เปิดซีซัน Super Shoes 2025
วงการรองเท้าวิ่งไม่เคยปล่อยให้กระเป๋านักวิ่งได้พัก โดยเฉพาะสาย Super shoes ที่ออกแบบมาเพื่อทำความเร็ว ลงแข่งจริงจัง และซัดมาราธอนให้จบแบบมีเวลาใหม่ติดมือ
ใครที่ยังคิดว่า “มีรองเท้าคู่เดียวก็พอแล้ว” อาจต้องคิดใหม่ เพราะแต่ละแบรนด์พากันปล่อยรองเท้าระดับท็อป ที่ทั้งเบา ลื่น นุ่ม เด้ง และช่วยประหยัดแรงได้แบบรู้สึกได้จริง
ครึ่งปีแรกของ 2025 นี้ มีทั้งรุ่นที่วางขายแล้วในไทย และรุ่นที่กำลังจะเข้า มาอัปเดตกันแบบจุก ๆ ว่ามีคู่ไหนน่าโดนบ้าง
adidas Adizero Adios Pro 4
รองเท้ามาราธอนตัวแรงที่ต่อยอดจากรุ่นสายโหดอย่าง Adizero Adios Pro Evo 1 โดยปรับให้ใช้งานในสนามแข่งทั่วไปได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความเร็วและความดุดันเอาไว้ครบถ้วน
จุดเด่นของรุ่นนี้ คือการ ปรับทรงพื้นชั้นกลางใหม่ ให้หน้าเชิดและโค้งมากขึ้น เพื่อช่วยให้การถ่ายน้ำหนักและการกลิ้งเท้าไปข้างหน้าทำได้ลื่นกว่าเดิม
โฟมถูกจูนให้ นุ่มขึ้นแต่ยังเด้ง ให้ฟีลวิ่งสบายแต่ยังทะลุเพซเมื่อต้องการเร่งความเร็ว ผสานกับ EnergyRods 2.0 ที่ช่วยเสริมทั้งความมั่นคงและแรงส่งไปข้างหน้า
อัปเปอร์ใช้ผ้าตาข่าย Lightlock ที่โปร่ง ระบายอากาศดี และล็อกเท้าได้แน่นพอดี ส่วนพื้นชั้นนอกเป็นยาง LIGHTTRAXION ที่เกาะถนนดี ใช้งานได้ทั้งซ้อมทั้งแข่ง
ตอนนี้เริ่มมีสีให้เลือกมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีแนวโน้มจะทยอยปล่อยสีใหม่คล้ายยุค Adios Pro 3 ทำให้ทั้งนักวิ่งสายเวลาและสายสะสมมีอะไรให้ตามต่อเนื่อง
ประเภท: รองเท้าวิ่งแข่งมาราธอนระดับท็อป
ความรู้สึกโดยรวม: นุ่ม เด้ง มีแรงส่งชัด
เทคโนโลยีเด่น: EnergyRods 2.0, Lightlock, LIGHTTRAXION
ราคา: 8,000 บาท
HOKA Cielo X1 2.0
สาย HOKA ที่รอรองเท้าแข่งมาราธอนตัวจริงเสียงจริง รุ่นนี้คือคำตอบ เพราะเป็นการอัปเดตรอบใหญ่ที่แทบจะเปลี่ยนใหม่ยกแพลตฟอร์ม เอาความเห็นจากผู้ใช้รุ่นก่อนมาปรับให้ใช้งานได้ลงตัวขึ้นแบบเห็นภาพ
อย่างแรกเลยคือ น้ำหนักที่เบาลงแบบรู้สึกได้ ทำให้วิ่งเพซแข่งได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกว่ารองเท้าถ่วงเท้าเหมือนเดิม
อัปเปอร์ใช้ผ้าตาข่าย Engineered jacquard mesh ที่โปร่งและกระชับ ช่วยโอบเท้าแบบไม่บีบเกินไป ส่วนพื้นชั้นกลางเป็นโฟม PEBA ที่ถูกออกแบบโครงสร้างใหม่ ให้การตอบสนองเร็ว เด้ง และเด้งกลับไว
ปลายเท้าถูกปรับให้โค้งมากกว่าเดิม ทำงานร่วมกับ แผ่นคาร์บอน Wing Plate เพื่อช่วยควบคุมทิศทางแรง และเพิ่มความมั่นคงในจังหวะลงเท้าเร็ว ๆ
ด้านล่างสุดเป็นพื้นชั้นนอกยาง Sticker Rubber ลายใหม่ ที่เพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ เหมาะกับการซัดเพซเร็วในสนามจริงแบบมั่นใจขึ้น
ประเภท: รองเท้าวิ่งแข่งมาราธอนสายทำความเร็ว
ไฮไลต์: เบาลงกว่ารุ่นก่อน, โครงสร้าง PEBA ใหม่, Wing Plate
ฟีล: พร้อมซิ่ง ยิ่งวิ่งเร็ว ยิ่งรู้สึกว่ารองเท้าอยากพาไปต่อ
ราคา: 9,990 บาท
Saucony Endorphin Elite 2
รุ่นท็อปไลน์ของค่าย Saucony ที่ถูกออกแบบมาสำหรับนักวิ่งที่ต้องการรองเท้าแข่งแบบเน้นทุกวินาที โดยมีการปล่อยล็อตพิเศษไปแล้วช่วงปลายปี เพื่อให้ทันใช้งานในโอลิมปิก 2024
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัด คือการหันมาใช้โฟม incrediRUN ตัวใหม่ ที่ให้ทั้งความนุ่มและแรงเด้งมากกว่ารุ่นก่อน ทำให้ได้บาลานซ์ระหว่างความสบายและความเร็วได้ดีขึ้น
ยังคงมีเทคโนโลยี Speedroll ที่ช่วยให้การกลิ้งเท้าด้านหน้าเป็นไปแบบลื่นไหล พร้อม แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เต็มความยาวเท้า เพื่อเพิ่มแรงส่งคืนในทุกก้าวที่กดลงไป
อัปเปอร์ถูกปรับใหม่ ใช้ผ้าตาข่ายที่โปร่งมากเป็นพิเศษ ผสมกับผ้าถักที่นำมาใช้แทนลิ้นรองเท้า ช่วยให้สวมแล้วฟีลกระชับและเรียบเนียนกับหลังเท้ามากขึ้น ลดจุดกดรบกวนเวลาใส่นาน ๆ
พื้นชั้นนอกเป็นยาง PWRTRAC แบบแยกเป็นชิ้น ๆ วางเฉพาะจุดที่สัมผัสพื้นบ่อยที่สุด เพื่อลดน้ำหนักแต่ยังคงการเกาะพื้นไว้ได้ดี
ระดับ: ท็อปเทียร์สายแข่งจริงจัง
โฟม: incrediRUN – นุ่ม เด้ง จบงานมาราธอนได้สบาย
เทคโนโลยีเสริม: Speedroll + full-length carbon plate
ใครที่เป็นแฟนตระกูล Endorphin หรือเล็ง Elite รุ่นใหม่อยู่ เตรียมตัวได้เลย เพราะ มีแผนจะวางจำหน่ายในไทยเร็ว ๆ นี้
Nike Vaporfly 4
ตำนานสายแข่งอย่าง Vaporfly กลับมาอัปเดตรุ่นใหม่อีกครั้ง หลังจากปล่อยให้ Alphafly ชิงซีนไปก่อนในช่วงต้นปี 2024 โดยรุ่นนี้ถือเป็นการต่อยอดจากสาย Vaporfly NEXT% มาถึงเจเนอเรชันที่ 4
หน้าตาภายนอกมีความ ย้อนกลิ่นอาย Vaporfly 4% อยู่พอสมควร ทั้งทรงและดีไซน์ แต่ภายในอัดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในสไตล์รองเท้าแข่งยุคปัจจุบัน
พื้นชั้นกลางยังคงใช้ ZoomX แบบเต็มความยาวเท้า ผสานกับแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์วางกลางฝ่าเท้า ช่วยให้ได้ทั้งความเด้งและการตอบสนองที่จัดจ้านในทุกก้าว
โครงพื้นถูกออกแบบใหม่ ให้ทรงรับแรงและการกลิ้งเท้าได้รับแรงบันดาลใจจาก Alphafly 3 ทำให้เปลี่ยนทิศทางได้มั่นคงขึ้นแต่ยังคงความเร็วไว้เต็ม ๆ
อัปเปอร์เป็นผ้าตาข่ายแบบบาง เบา ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับการวิ่งยาวที่ต้องการให้เท้ารู้สึกโล่งสบาย
มีการคาดการณ์ว่าสำหรับไซซ์ผู้ชาย 10US จะมีน้ำหนักประมาณ 190 กรัม ซึ่งถือว่าเบาลงจากรุ่นก่อนอย่างน่าสนใจมากสำหรับนักวิ่งที่ซีเรียสเรื่องน้ำหนักรองเท้า
ตระกูล: Vaporfly NEXT% รุ่นที่ 4
พื้น: ZoomX เต็มความยาว + แผ่นคาร์บอน
ฟีล: เบา เร็ว กลิ้งเท้าลื่น ได้แรงบันดาลใจจาก Alphafly 3
น้ำหนักคาดการณ์: ประมาณ 190 กรัม (ไซซ์ 10US ผู้ชาย)
Nike Vaporfly 4 มีแผนจะวางจำหน่ายราว ๆ เดือนเมษายน 2568 ใครที่เล็งรองเท้าแข่งคู่หลักสำหรับฮาล์ฟหรือฟูลมาราธอนในปีนี้ อาจต้องจองคิวรอเลย
สรุป: ครึ่งปี 2025 นี้ กระเป๋าสตางค์นักวิ่งไม่ปลอดภัยแน่นอน
ถ้ามองภาพรวมของ Super shoes ช่วงครึ่งปีแรก 2025 จะเห็นว่าแทบทุกค่ายเน้นไปในทิศทางเดียวกัน คือ
โฟมรุ่นใหม่ที่ นุ่มขึ้นแต่ส่งแรงได้มากกว่าเดิม
น้ำหนักที่เบาลง ทำให้วิ่งเพซแข่งได้นานโดยไม่ล้าเร็วเกินไป
การใช้แผ่นคาร์บอนและรูปทรงพื้นที่ช่วยให้การกลิ้งเท้าลื่นและประหยัดแรง
อัปเปอร์บาง โปร่ง ระบายอากาศ แต่ยังล็อกเท้าได้ดี
ใครที่กำลังมองหารองเท้าไว้ลุยสนามมาราธอนในปีนี้ ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า
ต้องการฟีลแบบนุ่มเด้งจัดเต็ม หรือเน้นคอนโทรลมั่นคง
เป็นสายแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ หรือพร้อมเปิดใจลองค่ายใหม่
ต้องการรองเท้าคู่เดียวลงได้ทุกระยะ หรือจะจัดเป็นคู่เฉพาะวันแข่งโดยเฉพาะ
สุดท้ายแล้ว รองเท้าเร็วแค่ไหน ก็แทนแรงซ้อมไม่ได้ แต่ถ้าได้คู่ที่เข้ากับสไตล์วิ่งของเรา ก็ช่วยเปลี่ยนจาก “ลงแข่งให้จบ” เป็น “ลงแข่งให้จบพร้อมเวลาใหม่ที่ภูมิใจได้” ในครึ่งปีแรกของ 2025 นี้แน่นอน

