PSG ปิดงานบาเยิร์น เข้าชิงอีกครั้ง
Paris Saint-Germain ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ UEFA Champions League 2026 ได้สำเร็จ หลังบุกเสมอ Bayern Munich 1-1 ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดที่สอง ก่อนชนะสกอร์รวมสองนัด 6-5
หลังเกมแรกที่ปารีสจบแบบสุดเดือด 5-4 หลายฝ่ายคาดว่าที่ Allianz Arena จะกลายเป็นอีกเกมที่ยิงกันกระจาย แต่เกมนัดสองกลับต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะ PSG เลือกเล่นอย่างรัดกุมและเน้นควบคุมจังหวะเกมมากกว่า
Luis Enrique พาทีมเล่นแบบมีวินัยสูง และแม้บาเยิร์นจะพยายามเปิดเกมบุกตลอดทั้งคืน แต่ PSG ก็สามารถรับมือได้ดีจนสุดท้ายคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงได้สำเร็จ

เดมเบเล่ยิงเร็ว เปลี่ยนรูปเกมทันที
เกมเพิ่งเริ่มได้เพียง 3 นาที PSG ก็ได้ประตูสำคัญทันทีจาก Ousmane Dembélé
จังหวะดังกล่าวเริ่มจาก Khvicha Kvaratskhelia ที่ลากบอลฝั่งซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้เดมเบเล่จบสกอร์แบบเฉียบขาด ส่งให้ PSG นำเร็วและขยับสกอร์รวมเป็น 6-4
ประตูนี้ส่งผลกับรูปเกมทันที เพราะบาเยิร์นจำเป็นต้องยิงเพิ่มอย่างน้อยสองประตูเพื่อกลับเข้าสู่เกม
แม้ทีมของ Vincent Kompany จะพยายามเร่งจังหวะและครองบอลบุกหนัก แต่ PSG เล่นเกมรับได้อย่างมีระเบียบมากกว่านัดแรกอย่างชัดเจน
บาเยิร์นมีโอกาส แต่ไม่เฉียบคมเหมือนเดิม
ตลอดครึ่งแรก บาเยิร์นมีโอกาสหลายครั้ง โดยเฉพาะ Jamal Musiala ที่ได้จังหวะสำคัญแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้
Harry Kane เองก็พยายามเชื่อมเกมและถอยต่ำลงมาช่วยสร้างสรรค์เกมรุก แต่แนวรับของ PSG ที่นำโดย Marquinhos และ Willian Pacho เล่นได้เหนียวแน่นมาก
อีกจุดที่เห็นชัดคือ PSG เล่นเกมรับด้วยพลังงานสูงตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะ Warren Zaïre-Emery และ João Neves ที่ช่วยไล่บีบแดนกลางของบาเยิร์นได้ดีมาก
ขณะที่ Désiré Doué ก็มีบทบาทสำคัญในการพาบอลสวนกลับหลายครั้ง
Harry Kane ยิงท้ายเกม แต่ไม่ทันแล้ว
หลังพยายามบุกอยู่นาน บาเยิร์นมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก Harry Kane ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
กองหน้าทีมชาติอังกฤษยิงเต็มข้อส่งบอลผ่าน Matvey Safonov เข้าไป และทำให้ Allianz Arena กลับมามีความหวังอีกครั้ง
แต่เวลาที่เหลือมีไม่มากพอ และ PSG ก็สามารถประคองเกมจนจบได้สำเร็จ
ผลเสมอ 1-1 ทำให้ PSG ผ่านเข้าชิงด้วยสกอร์รวม 6-5 หลังชนะเกมแรกที่ปารีสแบบสุดมัน 5-4
Luis Enrique พา PSG เข้าชิงอีกครั้ง
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ PSG ผ่านเข้าสู่รอบชิง Champions League ได้อีกครั้ง และยังเป็นการตอกย้ำว่าทีมของ Luis Enrique มีความสมดุลมากขึ้นกว่าเดิม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา PSG มักถูกมองว่าเป็นทีมที่เล่นเกมรุกสนุก แต่มีปัญหาเรื่องเกมรับและความนิ่งในเกมใหญ่
อย่างไรก็ตาม เกมกับบาเยิร์นนัดนี้สะท้อนว่าทีมของ Enrique เริ่มมีทั้ง
เกมรุกที่อันตราย
วินัยเกมรับ
และความสามารถในการควบคุมจังหวะเกม
โดยเฉพาะหลังจากขึ้นนำเร็ว PSG สามารถเปลี่ยนสไตล์การเล่นจากเกมเปิดแลกในนัดแรก มาเป็นเกมที่เน้นจัดการพื้นที่และปิดจุดแข็งของบาเยิร์นได้ดีมาก
Kompany ไม่พอใจจังหวะตัดสินบางช่วง
หลังเกม Vincent Kompany ยอมรับว่าทีมของเขาทำเต็มที่แล้ว แต่ก็แสดงความไม่พอใจกับจังหวะตัดสินบางจังหวะตลอดสองนัด
โดยเฉพาะจังหวะที่เขามองว่า Nuno Mendes ควรโดนใบเหลืองที่สองในครึ่งแรก รวมถึงจังหวะปัญหาอื่น ๆ ที่ Kompany มองว่ากระทบต่อรูปเกม
อย่างไรก็ตาม กุนซือบาเยิร์นก็ยอมรับว่า PSG เป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก และทีมของเขาไม่เฉียบคมพอในเกมนี้

PSG เตรียมชิงกับอาร์เซนอล
ชัยชนะเหนือบาเยิร์นทำให้ PSG ผ่านเข้าไปเจอกับ Arsenal ในรอบชิงชนะเลิศที่กรุงบูดาเปสต์ วันที่ 30 พฤษภาคม 2026
ก่อนหน้านี้ Arsenal เพิ่งผ่าน Atlético Madrid มาได้ในรอบรองอีกสาย
นั่นทำให้นัดชิงปีนี้กลายเป็นการเจอกันระหว่างสองทีมที่ถูกมองว่าเล่นฟุตบอลเกมรุกสมัยใหม่และมีนักเตะอายุน้อยจำนวนมาก
PSG จะลงเล่นในฐานะแชมป์เก่า ขณะที่ Arsenal กำลังลุ้นแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
Kvaratskhelia และ Dembélé ยังเป็นหัวใจเกมรุก PSG
แม้เดมเบเล่จะเป็นคนยิงประตู แต่ Kvaratskhelia ก็ยังถูกพูดถึงมากหลังเกม เพราะเป็นอีกนัดที่ปีกทีมชาติจอร์เจียเล่นได้โดดเด่น
เขาสร้างปัญหาให้แนวรับบาเยิร์นตลอดทั้งเกม ทั้งการลากบอล การเปลี่ยนจังหวะ และการพาบอลสวนกลับ
ขณะที่ Dembélé เองก็ยังคงฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องในรายการนี้ และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สุดของ PSG ในฤดูกาล 2025/26
บาเยิร์นจบเส้นทาง แม้ยิงรวมสองนัดถึง 5 ประตู
แม้จะตกรอบ แต่บาเยิร์นก็ยังได้รับคำชมจำนวนมากหลังสองเกมกับ PSG เพราะทั้งสองทีมเล่นกันด้วยคุณภาพเกมรุกระดับสูงมาก
โดยเฉพาะเกมแรกที่ปารีสซึ่งจบ 5-4 และกลายเป็นหนึ่งในเกมรอบรอง Champions League ที่ยิงรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์
อย่างไรก็ตาม นัดที่สองสะท้อนว่าบาเยิร์นขาดความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ และไม่สามารถรับมือเกมสวนกลับของ PSG ได้ดีพอ
สรุปภาพรวม PSG พบ บาเยิร์น
PSG ผ่านเข้าสู่รอบชิง UEFA Champions League 2026 หลังบุกเสมอ Bayern Munich 1-1 และชนะสกอร์รวมสองนัด 6-5
เกมนี้ Ousmane Dembélé ยิงให้ PSG นำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 ก่อน Harry Kane จะตีเสมอช่วงท้ายเกม แต่ไม่เพียงพอให้บาเยิร์นกลับเข้าสู่เส้นทาง
ทีมของ Luis Enrique แสดงให้เห็นถึงความสมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ พร้อมผ่านเข้าไปดวล Arsenal ในนัดชิงที่บูดาเปสต์ปลายเดือนพฤษภาคมนี้
ที่มา theguardian


ความคิดเห็น