ตลาดฮาร์ดแวร์กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังผู้บริหารของ Silicon Motion ออกมาเตือนว่าวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND Flash อาจลากยาวไปจนถึงปี 2028 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุดว่าตลาดพีซี เกมมิง และอุปกรณ์คอนซูเมอร์อาจต้องเผชิญราคาที่สูงขึ้นอีกหลายปี
กระแสเรื่อง “RAM แพง” หรือ “SSD ราคาเด้ง” เริ่มเป็นประเด็นมาตั้งแต่ปลายปี 2025 แต่ช่วงต้นปี 2026 สถานการณ์กลับรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังหลายบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เริ่มยอมรับตรงกันว่าความต้องการจากตลาด AI กำลังดูดกำลังการผลิตหน่วยความจำไปจำนวนมหาศาล จนกระทบตลาดผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง
หนึ่งในคนที่ออกมาเตือนแรงที่สุดคือ Wallace Kou ซีอีโอของ Silicon Motion บริษัทผู้ผลิต NAND controller รายใหญ่ของโลก ซึ่งระบุว่าตลาดกำลังเผชิญ “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” และช่องว่างระหว่างอุปสงค์กับอุปทานอาจยิ่งหนักขึ้นในปี 2027 ก่อนจะเริ่มดีขึ้นจริงจังในช่วงหลังปี 2028
ทำไม AI ถึงทำให้ SSD และ RAM ขาดตลาด
ต้นตอสำคัญของปัญหานี้คือการแข่งขันด้าน AI ที่ร้อนแรงกว่าที่เคย โดยเฉพาะการขยายตัวของ AI Data Center จากบริษัทระดับโลกอย่าง Microsoft, Google, Meta, Amazon รวมถึงบริษัทจีนหลายแห่ง
AI รุ่นใหม่ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะ HBM หรือ High Bandwidth Memory ที่ใช้ใน GPU AI ระดับสูงของ NVIDIA และ AMD ซึ่งหน่วยความจำประเภทนี้ใช้ทรัพยากรการผลิตมากกว่า DDR5 ปกติหลายเท่า
รายงานของ Wccftech ระบุว่าการผลิต HBM 1 บิต ใช้กำลังการผลิต wafer มากกว่า DDR5 ปกติถึงประมาณ 3 เท่า และด้วยความที่ HBM ทำกำไรได้สูงกว่า บริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung, SK hynix และ Micron จึงเลือกทุ่มกำลังผลิตไปให้ตลาด AI มากกว่าตลาดคอนซูเมอร์
ผลที่ตามมาคือหน่วยความจำสำหรับพีซีทั่วไปเริ่มมีปริมาณไม่เพียงพอ โดยเฉพาะ DRAM และ NAND Flash ที่ใช้ใน SSD
Silicon Motion มองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาระยะสั้น
สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลจริง ๆ คือมุมมองของผู้บริหารในอุตสาหกรรมที่เริ่มพูดตรงกันว่า ปัญหานี้อาจไม่ใช่แค่ “รอบขาขึ้น” แบบเดิมของตลาดเซมิคอนดักเตอร์
Wallace Kou จาก Silicon Motion ระบุว่าตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ “structural shift” หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งหมายถึงโลกกำลังเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างถาวร
เขามองว่าความต้องการจาก AI จะโตเร็วกว่ากำลังการผลิตไปอีกหลายปี และแม้บริษัทต่าง ๆ จะเร่งสร้างโรงงานใหม่ แต่โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเริ่มเดินสายผลิตจริง
รายงานจากหลายสำนักยังระบุว่ากำลังการผลิต DRAM และ NAND ใหม่จำนวนมากจะเริ่มเข้าระบบจริงจังช่วงปี 2027–2028 เป็นต้นไป ทำให้ช่วงระหว่างนี้ตลาดยังคงตึงตัวต่อเนื่อง

ราคา SSD และ RAM พุ่งแรงในปี 2026
ผลกระทบที่ผู้บริโภคเริ่มเห็นชัดที่สุดคือ “ราคา”
ข้อมูลจากหลายสำนักระบุว่าราคา DRAM สำหรับผู้บริโภคบางประเภทเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ภายในเวลาไม่ถึงปี ขณะที่ SSD บางรุ่นปรับราคาขึ้นเกิน 140%
ตัวอย่างเช่น DDR5 ขนาด 32GB ที่เคยมีราคาเพียงประมาณ 70–90 ยูโร หรือราว 2,800–3,600 บาท ในปี 2025 ตอนนี้บางรุ่นพุ่งขึ้นไปแตะ 300 ยูโร หรือประมาณ 12,000 บาท แล้ว
ฝั่ง SSD ก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน โดย SSD NVMe 1TB ที่เคยเป็นอุปกรณ์อัปเกรดราคาคุ้มค่า ตอนนี้เริ่มมีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องในหลายประเทศ
รายงานยังระบุว่าต้นทุนหน่วยความจำเริ่มกินสัดส่วนมากถึง 35% ของต้นทุนเครื่องพีซีทั้งหมด จากเดิมที่อยู่เพียงประมาณ 15–18% เท่านั้น
ตลาดเกมมิงและพีซีได้รับผลกระทบเต็ม ๆ
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดตอนนี้คือเกมเมอร์และตลาด DIY PC
ผู้ผลิตหลายรายเริ่มส่งสัญญาณขึ้นราคาสินค้า รวมถึงพิจารณาปรับสเปกเครื่องเพื่อควบคุมต้นทุน เช่น ลด RAM จาก 16GB ลงมาเหลือ 8GB ในโน้ตบุ๊กบางรุ่น หรือชะลอการเปิดตัวโมเดลใหม่บางส่วน
Dell, ASUS, Acer รวมถึงผู้ผลิตพีซีรายใหญ่หลายเจ้าเริ่มออกมายอมรับว่าต้นทุน DRAM และ SSD ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าในปี 2026 แล้ว
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า NVIDIA อาจพิจารณานำ GPU รุ่นเก่าบางตัวกลับมาวางขายใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาขาดแคลน VRAM รุ่นใหม่ที่ใช้ GDDR7
ทำไมโรงงานใหม่ถึงช่วยไม่ได้ทันที
แม้หลายบริษัทจะเร่งลงทุนสร้างโรงงานใหม่ แต่ปัญหาคือโรงงานผลิตหน่วยความจำระดับสูงต้องใช้ทั้งเวลา เงินทุน และเทคโนโลยีจำนวนมาก
Samsung มีแผนขยายโรงงานที่ Pyeongtaek แต่การเพิ่มกำลังผลิตแบบเต็มรูปแบบอาจต้องรอถึงปี 2027–2028 ขณะที่ Micron เองก็เพิ่งเริ่มลงทุนโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ และสิงคโปร์
SK hynix แม้จะเริ่มเปิดสายการผลิตใหม่บางส่วนในปี 2026 แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI infrastructure ทั่วโลก
หลายฝ่ายจึงมองตรงกันว่าตลาดจะยังตึงตัวต่อไปอีกอย่างน้อย 2–3 ปี
ผู้ใช้ทั่วไปควรรีบซื้อ SSD และ RAM ตอนนี้ไหม
คำถามที่เริ่มมีคนถามมากขึ้นคือ “ควรรีบซื้อเลยไหม”
หลายบริษัทในอุตสาหกรรมเริ่มแนะนำว่าถ้าจำเป็นต้องอัปเกรดพีซีในปี 2026 อาจไม่ควรรอนานเกินไป เพราะแนวโน้มราคายังมีโอกาสขึ้นต่อ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนก็มองว่าไม่ควร panic buy หรือรีบซื้อเพราะกลัวของขาดเกินไป โดยเฉพาะถ้ายังใช้งานเครื่องปัจจุบันได้ดีอยู่
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มี RAM 16GB ขึ้นไป หรือ SSD เพียงพอต่อการใช้งาน อาจยังไม่จำเป็นต้องรีบอัปเกรดทันที เพราะตลาดยังผันผวนและมีโอกาสปรับฐานเป็นช่วง ๆ ได้เช่นกัน
แต่สำหรับคนที่กำลังวางแผนประกอบคอมใหม่ โดยเฉพาะสายเกมมิงหรือสายทำงาน AI ปัญหานี้อาจกลายเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วง 2–3 ปีจากนี้
วิกฤตหน่วยความจำครั้งนี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้วิกฤตรอบนี้แตกต่างจากรอบก่อน คือความต้องการจาก AI ดูจะไม่ใช่กระแสระยะสั้น
ทั้ง Micron, Samsung, SK hynix และ Silicon Motion ต่างออกมาพูดคล้ายกันว่า AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และโลกกำลังต้องการหน่วยความจำมากขึ้นเรื่อย ๆ
นั่นทำให้หลายฝ่ายเริ่มเชื่อว่าตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ SSD, DRAM และ NAND Flash อาจไม่ได้มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว
สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในปี 2026 คืออุปกรณ์ไอทีหลายประเภทเริ่มแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพีซี เกมมิงโน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน หรือ SSD สำหรับอัปเกรดเครื่อง
และถ้าคำเตือนจาก Silicon Motion ถูกต้อง วิกฤตนี้อาจอยู่กับวงการไอทีไปจนถึงปี 2028 จริง ๆ ก็ได้
ที่มา wccftech


ความคิดเห็น