รับแอปรับแอป

ลองให้ Gemini เล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง แล้วคุณจะรู้ว่า AI ก็เพี้ยนเป็นเหมือนกัน

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-29

นิทานก่อนนอนเวอร์ชัน AI คืออะไร?

Google เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ใน Gemini ชื่อว่า Storybook ที่ออกแบบมาให้เราสร้างนิทานก่อนนอนพร้อมภาพประกอบได้แบบจบทั้งเล่มในที่เดียว แค่ใส่ Prompt ไม่กี่ประโยค AI ก็จัดชุดใหญ่ให้เป็นนิทานยาวประมาณ 10 หน้า แต่ละหน้ามีข้อความสั้น ๆ พร้อมภาพประกอบให้เรียบร้อย

สำหรับสายชอบเล่น AI วาดภาพ ฟีเจอร์นี้คือของเล่นชิ้นใหม่ที่รวมทั้ง เล่าเรื่อง + สร้างภาพ ไว้ในที่เดียว เหมาะทั้งไว้เล่าให้เด็กฟังก่อนนอน หรือเอาไว้ลองปั้นไอเดียงานภาพแนวเล่าเรื่องแบบง่าย ๆ

เล่าเรื่องครั้งเดียว ได้ทั้งเล่มพร้อมภาพ

ฟีเจอร์ Storybook จะช่วยสร้างนิทานให้ทีละหน้า โดยอัตโนมัติจัดให้ครบโครงเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้ใช้แค่เริ่มต้นด้วยคำสั่ง เช่น อยากได้เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ แฟนตาซี มิตรภาพ หรือการผจญภัย แล้วให้ Gemini สานต่อเป็นนิทานภาพทั้งเล่มให้ทันที

  • ความยาวโดยประมาณ: 10 หน้า

  • แต่ละหน้า: มี ข้อความสั้น ๆ + ภาพประกอบจาก AI

  • เหมาะกับนิทานเด็กสั้น ๆ แนวก่อนนอน หรือเรื่องราวที่อยากให้ภาพช่วยเล่าไปพร้อมกัน

จุดเด่นคือ เราไม่ต้องมานั่งแยกขั้นตอน “เขียนเรื่องก่อน – ค่อยไปสร้างภาพทีหลัง” แต่ให้ AI ทำทั้งสองอย่างใน Flow เดียวกันเลย

ปรับสไตล์ภาพได้เหมือนเลือกฟิลเตอร์ศิลปะ

หนึ่งในความสนุกของ Storybook คือเราสามารถกำหนดสไตล์ภาพได้เองผ่าน Prompt ทำให้แต่ละเล่มมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน

คุณสามารถสั่งให้ Gemini ใช้สไตล์ภาพแบบต่าง ๆ เช่น

  • สไตล์ claymation แบบดินน้ำมันดูนุ่มนิ่ม

  • สไตล์ อะนิเมะ เหมือนหลุดมาจากอนิเมญี่ปุ่น

  • สไตล์ คอมิกส์ โทนการ์ตูนเล่ม เส้นจัดจ้าน

  • หรือแนวอื่น ๆ ตามจินตนาการของคุณ

นอกจากนี้ยังสามารถ อัปโหลดภาพตัวอย่าง เพื่อให้ AI อ้างอิงได้ด้วย เช่น

  • เอาภาพวาดของเด็กมาลองให้ Gemini แต่งเรื่องตามภาพนั้น

  • เอาคาแรกเตอร์ที่ออกแบบเองขึ้นมา แล้วให้มันเล่านิทานรอบตัวละครตัวนี้ทั้งเล่ม

การที่เราคุมสไตล์ได้เอง ทำให้ Storybook ไม่ได้เป็นแค่ “นิทาน AI ธรรมดา” แต่กลายเป็นเครื่องมือทดลองงานภาพและการเล่าเรื่องในแบบของตัวเราเอง

เมื่อ AI เล่านิทานแล้วเริ่มหลุดโลก

แม้แนวคิดของ Storybook จะฟังดูสมูท แต่ประสบการณ์ใช้งานจริงยังมีมุมที่ทั้งขำ ทั้งแปลกอยู่นไม่น้อย โดยมีตัวอย่างกรณีเล่าไว้ว่า มีการขอให้ Gemini

สร้างเรื่องราวเกี่ยวกับปลาดุกที่พยายามผูกมิตรในตู้ปลาใหม่

ตอนแรกเนื้อเรื่องที่ได้ออกมาค่อนข้างเรียบ เป็นแนวนิทานสัตว์ในตู้ปลาที่ช่วยกันขยับลูกหิน ดูแล้วมาตรฐานมากสำหรับนิทานเด็กที่สร้างด้วย AI ไม่มีอะไรผิดปกติ

จนกระทั่งเลื่อนมาถึงภาพประกอบบางหน้า แล้วเจอสิ่งนี้…

ปลาดุกที่มีแขนคนติดอยู่กับตัว

นี่แหละเสน่ห์ของ AI – มันเข้าใจ “แนวภาพประกอบเด็ก” แต่ไม่ได้เข้าใจว่า “ปลาไม่ควรมีแขนมนุษย์” แบบที่คนเราเข้าใจโดยอัตโนมัติ

อีกตัวอย่างจากนิทานที่สร้างด้วย Gemini เช่น

  • หน้าหนึ่งที่มี ซอสสปาเก็ตตี้ แต่ภาพกลับดูเหมือนฉากอาชญากรรมในการ์ตูนมากกว่ามื้ออาหาร

  • ภาพแม่กับลูกชายดูกำลังดูทีวีด้วยกัน แต่ จอทีวีกลับหันผิดด้าน เหมือนฉากหลุด ๆ จากโลกคู่ขนาน

ยังมีการสังเกตภาพแปลก ๆ ในวิดีโอสาธิตของ Google เองด้วย เช่น ผู้หญิงกำลังสร้างยานอวกาศอยู่ ทำท่าใช้ประแจและเครื่องมือแล้วมีเสียงประกอบ “แท็บ แท็บ แท็บ” แต่ภาพท่าทางและอุปกรณ์กลับให้ความรู้สึกหลุด ๆ แบบที่คนดูรู้ทันทีว่านี่คือการตีความของ AI มากกว่าการเข้าใจฟิสิกส์และการใช้งานจริง

สรุปคือ ในแง่เนื้อเรื่อง AI ทำงานได้ค่อนข้างโอเค แต่ในระดับรายละเอียดภาพ ภาพหลายช่วงยังให้ฟีล “ผิดมนุษย์ไปนิด ผิดธรรมชาติไปหน่อย” อยู่พอสมควร

เมื่อมุมมองศิลปะของคน กับของ AI ไม่ตรงกัน

แม้จะไม่ได้เจอความผิดปกติใหญ่ ๆ นอกเหนือจากดีเทลบางส่วนในภาพ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ AI ยัง ตีความงานศิลปะของมนุษย์ได้ไม่ตรงจริตคนวาดเสมอไป

มีการเล่าว่า เมื่ออัปโหลดภาพการ์ตูนแมวที่เจ้าตัววาดเอง แล้วลองให้ Gemini สร้างนิทานจากภาพนั้น ปรากฏว่า

  • แชทบอทดูเหมือนจะไม่เข้าใจ มุมมองทางศิลปะ ที่ผู้วาดตั้งใจไว้

  • คาแรกเตอร์และบรรยากาศที่ AI สร้างต่อยอดขึ้นมา ให้ความรู้สึก “ไม่ใช่สิ่งที่อยากสื่อ” แม้ภาพต้นฉบับจะเป็นของเราก็ตาม

ตรงนี้ชี้ให้เห็นอย่างหนึ่งว่า AI เก่งเรื่องต่อเติมข้อมูล แต่ยังไม่เก่งเรื่องเข้าใจจิตวิญญาณของงานศิลปะ เท่ากับคนวาดตัวจริง

สำหรับสายวาดภาพด้วย AI นี่คือจุดที่น่าเล่นมาก เพราะเราสามารถ

  • ลองอัปโหลดงานของตัวเอง

  • สั่งให้มันเล่าต่อ ขยายเรื่อง หรือตีความคาแรกเตอร์ใหม่

  • แล้วค่อยกลับมาดูว่า เราชอบสิ่งที่มันต่อยอดไหม หรือรู้สึกตะหงิด ๆ ตรงไหน

สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ภาพหรือเรื่อง แต่คือ มุมมองใหม่ต่อผลงานของตัวเอง จากสมองอีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์

รองรับหลายภาษา ใช้ได้ทั้งเดสก์ท็อปและมือถือ

ในด้านการใช้งาน ฟีเจอร์ Storybook เริ่มทยอยเปิดให้ใช้แล้ว ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ โดยจุดเด่นคือ

  • ใช้ได้บนแพลตฟอร์มที่รองรับ Gemini อยู่แล้ว

  • รองรับ ทุกภาษาที่ Gemini รองรับในปัจจุบัน

แปลว่าไม่ว่าคุณจะอยากเล่าเรื่องภาษาไหน ก็มีโอกาสใช้งาน Storybook ได้ทั้งนั้น เหมาะมากสำหรับ

  • พ่อแม่ที่อยากเล่านิทานก่อนนอนให้ลูก

  • ครูที่อยากสร้างสื่อการสอนแบบเล่าเรื่องพร้อมภาพ

  • คนทั่วไปที่อยากลองเอาไอเดียในหัวมาปั้นเป็นนิทานภาพสั้น ๆ

มุมมองสำหรับสายวาดภาพด้วย AI

สำหรับคนที่หลงใหลการวาดภาพด้วย AI ฟีเจอร์ Storybook ไม่ใช่แค่ของเล่นเด็ก แต่เป็นสนามทดลองที่น่าสนใจมาก เพราะคุณสามารถใช้มันเป็นจุดตั้งต้นของทั้ง ไอเดียภาพ และการเล่าเรื่อง ได้พร้อมกัน

ลองใช้ Storybook เพื่อ:

  • ดูว่า AI จะเล่าเรื่องจากสไตล์ภาพที่คุณชอบออกมาแบบไหน

  • เอานิทานที่มันสร้างมา รีดีไซน์ภาพประกอบใหม่ด้วยตัวคุณเอง

  • ใช้มันเป็นสเก็ตช์ไอเดีย แล้วค่อยวาดจริงในสไตล์ของคุณ

สุดท้ายแล้ว ถึง AI จะยังวาดปลาดุกมีแขนคน หรือหมุนทีวีผิดด้านอยู่บ้าง แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของการเอา AI มาช่วยเล่าเรื่อง

มันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยจุดให้เราเล่นต่อ ปรับต่อ และสร้างงานในแบบของเราเองได้ไม่รู้จบ