เข้าป่าแล้วปังได้ยังไง?
คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม…
อยากเข้าป่า อยากกางเต็นท์ แต่ก็อยากเท่ในเมืองไปพร้อมกัน
นี่แหละคือจุดตัดของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ทำให้ธุรกิจ Urban Outdoor ในไทย ระเบิดจากงานอดิเรกริมลำธาร กลายเป็นอุตสาหกรรมระดับพันล้าน และชื่อที่หนีไม่พ้นในวงการนี้ก็คือ Element 72
ผู้อยู่เบื้องหลังคือ ชาร์ลส์ ปิณฑานนท์ คนที่ดันสินค้าเอาท์ดอร์ให้กลายเป็นของมันต้องมี สำหรับทั้งสายป่าและสายเมือง จนธุรกิจพุ่งทะลุหลักพันล้านในเวลาไม่นาน
หลังโควิด ตลาดเอาท์ดอร์หด แต่โอกาสไม่ได้หายไป
หลังจบยุคโควิด หลายแบรนด์โดนแรงสวิงเหมือนกัน รวมถึงตลาดสินค้าเอาท์ดอร์ในไทยที่เริ่มหดตัว เพราะช่วงล็อกดาวน์คือช่วงทองของการตั้งแคมป์ คนอยู่บ้าน เบื่อเมือง อยากหนีเข้าป่า หยิบเต็นท์ขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าหาธรรมชาติกันแบบยกประเทศ
พอทุกอย่างกลับมาเปิดตามปกติ ยอดขายก็ไม่ได้หวือหวาเหมือนเดิม
แต่ในมุมของชาร์ลส์…
เขายังเชื่อว่าตลาดเอาท์ดอร์ไทยยังสดใส และยังไปได้อีกไกล
เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะคนไทยชอบเที่ยวเท่านั้น แต่เพราะ “ประเทศไทย” เองคือ ประตูสำคัญของการท่องเที่ยวแบบ Exortic Tourism ที่ดึงดูดสายผจญภัยจากทั่วโลก
ทำไมการแคมป์ในไทยถึงง่ายกว่าหลายประเทศ?
ถ้าคุณเคยดูคอนเทนต์ต่างประเทศจะรู้ว่า หลายที่เวลาไปแคมป์ ต้องแบกทุกอย่างไปเอง ตั้งแต่ของกินยันห้องน้ำเคลื่อนที่
แต่ในไทย… ภาพมันต่างออกไป
จุดกางเต็นท์จำนวนมากมี ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
หลายโลเคชันจัดการเรื่องระบบไฟ น้ำ และพื้นที่ให้เรียบร้อย
คุณไม่จำเป็นต้องมีสกิลเอาตัวรอดแบบสายฮาร์ดคอร์ ก็สามารถสนุกกับการแคมป์ได้
นั่นทำให้การตั้งแคมป์ในไทย เข้าถึงได้ง่ายกว่าหลายประเทศ และกลายเป็นกิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่คนจำนวนมากอยากลอง
ที่สำคัญกว่านั้น…
ประเทศไทยยังกลายเป็นแหล่งรวม “แบรนด์แคมป์ปิ้ง” ที่เยอะที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค เป็นเหมือนศูนย์รวมสายช้อปของคนรักเอาท์ดอร์ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านที่ตั้งใจบินมาซื้อของโดยเฉพาะ
จาก Outdoor สู่ Urban Outdoor: เสื้อผ้าที่เกิดมาเพื่อทั้งป่าและเมือง
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่สินค้าเอาท์ดอร์หลุดจากข้อจำกัดเดิมๆ ที่ต้องใส่แค่เวลาเข้าป่า แล้วกลายเป็น แฟชันสำหรับชีวิตประจำวัน
แบรนด์ที่โดดเด่นในพอร์ตของ Element 72 ตอนนี้คือ KEEN แบรนด์รองเท้าสัญชาติอเมริกันที่โด่งดังจากหลายจุดขายสำคัญ
ใช้วัสดุ Upcycling ใส่แล้วสบายใจเพราะดีต่อสิ่งแวดล้อม
เดินสบาย ยึดเกาะดี ใช้งานจริงจังได้
ดีไซน์ที่แมชกับการแต่งตัวแนวลำลองในเมืองได้ไม่ขัดเขิน
ทั้งหมดนี้ไปชนกับเทรนด์ใหญ่ของโลกที่กำลังมาแรง
คนยุคใหม่มองหาเสื้อผ้าและรองเท้าที่…
ไม่ต้องรีดให้ยุ่งยาก
ทน ใช้นาน ไม่พังง่าย
ใส่ได้ทั้งไปเที่ยว เข้าป่า และเดินห้างในวันเดียวกัน
นอกจากนั้น กระแสรักษ์โลกที่ชัดขึ้นก็ทำให้เราเห็นภาพคนไทย พกแก้วน้ำส่วนตัว มากขึ้นเรื่อยๆ สินค้าประเภทนี้เลยไม่ได้เป็นแค่ของใช้ แต่กลายเป็นตัวแทนตัวตนและจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
YETI Flagship Store แห่งแรกในเอเชีย ทำไมต้องเป็นไทย?
หนึ่งในหมุดหมายที่สะท้อนพลังตลาดเอาท์ดอร์ไทยอย่างชัดเจน คือการเปิด YETI Flagship Store แห่งแรกในเอเชีย และตั้งอยู่ในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ คนไทยรู้จักแก้ว YETI กันมานานแล้ว แต่ยังไม่มีร้านทางการของแบรนด์ในประเทศแบบเต็มรูปแบบ
ล่าสุด Element 72 จัดเต็มด้วยการเปิด Flagship Store ที่ไทย และนี่ไม่ใช่แค่สาขาแรกในประเทศ แต่เป็น สาขาแรกของเอเชีย เลยด้วย
กว่าที่ YETI จะยอมเซย์เยสให้ไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย
ช่วงแรกที่มีการพูดคุยกัน ฝั่งแบรนด์ ยังไม่อยากจะเปิดในไทยด้วยซ้ำ ไม่มีแผน ไม่มีความสนใจเป็นพิเศษ
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ YETI ได้เห็นโปรไฟล์ของ Element 72 ว่าเคยปั้นแบรนด์อย่าง KEEN และ OAKLEY ในไทยจนสำเร็จมาแล้ว ทำให้เกิดความมั่นใจว่า ตลาดนี้มีศักยภาพจริง ไม่ได้เป็นแค่กระแสชั่วคราว
ความคาดหวังของสโตร์แห่งนี้คือ…
เป็น จุดหมายปลายทางของแฟน YETI ชาวไทย
และเป็นแม่เหล็กดึงแฟน YETI จากประเทศรอบๆ ให้บินมาช้อปที่นี่
ในแง่มาตรฐาน ร้านนี้ถูกออกแบบให้ ไม่ต่างจาก Flagship Store ในอเมริกา ทั้งบรรยากาศ การจัดสินค้า และไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ครบที่สุด แถมราคายังถูกวางไว้ให้ใกล้เคียงกับการซื้อจากประเทศต้นทางอีกด้วย
พอร์ตแบรนด์แน่น 28 แบรนด์ สาขาทะลุ 60 จุดขาย
ปัจจุบัน Element 72 ไม่ได้เป็นแค่คนขายของเอาท์ดอร์ แต่เป็น ผู้ถือสิทธิ์จัดจำหน่ายแบรนด์ระดับโลกถึง 28 แบรนด์ ในไทย
สามแบรนด์ที่ทำผลงานเด่นสุด ได้แก่
KEEN
YETI
GRAMICCI
ช่องทางขายกระจายตัวชัดเจนและครอบคลุมมาก
สาขาในชื่อ Element 72 เองกว่า 62 สาขา
ร้าน Outdoor Botanic อีก 4 สาขา
รวมถึงตัวแทนจัดจำหน่ายรายอื่นๆ ทั่วประเทศ
โครงสร้างแบบนี้ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงทั้งลูกค้าสายเฉพาะกลุ่ม และลูกค้าทั่วไปที่เดินห้างแล้วสะดุดตาได้ในคราวเดียว
ปีที่จีนหาย รายได้ยังตั้งเป้าโตสองหลัก
ปี 2568 ไม่ใช่ปีที่เดินแล้วสบายสำหรับ Element 72 เพราะปัจจัยเศรษฐกิจโลกยังผันผวน และอีกปัญหาหนึ่งที่กระทบโดยตรงคือ นักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนหน้านี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนถือว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญของยอดขายสินค้าเอาท์ดอร์ในไทย พอจีนหายไป ย่อมทำให้ภาพรวมยอดขายสะเทือนตามไปด้วย แม้จะมีนักท่องเที่ยวจาก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เมียนมา สิงคโปร์ และอินเดีย เข้ามาช่วยเติมช่องว่างบางส่วน
แต่ต่อให้เหนื่อยขึ้น แผนปีนี้ของ Element 72 ก็ไม่ได้ลดความทะเยอทะยานลงเลย
เป้าหมายคือรายได้เติบโตระดับ 2 ดิจิท ต่อจากปีที่แล้วที่ทำยอดทะลุ พันล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้ว
ในมุมโครงสร้างลูกค้า ยังมองภาพไว้ว่า
ลูกค้าไทยประมาณ ครึ่งหนึ่ง
ลูกค้าต่างชาติอีก ครึ่งหนึ่ง
เป็นการผสมระหว่างกำลังซื้อในประเทศและนักท่องเที่ยว ที่ช่วยบาลานซ์ความเสี่ยงจากการพึ่งตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
บทสรุป: แคมป์ปิ้งในไทย ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือวัฒนธรรมใหม่
ถ้ามองผ่านๆ เราอาจคิดว่า “ของเอาท์ดอร์” คือของเล่นเฉพาะทางสำหรับคนเข้าป่า แต่ภาพจริงในไทยตอนนี้คือ…
เสื้อผ้าเอาท์ดอร์กลายเป็น สไตล์ประจำวันของคนเมือง
แก้วน้ำ กระติก และอุปกรณ์ต่างๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์รักษ์โลก
ไทยกลายเป็น ฮับการช้อปสินค้าแคมป์ปิ้ง ของเพื่อนบ้าน
ด้านหนึ่งคือเทรนด์โลกที่ขยับไปทางเอาท์ดอร์และความยั่งยืน แต่อีกด้านหนึ่งคือการที่มีผู้เล่นอย่าง Element 72 คอยดันแบรนด์ ดันประสบการณ์ และดันวัฒนธรรมนี้ให้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าคุณหลงรักกลิ่นหญ้าหลังฝน แต่ก็ยังอยากเดินห้างแบบเท่ๆ ในชุดเดียวกัน
นี่คือยุคของ Urban Outdoor ที่ออกจากป่ามาอยู่กลางเมืองเต็มตัวแล้ว และดูท่าว่าจะอยู่ยาว ไม่ได้มาแค่ฤดูกาลเดียวแน่นอน

