Vivo เปิดตัว X300 Ultra และ X300 FE ในอินเดีย
Vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในอินเดีย ได้แก่ Vivo X300 Ultra และ Vivo X300 FE โดยถือเป็นครั้งแรกที่ Vivo นำ Ultra Series เข้าทำตลาดอินเดียอย่างจริงจัง
ทั้งสองรุ่นถูกวางตำแหน่งเป็นสมาร์ตโฟนสายกล้องระดับพรีเมียม พร้อมระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS และยังมาพร้อม Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง
Vivo ยังประกาศว่าจะให้
อัปเดต Android นาน 5 ปี
และ security update นาน 7 ปี
สำหรับทั้งสองรุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระยะซัพพอร์ตที่ยาวที่สุดของแบรนด์ในตอนนี้
Vivo X300 Ultra เน้นกล้องระดับเรือธงเต็มตัว
รุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Vivo X300 Ultra ซึ่ง Vivo วางให้เป็นสมาร์ตโฟนสายกล้องระดับสูงสุดของบริษัทในปี 2026
ตัวเครื่องใช้หน้าจอ LTPO OLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 2K รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และมีความสว่างสูงสุดระดับ 3,000 nits
ภายในใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 พร้อม RAM สูงสุด 16GB และความจุสูงสุด 1TB
ด้านกล้องถือเป็นจุดขายหลักของรุ่นนี้ โดย Vivo ใส่กล้องความละเอียด 200MP ถึงสองตัว ประกอบด้วย
กล้องหลัก 200MP
กล้อง Periscope Telephoto 200MP
กล้อง Ultra-wide 50MP
กล้องหน้า 50MP
ระบบกล้องทั้งหมดพัฒนาร่วมกับ ZEISS และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 120fps พร้อม Dolby Vision

รองรับเลนส์เสริม ZEISS สำหรับสายถ่ายภาพ
อีกจุดที่ Vivo โปรโมตหนักคือระบบ Telephoto Extender Kit ที่สามารถต่อเลนส์เสริม ZEISS ภายนอกได้
Vivo ระบุว่าชุดเลนส์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความสามารถในการซูมระยะไกล และทำให้ X300 Ultra มีลักษณะใกล้เคียงกล้องคอมแพกต์มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Vivo เคยนำระบบนี้ไปโชว์ในงาน MWC 2026 และได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นแนวทางที่แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไป
แบตเตอรี่ 6,600mAh พร้อมชาร์จไว 100W
Vivo X300 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 6,600mAh ซึ่งถือว่าใหญ่มากสำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงระดับ Ultra
รองรับ
ชาร์จไว 100W
ชาร์จไร้สาย 40W
และยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68, IP69 และ IP69K
ตัวเครื่องรองรับ
Wi-Fi 7
Bluetooth 6
NFC
และเซนเซอร์สแกนนิ้วแบบ Ultrasonic ใต้จอ
Vivo X300 FE เน้นความคุ้มค่าในไซซ์กะทัดรัด
ขณะที่ Vivo X300 FE ถูกวางเป็นรุ่นที่เข้าถึงง่ายกว่า แต่ยังคงเน้นเรื่องกล้องและสเปกระดับสูง
รุ่นนี้ใช้หน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับรีเฟรชเรต 120Hz และความสว่างสูงสุด 5,000 nits
ชิปประมวลผลใช้ Snapdragon 8 Gen 5 พร้อม RAM LPDDR5X และ UFS 4.1
ด้านกล้องประกอบด้วย
กล้องหลัก Sony IMX921 ความละเอียด 50MP
กล้อง Telephoto Sony IMX882 50MP ซูม Optical 3x
กล้อง Ultra-wide 8MP
กล้องหน้า 50MP
ระบบกล้องยังคงปรับจูนโดย ZEISS เช่นเดียวกับรุ่น Ultra
X300 FE ได้แบตใหญ่และชาร์จเร็วเหมือนกัน
แม้จะเป็นรุ่น FE แต่ Vivo ก็ยังให้แบตเตอรี่มาถึง 6,500mAh
รองรับ
ชาร์จไว 90W
และชาร์จไร้สาย 40W
ตัวเครื่องยังได้มาตรฐาน IP68 และ IP69 รวมถึงผ่านมาตรฐาน SGS Five-Star Drop Resistance สำหรับความทนทานต่อการตกกระแทก
ราคา Vivo X300 Ultra และ X300 FE ในอินเดีย
รายงานจากสื่ออินเดียระบุว่า Vivo X300 Ultra เปิดราคาที่ประมาณ 159,999 รูปี หรือประมาณ 70,000 บาท
ส่วน Vivo X300 FE เริ่มต้นที่ประมาณ 69,999 รูปี หรือประมาณ 30,500 บาท
ทั้งสองรุ่นเริ่มวางจำหน่ายผ่าน
Amazon India
Flipkart
และช่องทางออนไลน์ของ Vivo
Vivo เริ่มรุกตลาด Ultra Flagship มากขึ้น
การเปิดตัว X300 Ultra ในอินเดียถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของ Vivo เพราะก่อนหน้านี้ Ultra Series มักวางขายเฉพาะในจีน
แต่ในปี 2026 Vivo เริ่มขยายตลาดเรือธงระดับ Ultra ไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับ
Samsung Galaxy S Ultra
Xiaomi Ultra
และ OPPO Find X Ultra
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ที่เน้น mobile photography ระดับจริงจัง
สรุปภาพรวม Vivo X300 Ultra และ X300 FE
Vivo เปิดตัว X300 Ultra และ X300 FE อย่างเป็นทางการในอินเดีย โดยทั้งสองรุ่นยังคงเน้นจุดขายด้านกล้อง ZEISS และสเปกระดับเรือธง
X300 Ultra ถูกวางเป็นรุ่นสูงสุดของบริษัท พร้อมกล้อง 200MP สองตัว ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 และแบต 6,600mAh
ขณะที่ X300 FE เน้นความคุ้มค่ามากกว่า ด้วยดีไซน์กะทัดรัด ชิป Snapdragon 8 Gen 5 และแบตเตอรี่ 6,500mAh
การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนว่า Vivo กำลังรุกตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มมือถือสายกล้องในปี 2026
ที่มา gsmarena


ความคิดเห็น