รับแอปรับแอป

เจมีไนน์–นรวิชญ์ ตัวแทนไทยคนเดียวบนเวที CHANEL Métiers d’Art 2025/26

วุฒิชัย ชาญชัย12-03

ในโลกแฟชั่นระดับโกลบอล การได้เข้าร่วมชมโชว์ระดับ Maison ใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย และการได้เป็น “ตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทย” นั้นยิ่งสะท้อนสถานะและการยอมรับในวงการที่เติบโตอย่างน่าทึ่ง สำหรับปีนี้ ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่คนแฟชั่นไทยและต่างประเทศ คือ เจมีไนน์–นรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์ หนึ่งในนักแสดงรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างอิทธิพลทั้งด้านผลงานและด้านภาพลักษณ์ จนได้รับเกียรติให้เข้าร่วมชมโชว์คอลเล็กชั่น CHANEL Métiers d’Art 2025/26 ซึ่งเป็นหนึ่งในโชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปีของ CHANEL

การเดินทางของเจมีไนน์ในฐานะแขกคนสำคัญของแบรนด์ไม่เพียงเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับแฟน ๆ แต่ยังสะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับโลกได้อย่างสง่างาม ด้วยลุคที่ถูกจับตามองทุกชุด ท่ามกลางบรรยากาศมหานครนิวยอร์กที่ CHANEL เนรมิตสถานีรถไฟใต้ดินให้เป็นรันเวย์สุดล้ำ กลายเป็นค่ำคืนที่ทั้งโลกแฟชั่นต้องพูดถึง 🌃✨

เจมีไนน์ในคอลเล็กชั่น CHANEL Spring/Summer 2026 Pre-Collection

ทันทีที่ภาพของเจมีไนน์ในลุคจาก CHANEL Spring/Summer 2026 Pre-Collection ถูกปล่อยออกมาในโซเชียล เสียงชื่นชมก็ดังกระหึ่มในทันที ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา—อ่อนโยนแต่มีพลัง น่ามองแต่ไม่ประดิษฐ์เกินไป ทำให้หลายคนตกหลุมรักภาพลักษณ์ที่ดูเป็นธรรมชาติแต่แฝงด้วยความสง่างามแบบผู้ชาย CHANEL

ลุคที่เขาเลือกสวมคือสไตล์ที่ตรงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์ในยุคใหม่—เรียบเท่ แต่ทันสมัย แฝงรายละเอียดงานฝีมือซึ่งเป็นหัวใจของ CHANEL ทำให้เจมีไนน์โดดเด่นท่ามกลางผู้ชมระดับ A-List จากทั่วโลก ทั้งแฟชั่นไอคอน เซเลบริตี้ นางแบบ และตัวแทนมีเดียระดับสากล ความพอดีระหว่างบุคลิกของเขาและดีเอ็นเอของแบรนด์ทำให้ลุคนี้กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่แฟน ๆ แชร์ต่อกันอย่างล้นหลามในโลกออนไลน์ 💬📸

ความยิ่งใหญ่ของ Métiers d’Art คอลเล็กชั่นที่ดึงพลังของงานฝีมือมาร่วมกับพลังแห่งมหานคร

แฟชั่นโชว์ Métiers d’Art ไม่ใช่โชว์ตามฤดูกาลปกติของ CHANEL แต่คือโชว์ที่ใช้เพื่อเฉลิมฉลอง “งานฝีมือของช่างในเมซงต่าง ๆ” ที่ CHANEL ให้การสนับสนุนมาตลอดหลายสิบปี เช่น Lesage, Lemarié, Goossens และอื่น ๆ ซึ่งเป็นผู้สร้างงานปัก ชุด คาร์ฟติ้งเครื่องประดับ และเทคนิคชั้นสูงที่ทำให้เสื้อผ้าของแบรนด์เป็นงานศิลปะที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้

ปีนี้ CHANEL เลือก มหานครนิวยอร์ก เป็นสถานที่จัดงาน พร้อมให้ Matthieu Blazy ดีไซเนอร์แห่งยุค ผู้สร้างชื่อจากผลงานเดบิวต์อันโด่งดัง มารับหน้าที่ออกแบบและตีความ Métiers d’Art ในแบบฉบับใหม่

การเลือกจัดโชว์ใน “สถานีรถไฟใต้ดิน” ไม่ได้เป็นเพียงการใช้พื้นที่แปลกใหม่ แต่เป็นการผสานโลกของงานคราฟต์ชั้นสูงเข้ากับวัฒนธรรมเมืองที่เปี่ยมพลัง ความเร่งรีบ, ความหลากหลาย, อิสระ และศิลปะแบบสตรีทซึ่งเป็นหัวใจของนิวยอร์ก

เจมีไนน์ได้เข้าชมโชว์ในฐานะแขกพิเศษ และภาพที่เขาถ่ายร่วมกับ Matthieu Blazy หลังจบโชว์ก็กลายเป็นไวรัลทันที เพราะสื่อให้เห็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์ระดับโลกและตัวแทนศิลปินรุ่นใหม่จากไทย✨

การพบปะระดับอินเตอร์ เมื่อเจมีไนน์อยู่ในห้องเดียวกับเซเลบริตี้ชั้นนำทั่วโลก

นอกจากการเข้าร่วมชมโชว์แล้ว เจมีไนน์ยังได้รับโอกาสพบปะเซเลบริตี้ระดับโลก เหล่านางแบบ นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์จากหลายประเทศที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานในวันเดียวกัน ซึ่งเป็น space ที่ไม่ใช่ใครก็เข้าถึงได้

การได้อยู่ท่ามกลางบุคคลเหล่านี้ ตั้งแต่คนในวงการแฟชั่นชั้นสูง, นักแสดงจากฮอลลีวูด ไปจนถึงศิลปินฝั่งยุโรปและเอเชีย คือการยืนยันสถานะใหม่ของเขาในฐานะตัวแทนของศิลปินเอเชียรุ่นใหม่ที่แบรนด์ระดับโลกมองเห็นศักยภาพ

ภาพของเขาที่ถูกสื่อแฟชั่นต่างประเทศเก็บไปลงในโซเชียลและเว็บไซต์หลายแห่ง ช่วยยกระดับชื่อของเจมีไนน์ให้คนจากหลายประเทศหันมารู้จักมากขึ้นตามไปด้วย 📰🌍

CHANEL × เจมีไนน์ เคมีที่ลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ

สิ่งที่แฟน ๆ ให้ความสนใจไม่น้อย คือเหตุผลที่ CHANEL เลือกเจมีไนน์ให้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยในงานระดับนี้ แน่นอนว่า CHANEL เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับศิลปินที่มีเอกลักษณ์ ชัดเจนในทางของตัวเอง และสะท้อนความงามที่ไม่จำกัดรูปแบบ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นตัวแทนศิลปินเอเชียที่มีความเป็น “CHANEL Boy” ในแบบที่ไม่ต้องพยายาม

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้รับความสนใจจากแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ความสม่ำเสมอของเขาทั้งในฐานะนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ และคนที่มีสไตล์โดดเด่น ทำให้ทุกลุคในงานนี้ “เป็นกระแส” อย่างแท้จริง

บรรยากาศโชว์ เมื่อรันเวย์กลายเป็นชานชาลารถไฟใต้ดินที่เต็มไปด้วยงานศิลป์

คอลเล็กชั่น Métiers d’Art ครั้งนี้คือการผสานเทคนิคงานฝีมือชั้นสูงเข้ากับจิตวิญญาณของนิวยอร์ก—เมืองที่เต็มไปด้วยเสียง ผู้คน และความฝัน เมซงผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่าง ๆ ของ CHANEL ถ่ายทอดเทคนิคผ่านผ้า การปักดีเทลเล็ก ๆ งานประดับ งานปั้น และการเย็บที่ซับซ้อน ทำให้ทุกลุคมีความสมบูรณ์แบบเฉพาะตัว

บรรยากาศของโชว์

  • รถไฟใต้ดินถูกแปลงเป็นรันเวย์สว่างไสว

  • แสงไฟจำลองการเคลื่อนไหวของขบวนรถ

  • เสียงประกอบที่สะท้อนความมีชีวิตชีวาของมหานคร

  • กลิ่นอายความขบถเล็ก ๆ ผสมความหรูหราแบบ CHANEL

ทั้งหมดทำให้โชว์นี้กลายเป็นหนึ่งในโชว์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปลายปี 2025

เจมีไนน์คือหนึ่งในผู้ที่ได้สัมผัสประสบการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และแน่นอนว่าเขานำภาพบรรยากาศเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้แฟน ๆ ได้เห็นผ่านภาพถ่ายและวิดีโอที่ทุกคนแห่แชร์กันจนขึ้นเทรนด์หลายประเทศ ✨📸

การเข้าร่วมงานนี้ ไม่ใช่เพียงการเป็น “แขกชมแฟชั่นโชว์” แต่คือการประกาศต่อโลกว่าเจมีไนน์คือหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเติบโตบนเวทีสากล

การถูกเลือกจากแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานระดับ CHANEL คือสัญลักษณ์ของการยอมรับ และคือบันไดสำคัญที่อาจนำไปสู่โปรเจกต์ใหญ่ ทั้งในวงการแฟชั่น การแสดง และแคมเปญระดับโลกในอนาคต

ฐานแฟนคลับต่างประเทศของเขาก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มแฟนแฟชั่นที่เริ่มติดตามเขามากขึ้นหลังเห็นภาพของเขาจากงานนี้

งาน CHANEL Métiers d’Art 2025/26 ไม่เพียงเป็นเวทีแฟชั่นระดับตำนาน แต่ยังเป็นเวทีที่ทำให้โลกจับตามองศิลปินไทยมากขึ้นผ่านตัวแทนอย่างเจมีไนน์ นรวิชญ์

เขากลายเป็นหนึ่งในแขกที่โดดเด่นที่สุด ไม่ว่าจะด้วยลุคที่สมบูรณ์แบบ เคมีที่เข้ากับแบรนด์ หรือความอ่อนโยนที่เสริมเสน่ห์ในทุกภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไป

และสิ่งที่ยิ่งทำให้โมเมนต์นี้พิเศษ คือการที่เขาได้พบปะ Matthieu Blazy ดีไซเนอร์ระดับโลกผู้กำลังสร้างยุคใหม่ให้ CHANEL

บทบาทของเจมีไนน์ในสายตาแฟชั่นโลกกำลังเริ่มต้น และหากนี่คือก้าวแรก ปีต่อ ๆ ไปเราคงได้เห็นเขาโลดแล่นบนเวทีระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น

แฟน ๆ เพียงแค่รอติดตาม เพราะเส้นทางของเขาเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น 🌟✨