รับแอปรับแอป

ยิงแอด Google Ads 2026 แบบใช้ AI นำเกม: คู่มือรอดและโตสำหรับ SME ไทย

อารยา จิตดี01-30

ภาพรวม: 2026 ปีที่ Google Ads เปลี่ยนโหมดเป็น AI เต็มตัว

ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ Google Ads สำหรับธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ที่งบไม่ได้เยอะ แต่ต้องการผลลัพธ์ที่คุ้มทุกบาททุกสตางค์

โลกโฆษณาออนไลน์กำลังขยับจากการ “คุมเองทุกคลิก” ไปสู่การ ปล่อยให้ AI ทำงานแทน แต่เราวางกรอบเกมให้ฉลาดขึ้น

หัวใจคือ 3 เรื่องนี้:

  • ใช้ AI ให้เต็มศักยภาพ (โดยเฉพาะ Performance Max, Smart Bidding)

  • วัดผล Conversion ให้แม่น ตั้งค่าถูกตั้งแต่แรก

  • ใช้ข้อมูลลูกค้า (First-Party Data) เป็นอาวุธหลักในยุคที่คุกกี้กำลังหายไป

โฟกัสอะไรใน Google Ads ปี 2026 ดี?

AI + Performance Max: เสาหลักของกลยุทธ์โฆษณา

ปี 2026 Google Ads เดินหน้าไปทางระบบอัตโนมัติเต็มตัว โดยมี Performance Max (PMax) เป็นตัวเอก แคมเปญเดียวแต่ยิงได้ข้ามทุกช่องทางของ Google ไม่ว่าจะเป็น:

  • Search

  • Display

  • YouTube

  • Discover

AI จะช่วยเลือกช่องทาง ครีเอทีฟ และข้อความที่น่าจะทำผลงานได้ดีที่สุดแบบอัตโนมัติ

แนวทางใช้ PMax ให้คุ้ม:

  • เตรียม Asset ให้หลากหลายทั้ง รูป, วิดีโอ, หัวข้อ, คำอธิบาย

  • ใส่ Audience Signal จากฐานลูกค้าปัจจุบัน หรือคนที่เคยเข้าเว็บไซต์

  • ตั้งค่า Conversion ให้ชัดและแม่น เพื่อให้ AI เรียนรู้จากข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าเยอะ หรือมีกลุ่มลูกค้าหลายเซกเมนต์ PMax มักให้ผลดีกว่า Search Campaign แบบเดิมได้ถึง ราว 30–40% ถ้าตั้งค่าถูกและปล่อยให้ระบบเรียนรู้เต็มที่

Conversion Tracking: วัดผลไม่แม่น = AI คิดผิดทั้งระบบ

AI จะฉลาดหรือไม่ ขึ้นกับข้อมูลที่คุณส่งให้มัน การ Tracking เลยสำคัญกว่าที่เคยในปี 2026

การตั้งค่าที่ควรมี:

  • เปิดใช้ Enhanced Conversions เพื่อส่งข้อมูลลูกค้าแบบเข้ารหัสให้แม่นขึ้น

  • ถ้ามีระบบหลังบ้าน ลองพิจารณา Server-Side Tracking เพื่อลดการสูญหายของข้อมูล

  • ใส่ Conversion Value ให้ชัด เพื่อให้ระบบตัดสินใจจากมูลค่าจริง ไม่ใช่แค่จำนวนครั้ง

First-Party Data: สมบัติที่คู่แข่งก็ลอกไม่ได้

เมื่อ Third-Party Cookie กำลังหมดบทบาท สิ่งที่ธุรกิจต้องหวงให้มากคือ ข้อมูลลูกค้าที่เก็บเอง (First-Party Data) เช่น อีเมล เบอร์โทร หรือข้อมูลจากระบบสมาชิก

การใช้ Customer Match ช่วยให้คุณ:

  • รีเทาร์เก็ตลูกค้าเก่า กลับมาซื้อซ้ำ

  • หาลูกค้าใหม่ที่คล้ายลูกค้าชั้นดี ผ่านกลุ่ม Lookalike

  • ทำแคมเปญเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสปิดการขายสูง

YouTube Ads และ Shorts: จอเดียวที่ทั้งสร้างการรับรู้และปิดการขาย

คนไทยใช้เวลาใน YouTube เฉลี่ยกว่าวันละ 30 นาที การลงทุนใน วิดีโอสั้นและ YouTube Shorts จึงกลายเป็นโอกาสทองของแบรนด์

จุดเด่นของ YouTube ในปี 2026 คือ:

  • ต้นทุนต่อ View ยังอยู่ในระดับที่คุ้มค่า

  • ยิงแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียด

  • ใช้ร่วมกับ PMax เพื่อเก็บสัญญาณกลุ่มลูกค้าที่สนใจจริงได้ดี

Demand Gen Campaign: ตัวตายตัวแทน Discovery ที่ไม่ควรมองข้าม

Demand Gen เข้ามาแทน Discovery Ads โดยยิงโฆษณาข้าม:

  • Gmail

  • Discover

  • YouTube

เป็นแคมเปญที่ใช้ AI หนัก เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ:

  • เน้นสร้างการรับรู้แบรนด์

  • เปิดตัวสินค้าใหม่

  • เข้าถึงกลุ่มคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน แต่มีแนวโน้มสนใจ

สิ่งที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากเผางบฟรีในปี 2026

คุม Manual จน AI ทำงานไม่ทัน

ยุคนี้ถ้าคุณไปปรับทุกอย่างถี่เกินไป AI จะเรียนรู้ไม่ทัน และแคมเปญจะไม่เสถียร

แนวทางที่ปลอดภัยกว่า:

  • อย่าปรับโฆษณาบ่อยเกิน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • หลังจากเปลี่ยนงบหรือกลยุทธ์สำคัญ ควรปล่อยให้ระบบเรียนรู้ 7–14 วัน ก่อนค่อยตัดสิน

ใช้ Broad Match แต่ไม่ใช้ Smart Bidding = เสี่ยงหมดงบไวมาก

การยิงคีย์เวิร์ดแบบ Broad Match โดยไม่จับคู่กับ Target CPA หรือ Target ROAS คือสูตรสำเร็จของการเปลืองงบ

เพราะระบบจะไปแสดงโฆษณากว้างมากจนกินงบกับกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าจริง

คำแนะนำคือ:

  • ถ้าจะใช้ Broad Match ควรจับคู่กับ Smart Bidding เสมอ

ลืมทำ Negative Keywords = เปิดประตูให้คำค้นผิดกลุ่ม

แม้ AI จะฉลาดขึ้น แต่การจัดการคำค้นยังต้องใช้ “มือมนุษย์” อยู่

สิ่งที่ควรทำเป็นประจำ:

  • ตรวจสอบ Search Terms Report

  • ใส่ Negative Keywords เพื่อกันคำค้นที่ไม่เกี่ยวข้องออก

ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ งบก็จะไหลไปกับคนที่ไม่เคยมีโอกาสซื้อจริงมากขึ้นเท่านั้น

พึ่ง Search Ads อย่างเดียว = พลาดลูกค้าอีกกองใหญ่

ลูกค้าไม่ได้อยู่แค่หน้า Search อย่างเดียวอีกต่อไป ถ้ายังลงแต่ Search เพียวๆ คุณกำลังปล่อยให้คู่แข่งตามเก็บลูกค้าจากช่องทางอื่น

ลองกระจายงบไปที่:

  • Performance Max

  • Display

  • YouTube

  • Shopping (ถ้ามีสินค้า E-commerce)

การกระจายช่องทางช่วยเพิ่ม Reach และมักทำให้ต้นทุนต่อ Conversion โดยรวมถูกลง

มือถือคือสนามตัดสินใจ: เว็บช้าเท่ากับแพ้ตั้งแต่หน้าแรก

ในหลายธุรกิจ ลูกค้าส่วนใหญ่คลิกจากมือถือ ถ้า Landing Page ไม่ตอบโจทย์ คุณจะเสียโอกาสแม้จะยิงโฆษณาดีแค่ไหนก็ตาม

สิ่งที่ควรเช็ก:

  • ความเร็วเว็บผ่าน PageSpeed Insights

  • ความเหมาะสมบนมือถือผ่าน Mobile-Friendly Test

  • ปุ่ม Call to Action (CTA) ต้องชัด กดง่าย ไม่เล็กเกินไป

ฟีเจอร์เด่นของ Google Ads ปี 2026 ที่ SME ควรลอง

Performance Max (PMax)

PMax เหมาะกับธุรกิจที่อยากกระจายโฆษณาหลายช่องทางในงบจำกัด และปล่อยให้ AI ช่วยจัดสรรให้เอง

วิธีเริ่มแบบไม่เสี่ยง:

  • ตั้งงบเริ่มต้นไม่สูงเกินไป

  • เก็บข้อมูล 2–4 สัปดาห์

  • ถ้าได้ Conversion ที่คุ้มค่า ค่อยๆ ไต่เพิ่มงบ

Smart Bidding: ให้ระบบช่วยคุมประสิทธิภาพตามเป้าธุรกิจ

เลือกรูปแบบการ Bid ให้ตรงเป้าหมายของคุณ:

  • Target CPA เหมาะกับสายเก็บ Leads

  • Target ROAS เหมาะกับ E-commerce ที่ดูยอดขายเทียบงบ

  • Maximize Conversions สำหรับงบจำกัด แต่เน้นปริมาณ Conversion

  • Maximize Conversion Value ถ้าแต่ละ Conversion มูลค่าไม่เท่ากัน

Responsive Search Ads (RSA)

RSA ช่วยให้ Google ทดสอบหลายๆ เวอร์ชันของข้อความโฆษณาให้เอง

แนวใช้แบบฉลาดๆ:

  • ใส่ Headline หลายแบบ ทั้งเชิงปัญหา-เชิงผลลัพธ์-เชิงโปรโมชัน

  • ใส่ Description หลายสไตล์แล้วปล่อยให้ระบบลองจับคู่

  • เช็ก Combination ที่ทำผลงานดี แล้วเอาไปต่อยอดคอนเทนต์อื่น

Google Ads Recommendations: ฟังได้ แต่ห้ามเชื่อตามทั้งหมด

แท็บคำแนะนำใน Google Ads มีประโยชน์ ถ้าใช้เป็น

จุดที่ควรเช็กเป็นพิเศษ:

  • การลบคีย์เวิร์ดที่ซ้ำซ้อนหรือกินกันเอง

  • การแนะนำคีย์เวิร์ดใหม่ที่มีแนวโน้มการค้นหาสูง

  • การแจ้งปัญหาเกี่ยวกับ Conversion Tracking

ส่วนคำแนะนำเรื่อง “เพิ่มงบ” ควร ประเมิน ROI ก่อนตัดสินใจ ไม่กดตามอัตโนมัติ

Offline Conversion Tracking

ถ้าธุรกิจของคุณปิดการขายที่หน้าร้าน หรือผ่านโทรศัพท์ การวัดผลเฉพาะออนไลน์อาจไม่สะท้อนความจริง

แนวทางที่ควรทำคือ:

  • อัปโหลดข้อมูลการซื้อจริงกลับเข้า Google Ads

  • ให้ระบบเรียนรู้ว่า ลูกค้าแบบไหนคือคนที่ “ซื้อจริง” ไม่ใช่แค่กดลงทะเบียนเล่นๆ

เชื่อม Google Ads เข้ากับ GA4

การเชื่อมกับ GA4 ทำให้เห็นภาพหลังคลิกแบบละเอียดขึ้น เช่น:

  • หน้าไหน Bounce Rate สูงผิดปกติ

  • เส้นทางผู้ใช้ก่อนซื้อสินค้าหรือกรอกฟอร์ม

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณ ปรับ Landing Page และ Funnel การขาย ได้แม่นยำขึ้น

เคล็ดลับยิงแอดให้เข้าตลาดไทยจริงๆ

ใช้คีย์เวิร์ดไทยหลายสไตล์แบบคนจริงใช้กัน

อย่าติดอยู่กับคำทางการเกินไป คนค้นหามักใช้ภาษาพูด ลองผสมผสานคำค้นแบบต่างๆ เช่น:

  • “โฆษณา google” / “ลง ads” / “ยิงแอด”

  • “ขายของ online” / “เปิดร้านใน ig”

การใช้คีย์เวิร์ดที่สะท้อนภาษาคนจริง จะช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างแบบไม่เปลืองงบเกินจำเป็น

วางแผนล่วงหน้าก่อนช่วงขายพีก

อย่ารอให้ถึงฤดูกาลขายแล้วค่อยรีบเพิ่มงบ เพราะ AI ต้องใช้เวลาเรียนรู้

แนะนำให้เพิ่มงบก่อนช่วงพีก ประมาณ 1–2 เดือน เช่น:

  • ช่วงปีใหม่: สินค้าของขวัญและท่องเที่ยว

  • เดือนเมษายน: ของแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน

  • ก่อนเปิดเทอม: เสื้อผ้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน

ยิงแบบเจาะพื้นที่ด้วย Location Targeting

แทนที่จะยิงกว้างทั้งเมืองใหญ่ ลองละเอียดขึ้นอีกขั้นด้วย:

  • เลือกยิงแบบรัศมีรอบร้าน

  • เลือกเจาะเฉพาะเขต หรือพื้นที่ที่รู้ว่าลูกค้าอาศัยอยู่จริง

แบบนี้ช่วยลดการจ่ายให้คนที่อยู่ไกลจนไม่มาใช้บริการแน่นอน

ใช้ Price Extension ช่วยกรองคนที่ไม่พร้อมซื้อ

การใส่ราคาล่วงหน้าใน Search Ads ผ่าน Price Extension ช่วยให้:

  • คนที่ไม่พร้อมจ่ายจะไม่กดเข้ามา

  • คนที่คลิกส่วนใหญ่มีโอกาสสูงจะเปลี่ยนเป็นลูกค้าจริง

ผลลัพธ์คือ คุณเสียค่าน้อยลงต่อคนที่ “สนใจเล่นๆ” และจ่ายเพิ่มให้คนที่มีโอกาสซื้อจริงมากขึ้น

สรุปสูตรยิง Google Ads 2026 สำหรับ SME ไทย

วิธีทำ Google Ads ให้คุ้มในปี 2026 ไม่ใช่การนั่งกดทีละเซตเหมือนเมื่อก่อน แต่คือการวางกรอบให้ AI เล่นเกมเก่งแทนเรา

สิ่งที่ควรยึดเป็นเช็กลิสต์:

  • ใช้ AI ให้เต็มที่ โดยเฉพาะ Performance Max และ Smart Bidding

  • ตั้งค่า Conversion Tracking ให้แม่น ตั้งแต่วันแรก

  • เก็บและใช้ First-Party Data เป็นทรัพยากรระยะยาว

  • กระจายโฆษณาทั้ง Search, Display, Video ไม่ยึดติดช่องทางเดียว

  • ไม่คุม Manual ถี่เกินไป ปล่อยให้ระบบเรียนรู้ให้จบรอบก่อนค่อยตัดสินใจ

  • ทดลองฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ แล้วใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวตัดสิน

โลกของ Google Ads เปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่เวิร์กวันนี้ อีก 6 เดือนอาจไม่แรงเท่าเดิมแล้วก็ได้

ธุรกิจที่รอดและโต คือธุรกิจที่ยอมเรียนรู้ตลอดเวลา ปรับเร็ว และใช้ AI เป็นเพื่อนร่วมทีม ไม่ใช่คู่แข่งในงบโฆษณาเดียวกัน