บทใหม่ของ G-SHOCK โลหะล้วนที่เกิดจากมนุษย์ + AI

นี่คือการรีบูตตำนาน G-SHOCK ทรงสี่เหลี่ยมในแบบโลหะล้วน ที่ไม่ได้อาศัยแค่ทีมดีไซเนอร์มนุษย์อีกต่อไป แต่ยังดึง AI มาช่วยออกแบบโครงสร้างและดีไซน์ภายนอก โดยใช้ข้อมูลการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกของ G-SHOCK ตลอดกว่า 40 ปี มาเป็นฐานในการคำนวณและปรับรูปทรง
รุ่นใหม่นี้อยู่ในไลน์ 5000 Series ภายใต้ชื่อ GMW-BZ5000 ซึ่งสืบทอด DNA จาก G-SHOCK รุ่นแรก แต่ยกระดับทั้งด้านฟังก์ชัน วัสดุ และรูปลักษณ์ ให้กลายเป็นสี่เหลี่ยมคลาสสิกในเวอร์ชันอนาคตที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
จอ MIP LCD Full Dot ความละเอียดสูงที่ใช้แสงเป็นพลังงาน

หัวใจสำคัญของรุ่นนี้คือหน้าจอ MIP LCD แบบ Full Dot ความละเอียดสูง ที่ซ่อนหน่วยความจำไว้ในแต่ละพิกเซล ช่วยให้การแสดงผลยืดหยุ่นและละเอียดกว่าเดิม พร้อมรองรับการทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
ทีมพัฒนายังอัปเกรดให้ระบบนี้ ประหยัดพลังงานมากขึ้น ทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยมีไฮไลต์ด้านการแสดงผลดังนี้:
รองรับ 8 รูปแบบการแสดงผล
มี 2 สไตล์หลัก ให้เลือกใช้งาน
แบบมาตรฐาน เน้นอ่านง่าย ชัดเจน
แบบคลาสสิกสไตล์ 7-segment ให้กลิ่นอาย G-SHOCK รุ่นดั้งเดิม
สามารถเลือกใช้ได้ใน 4 โหมดการแสดงผลเวลา
หน้าจอ MIP นี้ให้คอนทราสต์สูง มุมมองกว้าง มองชัดแม้กลางแจ้งหรือโดนแดดจ้า และยังคง ลุคคลาสสิกของ G-SHOCK รุ่นแรก ผ่านดีไซน์เลย์เอาต์บนหน้าจอ แม้เทคโนโลยีภายในจะเป็นของยุคใหม่เต็มตัว
โครงสร้างโลหะทั้งเรือน แต่ยังอึดแบบ G-SHOCK ตัวจริง

แม้จะมาในลุคโลหะเต็มตัว แต่ดีเอ็นเอความถึกก็ยังอยู่ครบ รุ่นนี้ยังคงรูปลักษณ์ G-SHOCK ทรงดั้งเดิม ไว้ชัดเจน แต่มีการออกแบบโครงสร้างใหม่ให้ฉลาดและซับซ้อนขึ้น
จุดที่น่าสนใจคือ:
โครงตัวเรือนถูกขยายต่อเนื่องไปถึงจุดเชื่อมสาย เพื่อช่วย กระจายและลดแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น
มองจากด้านข้างจะเห็นเลเยอร์โครงสร้างที่เล่นระดับซับซ้อน เผยเสน่ห์เชิงวิศวกรรมของดีไซน์
ภายในซ่อนชิ้นส่วนเรซินที่มีความยืดหยุ่น สามารถ เปลี่ยนรูปชั่วขณะเพื่อดูดซับแรงกระแทก ก่อนส่งผ่านไปยังโครงโลหะ
ทั้งหมดนี้ทำให้แม้จะเป็น นาฬิกาโลหะล้วน ก็ยังผ่านมาตรฐานกันกระแทกแบบ G-SHOCK แท้ ๆ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่โครงสร้างทำงานจริงทุกมิติ
ด้านสเปกตัวเรือน:
วัสดุ: สเตนเลสสตีลทั้งเรือน
ขนาด: 49.3 × 43.6 × 13 มม.
ฝาหลังแบบสกรูล็อก เพื่อการซีลที่แน่นและแข็งแรง
ความสามารถกันน้ำ: 200 เมตร
การประกอบและมาตรฐานคุณภาพระดับ made in Japan ให้ฟีลพรีเมียมตั้งแต่สัมผัสแรก
เทคโนโลยีจัดเต็ม ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

ในแง่ฟังก์ชัน รุ่นนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่จัดเต็มทุกอย่างที่คนยุคนี้ต้องการ โดยสามารถจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth® ผ่านแอป CASIO WATCHES เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น
สิ่งที่ถูกใส่มาให้แบบครบเครื่อง ได้แก่:
Tough Solar ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ชาร์จจากแสงธรรมชาติและแสงในอาคาร
Multiband 6 รับสัญญาณวิทยุปรับเวลาจาก 6 สถานีหลักทั่วโลก เพื่อให้เวลาเที่ยงตรงเสมอ
Bluetooth® สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้จากปลายนิ้ว
ไฟ LED ความสว่างสูง ช่วยให้มองหน้าจอชัดเจนแม้ในที่มืด
รวม ๆ แล้วคือ ฟังก์ชันระดับเรือธงในร่างสี่เหลี่ยมคลาสสิก ที่ไม่ได้ทิ้งความเป็นอนาล็อกฟีล แต่เพิ่มสมองดิจิทัลเข้าไปแบบแนบเนียน
สเปกหลักและภาพรวมความคุ้มค่า
รุ่น: Casio G-SHOCK GMW-BZ5000BD-1
ระบบพลังงาน: Tough Solar
การเชื่อมต่อ: Bluetooth® ผ่านแอป CASIO WATCHES
การปรับเวลา: Multiband 6
ความทนทาน: กันกระแทกตามมาตรฐาน G-SHOCK + กันน้ำ 200 เมตร
ตัวเรือนและสาย: สเตนเลสสตีล ผลิตและประกอบมาตรฐานญี่ปุ่น
โครงสร้างใหม่ + การออกแบบด้วย AI + จอ MIP LCD Full Dot + ฟังก์ชันครบรอบตัว ทำให้รุ่นนี้เป็นมากกว่านาฬิกา G-SHOCK สี่เหลี่ยมธรรมดา แต่คือการอัปเดตตำนานให้เข้ากับยุคที่เทคโนโลยีและดีไซน์ต้องเดินไปด้วยกัน
มุมมองสรุป: ตำนานสี่เหลี่ยมที่ถูกอัปเดตเข้าสู่ยุค AI
เมื่อมองแบบภาพรวม นาฬิการุ่นนี้คือผลลัพธ์ของการเอา ข้อมูล 40 ปีของการทดสอบความทนทาน มาผสมกับการออกแบบสไตล์ใหม่ที่มี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ จนได้โครงสร้างโลหะที่ทั้งสวย ซับซ้อน และแข็งแรงกว่าที่เคย
จอ MIP LCD Full Dot ให้ประสบการณ์การอ่านเวลาที่ล้ำสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของ G-SHOCK รุ่นแรก ผ่านการจัดวางดีไซน์บนหน้าจอ ส่วนโครงสร้างตัวเรือนก็ยกระดับระบบกันกระแทก ฝาหลังขันเกลียว และมาตรฐานกันน้ำ 200 เมตร ในแบบที่คนเล่น G-SHOCK คาดหวัง
ทั้งหมดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยคุณภาพระดับ made in Japan พร้อมด้วยเทคโนโลยีอย่าง Tough Solar, Bluetooth®, Multiband 6 และไฟ LED ความสว่างสูง ทำให้ GMW-BZ5000BD-1 กลายเป็น สี่เหลี่ยมในตำนานเวอร์ชันอนาคต ที่ผสานความคลาสสิกและเทคโนโลยีล่าสุดได้อย่างลงตัวสำหรับสาย G-SHOCK ตัวจริงที่อยากได้ทั้งดีไซน์และสมองในเรือนเดียว

