รับแอปรับแอป

รวมครบทุกเบอร์ฉุกเฉินสิงคโปร์และแอปที่ควรมีก่อนบิน ปี 2569 อุ่นใจกว่าที่เคย

อรรถพล วงศ์เจริญ01-31

เตรียมมือถือให้พร้อม ก่อนเหยียบสิงคโปร์

เวลาไปเที่ยวสิงคโปร์ หลายคนโฟกัสแต่ที่เที่ยว คาเฟ่ ร้านช้อปปิ้ง แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือ เบอร์โทรฉุกเฉินและแอปที่ช่วยชีวิตได้จริง.

แม้สิงคโปร์จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองปลอดภัย สะอาด เป็นระเบียบ แต่เรื่องไม่คาดฝันอย่างอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือพาสปอร์ตหาย ก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ.

ทุกวันนี้มีทั้ง เบอร์โทรฉุกเฉินแบบดั้งเดิม และ แอปบนมือถือ อย่าง MyResponder หรือ Police@SG ที่ช่วยให้คุณเรียกความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น แค่มีมือถืออยู่ในมือก็อุ่นใจขึ้นเยอะ.

ด้านล่างนี้คือ เบอร์สำคัญ + วิธีใช้ + แอปที่ควรโหลด ที่คนจะไปสิงคโปร์ควรรู้และบันทึกไว้ก่อนออกเดินทาง.

สรุปเบอร์โทรสำคัญในสิงคโปร์

เวลาเดินทางต่างประเทศ สิ่งที่ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นแบบทันตาเห็น คือการมี เบอร์ฉุกเฉินและสายด่วน อยู่ในมือถือ.

เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดอย่างอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย หรือเจอเหตุอาชญากรรม สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การรู้ว่า “ต้องโทรหาใคร” จึงสำคัญไม่แพ้การรู้ว่า “จะไปเที่ยวที่ไหน”.

ทำไมต้องเตรียมเบอร์ฉุกเฉินไว้ก่อน?

  • เวลาเกิดเหตุจริง ความตื่นเต้นและความกลัวทำให้เราคิดอะไรไม่ออก การมีเบอร์เซฟไว้ช่วยลดเวลาได้มาก

  • บางเบอร์ถูกออกแบบมาเพื่อสถานการณ์เฉพาะ เช่น รถพยาบาลไม่เร่งด่วน จะได้ไม่แย่งทรัพยากรจากเคสวิกฤติ

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติมักไม่มีคนรู้จักในพื้นที่ เบอร์พวกนี้จึงเป็น ที่พึ่งลำดับแรก

  • เจ้าหน้าที่สิงคโปร์มีการฝึกมาอย่างเข้ม ระบบตอบสนองดี แต่ต้องเริ่มจากการโทรให้ถูกเบอร์ก่อน

เบอร์โทรฉุกเฉินหลักในสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศที่จัดการระบบฉุกเฉินได้ดีมาก มีการแยกเบอร์ชัดเจนตามประเภทเหตุการณ์ ทำให้ง่ายต่อการเรียกใช้บริการ.

✅ เบอร์ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

1) 999 – ตำรวจ (Police Emergency Hotline)

  • ใช้เมื่อมีอาชญากรรม เหตุร้าย หรือเหตุที่กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน

  • ตัวอย่างสถานการณ์: ถูกชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกาย เหตุตีกันรุนแรง เห็นการลักขโมย

  • ตำรวจสิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องความ เร็วและมืออาชีพ การตอบสนองต่อสาย 999 ใช้เวลาไม่นาน

  • หากพูดอังกฤษไม่คล่อง เจ้าหน้าที่จะพยายามพูดช้าๆ และอธิบายให้เข้าใจ บางครั้งสามารถประสานล่ามได้

2) 995 – รถพยาบาลฉุกเฉินและดับเพลิง (SCDF)

  • ใช้กรณีที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต เช่น หัวใจหยุดเต้น หายใจลำบาก อุบัติเหตุรุนแรง หรือเหตุไฟไหม้

  • SCDF (Singapore Civil Defence Force) จะส่งทีมกู้ชีพหรือทีมดับเพลิงออกไปทันที

  • ไม่มีค่าใช้จ่าย หากเป็นเหตุฉุกเฉินจริง แต่ถ้าเรียกเล่นๆ หรือไม่จำเป็น มีสิทธิ์โดนปรับ

3) 1777 – รถพยาบาลแบบไม่ฉุกเฉิน (Non-Emergency Ambulance)

  • สำหรับเคสที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ แต่ ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต

  • เหมาะกับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องไปโรงพยาบาล แต่อาการคงที่ เดินเหินได้บ้าง มีสติ

  • มักมีค่าใช้จ่าย เพราะถือเป็นบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไม่ใช่ภารกิจกู้ชีพเร่งด่วน

✅ โทรเบอร์ฉุกเฉินจากซิมไหนก็ได้

  • ใช้ซิมสิงคโปร์ (Singtel, StarHub, M1) โทร 999, 995, 1777 ได้ฟรีโดยตรง

  • ใช้ซิมไทยที่เปิดโรมมิ่ง ก็โทรได้ตรงเช่นกัน แต่อาจมีค่าใช้บริการตามแพ็กเกจ

  • ตู้โทรศัพท์สาธารณะบางจุดในสนามบินชางงี สามารถกด 999 และ 995 ได้ ฟรี โดยไม่ต้องหยอดเหรียญ

✅ ทำไมระบบฉุกเฉินสิงคโปร์ถึงน่าเชื่อถือ

  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

  • มีระบบ GPS และเครือข่ายสื่อสารครอบคลุมทั้งประเทศ ทำให้ระบุตำแหน่งและเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้เร็ว

  • มีการแยกสายฉุกเฉินและไม่ฉุกเฉินอย่างชัดเจน ลดการแออัดของสายโทรเข้า

  • ประเทศมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก การเคลื่อนกำลังจึงทำได้รวดเร็ว

สถานทูตไทย ณ สิงคโปร์ เบอร์ที่คนไทยต้องมีในมือถือ

สำหรับคนไทยในต่างแดน สถานทูตไทย คือที่พึ่งทางกฎหมายและความปลอดภัย ไม่ว่าจะพาสปอร์ตหาย เจออุบัติเหตุ มีปัญหาด้านกฎหมาย หรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ.

📌 ข้อมูลติดต่อสถานทูตไทย ณ สิงคโปร์

  • ที่อยู่: Royal Thai Embassy, 370 Orchard Road, Singapore 238870 (อยู่ย่าน Orchard หาไม่ยาก)

  • เบอร์โทรหลัก (Main Line): +65 6737 2644 สำหรับติดต่อกงสุล ทำพาสปอร์ต รับรองเอกสาร ฯลฯ

  • แฟกซ์: +65 6737 2166

  • อีเมล: thaiembassy@singnet.com.sg

  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 09.00–12.00 น. และ 13.00–17.00 น. (หยุดเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดไทย/สิงคโปร์)

  • สายด่วนฉุกเฉินนอกเวลาทำการ (Emergency Hotline): +65 8421 0105 ใช้เฉพาะกรณีเกี่ยวกับ ชีวิตและความปลอดภัยของคนไทย เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง การเสียชีวิต การถูกจับกุม หรือเรื่องที่รอถึงวันทำการไม่ได้

📌 ถ้าพาสปอร์ตหาย ต้องทำอย่างไร?

การทำพาสปอร์ตหายที่ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จัดการไม่ได้ แค่ทำตามขั้นตอนให้ถูก.

ขั้นตอนจัดการเมื่อพาสปอร์ตหาย

1. ไปแจ้งความกับตำรวจสิงคโปร์

  • ไปที่สถานีตำรวจใกล้ที่สุด หรือโทร 999 เพื่อสอบถามจุดที่ไปติดต่อได้

  • ขอรับ Police Report เพราะต้องใช้เป็นหลักฐานออกเอกสารใหม่จากสถานทูต

2. ติดต่อสถานทูตไทย ณ สิงคโปร์

  • โทร +65 6737 2644 ในเวลาทำการ

  • หรือโทร Emergency Hotline +65 8421 0105 หากเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก

  • เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนการออกพาสปอร์ตเล่มใหม่ หรือเอกสารเดินทางชั่วคราว (Emergency Travel Document)

3. เตรียมเอกสารให้พร้อม

  • ใบ Police Report จากตำรวจสิงคโปร์

  • บัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)

  • รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ตตามที่กำหนด

  • ใบจองตั๋วเครื่องบิน (ถ้ามีแล้ว)

4. ยื่นเรื่องที่สถานทูต

  • เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลและออกเอกสารให้ ระยะเวลาแล้วแต่กรณีและประเภทเอกสารที่ขอ

📌 ทริกง่ายๆ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยในสิงคโปร์

  • เซฟเบอร์ +65 6737 2644 และ +65 8421 0105 ลงในมือถือทันทีที่ถึงสิงคโปร์

  • ถ่ายรูป/ถ่ายสแกนพาสปอร์ตและบัตรประชาชน เก็บไว้ในมือถือและคลาวด์ แล้วเก็บเล่มจริงแยกอีกที่

  • ถ้าใช้ซิมสิงคโปร์ ลองโทรทดสอบเบอร์สำคัญสั้นๆ (ในเวลาทำการ) เพื่อเช็กว่าสายผ่านได้

  • จดที่อยู่สถานทูตเป็นภาษาอังกฤษไว้ในโน้ต เผื่อให้แท็กซี่หรือ Grab ขับไปส่งในกรณีฉุกเฉิน

เบอร์โทรอื่นๆ ที่ควรมี เผื่อเหตุไม่คาดคิด

เบอร์ 999 และ 995 เอาอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ แต่ในชีวิตจริง ยังมีหลายเหตุการณ์ที่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นภาวะฉุกเฉิน แต่ก็ทำให้ทริปปั่นป่วนได้ เช่น กระเป๋าสตางค์หาย ของหายในสนามบิน หรือต้องเช็กข้อมูลเที่ยวบิน.

📌 1. สายด่วนนักท่องเที่ยว (Singapore Tourism Board)

  • โทรฟรีในสิงคโปร์: 1800-736-2000

  • จากต่างประเทศ/มือถือบางประเภท: +65 6736 2000

  • ให้บริการ 24 ชั่วโมง

สายนี้เหมาะกับคนที่ต้องการข้อมูลท่องเที่ยว การเดินทาง แผนที่ กิจกรรม หรือเทศกาล.

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ควรโทร

  • อยากรู้วิธีเดินทางไป Gardens by the Bay จากย่าน Orchard

  • อยากเช็กเวลาโชว์ แสง สี เสียง แถว Marina Bay

  • อยากรู้ว่าช่วงที่ไปมีงานเทศกาลอะไรพิเศษหรือไม่

📌 2. ศูนย์ข้อมูลสนามบินชางงี (Changi Airport Information)

  • เบอร์โทร: +65 6595 6868

  • ให้บริการ 24 ชั่วโมง

เหมาะสำหรับเคสที่เกี่ยวกับสนามบิน เช่น เที่ยวบินดีเลย์ ต่อเครื่อง หรือตามหาเลาจน์.

ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ควรโทร

  • ต้องการเช็กเวลาเที่ยวบินขาเข้า–ขาออกแบบเรียลไทม์

  • ถามเส้นทางไปเลาจน์ ห้องรับรอง หรือบริการฝากกระเป๋า

  • แจ้งของหายในสนามบิน เช่น โทรศัพท์มือถือหรือพาสปอร์ต

📌 3. เบอร์อายัดบัตรเครดิต/เดบิต

การทำบัตรหายต่างประเทศเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่คุณอายัดได้ทันทีจากสิงคโปร์.

  • Visa: +65 6536 6828

  • Mastercard: +65 6363 7644

  • American Express: +65 6396 6000

เคล็ดลับสำหรับคนใช้บัตรธนาคารไทย

  • โทรหาธนาคารเจ้าของบัตรในไทยด้วย เพื่อยืนยันการอายัดและขอออกบัตรใหม่

  • เก็บเบอร์ Call Center ธนาคารไทยติดตัวไว้ เช่น:
    • กสิกรไทย: +66 2 888 8888

    • กรุงเทพ: +66 2 638 4888

    • ไทยพาณิชย์: +66 2 777 7777

📌 4. สายด่วน SingPost (ไปรษณีย์สิงคโปร์)

หลายคนเลือกส่งของกลับไทยจากสิงคโปร์ โดยเฉพาะสายช้อป ถ้าเจอของหายหรือไปผิดปลายทาง การโทรหา SingPost โดยตรงช่วยได้มาก.

  • เบอร์โทร: +65 6841 2000

  • เวลาทำการ: จันทร์–ศุกร์ 08.30–18.00 น., เสาร์ 08.30–14.00 น.

📌 5. สายด่วนแท็กซี่และ Grab

ในสิงคโปร์ แท็กซี่และ Grab เป็นตัวเลือกที่ดีเวลาแบกของเยอะ หรือต้องเดินทางช่วงดึก ถ้าลืมของบนรถ การโทรหาบริษัทโดยตรงช่วยให้ตามของคืนได้ง่ายขึ้น.

  • ComfortDelGro Taxi: +65 6552 1111

  • SMRT Taxis: +65 6555 8888

  • Grab: ติดต่อผ่าน Grab Help Centre ในแอป

ความปลอดภัยเริ่มที่ตัวเรา เตรียมให้ดีตั้งแต่อยู่ไทย

ไม่ว่าจะไปสิงคโปร์ด้วยเหตุผลอะไร – เที่ยว ทำงาน หรือเยี่ยมครอบครัว – การเตรียมตัวด้านความปลอดภัยคือสิ่งที่ควรทำก่อนเก็บกระเป๋าด้วยซ้ำ.

การมี เบอร์ฉุกเฉินสิงคโปร์ครบชุดในมือถือ บวกกับการวางแผนเล็กน้อย ทำให้ทริปของคุณทั้งสนุกและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน.

📌 วิธีโทรจากซิมไทยและซิมสิงคโปร์

ใช้ซิมสิงคโปร์ (ซื้อที่สนามบินหรือร้านค้า)

  • โทรเบอร์ฉุกเฉินได้ตรงๆ: 999, 995, 1777

  • เบอร์ปกติ: กด +65 ตามด้วยหมายเลขปลายทาง (ถ้าบันทึกจากไทยมาก่อน)

ใช้ซิมไทย (โรมมิ่ง)

  • เบอร์ฉุกเฉิน 999, 995 โทรตรงได้เหมือนอยู่ในประเทศ

  • เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย +65 ให้กดรหัสออกต่างประเทศของเครือข่าย (เช่น 001 จากไทย) ตามด้วย 65 และหมายเลขปลายทาง

📌 ข้อควรจำเมื่อต้องโทรเบอร์ฉุกเฉิน

  • ตั้งสติให้ได้ก่อนโทร เพราะถ้าพูดไม่ชัด การช่วยเหลือจะล่าช้า

  • บอกตำแหน่งให้ละเอียดที่สุด ใช้ชื่อสถานี MRT ชื่อถนน หรืออาคารสำคัญใกล้ๆ

  • อธิบายเหตุการณ์สั้นๆ ตรงประเด็น เช่น “เพื่อนหมดสติ” หรือ “ไฟไหม้ในห้องพักโรงแรม”

  • ฟังคำถามเจ้าหน้าที่ให้ดี และตอบตามความจริง ไม่เดา ไม่ใส่สี

  • อย่าตัดสายก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าข้อมูลครบแล้ว

📌 เอกสารและข้อมูลที่ควรพกติดตัวเสมอ

  • สำเนาพาสปอร์ต (เก็บแยกจากเล่มจริง)

  • ข้อมูลการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน

  • เบอร์โทรสถานทูตไทยและสายด่วนกงสุล

  • กรมธรรม์ประกันการเดินทาง และเบอร์เคลม

  • เบอร์ Call Center ธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต/เดบิต

📌 ประกันการเดินทาง – ของเล็กที่ช่วยได้ตอนเรื่องใหญ่

  • ควรซื้อประกันการเดินทางทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ โดยเฉพาะถ้าเดินทางหลายวัน

  • ประกันช่วยคุ้มครอง:
    • ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน

    • กระเป๋าหาย เที่ยวบินล่าช้า

    • บริการสายด่วน 24 ชั่วโมง จากต่างประเทศ

เคล็ดลับเลือกประกัน

  • เลือกวงเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างน้อยประมาณ 2,000,000 บาท

  • เช็กว่ามีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่มีเจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยหรือไม่

  • อ่านเงื่อนไขการเคลมให้ดี ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้าง เช่น ใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ ใบรายงานตำรวจ

📌 แอปที่ควรโหลดก่อนบินไปสิงคโปร์

  • MyResponder App – ใช้แจ้งเหตุไฟไหม้และขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์

  • Police@SG App – แจ้งเหตุอาชญากรรม และดูข้อมูลด้านความปลอดภัย

  • Changi Airport App – เช็กเที่ยวบิน พร้อมข้อมูล Lost & Found

  • Grab – เรียกรถและสั่งอาหารในแอปเดียว

Q&A: คำถามที่เจอบ่อยเกี่ยวกับเบอร์ฉุกเฉินสิงคโปร์

ฉันจะแจ้งความที่สิงคโปร์ได้อย่างไร?

หากคุณเป็นคนไทยในสิงคโปร์และต้องการความช่วยเหลือด้านกงสุล สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย และใช้หมายเลข Hotline +65 8421 0105 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประสานงานและให้คำแนะนำ.

เบอร์โทรฉุกเฉินสิงคโปร์มีอะไรบ้าง?

  • 999 – หมายเลขฉุกเฉินติดต่อ ตำรวจ

  • 995 – หมายเลขฉุกเฉินติดต่อ รถพยาบาลและดับเพลิง

  • 1777 – เบอร์ รถพยาบาลไม่ฉุกเฉิน

  • สายด่วนตำรวจเพิ่มเติม: 1800 255 0000 และ +65 6255 0000 (ใช้ในบางกรณีตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ)

โทรจากไทยไปสิงคโปร์ ต้องกดอะไร?

  • กด รหัสออกต่างประเทศ ของเครือข่าย (เช่น 001, 009, 008)

  • ตามด้วย รหัสประเทศสิงคโปร์ (65)

  • แล้วตามด้วย หมายเลขปลายทาง

เช่น: 009 65 12345678

สรุปง่ายๆ ถ้าคุณกำลังจะไปสิงคโปร์ ให้ทำ 3 อย่างนี้ก่อนขึ้นเครื่อง:

  • เซฟเบอร์ฉุกเฉินทั้งหมดลงมือถือ

  • โหลดแอปที่จำเป็นอย่าง MyResponder, Police@SG, Grab และ Changi Airport

  • ถ่ายรูปพาสปอร์ตและทำประกันการเดินทางให้เรียบร้อย

แค่นี้ก็เที่ยวสิงคโปร์ได้แบบ สนุกสุดตัว แต่ยังปลอดภัยสุดใจ แล้ว.