จุดเริ่มต้นของตัวละครที่ไม่ใช่แค่ในจอ
ใน Shine The Series หนึ่งในซีรีส์อเมริกันที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนัก มีตัวละครหนึ่งที่สะดุดใจคนดูอย่างมาก คือ ดร. ตฤณ สุวรรณภาสน์ ชายหนุ่มนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นแค่พระเอกในจอ แต่มีรากฐานมาจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจไทย
ทีมผู้สร้างเปิดเผยว่า แรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างคาแรกเตอร์ของตฤณ มาจาก ป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญของไทย และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ยืนหยัดกับแนวคิดความเป็นธรรมและเสรีภาพของประชาชน
จากอาจารย์ป๋วยสู่ ดร. ตฤณ บนจอซีรีส์
หนึ่งในทีมผู้เขียนบท บัว-ปริดา มโนมัยพิบูลย์ เล่าถึงจุดตั้งต้นของตัวละครตฤณว่า เมื่อคิดถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นผู้กำหนดนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ภาพในหัวคือคนแบบ อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และบุคคลในแวดวงเศรษฐกิจและการวางแผนระดับชาติยุคนั้น
เธออธิบายว่า ลุคของตฤณถูกวางให้เป็นคนหนุ่มจบเมืองนอก มีความตั้งใจเต็มเปี่ยม อยากเป็นคนออกแบบนโยบายใหญ่ ๆ ของประเทศ ไม่ใช่แค่ทำงานกินเงินเดือนไปวัน ๆ แต่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะ “ขับเคลื่อนอะไรบางอย่าง” ให้เกิดขึ้นจริง
ความแปลกแยกที่ตั้งใจใส่ลงไป
ทีมเขียนบทยังเล่าว่า ในยุคของตัวละครตฤณ การไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ที่ฝรั่งเศสไม่ใช่เส้นทางยอดฮิต หากได้ทุน หลายคนมักเลือกอเมริกามากกว่า
แต่พวกเขาจงใจทำให้ตฤณ แตกต่างเล็กน้อยจากคนอื่น ด้วยการกำหนดให้เขาไปเรียนที่ฝรั่งเศส เพื่อสะท้อนความเป็นคนที่ไม่จำเป็นต้องเดินตามทางที่ใครเขาเดินกัน เป็นตัวละครที่ทั้งมีเหตุผลในทางวิชาการ และในขณะเดียวกันก็มีมิติด้านอารมณ์และบาดแผลในใจที่ซ่อนอยู่
จากทฤษฎีสู่บาดแผล : การเมืองในสายตาของตฤณ
ตฤณไม่ได้อินการเมืองแบบแฟนคลับนักการเมือง หรือแค่เลือกข้าง เขาอินในฐานะคนที่ ร่ำเรียนมาอย่างจริงจัง เชื่อว่าถ้าจะเปลี่ยนอะไรให้ยั่งยืน ต้องแก้ที่ “โครงสร้าง” ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์เฉพาะหน้า
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หล่อหลอมความคิดของเขา คือการที่เขา สูญเสียแฟนสาว แคลร์ จากเหตุจลาจลที่ฝรั่งเศส เหตุการณ์นั้นทำให้เขามองการลงถนน การประท้วง และความรุนแรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวด
บัว-ปริดาเล่าว่า ช่วงแรกตฤณอาจมีมุมมองที่ต่อต้านการลงถนน เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือ “ความสูญเสีย” มากกว่าชัยชนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยน พัฒนาความคิด และมองเห็นความซับซ้อนของการต่อสู้ทางการเมืองมากยิ่งขึ้น
นี่คือเสน่ห์ของตฤณ ที่ไม่ได้ถูกเขียนให้ถูกต้อง 100% ตั้งแต่ต้น แต่เติบโตไปตามประสบการณ์และบาดแผลของตัวละคร
เมื่อคนในจอสะท้อนคนในประวัติศาสตร์
ในซีรีส์ เมื่อตฤณกลับมาเมืองไทย เขาตัดสินใจเข้าทำงานที่ “สภาพัฒน์” หรือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งในปี 2512 เป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่วางแผนอนาคตของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
หากเทียบกับชีวิตจริงของ อาจารย์ป๋วย ก็จะยิ่งเห็นความเชื่อมโยงชัดเจนขึ้น เขาเองก็จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์เช่นกัน แม้จะเป็นที่อังกฤษไม่ใช่ฝรั่งเศส แต่เคยทำงานเกี่ยวข้องกับการวางแผนเศรษฐกิจของชาติ โดยในปี 2496 เขาเคยเป็นกรรมการบริหารของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งก็คือสภาพัฒน์ในยุคนั้น
การวางเส้นทางอาชีพของตฤณ จึงไม่ใช่การสุ่มเลือกตำแหน่งงานราชการมาให้ตัวละคร แต่เป็นการเชื่อมโยงกับโลกจริงและประวัติศาสตร์บุคคลที่มีอยู่จริงอย่างแนบเนียน
แก่นร่วมกัน : ความเป็นธรรมและเสรีภาพ
ตลอดชีวิตการทำงานและต่อสู้ของ อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีสองคำสำคัญที่เขาย้ำเสมอ คือ “ความเป็นธรรมในสังคม” และ “เสรีภาพของประชาชน”
เขาไม่ได้ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโต๊ะหรือใช้ความรุนแรง แต่เชื่อในการเปลี่ยนผ่านโดย สันติวิธี มุ่งหวังให้สังคมไทยเดินหน้าไปด้วยเหตุผล ความยุติธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคน
แนวคิดนี้เองที่ถูกสานต่อเข้าไปในคาแรกเตอร์ของตฤณใน Shine The Series ทำให้เขาไม่ใช่แค่ตัวละครนักเศรษฐศาสตร์ที่พูดภาษาตัวเลข แต่เป็นคนที่มีจุดยืนต่อสังคม การเมือง และมนุษย์อย่างชัดเจน
เมื่อเข้าใจที่มาแบบนี้ ผู้ชมจึงไม่ได้มองตฤณเป็นแค่ตัวละครสมมติอีกต่อไป แต่เห็นเขาเป็นภาพสะท้อนของคนรุ่นหนึ่งที่อยากเปลี่ยนโลกด้วยทั้งหัวใจและหลักการ
ทำไมตัวละครแบบตฤณถึงน่าจับตา
เขาถูกออกแบบมาจากบุคคลจริงที่มีตัวตนทางประวัติศาสตร์
มีพื้นหลังทางวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ไม่ได้อินการเมืองแบบผิวเผิน
มีบาดแผลชีวิตจากเหตุการณ์การเมืองต่างประเทศ ที่หล่อหลอมมุมมองต่อการต่อสู้ทางสังคม
เลือกทำงานในองค์กรที่วางนโยบายระดับชาติ ไม่ใช่แค่ต่อสู้ในระดับปัจเจก
มีแก่นความคิดเรื่องความเป็นธรรมและเสรีภาพ ที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของอาจารย์ป๋วย
ตัวละครอย่าง ดร. ตฤณ สุวรรณภาสน์ จึงเป็นมากกว่าบทหนึ่งในซีรีส์ เขาคือพื้นที่ทดลองทางความคิด ที่ให้เราได้ตั้งคำถามกับโครงสร้างสังคม การเมือง และอนาคตของประเทศผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ที่ทั้งเชื่อในระบบ และพร้อมจะตั้งคำถามกับมันไปพร้อมกัน

