ทำความรู้จัก Galeries Lafayette ห้างหรูระดับตำนานใจกลางปารีส

ห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ที่เปิดในปี 1894 ก่อนจะค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นห้างใหญ่บน Boulevard Haussmann ในปี 1905
อาคารหลักที่โดดเด่นคือโซน Coupole สไตล์ Art Nouveau ที่มาพร้อม โดมกระจกสีสูงกว่า 43 เมตร ออกแบบโดย Georges Chedanne และ Ferdinand Chanut แล้วเสร็จในปี 1912
ปัจจุบัน Galeries Lafayette ไม่ได้เป็นแค่ห้างสรรพสินค้า แต่กลายเป็น แลนด์มาร์กของปารีส ที่ทั้งสายท่องเที่ยวและสายช้อปต้องแวะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต
เสน่ห์ของโดมกระจก La Coupole
จุดที่ดึงดูดสายตาทุกคนตั้งแต่ก้าวเข้าห้างคือ โดมกระจกสี La Coupole ที่สูงสง่า 43 เมตร ลวดลายและโทนสีสไตล์อาร์ตนูโวทำให้บรรยากาศด้านในดูหรูหรา อ่อนช้อย และมีเอกลักษณ์สุดๆ
พื้นที่ใต้โดมกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ใครอยากได้รูปฟีลปารีสสไตล์ผู้ดีฝรั่งเศส บอกเลยว่าตรงนี้ห้ามพลาด

ไฮไลต์ห้ามพลาดใน Galeries Lafayette
ที่นี่ไม่ใช่แค่ห้าง แต่เป็นสวรรค์ของคนรักแฟชั่น กินเที่ยว และถ่ายรูปในที่เดียว
1. รวมแบรนด์หรูระดับโลกไว้ครบ
ภายในห้างอัดแน่นไปด้วยแบรนด์ระดับไฮเอนด์ ทั้ง
Chanel
Louis Vuitton
Hermès
Dior
Gucci
แต่ละโซนถูกแบ่งอย่างเป็นระบบ ทั้งแฟชั่นผู้ชาย ผู้หญิง เครื่องประดับ เครื่องสำอาง และสินค้าเด็ก
ยังมีสินค้าสาย Made in France และคอลเลกชันพิเศษที่ออกตามฤดูกาล ให้คนรักของหรูได้ตามเก็บแบบจุใจ
2. คาเฟ่และร้านอาหารสุดชิค
สายกินไม่ต้องกลัวหิว เพราะในห้างมีทั้งคาเฟ่และภัตตาคารทั้งแบบฝรั่งเศสและนานาชาติ เช่น
Café de la Coupole
Lafayette Café
ร้านขนมชื่อดังอย่าง Pierre Hermé
โซนฟู้ดคอร์ทด้านในก็ตกแต่งสวย ทันสมัย และมีอาหารให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับการพักขาระหว่างทริปช้อป
3. ระเบียงดาดฟ้า (Rooftop Terrace)
อีกหนึ่งทีเด็ดคือ ดาดฟ้าเปิดให้เข้าชมฟรี สามารถมองเห็นวิวปารีสในมุมกว้าง ทั้ง
หอไอเฟล
โบสถ์ซาเคร-เกอร์ (Sacré-Cœur)
เส้นขอบฟ้าของเมืองแบบ 360°
บนดาดฟ้ายังมีคาเฟ่กลางแจ้งให้นั่งจิบกาแฟ ชมวิว ลมโกรกเบาๆ คือมุมพักใจที่โรแมนติกมาก


พาทัวร์แต่ละชั้น: ขึ้นลิฟต์ครั้งเดียว เที่ยวได้ทั้งแฟชั่นและวิว
เพื่อจะเดินห้างได้แบบไม่หลง ลองมาดูการจัดโซนแบบคร่าวๆ ของแต่ละชั้นกัน
ชั้นล่าง: Ground / First Floor – Espace Luxe
ชั้นนี้คือด่านแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยบรรยากาศแบบ Luxury Bazaar ที่หรูหราแต่มีชีวิตชีวา
แบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Dior, Chanel, Gucci และอีกมากมาย เรียงรายในพื้นที่เปิดโล่ง ให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในตลาดงานศิลป์ แต่ทุกอย่างคือแบรนด์เนม
ชั้นใต้ดิน: Basement
ใครเป็นสายรองเท้า ต้องแวะชั้นนี้ เพราะเต็มไปด้วยรองเท้าแฟชั่นหลากหลายสไตล์
ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ Pierre Hermé สาขาสุดหรูสำหรับคนที่อยากชิมมาการองและขนมหวานระดับพรีเมียม
ชั้น 1–3: Women’s Fashion
สามชั้นนี้คืออาณาจักรของแฟชั่นผู้หญิง ครอบคลุมตั้งแต่แบรนด์หรูระดับโลกไปจนถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่
โดยเฉพาะตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป จะเน้นดีไซเนอร์ยุโรปชื่อดัง เช่น
Jacquemus
Loewe
Rick Owens
และแบรนด์ดีไซเนอร์สายแฟอีกเพียบ
ใครอินกับแฟชั่นยุโรปสไตล์โมเดิร์น เที่ยวแค่สามชั้นนี้ก็ใช้เวลาครึ่งวันได้สบายๆ
ชั้น 4: Shoe Paradise
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น สวรรค์ของรองเท้า
ที่นี่รวมรองเท้าทุกโทน ทุกสไตล์ ตั้งแต่
ส้นเข็มสุดเป๊ะสำหรับออกงาน
สนีกเกอร์สายสตรีทจากดีไซเนอร์
ไปจนถึงรองเท้าลุคชิลแต่ดีเทลเนี้ยบ
สายรองเท้าระวังหมดตัวโดยไม่รู้ตัว
ชั้นบนสุด: Rooftop & La Suite
โซนบนสุดคือไฮไลต์สำหรับทั้งสายช้อปและสายวิว
Rooftop Terrace: จุดชมวิว 360° ของปารีส เดินขึ้นมาหายใจลึกๆ แล้วมองเมืองทั้งเมืองจากมุมสูง ฟีลดีจนไม่อยากลง
La Suite: ห้องรับรองส่วนตัวสไตล์อาร์ตนูโว พื้นที่ประมาณ 400 ตร.ม. บนชั้น 6–7
ห้องนี้มาพร้อมบริการแบบเหนือระดับ เช่น
สไตลิสต์ส่วนตัว
ลิฟต์แยกเป็นส่วนตัว
ของว่างและแชมเปญเสิร์ฟอย่างดี
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์ช้อปแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ



สรุป: ทำไมสายช้อปและสายเที่ยวควรแวะ Galeries Lafayette
เป็นทั้ง แลนด์มาร์ก และห้างหรู ในที่เดียว
ได้ชม สถาปัตยกรรมโดมกระจกสไตล์อาร์ตนูโว ที่หาชมได้ยาก
รวมแบรนด์หรูและดีไซเนอร์ยุโรประดับแถวหน้าไว้ครบทุกโซน
มีคาเฟ่และร้านอาหารให้พักขา เติมพลัง ก่อนลุยช้อปต่อ
ดาดฟ้าชมวิวเปิดให้เข้าฟรี ถ่ายรูปได้ทั้งกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก
ถ้ามีโอกาสไปปารีส ลองเผื่อเวลาไว้ครึ่งวันถึงหนึ่งวัน แล้วไปเดินเล่นที่ Galeries Lafayette รับรองได้ทั้งภาพสวยๆ ของห้างในตำนาน และประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ยากจะลืม

