รับแอปรับแอป

สัตว์จมน้ำเป็นหมื่น! เปิดเงื่อนไขเยียวยาปศุสัตว์ปี 2568 ชาวฟาร์มใต้ต้องรู้

ศุภวัฒน์ บุญศรี01-29

น้ำท่วมใหญ่ ภาคใต้กับวิกฤติสัตว์เลี้ยง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้รอบนี้ ไม่ได้กระทบแค่บ้านคนหรือถนนหนทาง แต่ยังซัดเข้าใส่ฟาร์มสัตว์เลี้ยงแบบเต็ม ๆ จนสัตว์จำนวนมากต้องอพยพหนีน้ำ บางส่วนบาดเจ็บ ป่วย หรือตายจากเหตุอุทกภัย

ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ปัตตานี สงขลา ตรัง และนราธิวาส มีสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบรวมกว่า 10.9 ล้านตัว

ประกอบด้วย

  • โค 335,382 ตัว

  • กระบือ 7,354 ตัว

  • สุกร 265,146 ตัว

  • แพะและแกะ 181,057 ตัว

  • สัตว์ปีก 10,172,887 ตัว

ยังไม่รวมพื้นที่แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายกว่า 7,721.60 ไร่ ทำให้แหล่งอาหารสัตว์ธรรมชาติหายไปในพริบตา

ตัวเลขจริงที่น่าตกใจ: สัตว์ตาย-สูญหายนับหมื่น

จากการสำรวจเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหายรวมทั้งสิ้น 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา

แยกตามชนิดสัตว์ได้ดังนี้

  • โคและกระบือ 1,439 ตัว

  • สุกร 8 ตัว

  • แพะ 98 ตัว

  • แกะ 21 ตัว

  • สัตว์ปีก 77,155 ตัว

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือ รายได้ อนาคต และความหวังของเกษตรกรทั้งครอบครัว

มาตรการช่วยเหลือด่วน: อาหาร ยา การอพยพ

เพื่อพยุงสถานการณ์ไม่ให้วิกฤติหนักไปกว่านี้ หน่วยงานด้านปศุสัตว์ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือฟาร์มและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์แบบเร่งด่วน โดยมีมาตรการหลัก ๆ ดังนี้

  • แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 444,560 กิโลกรัม ช่วยประคองให้สัตว์ยังมีอาหารในช่วงแปลงหญ้าเสียหาย

  • อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง รวม 56,373 ตัว ลดโอกาสสัตว์จมน้ำ ติดเชื้อ หรือเครียดจากสภาพแวดล้อมเลวร้าย

  • สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ เช่น แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน รวม 459 ชุด เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคหลังน้ำท่วม

  • แจกถุงยังชีพสำหรับสัตว์ ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในระยะสั้น

  • จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ลงพื้นที่ดูแล รักษา และติดตามอาการสัตว์เจ็บป่วยอย่างใกล้ชิด

มาตรการเหล่านี้เป็นการช่วยเหลือระยะเร่งด่วน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงรอดและฟาร์มยังไปต่อได้ในช่วงวิกฤติ

แผนเยียวยา 2568: ใครได้อะไร เท่าไหร่?

เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มลด ขั้นต่อไปคือการ สำรวจความเสียหายเชิงลึก เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยง

มีการสั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเร่งลงพื้นที่สำรวจทันทีที่เข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องรอนาน

หลักเกณฑ์การเยียวยา แยกตามชนิดสัตว์ และช่วงอายุ พร้อมกำหนดจำนวนสูงสุดที่สามารถรับการช่วยเหลือต่อราย เพื่อให้การกระจายงบประมาณเป็นธรรมและครอบคลุมมากที่สุด

ตัวอย่างอัตราชดเชย เช่น

  • โค อายุ 2 ปีขึ้นไป

    • อัตราชดเชยไม่เกิน 35,000 บาท/ตัว

    • จำกัดไม่เกิน 5 ตัวต่อราย

  • กระบือ อายุ 2 ปีขึ้นไป

    • อัตราชดเชยไม่เกิน 39,000 บาท/ตัว

    • จำกัดไม่เกิน 5 ตัวต่อราย

ยังมีรายละเอียดสำหรับสัตว์ประเภทอื่นและช่วงอายุที่แตกต่างกัน ซึ่งใช้แนวคิดเดียวกัน คือ ชดเชยตามความเสียหายจริง ภายใต้เพดานช่วยเหลือสูงสุดต่อราย

เกษตรกรควรเตรียมตัวยังไงเพื่อรับเยียวยา

เพื่อให้การขอรับเงินชดเชยเป็นไปอย่างรวดเร็วและเรียบร้อย เกษตรกรควร

  • รวบรวมข้อมูลจำนวนสัตว์ที่ตายหรือสูญหาย แยกตามชนิดและช่วงอายุให้ชัดเจน

  • เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้ เช่น ภาพถ่ายคอกสัตว์ พื้นที่น้ำท่วม หรือซากสัตว์ (หากปลอดภัย)

  • รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหรือผู้นำชุมชนทันทีที่สามารถติดต่อได้หลังน้ำลด

  • จดบันทึกวันที่ เวลา และเหตุการณ์โดยสังเขป เพื่อใช้ยืนยันข้อมูลตอนสำรวจ

ยิ่งเก็บข้อมูลครบและแจ้งเร็วเท่าไหร่ การช่วยเหลือก็มีโอกาสดำเนินการได้เร็วเท่านั้น

มองไปข้างหน้า: ฟาร์มสัตว์เลี้ยงต้องปรับตัวอย่างไร

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฟาร์มทั้งเล็กและใหญ่ต้องเริ่มคิดเรื่องการจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจังมากขึ้น

แนวทางที่ควรพิจารณา เช่น

  • วางแผนอพยพสัตว์ล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก

  • ปรับปรุงคอกให้อยู่ในจุดที่น้ำท่วมถึงยาก หรือยกพื้นสูง

  • เตรียมสำรองอาหารสัตว์และน้ำสะอาดในช่วงฤดูฝน

  • ขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เรื่องการดูแลสุขภาพสัตว์หลังเกิดภัยพิบัติ

สำหรับคนรักสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคน การวางแผนรับมือภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือ เกราะป้องกันอนาคตของฟาร์มและครอบครัว

ในช่วงที่ยังอยู่ท่ามกลางวิกฤติ หากคุณเป็นเกษตรกรใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ อย่าลังเลที่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับการดูแลทั้งในมิติของสุขภาพสัตว์และการเยียวยาความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่สิทธิจะพึงได้รับ