ปิดฉากพีทีทีระยองอย่างถาวร
ปตท.แจ้งต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าบอร์ดบริหารของบริษัท สปอร์ต เซอร์วิสเชส อัลไลแอนซ์ จำกัด (SSS) บริษัทย่อยในเครือ มีมติ ยุบเลิกกิจการอย่างเป็นทางการ พร้อมดำเนินการจดทะเบียนเลิกกิจการเสร็จสิ้นแล้ว
การตัดสินใจครั้งนี้ เท่ากับเป็นการปิดฉากสโมสรฟุตบอล “พีทีทีระยอง” แบบถาวร หลังจากเคยเป็นหนึ่งในสโมสรที่สร้างสีสันให้วงการลูกหนังไทย และชุมชนจังหวัดระยอง
เบื้องหลังการเลิกกิจการ SSS
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ระบุว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท SSS ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 มีมติให้เลิกกิจการของ SSS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้นผ่านบริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) ในสัดส่วน 100%
กลุ่ม ปตท. ถือหุ้นใน BSA 100%
ทุนจดทะเบียนของ SSS อยู่ที่ 5 ล้านบาท
การจดทะเบียนเลิกกิจการเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568
เมื่อการเลิกกิจการเสร็จสิ้น SSS จึงสิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.โดยสมบูรณ์
เหตุผลเชิงนโยบายของ ปตท.
การปิดบริษัท SSS เป็นไปตามนโยบายของ ปตท. ในการ ยุบเลิกบริษัทย่อยที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจแล้ว เพื่อลดภาระที่ไม่จำเป็น และปรับโครงสร้างการลงทุนให้มีความกระชับและคล่องตัวมากขึ้น
ปตท.ระบุว่า การเลิกกิจการครั้งนี้
ไม่ส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงานหลักของ ปตท.
ไม่เข้าข่ายรายการที่ต้องรายงานตามเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน
เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงสถานะเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ทำให้ SSS สิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยเท่านั้น
จุดเริ่มต้นของ SSS และภารกิจด้านฟุตบอล
เดิมที ปตท.จัดตั้งบริษัท สปอร์ต เซอร์วิสเชส อัลไลแอนซ์ จำกัด ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารกิจการกีฬาระดับอาชีพ ภายใต้รูปแบบสโมสรฟุตบอล พีทีทีระยอง
ภารกิจของสโมสรไม่ได้มีแค่เรื่องผลการแข่งขันในสนามเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายสำคัญด้านสังคมและชุมชน ได้แก่
นำรายได้จากสโมสรไปใช้ในการพัฒนาเยาวชนในจังหวัดระยอง
เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ที่ถูกต้องให้กับเยาวชน เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศด้านฟุตบอล
ส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ลดโอกาสเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข
กระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเพิ่มโอกาสการจ้างงาน
ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง
สร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายทางสังคมในพื้นที่ เกิดความรัก ความสามัคคี และครอบครัวที่อบอุ่น
พูดง่าย ๆ คือ สโมสรพีทีทีระยองไม่ได้เป็นแค่ทีมฟุตบอล แต่เป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนทั้งระบบ
จากพักทีมสู่การปิดตำนานครั้งนี้
หากย้อนกลับไป ในปี 2562 สโมสรฟุตบอลพีทีทีระยองเคยประกาศ “พักทีม” มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจาก ปตท. ประกาศหยุดการสนับสนุนด้านเงินทุน ส่งผลให้ทีมต้องถอนตัวออกจากฟุตบอลอาชีพ
อย่างไรก็ตาม แม้ทีมฟุตบอลจะพักการแข่งขัน แต่ ปตท.ยังคงสานต่อภารกิจด้านเยาวชนผ่านโครงการ PTT Academy เพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดระยองยังเดินหน้าต่อไป
การยุบและเลิกกิจการ SSS ในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือน การปิดหนังสือเล่มสุดท้ายของสโมสรพีทีทีระยอง บนเวทีฟุตบอลอาชีพไทย แต่เมล็ดพันธุ์ที่สโมสรเคยหว่านไว้ ทั้งในเรื่องเยาวชน กีฬา และชุมชน ยังคงส่งต่อผ่านโครงการด้านพัฒนาเยาวชนของ ปตท.ในอีกรูปแบบหนึ่ง
ความหมายต่อแฟนบอลและวงการลูกหนังไทย
สำหรับแฟนบอลพีทีทีระยองและคนรักฟุตบอลไทย การปิดฉากครั้งนี้อาจทำให้รู้สึกเสียดายไม่น้อย เพราะสโมสรหนึ่งทีมไม่ได้หายไปแค่โลโก้หรือชื่อ แต่หายไปพร้อมกับเรื่องราว ความทรงจำ และโอกาสของเยาวชนในท้องถิ่น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การตัดสินใจของ ปตท.ก็สะท้อนความเป็นจริงเชิงธุรกิจในโลกฟุตบอลยุคใหม่ ที่ การบริหารทีมไม่ใช่แค่เรื่องใจ แต่มันคือการจัดการทรัพยากรและกลยุทธ์องค์กรในระยะยาว
ตำนานพีทีทีระยองอาจจบลงบนหน้ากระดาษ แต่สำหรับคนระยองและแฟนบอลที่เคยเชียร์ เคยไปดูเกมในสนาม เรื่องราวของทีมนี้คงยังถูกเล่าต่อไปอีกนานในวงสนทนาของแฟนลูกหนังไทย

