ลิซ่าคัมแบ็กในบทบาทใหม่ ปลุกพลังเที่ยวไทยรอบใหญ่
ท่องเที่ยวสายกินเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ “ลิซ่า” กำลังกลับมาสร้างปรากฏการณ์ “LISA Effect” ครั้งใหม่ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ปี 2569 ที่ตั้งใจจะชวนทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลกออกมาเที่ยวไทยให้สะใจยิ่งกว่าเดิม
ททท. เดินหน้าใช้พลังของลิซ่าเป็นตัวจุดประกาย แผนใหญ่คือการดันการท่องเที่ยวไทยให้ดังไกลขึ้นอีกขั้น ทั้งเรื่องภาพลักษณ์ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และแน่นอนว่า เรื่องกินดี อยู่ดี เที่ยวเพลิน ต้องมาเต็ม
ต้นเดือนมกราคม 2569 เตรียมรอดู Teaser ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่จะช่วยเล่าเสน่ห์ไทยผ่านมุมมองของลิซ่าในเวอร์ชันสดใหม่ น่าตามรอยสุด ๆ
ทำไมต้องเป็น “ลิซ่า” และทำไมต้องตอนนี้
ผู้ว่าการ ททท. มองว่า การดึงลิซ่ามานั่งแท่น Amazing Thailand Ambassador คือการต่อยอดพลังของคนรุ่นใหม่และแฟนคลับทั่วโลกให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง
ทุกย่างก้าวของลิซ่าไม่ใช่แค่เท่ แต่คือแรงบันดาลใจ ที่สามารถเปลี่ยนให้สถานที่หนึ่ง ๆ กลายเป็นเป้าหมายที่คนทั่วโลกอยากบินมาเช็กอินด้วยตัวเอง
โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญของการสื่อสารแบรนด์ Amazing Thailand ที่ไม่ได้ขายแค่ภาพสวย ๆ แต่ขายตัวตน ความเป็นไทย และประสบการณ์จริงที่จับต้องได้ ทั้งในด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน
เป้าหมายคือการสร้าง Big Impact ให้คนไม่แค่กดไลก์หรือแชร์ แต่ลุกขึ้นจองตั๋ว ออกเดินทางจริง ๆ
เมื่อโซเชียลช่วยออกแบบทริปเที่ยวไทย
หลังจาก ททท. ประกาศว่าลิซ่าตอบรับเป็น Amazing Thailand Ambassador กระแสบนโซเชียลก็ระเบิดทันที ชาวเน็ตจากทั่วประเทศพร้อมใจกันเสนอที่เที่ยวเด็ด ๆ ในทุกภูมิภาค ว่าอยากให้ลิซ่าไปเยือนที่ไหนบ้าง
ททท. ไม่ปล่อยไอเดียดี ๆ ให้หลุดมือ แต่นำความคิดเห็นเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานโฆษณา ทั้ง ภาพยนตร์โฆษณาและ Key Visual เพื่อให้คนไทยรู้สึกว่า
ไม่ได้แค่ดูโฆษณา แต่ได้มีส่วนร่วม
ได้ช่วยเล่าเรื่องประเทศตัวเองในมุมที่ตัวเองภูมิใจ
ได้ชวนทั้งคนไทยและคนต่างชาติออกไป “ค้นพบประเทศไทย” ในมุมใหม่ ผ่านสายตาของลิซ่า
ลิซ่าจึงไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์ แต่คือ คนเล่าเรื่องประเทศไทย ที่ส่งต่อความภูมิใจในความเป็นไทยสู่สายตาทั้งโลก
บทบาท Amazing Thailand Ambassador ปี 69: ไม่ใช่แค่ยิ้มแล้วจบ
ในปี 2569 ลิซ่าจะไม่ได้แค่ยืนสวยในโปสเตอร์ แต่จะทำหน้าที่
ชวนแฟนคลับและนักท่องเที่ยวเปิดมุมมองใหม่ต่อเมืองไทย
พาไปสัมผัส เสน่ห์สถานที่ท่องเที่ยว ในหลายจังหวัด
เสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ชัดขึ้นว่าเป็น จุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลก
ปลุกให้คนอยากออกเดินทางไปเห็นความสวยงามของไทยด้วยตัวเอง
และที่ทุกคนรอคอย คือ Teaser ภาพยนตร์โฆษณา Amazing Thailand Ambassador เวอร์ชันลิซ่า ที่จะปล่อยให้ชมกันในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 บอกเลยว่าสายกิน สายเที่ยว สายตามรอยต้องจดวันรอ
ย้อนดูพลัง “LISA Effect” ที่เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนเศรษฐกิจ
ก่อนจะก้าวสู่แคมเปญใหม่ ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของลิซ่าในฐานะศิลปินระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปินไทยสามารถสร้างอิมแพคระดับโลก และดึงคนให้สนใจประเทศไทยได้จริง ๆ
จาก “LALISA” สู่บุรีรัมย์ฟีเวอร์
เมื่อมิวสิกวิดีโอ “LALISA” ปล่อยออกมาในปี 2564 โลกทั้งใบก็หันมามองจังหวัดบุรีรัมย์และปราสาทหินพนมรุ้งทันที
ในเอ็มวี ลิซ่าพาโลเกชันบ้านเกิดเข้ามาอยู่ในงานอย่างสวยงาม ไม่ใช่แค่ภาพสถานที่ แต่คือการเล่าเรื่องราว ความผูกพัน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
ผลลัพธ์คือ
ปราสาทหินพนมรุ้งกลายเป็น จุดเช็กอินระดับโลก
ตามรายงานของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง สองเท่า
เศรษฐกิจชุมชนรอบ ๆ คึกคัก ทั้งโฮมสเตย์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดขายของที่ระลึก
ที่สำคัญคือ สถานที่เล็ก ๆ ที่เคยรู้กันแค่ในหมู่คนท้องถิ่น กลายเป็นโลเคชันในฝันของคนทั่วโลก
จากบ้านสวนริมมูล ถึงลูกชิ้นยืนกิน: สายกินนี่แหละตัวจริง
ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวที่ปัง แต่สายกินก็ได้รับอานิสงส์ไปเต็ม ๆ จาก “LISA Effect”
บ้านสวนริมมูล กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต วิวดี ถ่ายรูปสวย บรรยากาศชิล คนแห่ตามรอยจนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ต้องไปเช็กอิน
ลูกชิ้นยืนกินหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่ลิซ่าเคยพูดถึง ก็ดังระเบิด คนต่อคิวยาว กลายเป็นเมนูที่ใครไปบุรีรัมย์แล้วไม่แวะคือพลาดมาก
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า การที่ศิลปินคนหนึ่งพูดถึงของกินหรือสถานที่ในดินแดนบ้านเกิด สามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจริง ๆ ให้ธุรกิจท้องถิ่นเติบโตขึ้นอย่างเห็นภาพ
“Rockstar” กับการทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นกองถ่ายมีชีวิต
เมื่อถึงคิวซิงเกิล “Rockstar” ในเดือนมิถุนายน 2567 ลิซ่าก็หอบกรุงเทพฯ เข้าไปไว้ในมิวสิกวิดีโออย่างจัดเต็ม
โลเคชันในกรุงเทพฯ ที่ปรากฏในเอ็มวี กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่แฟนคลับและนักท่องเที่ยว “ต้อง” ไปตามรอยให้ได้:
ย่านเยาวราชยามค่ำคืน เต็มไปด้วย สตรีทฟู้ด ป้ายไฟสีสันจัดจ้าน และชีวิตกลางคืนแบบดั้งเดิมผสมโมเดิร์น
โรงหนังออสการ์เก่า ซอยเพชรบุรี 39 ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นมุมถ่ายรูปบนบันไดเลื่อนสุดฮิป
ทันทีที่เพลงปล่อย ยอดวิวทะลุ 10 ล้านภายใน 6 ชั่วโมง พร้อมกับการค้นหาคำว่า “Yaowarat” บน Google ที่พุ่งขึ้นอย่างแรง
ผลพลอยได้คือ การรีแบรนด์เยาวราชให้กลายเป็นไชน่าทาวน์สายฮิปที่คนเรียกกันว่า “ฮอลลีวูดของไทย” ไปแบบเนียน ๆ
ทะเลไทยบนจอโลก: สมุย–ภูเก็ต กับภาพลักษณ์ลักชัวรี
ไม่ใช่แค่ลิซ่าเท่านั้นที่ช่วยดันภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย งานโปรดักชันระดับโลกก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในสายเที่ยวทะเล
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซีรีส์ระดับสากลเลือกใช้ เกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี) และ เกาะเฮ (จ.ภูเก็ต) เป็นฉากหลัก นำเสนอภาพทะเลไทยแบบที่ทั้งสายชิลและสายหรูต้องร้องว้าว
มุมเด่น ๆ ที่ถูกเล่าออกไป เช่น
ทะเลน้ำใสสะอาดแบบโปสการ์ด
รีสอร์ตหรูสไตล์โมเดิร์นกลางธรรมชาติ
สวนเขียวชอุ่มที่ให้ฟีลหนีเมืองไปพักใจแบบมีระดับ
ทั้งหมดตอบโจทย์ทั้งคนที่ต้องการพักผ่อนแบบลักชัวรี และสายกิจกรรมทางน้ำที่อยากเล่นให้เต็มที่
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเกาะสมุยเพิ่มขึ้นถึง 51% ในไตรมาส 2/2568 สะท้อนให้เห็นชัด ๆ ว่าภาพที่ออกสู่จอมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางจริง ๆ
เทรนด์ “นุ่งผ้าไทยเที่ยววัด” จากลุคลิซ่าที่อยุธยา
อีกโมเมนต์ที่สะกดสายตาทั้งโลก คือภาพลิซ่าปรากฏตัวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในชุดผ้าไทยประยุกต์ สวยงามแต่ยังคงความร่วมสมัย
โลเคชันที่ไปเยือน ได้แก่
วัดมหาธาตุ
วัดแม่นางปลื้ม
วัดหน้าพระเมรุ
ภาพเหล่านี้ไม่ได้แค่สวย แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ “นุ่งผ้าไทยเที่ยววัด” ที่
ทำให้คนรุ่นใหม่สนุกกับการแต่งชุดไทยมากขึ้น
ดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้คึกคัก
กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งยอดขายผ้าซิ่น งานหัตถกรรม ของที่ระลึก และทริปท่องเที่ยวชุมชน
ทั้งหมดช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงมรดกโลกและประวัติศาสตร์ไทยในวงกว้างอย่างมีชั้นเชิง ไม่ได้ยัดเยียด แต่ทำให้ “อยาก” ไปสัมผัสด้วยตัวเอง
สรุป: จากแฟนด้อมสู่แรงขับเคลื่อนท่องเที่ยวสายกิน–สายเที่ยว
เรื่องราวของ “LISA Effect” ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ด้านบันเทิง แต่คือการพิสูจน์ว่าศิลปินหนึ่งคนสามารถ
ดันโลเคชันท้องถิ่นให้กลายเป็นจุดหมายระดับโลก
เพิ่มนักท่องเที่ยว สร้างโอกาสให้ธุรกิจเล็ก ๆ เติบโต
ทำให้ของกินพื้นบ้านและวิถีชีวิตแบบไทย ๆ ถูกพูดถึงไปไกลถึงต่างประเทศ
การที่ลิซ่ากลับมาในบทบาท Amazing Thailand Ambassador ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของแฟนคลับ แต่คือโอกาสครั้งใหญ่ของทั้ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและสายกินสายเที่ยวอย่างเรา ๆ
เตรียมตัวให้ดี รอบนี้อาจไม่ใช่แค่ตามรอยลิซ่าไปถ่ายรูป แต่เป็นการตามไป กิน-เที่ยว-อินวัฒนธรรมไทย ให้ลึกและสนุกกว่าเดิม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการท่องเที่ยวลูกใหม่ที่กำลังจะถาโถมเข้ามาทั่วประเทศ

