เปิดทริปฮอกไกโดสำหรับมือใหม่
ฮอกไกโด (Hokkaido) คือเกาะเหนือสุดของญี่ปุ่นที่หลายคนยกให้เป็น ดินแดนในฝัน ทั้งเรื่องธรรมชาติ อากาศ และอาหารทะเลสดๆ ระดับพรีเมียม
ด้วยพื้นที่ที่กว้างที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่เลยมีเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละฤดู ตั้งแต่หิมะฟูนุ่มในหน้าหนาว ไปจนถึงทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงในหน้าร้อน ใครวางแผนเที่ยวครั้งแรก แค่เลือกฤดูให้ถูก ทริปก็สนุกขึ้นครึ่งหนึ่งแล้ว
สภาพอากาศและช่วงเวลาน่าเที่ยวของฮอกไกโด
เพราะตั้งอยู่ทางเหนือสุดของประเทศ ญี่ปุ่นทั้งเกาะอาจเริ่มอุ่นแล้ว แต่ฮอกไกโดยังหนาวสบายอยู่ ทำให้แต่ละฤดูของที่นี่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมาก เหมาะกับสายเที่ยวแบบต่างกัน
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
อุณหภูมิโดยเฉลี่ย: ประมาณ -5 ถึง -20°C
ไฮไลท์: หิมะเนื้อละเอียดระดับโลก (Powder Snow)
กิจกรรมเด่น: เล่นสกี สโนว์บอร์ด เที่ยวงานเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival)
ใครเป็นสายสโนว์สปอร์ตหรืออยากสัมผัสบรรยากาศเมืองหิมะแบบเต็มๆ ต้องเล็งช่วงนี้ไว้เลย รีสอร์ทสกีและเทศกาลต่างๆ จะคึกคักเป็นพิเศษ
ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม – มิถุนายน)
อุณหภูมิโดยเฉลี่ย: ราว 10–18°C
จุดเด่น: ซากุระบานช้ากว่าภูมิภาคอื่น
เหมาะกับ: คนที่อยากเลี่ยงฝูงชนในโตเกียว แต่อยากดูซากุระอยู่ดี
ซากุระที่ฮอกไกโดมักจะบานช่วง ต้นเดือนพฤษภาคม ต่างจากโตเกียวที่บานช่วงมีนาคม–เมษายน ทำให้ใครพลาดซากุระในเมืองใหญ่ ยังมาเก็บรอบสองที่นี่ได้
ฤดูร้อน (กรกฎาคม – สิงหาคม)
อุณหภูมิโดยเฉลี่ย: ประมาณ 20–25°C
จุดเด่น: ไม่ร้อนจัด ไม่ชื้น อากาศสบายมาก
เหมาะกับ: ชมทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะ และทุ่งดอกไม้สีสันสดใส
ช่วงนี้คือเวลาทองของ ฟาร์มโทมิตะ และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสีเขียวทั่วเกาะ คนที่กลัวร้อนแต่อยากเที่ยวหน้าร้อนญี่ปุ่น ฮอกไกโดคือคำตอบที่ใช่
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)
อุณหภูมิโดยเฉลี่ย: ราว 8–15°C
จุดเด่น: ใบไม้เปลี่ยนสีเร็วและสวยมาก
เหมาะกับ: สายเดินป่า ชมวิวอุทยาน ชมน้ำตกและภูเขาไฟ
ฮอกไกโดถือเป็นภูมิภาคแรกๆ ที่เริ่มเห็นใบไม้แดง โดยเฉพาะช่วงปลายกันยายน ใครชอบบรรยากาศโรแมนติกๆ เงียบๆ ต้องลองมาในช่วงนี้
การเดินทางจากประเทศไทยไปฮอกไกโด
เดินทางจากไทยไปฮอกไกโดไม่ยากอย่างที่คิด เลือกได้ตามสไตล์และงบประมาณ
บินตรง (Direct Flight)
ใช้เวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมง
ลงที่ สนามบินนิวชิโตเสะ (CTS) ประตูหลักเข้าสู่ซัปโปโร
จากสนามบินมีทั้งรถไฟด่วน JR และรถบัสให้เลือกเข้าเมือง
วิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากประหยัดเวลา เน้นเที่ยวฮอกไกโดเป็นหลัก ไม่เน้นแวะเมืองอื่น
บินแบบต่อเครื่อง (Connecting Flight)
มักต่อเครื่องที่โตเกียว (Narita/Haneda) หรือโอซาก้า (Kansai)
เหมาะกับคนที่อยากจัดทริปแบบ เที่ยวหลายเมืองในครั้งเดียว หรืออยากหาตั๋วราคาและเวลาเดินทางที่ยืดหยุ่นกว่า
ใครอยากได้ฟีลเที่ยวโตเกียว–โอซาก้า แล้วค่อยบินต่อขึ้นเหนือ มุมนี้ก็น่าสนใจมาก
สวรรค์ของสายธรรมชาติบนเกาะฮอกไกโด
ฮอกไกโดคือแดนในฝันของคนรักธรรมชาติแบบจริงจัง ทั้งภูเขาไฟ บ่อน้ำสีฟ้า ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา
บ่อน้ำสีฟ้าชิโรกาเนะ (Shirogane Blue Pond)
แลนด์มาร์กประจำเมืองบิเอะ น้ำในบ่อมีสีฟ้าสดราวภาพวาด เกิดจากแร่ธาตุธรรมชาติ สะท้อนแสงแล้วสวยจนต้องยกกล้องถ่ายรัวๆ เหมาะไปเที่ยวช่วงหน้าร้อนและใบไม้ร่วงเป็นพิเศษ
อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park)
อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือเส้นทางเดินป่าหลากหลายวิว น้ำตก ทะเลสาบ และจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยจัดๆ เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูปและสายเทรกกิ้ง
น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfall)
น้ำตกสีฟ้าใสที่ไหลลงสู่แม่น้ำบิเอะ มองจากสะพานแล้วจะเห็นสีของน้ำตัดกับธรรมชาติรอบข้างสวยมาก เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนรักการถ่ายรูปไม่ควรพลาด
ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya)
ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ไม่แข็งตัวแม้ในฤดูหนาว บรรยากาศสงบแต่มีเสน่ห์มาก ช่วงหน้าร้อนจะมีการจุดพลุหลายสัปดาห์ต่อเนื่อง เหมาะกับการพักริมหาด ดูพลุ และแช่ออนเซ็นไปด้วย
วัด ศาลเจ้า ปราสาท: อีกมุมของฮอกไกโด
แม้ฮอกไกโดจะไม่ได้มีประวัติศาสตร์ยาวนานเท่าเกียวโตหรือนารา แต่ที่นี่ก็มีจุดเช็กอินด้านวัฒนธรรมที่น่าสนใจไม่น้อย
ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Jingu)
ศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่กลางสวนมารุยามะ เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยม บรรยากาศร่มรื่น เดินชิลๆ ถ่ายรูปได้เพลิน
ปราสาทมัตสึมาเอะ (Matsumae Castle)
ปราสาทสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเพียงแห่งเดียวในฮอกไกโด จุดเด่นคือสวนซากุระรอบปราสาทที่ปลูกต้นซากุระนับหมื่นต้น บานพร้อมกันเมื่อไรคือสวยตะลึง
ป้อมโกเรียวกาคุ (Goryokaku Fort)
ป้อมทรงดาวห้าแฉกที่เมืองฮาโกดาเตะ ถ้ามองจากหอคอยโกเรียวกาคุด้านบนจะเห็นรูปทรงดาวชัดมาก ช่วงซากุระหรือใบไม้แดงจะยิ่งสวยเป็นพิเศษ
ของกินฮอกไกโดที่ห้ามพลาด
มาเที่ยวฮอกไกโดแล้วไม่กินของดีประจำท้องถิ่น ถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะทั้งอาหารทะเล นม และขนมหวานที่นี่คืออีกระดับ
ปูยักษ์ 3 สายพันธุ์
ฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องปูแบบจัดเต็ม มีให้ลองหลักๆ 3 สายพันธุ์:
ปูทาราบะ (King Crab)
ปูซูไว (Snow Crab)
ปูขน (Hairy Crab)
จะกินแบบปิ้งย่าง ซาชิมิ หรือชาบู ก็ฟินได้หมด เนื้อแน่น หวาน สมชื่อแหล่งปูเหนือญี่ปุ่น
เนื้อย่างเจงกิสข่าน (Jingisukan)
เมนูเนื้อแกะย่างบนกระทะทรงโดม กลิ่นหอมและรสชาติหนักแน่น เป็นหนึ่งในเมนูที่หลายคนติดใจจนต้องกลับไปกินซ้ำ
ซุปแกงกะหรี่ (Soup Curry)
จานเด็ดของซัปโปโร น้ำซุปแกงกะหรี่รสเข้มแต่ซดง่าย ใส่ผักและเนื้อชิ้นโตๆ สายข้าว สายแกงต้องจัด
มิโซะราเมง (Miso Ramen)
ราเมงสไตล์ฮอกไกโด ที่มักเพิ่มเนยและข้าวโพดลงไป ทำให้ซุปมิโซะมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น เหมาะมากในวันที่อากาศหนาวๆ
ผลิตภัณฑ์นมและของหวาน
ช็อกโกแลต Shiroi Koibito
ชีสเค้ก LeTAO
ซอฟต์ครีมฮอกไกโด
นมฮอกไกโดขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพอยู่แล้ว ของหวานที่ทำจากนมเลยอร่อยแบบไม่ต้องลุ้น โดยเฉพาะซอฟต์ครีม เข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน
เมล่อนยูบาริ (Yubari Melon)
เมล่อนระดับพรีเมียมของญี่ปุ่น เนื้อฉ่ำ หวานและหอมมาก ราคาสูงสมคุณภาพ ใครอยากลองของหรูสักครั้งในชีวิต แนะนำให้ลองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
แช่ออนเซ็นฮอกไกโดให้สบายตัว
ฮอกไกโดเต็มไปด้วยแหล่งน้ำพุร้อนคุณภาพดี เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังลุยเที่ยวมาทั้งวัน แช่ออนเซ็นดีๆ สักบ่อ ทริปจะผ่อนคลายขึ้นทันตา
โนโบริเบทสึ ออนเซ็น (Noboribetsu Onsen)
เมืองออนเซ็นชื่อดังที่มี “หุบเขานรก” (Jigokudani) เป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่กำมะถันหลายชนิด ใครอยากลองออนเซ็นหลากหลายสไตล์ เมืองนี้ตอบโจทย์มาก
โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen)
ออนเซ็นยอดนิยมใกล้ซัปโปโร เดินทางสะดวก ใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับทริปสั้นๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนชิลๆ
โทคาจิกาวะ ออนเซ็น (Tokachigawa Onsen)
ที่นี่โดดเด่นด้วยน้ำแร่แบบ “มัวร์ ออนเซ็น” (Moor Onsen) สีน้ำตาลแดง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น น้ำพุร้อนเพื่อความงาม ช่วยบำรุงผิวและพบได้ไม่กี่ที่ในญี่ปุ่น
สถานที่เที่ยวฮิตในฮอกไกโดที่ต้องปักหมุด
สวนโอโดริ (Odori Park)
สวนสาธารณะกลางเมืองซัปโปโร แลนด์มาร์กหลักที่ใช้จัดงาน Sapporo Snow Festival และกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ตลอดปี เดินเล่น ถ่ายรูป หรือปิกนิกก็ได้หมด
สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo)
สวนสัตว์ชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดแสดงสัตว์แบบใกล้ชิด ไฮไลท์คือ เพนกวินเดินพาเหรดในฤดูหนาว ที่ทั้งน่ารักและไม่เหมือนที่ไหน
คลองโอตารุ (Otaru Canal)
คลองเก่าที่บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ โดยเฉพาะช่วงค่ำในฤดูหนาว ที่มีการประดับไฟและเทียน ทำให้ทั้งเมืองดูอบอุ่นขึ้นทันที
เนินพระพุทธเจ้า (Hill of the Buddha)
ผลงานออกแบบของสถาปนิกชื่อดัง ทาดาโอะ อันโดะ รูปแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง รายล้อมด้วยทุ่งลาเวนเดอร์เป็นโดมสวยแปลกตา
ย่านทานุกิโคจิ (Tanuki Koji)
ถนนช้อปปิ้งยอดนิยมในซัปโปโร มีทั้งร้านอาหาร ร้านของฝาก ร้านแฟชั่น คาเฟ่ เดินทีเดียวครบทั้งกิน ช้อป และแวะซื้อของฝากกลับบ้าน
ตลาดปลานิโจ (Nijo Market)
สายกินห้ามพลาด อาหารทะเลสดๆ รออยู่เพียบ ทั้งซูชิ ข้าวหน้าไข่ปลา ปูย่าง และเมนูทะเลอื่นๆ จัดมื้อเดียวอิ่มแบบจุใจ
ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)
ทุ่งลาเวนเดอร์ในตำนานของฮอกไกโด ช่วงที่สวยที่สุดคือกลางเดือนกรกฎาคม สีม่วงจะปูเต็มทุ่ง แถมยังมีดอกไม้อื่นๆ เพิ่มสีสันให้รูปยิ่งสวย
เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนบินไปฮอกไกโด
เสื้อผ้า:
ถ้ามาหน้าหนาว แนะนำเสื้อ Heattech, เสื้อโค้ทหนา, ถุงมือ, หมวก, ผ้าพันคอ และรองเท้าพื้นกันลื่น
การเดินทาง:
ช่วงหิมะหนักควรเผื่อเวลาเดินทางเพิ่ม ทั้งรถไฟและรถบัสอาจล่าช้า
ที่พักสกีรีสอร์ท:
หากตั้งใจมาสกีช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์ ควร จองที่พักล่วงหน้า เพราะเต็มเร็วมาก
ฤดูร้อน:
ถึงอากาศจะเย็นกว่ากรุงเทพฯ แต่ควรมีเสื้อคลุมบางๆ ติดไว้โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางคืน
ทริกสำคัญ: เตรียมรองเท้าที่เดินสบายและกันน้ำดีๆ สักคู่ จะช่วยให้เที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่ปวดเท้า
FAQ: รวมคำถามยอดฮิตเรื่องเที่ยวฮอกไกโด
Q: ไปฮอกไกโดเดือนไหนดีที่สุด?
A: ขึ้นกับสไตล์เที่ยวของแต่ละคน
อยากเล่นหิมะ ดูเทศกาลหิมะ → เล็งช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์
อยากดูลาเวนเดอร์แบบพีคๆ → กลาง–ปลายเดือนกรกฎาคมคือช่วงสวยสุด
Q: ควรเช่ารถหรือใช้รถไฟเที่ยวฮอกไกโด?
A: ถ้าเน้นเที่ยวธรรมชาติหลายจุด เดินทางข้ามเมืองบ่อยๆ การเช่ารถจะสะดวกและยืดหยุ่นกว่า แต่ถ้าเน้นเที่ยวเมืองใหญ่ เช่น ซัปโปโร โอตารุ การใช้รถไฟ JR ก็เพียงพอและไม่ยุ่งยาก
Q: ฤดูหนาวที่ฮอกไกโดหนาวประมาณไหน?
A: อุณหภูมิช่วงหน้าหนาวมักจะอยู่ราว -5 ถึง -20°C จึงควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวดีๆ แบบพร้อมลุย ทั้งชั้นในกันหนาว เสื้อโค้ท และอุปกรณ์กันหนาวอื่นๆ
Q: ควรเผื่อเที่ยวในซัปโปโรกี่วันดี?
A: ปกติ 3–4 วัน กำลังสวย ใช้เวลาเดินเล่นในเมือง แวะโอตารุ และไปแช่ออนเซ็นในระแวกใกล้ๆ ได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป
Q: คนไทยต้องขอวีซ่าก่อนไปฮอกไกโดไหม?
A: ปัจจุบันคนไทยสามารถเที่ยวญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า หากพำนักไม่เกิน 15 วัน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง
Q: บัตร Suica หรือ Icoca ใช้ในฮอกไกโดได้หรือเปล่า?
A: บัตรพวกนี้ใช้ได้ในหลายพื้นที่ของฮอกไกโด แต่ บางร้านหรือบางพื้นที่ยังรับเฉพาะเงินสด ถ้ามีแพลนไปนอกเมืองใหญ่ แนะนำให้พกเงินสดติดตัวไว้เสมอ
Q: เดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะเข้าเมืองซัปโปโรใช้เวลานานไหม?
A: ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง ขึ้นกับวิธีที่เลือกเดินทาง โดยหลักๆ มี 3 ตัวเลือกคือ รถไฟ JR, รถบัสสนามบิน และรถเช่าหรือแท็กซี่
Q: ทุ่งลาเวนเดอร์บานช่วงไหน?
A: ทุ่งลาเวนเดอร์จะบานในช่วงหน้าร้อน โดยช่วงที่สวยที่สุดคือ กลาง–ปลายเดือนกรกฎาคม ถ้าอยากเห็นเต็มๆ ให้ล็อกคิวช่วงนี้ไว้
Q: อาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโดมีอะไรบ้าง?
A: เมนูห้ามพลาดคือ ปูสด 3 ชนิด เนื้อย่างเจงกิสข่าน มิโซะราเมง ซุปแกงกะหรี่ และของหวานจากนมฮอกไกโด ทั้งหมดนี้คือของเด็ดที่ควรลองให้ครบ
Q: พาเด็กไปเที่ยวฮอกไกโดเหมาะไหม?
A: เหมาะมาก เพราะมีทั้งสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ และกิจกรรมหิมะสำหรับเด็ก ครอบครัวที่มีลูกเล็กมักประทับใจกับบรรยากาศและกิจกรรมที่รองรับทุกวัย
ถ้าเลือกฤดูที่ใช่ วางแผนเมืองให้ดี และไม่พลาดของกินดังๆ ทริปฮอกไกโดของมือใหม่ก็จะกลายเป็น ทริปในฝัน ที่อยากกลับไปซ้ำได้ไม่ยากเลย

