รับแอปรับแอป

เทรลเขานางหย่อง 16K: ลูกรักมือใหม่ที่อยากลองของบนเขาจริง ๆ

ชนกนันท์ ทองมี01-30

เช้าสดใสที่ภูนั่งยอง

เช้าอากาศดี แดดไม่แรง เรานัดรวมพลกับแก๊งรุ่นพี่สายขาลากที่ร้านภูนั่งยอง Cafe เพื่อซ้อมสนาม Trail Master Series (TMS) ก่อนวันจริง

เริ่มออกเดินเข้าป่าตอนประมาณ 06.40 น. จากจุดเข้าเทรลแบบไม่อ้อมไม่อู้งาน นี่แหละ ทางเทรลในฝันของสายวิ่งป่า

รอบนี้เราใช้เส้น 25K ของ TMS แต่ตัดให้เหลือวิ่งจริงประมาณ 16K ระยะกำลังกรุบ ๆ ไม่โหดเกินไปสำหรับการซ้อมเช็คสภาพร่างกาย

เนินรับแขกและยอดแรกของวัน

ช่วงแรกเป็นการเดินวอร์มอัพเข้าไปในป่า ทางไม่ชันมาก เดินไปเม้าท์ไป เหงื่อยังไม่ทันออกก็เจอเนินรับแขกลูกแรก

ในรูปอาจจะดูชิล แต่วินาทีจริงคือ ลมไม่พัดสักนิด เดินขึ้นไปนี่ร้อนแบบเดือด ๆ เหมือนโดนเอาไปอบไอน้ำกลางแจ้ง

พอถึงยอดเขาแรก ภาพที่รอต้อนรับคือแนวต้นไม้เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงาม ดูแล้วเดาว่าน่าจะเป็นป่าปลูก

พักหายใจให้หัวใจกลับมาจังหวะปกติสักหน่อยก่อนวิ่งลงจากเขา แล้วไปต่อกันที่วิวตีนเขา

ด้านล่างเป็นวิวโล่ง ๆ สวยแบบเรียบง่าย เหมาะกับการยืนกินลมชมวิวให้หายเหนื่อยไปนิดเดียว ย้ำว่านิดเดียวจริง ๆ เพราะทางยังอีกยาว

มุ่งหน้าสู่คอกวัวและจุดชมวิวภูนั่งยอง

จากวิวตีนเขา เราเดินมุ่งหน้าไปทางคอกวัว ทางเทรลชัด เดินตามทางไปเรื่อย ๆ สลับปีนขึ้นเขาแบบเนียน ๆ

รูปอาจจะไม่เยอะ แต่เชื่อเถอะว่าขามันทำงานตลอดไม่มีพัก

กระพริบตาอีกที เราก็โผล่มาที่จุดชมวิวภูนั่งยองแบบเต็ม ๆ ตา

วิวตรงนี้คือ สวยจนลืมเวลา เรานั่งชิลกันอยู่นานมาก ขนาดมีกลุ่มนักวิ่งผ่านไปแล้ว 4-5 กลุ่ม แต่ระยะ ณ จุดนี้เพิ่งแตะประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้นเอง เหลืออีก 13K ให้เล่นกันยาว ๆ

จากนั้นก็ลุยต่อผ่านหญ้าที่สูงท่วมหัว ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอุโมงค์สีเขียวของธรรมชาติ

เจอซิกเนเจอร์เถาวัลย์ 15 ปี

เดินฝ่าหญ้ามาไม่นานก็ถึงจุดไฮไลต์ของป่านี้ – เถาวัลย์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 15 ปี จุดนี้ใครมาก็ต้องแวะจัดท่าถ่ายรูปแบบเฟี้ยว ๆ กันสักช็อต

จากเถาวัลย์ เรามุ่งหน้าต่อไปยังโซนสะพานหิน เส้นนี้จะเป็นทางหินเยอะ ๆ ที่ต้องค่อย ๆ เดินผ่านไปอย่างใจเย็น

แต่ก่อนจะถึงสะพานหิน เราได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มเป็นน้องหมาตัวหนึ่งชื่อ ขจรศักดิ์ ประจำการอยู่แถวภูนั่งยอง นิสัยเฟรนด์ลี่สุด ๆ วิ่งตามแบบไม่เกรงใจใคร

ด้วยความใจอ่อนเลยแบ่งน้ำให้ขจรศักดิ์ไปครึ่งขวด ซึ่งสำหรับนักวิ่งเทรลแล้ว น้ำคือของโคตรล้ำค่า แต่เห็นลิ้นห้อย ๆ แล้วให้เฉย ๆ ไม่ได้จริง ๆ

หลังจากนั้นขจรศักดิ์ก็กลายเป็นสมาชิกถาวรของทริปนี้ไปโดยปริยาย

ช่วงสะพานหินนี่คือร้อนหนักมาก เพราะเป็นช่วงที่ลมไม่ค่อยพัด แดดจัดแบบเต็มคะแนน แต่พอพ้นปลายทางสะพานหินก็ได้เวลาปล่อยลงยาว ๆ จากยอดเขา

ปิดยอดแรก ก่อนขึ้นยอดที่สอง

จากปลายทางสะพานหิน เส้นจะไหลลงยาวผ่านต้นไม้และทุ่งหญ้าจนถึงตีนเขา เข้าสู่หมู่บ้าน บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากป่าทึบเป็นชุมชน

เราผ่านสำนักสงฆ์ และเตรียมตัวขึ้นยอดที่สองของวันนี้ ซึ่งแปลว่า เส้นนี้ไม่ได้มีแค่ยอดเดียวให้จบ ๆ กันไป

ยอดแรกจบด้วย Elevation Gain ประมาณ 350 เมตร ถือว่าได้เหงื่อแบบจริงจัง พอลงมาถึงตีนเขาก็ยังพอเดินต่อไหว ไม่ถึงขั้นเข่าแกว่ง

พอถึงป้ายสำนักสงฆ์เขานางหย่อง เราเลี้ยวขวาเข้าไปในป่าเพื่อเริ่มไต่ยอดที่สอง

ยอดที่สอง: เนินชันโหมดโหดและลานหินตั้ง

บอกว่าไม่ชันคงโกหกเกินไป เพราะของจริงคือ ขึ้นแล้วขึ้นอีก ขึ้นซ้ำ ขึ้นซ้อน ไม่มีช่วงให้ได้ลงหรือพักใจเลย

เส้นนี้เดิมทีจะผ่านจุดเผาและเนินสวรรค์ แต่รอบนี้เราไม่ได้แวะไป เป้าหมายหลักคือไปให้ถึงจุดสูงสุดของเส้น – “ลานหินตั้ง”

ลานหินตั้งเป็นจุดที่ปิดวิวไปแล้วเพราะป่าขึ้นคลุม แต่บรรยากาศกลับสงบมากแบบพิเศษ Elevation Gain ของยอดนี้อยู่แถว ๆ 400 เมตร

ตรงนี้คือจุดที่ทุกคนทิ้งตัวลงพักยาวมากกกกกกก ปล่อยให้หัวใจเต้นช้าลง หายใจลึก ๆ แล้วปล่อยตัวเองให้เงียบไปกับป่า

ถ้านั่งนิ่ง ๆ จะได้ยินทั้งเสียงนก เสียงลม เสียงใบไม้ และเสียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในป่าที่ปกติเราไม่ค่อยได้สังเกต เป็นโมเมนต์ที่ธรรมชาติค่อย ๆ กลับมาดังขึ้นในหัวใจ

ปล่อยลงยาว 4K กลับสู่โลกเมือง

พักเต็มอิ่มแล้วก็ได้เวลาไหลลงยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ผ่านเสาไฟแรงสูง และจุดที่เคยเป็นสถานีแจกน้ำของ TMS ปี 2024 ที่เคยมีดราม่าเรื่องน้ำหาย จนหลายคนวิ่งแบบคอแห้ง

ทางลงช่วงนี้จะแบบเรื่อย ๆ วิ่งตามเทรลไปจนกลับมาถึงจุดที่จอดรถ ช่วงท้ายไม่มีอะไรหวือหวา เน้น จ๊อกกิ้งเรื่อย ๆ ปิดงานให้ครบระยะ

รวมแล้วรอบนี้ได้ Total Elevation Gain ประมาณ 703 เมตร ใช้เวลาไปเกือบ 5 ชั่วโมง แบบไม่รีบ เน้นชิล เน้นคุย เน้นซึมซับป่า

เหมาะกับใคร และต้องเตรียมตัวยังไง

เส้นเทรลเขานางหย่อง 16K เส้นนี้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองชิมลาง

  • มือใหม่ที่อยากรู้ว่า “วิ่งเทรลจริง ๆ มันเป็นยังไง”

  • คนที่พอมีพื้นฐานวิ่งถนน แต่อยากขยับมาเล่นทางเขา

  • สายชอบธรรมชาติ ป่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ วิวสวยไม่หลอกดาว

เรื่องความโหด

  • ทางโดยรวมไม่เทคนิคอลมาก เดินได้ วิ่งได้สบาย ๆ

  • มีเนินยาวให้ใจเต้นแรงอยู่หลายช่วง แต่ ไม่ได้ถึงขั้นทำให้เดินไม่ได้ในวันถัดไป

สิ่งที่ควรเตรียม

  • น้ำ: สำคัญมาก แบ่งให้หมาได้ แต่ต้องคำนวณดี ๆ

  • หมวกหรือ Buff: ช่วยกันแดดช่วงเปิดโล่งและสะพานหินที่ลมไม่ค่อยพัด

  • โทรศัพท์/นาฬิกาบันทึกเส้นทาง: จะได้เก็บข้อมูลไว้ใช้รอบหน้า

สรุปง่าย ๆ: เป็นเส้นที่สนุก มีทั้งวิวป่า เนินชัน วิวเปิด เถาวัลย์ซิกเนเจอร์ และเพื่อนร่วมทางสี่ขา เป็นสนามที่เหมาะมากสำหรับคนอยากลองเทรลจริงจังสักครั้ง โดยที่ยังไม่ต้องไปเจอความโหดระดับตัดขา ถ้าพร้อมเจ็บนิด ๆ แต่ฟีลกู๊ดมาก ๆ เส้นนี้ตอบโจทย์สุด