รับแอปรับแอป

ถอดรหัส ‘ดร. ตฤณ’ แห่ง Shine The Series เมื่อคาแรกเตอร์เกิดจากอุดมการณ์มากกว่าสคริปต์

ปวีณา ศรีทอง01-31

จุดเริ่มต้นของตัวละครที่ไม่ใช่แค่ในจอ

ใน Shine The Series หนึ่งในซีรีส์อเมริกันที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนัก มีตัวละครหนึ่งที่สะดุดใจคนดูอย่างมาก คือ ดร. ตฤณ สุวรรณภาสน์ ชายหนุ่มนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นแค่พระเอกในจอ แต่มีรากฐานมาจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจไทย

ทีมผู้สร้างเปิดเผยว่า แรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างคาแรกเตอร์ของตฤณ มาจาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของไทย และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ยืนหยัดกับแนวคิดความเป็นธรรมและเสรีภาพของประชาชน

จากอาจารย์ป๋วยสู่ ดร. ตฤณ บนจอซีรีส์

หนึ่งในทีมผู้เขียนบท บัว-ปริดา มโนมัยพิบูลย์ เล่าถึงจุดตั้งต้นของตัวละครตฤณว่า เมื่อคิดถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นผู้กำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ภาพในหัวคือคนแบบ อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และบุคคลในแวดวงเศรษฐกิจและการวางแผนระดับชาติยุคนั้น

เธออธิบายว่า ลุคของตฤณถูกวางให้เป็นคนหนุ่มจบเมืองนอก มีความตั้งใจเต็มเปี่ยม อยากเป็นคนออกแบบนโยบายใหญ่ ๆ ของประเทศ ไม่ใช่แค่ทำงานกินเงินเดือนไปวัน ๆ แต่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะ “ขับเคลื่อนอะไรบางอย่าง” ให้เกิดขึ้นจริง

ความแปลกแยกที่ตั้งใจใส่ลงไป

ทีมเขียนบทยังเล่าว่า ในยุคของตัวละครตฤณ การไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ที่ฝรั่งเศสไม่ใช่เส้นทางยอดฮิต หากได้ทุน หลายคนมักเลือกอเมริกามากกว่า

แต่พวกเขาจงใจทำให้ตฤณ แตกต่างเล็กน้อยจากคนอื่น ด้วยการกำหนดให้เขาไปเรียนที่ฝรั่งเศส เพื่อสะท้อนความเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามทางที่ใครเขาเดินกัน เป็นตัวละครที่ทั้งมีเหตุผลในทางวิชาการ และในขณะเดียวกันก็มีมิติด้านอารมณ์และบาดแผลในใจที่ซ่อนอยู่

จากทฤษฎีสู่บาดแผล : การเมืองในสายตาของตฤณ

ตฤณไม่ได้อินการเมืองแบบแฟนคลับนักการเมือง หรือแค่เลือกข้าง เขาอินในฐานะคนที่ ร่ำเรียนมาอย่างจริงจัง เชื่อว่าถ้าจะเปลี่ยนอะไรให้ยั่งยืน ต้องแก้ที่ “โครงสร้าง” ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์เฉพาะหน้า

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หล่อหลอมความคิดของเขา คือการที่เขา สูญเสียแฟนสาว แคลร์ จากเหตุจลาจลที่ฝรั่งเศส เหตุการณ์นั้นทำให้เขามองการลงถนน การประท้วง และความรุนแรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด

บัว-ปริดาเล่าว่า ช่วงแรกตฤณอาจมีมุมมองที่ต่อต้านการลงถนน เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ “ความสูญเสีย” มากกว่าชัยชนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยน พัฒนาความคิด และมองเห็นความซับซ้อนของการต่อสู้ทางการเมืองมากยิ่งขึ้น

นี่คือเสน่ห์ของตฤณ ที่ไม่ได้ถูกเขียนให้ถูกต้อง 100% ตั้งแต่ต้น แต่เติบโตไปตามประสบการณ์และบาดแผลของตัวละคร

เมื่อคนในจอสะท้อนคนในประวัติศาสตร์

ในซีรีส์ เมื่อตฤณกลับมาเมืองไทย เขาตัดสินใจเข้าทำงานที่ “สภาพัฒน์” หรือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งในปี 2512 เป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่วางแผนอนาคตของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

หากเทียบกับชีวิตจริงของ อาจารย์ป๋วย ก็จะยิ่งเห็นความเชื่อมโยงชัดเจนขึ้น เขาเองก็จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์เช่นกัน แม้จะเป็นที่อังกฤษไม่ใช่ฝรั่งเศส แต่เคยทำงานเกี่ยวข้องกับการวางแผนเศรษฐกิจของชาติ โดยในปี 2496 เขาเคยเป็นกรรมการบริหารของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งก็คือสภาพัฒน์ในยุคนั้น

การวางเส้นทางอาชีพของตฤณ จึงไม่ใช่การสุ่มเลือกตำแหน่งงานราชการมาให้ตัวละคร แต่เป็นการเชื่อมโยงกับโลกจริงและประวัติศาสตร์บุคคลที่มีอยู่จริงอย่างแนบเนียน

แก่นร่วมกัน : ความเป็นธรรมและเสรีภาพ

ตลอดชีวิตการทำงานและต่อสู้ของ อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีสองคำสำคัญที่เขาย้ำเสมอ คือ “ความเป็นธรรมในสังคม” และ “เสรีภาพของประชาชน”

เขาไม่ได้ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโต๊ะหรือใช้ความรุนแรง แต่เชื่อในการเปลี่ยนผ่านโดย สันติวิธี มุ่งหวังให้สังคมไทยเดินหน้าไปด้วยเหตุผล ความยุติธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน

แนวคิดนี้เองที่ถูกสานต่อเข้าไปในคาแรกเตอร์ของตฤณใน Shine The Series ทำให้เขาไม่ใช่แค่ตัวละครนักเศรษฐศาสตร์ที่พูดภาษาตัวเลข แต่เป็นคนที่มีจุดยืนต่อสังคม การเมือง และมนุษย์อย่างชัดเจน

เมื่อเข้าใจที่มาแบบนี้ ผู้ชมจึงไม่ได้มองตฤณเป็นแค่ตัวละครสมมติอีกต่อไป แต่เห็นเขาเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นหนึ่งที่อยากเปลี่ยนโลกด้วยทั้งหัวใจและหลักการ

ทำไมตัวละครแบบตฤณถึงน่าจับตา

  • เขาถูกออกแบบมาจากบุคคลจริงที่มีตัวตนทางประวัติศาสตร์

  • มีพื้นหลังทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ไม่ได้อินการเมืองแบบผิวเผิน

  • มีบาดแผลชีวิตจากเหตุการณ์การเมืองต่างประเทศ ที่หล่อหลอมมุมมองต่อการต่อสู้ทางสังคม

  • เลือกทำงานในองค์กรที่วางนโยบายระดับชาติ ไม่ใช่แค่ต่อสู้ในระดับปัจเจก

  • มีแก่นความคิดเรื่องความเป็นธรรมและเสรีภาพ ที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของอาจารย์ป๋วย

ตัวละครอย่าง ดร. ตฤณ สุวรรณภาสน์ จึงเป็นมากกว่าบทหนึ่งในซีรีส์ เขาคือพื้นที่ทดลองทางความคิด ที่ให้เราได้ตั้งคำถามกับโครงสร้างสังคม การเมือง และอนาคตของประเทศผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งเชื่อในระบบ และพร้อมจะตั้งคำถามกับมันไปพร้อมกัน