ซื้อบ้านมือสองครั้งแรก อย่าให้สิทธิ์ภาษีหลุดมือ
การซื้อบ้านมือสองไม่ใช่แค่ “ได้บ้าน” แต่คือ การลงทุนก้อนใหญ่ ที่ถ้าวางแผนดี ๆ คุณจะได้ทั้งบ้านในฝัน และสิทธิ์ลดหย่อนภาษีแบบจุก ๆ ไปพร้อมกัน
หลายคนยังเข้าใจผิดว่า สิทธิ์ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีใช้ได้แค่บ้านใหม่เท่านั้น แต่ความจริงคือ บ้านมือสองก็ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เหมือนกันทุกประการ ขอแค่เข้าใจเงื่อนไขให้ถูก และเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่วันกู้
ถ้าคุณกำลังเล็งบ้านมือสองอยู่ ลองมาดูเลยว่า ต้องรู้อะไรบ้างเพื่อใช้สิทธิ์ ลดหย่อนภาษีบ้านมือสองให้ครบทุกบาท ไม่ให้หลุดแม้แต่หนึ่งสตางค์
เงื่อนไขสำคัญ ก่อนใช้สิทธิ์ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านมือสอง
ก่อนจะไปถึงขั้นตอนกรอกลดหย่อนภาษี มาดูเงื่อนไขหลัก ๆ ที่ต้องผ่านก่อน ซึ่งโดยภาพรวม ใช้หลักเดียวกับบ้านใหม่ ได้แก่
ต้องเป็นการกู้ยืมจาก สถาบันการเงินในประเทศไทย
วัตถุประสงค์การกู้เพื่อ ซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย
บ้านหลังที่กู้ต้องถูกใช้เป็น ที่อยู่อาศัยของผู้กู้เองจริง ๆ ไม่ใช่ซื้อไว้เฉย ๆ หรือเพื่อให้คนอื่นอยู่แทน
ถ้าตรงตามนี้ คุณก็มีสิทธิ์ใช้ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านไปลดหย่อนภาษีได้เลย แต่จะลดหย่อนแบบไหน ต้องดูต่อว่าเป็นการกู้แบบคนเดียว หรือกู้ร่วม
ซื้อบ้านคนเดียว ใช้สิทธิ์ง่ายสุด จบในคนเดียว
ถ้าคุณกู้ซื้อบ้านในชื่อของตัวเองคนเดียว เรื่องภาษีคือสบายมาก เพราะ
สามารถนำยอด ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่จ่ายตลอดทั้งปี มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจริง
แต่จะมีเพดานสูงสุดคือ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
พูดง่าย ๆ คือ จ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่ ดูยอดทั้งปี แล้วนำไปใส่ในช่องลดหย่อนดอกเบี้ยกู้เพื่อที่อยู่อาศัยได้เลย ภายใต้กรอบไม่เกินหนึ่งแสนบาท
กู้ร่วมซื้อบ้านมือสอง ลดหย่อนยังไงไม่ให้เสียเปรียบ
กรณีที่คนสงสัยเยอะที่สุดคือ กู้ร่วม เช่น กู้กับคู่สมรส พี่น้อง หรือคนในครอบครัว แบบนี้สิทธิ์ภาษีจะแบ่งกันอย่างไร?
หลักการคือ ดอกเบี้ยบ้านของก้อนเงินกู้ก้อนเดียวกัน จะมีสิทธิ์ลดหย่อนได้ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แล้วต้อง
“หารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ร่วม”
โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนจ่ายดอกเบี้ยจริงไปเท่าไหร่
ตัวอย่างการหารสิทธิ์ลดหย่อนกรณีกู้ร่วม
กู้ร่วม 2 คน
ดอกเบี้ยก้อนนี้ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท เมื่อนำมาเฉลี่ยกับผู้กู้ร่วม 2 คน จะได้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุดคนละ 50,000 บาทกู้ร่วม 3 คน
สิทธิ์รวมยังคงเท่าเดิมคือ 100,000 บาท เมื่อนำมาเฉลี่ย 3 ส่วน แต่ละคนจะใช้สิทธิ์ได้สูงสุดประมาณ 33,333 บาท
ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการ วางแผนภาษีตั้งแต่ตอนคิดจะกู้ จึงสำคัญมาก เพราะจำนวนผู้กู้ร่วมมีผลโดยตรงกับสิทธิ์ลดหย่อนที่แต่ละคนจะได้รับ
เอกสารที่ต้องเตรียม สำหรับใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบ้านมือสอง
เรื่องภาษีจะง่ายขึ้นเยอะ ถ้าเอกสารพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ สิ่งที่ต้องเตรียมหลัก ๆ มีไม่กี่อย่าง แต่สำคัญมาก
หนังสือรับรองการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
นี่คือเอกสารตัวหลักที่ขาดไม่ได้ เพราะจะระบุชัดเจนว่า ในปีภาษีนั้น ๆ คุณได้จ่ายดอกเบี้ยไปเท่าไหร่ สามารถขอได้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้บ้าน ปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะ:ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล
หรือให้ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร ช่วงต้นปีเพื่อใช้ยื่นภาษี
สำเนาสัญญาเงินกู้
ถึงแม้ระบบออนไลน์ของกรมสรรพากรจะเริ่มเชื่อมข้อมูลกับธนาคารมากขึ้นแล้ว แต่การเก็บสำเนาสัญญาเงินกู้ไว้ใกล้มือก็ยังจำเป็น เผื่อในกรณีที่ต้องใช้อ้างอิงหรือมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
สรุปคือ ถ้ามีแค่หนังสือรับรองดอกเบี้ยครบถ้วน คุณก็พร้อมยื่นใช้สิทธิ์ได้แล้ว
บ้านมือสองลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลักการคิดง่ายมาก
หลักการคิดวงเงินลดหย่อนคือ
“ใช้ดอกเบี้ยตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี”
ไม่ต้องคิดสูตรซับซ้อน แค่ดูยอดดอกเบี้ยจากหนังสือรับรอง แล้วเทียบกับเพดานหนึ่งแสนบาท
ตัวอย่างการคำนวณสิทธิ์ลดหย่อน
กรณีที่ 1
ปี 2567 จ่ายดอกเบี้ยบ้านทั้งปีรวม 85,000 บาท
→ สามารถนำยอด 85,000 บาท นี้ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ เต็มจำนวนกรณีที่ 2
ปี 2567 จ่ายดอกเบี้ยบ้านทั้งปีรวม 120,000 บาท
→ แม้จะจ่ายดอกเบี้ยเกินหนึ่งแสน แต่ตามกฎหมายกำหนดเพดานไว้ที่ 100,000 บาท
→ ดังนั้นจะใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้สูงสุดแค่ 100,000 บาทเท่านั้น
วางแผนดี ๆ บ้านมือสองคือดีลภาษีที่คุ้มกว่าที่คิด
การซื้อบ้านเพื่อลดหย่อนภาษี ไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านใหม่เท่านั้น บ้านมือสองก็ใช้สิทธิ์ดอกเบี้ยลดหย่อนได้เหมือนกันทุกประการ
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันแรกที่คิดจะซื้อบ้านคือ
วางแผนโครงสร้างการกู้ให้ดี โดยเฉพาะกรณีกู้ร่วม
ทำความเข้าใจเพดานสิทธิ์ลดหย่อนต่อปี
เก็บเอกสารสำคัญให้ครบ โดยเฉพาะหนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้
เมื่อคุณจัดการทุกอย่างเป็นระบบ สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ควรจะได้ก็จะไม่หลุดหายไปไหน ทำให้การมีบ้านมือสองหนึ่งหลัง ไม่ใช่แค่ความมั่นคงในชีวิต แต่ยังเป็นการวางแผนภาษีและการเงินที่ชาญฉลาดอีกด้วย

