทัวร์มาลีนคือเวอร์ชันอัปเกรดของเซรามิก เพิ่มทั้งความทนทาน ความลื่น ความเงา และการลดชี้ฟู มีข้อเสียเดียวที่ชัดเจนคือราคา
ดังนั้นเวลาเลือก ให้ถามตัวเอง 2 ข้อนี้ก่อน:
ผมของคุณบอบบาง แห้งเสีย ทำสี หรือทำเคมีบ่อยไหม?
งบประมาณที่คุณสบายใจสำหรับเครื่องหนีบผมดี ๆ หนึ่งเครื่องอยู่ที่เท่าไหร่?
ถ้าผมทำเคมีหนักและคุณพร้อมลงทุนระยะยาว ทัวร์มาลีนคือคำตอบ
ถ้าผมค่อนข้างแข็งแรงและต้องการของดีในราคาจับต้องได้ เซรามิกคุณภาพดีจะตอบโจทย์กว่า
ท้ายที่สุด เตารีดแบบไหนก็ช่วยให้คุณสวยขึ้นได้ แต่การเลือกอุณหภูมิให้เหมาะและไม่ใช้ความร้อนบ่อยจนเกินไปต่างหาก ที่จะช่วยให้ผมสวยและแข็งแรงได้ในระยะยาว

