ZestBuyZestBuy

AI ไทยพลิกเกมฟื้นฟูมะเร็งศีรษะและลำคอ แค่กล้องเว็บแคมก็วัดผลได้เหมือนห้องแล็บ

AI ไทยพลิกเกมฟื้นฟูมะเร็งศีรษะและลำคอ แค่กล้องเว็บแคมก็วัดผลได้เหมือนห้องแล็บ
ความสนใจ|เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

จากจิ๊กซอชิ้นเล็ก สู่ภาพใหญ่ของการฟื้นฟูผู้ป่วย

ลำพังการทำงานแบบแยกส่วน ต่อให้แต่ละคนเก่งแค่ไหน ก็ยากจะต่อให้ครบเป็น จิ๊กซอภาพความสำเร็จ ได้

การรักษาผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอเองก็เช่นกัน ต้องอาศัยทั้งการรักษาและการฟื้นฟูที่เดินไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวใจสำคัญคือ ทีมสหสาขาวิชา ตั้งแต่ บุคลากรด่านหน้า ที่เจอผู้ป่วยทุกวัน ไปจนถึง ทีมเบื้องหลัง ที่พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทุกฟันเฟืองต้องหมุนไปในทิศทางเดียวกัน จึงจะช่วยผู้ป่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

จากแนวคิดนี้เอง จึงเกิดเป็นผลงานวิจัยลิขสิทธิ์ “FTrehab” นวัตกรรมที่รวมพลังของ 2 ทีมแพทย์–นักวิจัยระดับแถวหน้าของไทยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ทำงานร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป้าหมายเดียวคือ พาผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอให้กลับมา “กลืนอาหารได้อีกครั้ง”

FTrehab คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

ผลงาน FTrehab (Face and Tongue Rehabilitation) ไม่ใช่แค่โปรแกรมหนึ่งตัว แต่เป็นการผสาน

  • เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

  • ประสบการณ์ของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแพทย์ ประเมินความก้าวหน้าการฟื้นฟูในคลินิกฟื้นฟูการกลืน ได้อย่างเป็นระบบและแม่นยำมากขึ้น

ผลงานนี้

  • ได้รับการจดลิขสิทธิ์และรับรองโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา

  • ดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล

  • มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติถึง 3 ฉบับใน 3 ปี ได้แก่

    • Applied Computing and Informatics

    • Medical and Biological Engineering and Computing

    • Multimedia Tools and Applications

เบื้องหลังงานวิจัยนี้คือ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัณรสี ฤทธิประวัติ จากภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีผลงานต่อเนื่องในการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และสร้างเครื่องมือการเรียนรู้เพื่อใช้ประโยชน์จาก AI อย่างจริงจัง

ด้วยการผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลงาน FTrehab สามารถตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติระดับ Q1 ได้ครบทั้ง 3 ฉบับ สะท้อนทั้งคุณภาพงานวิจัย และศักยภาพของทีมไทยบนเวทีโลก

จากโกนิโอมิเตอร์สู่ AI: เมื่อไม้บรรทัดเริ่มไม่พอ

ก่อนจะมี FTrehab การประเมินผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิมอย่าง โกนิโอมิเตอร์ (Goniometer) หรือไม้บรรทัดทางการแพทย์ เพื่อวัด

  • การอ้าปาก

  • การแลบลิ้น

  • การหันคอ

แม้จะใช้งานได้ แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญคือ

  • ความแม่นยำขึ้นกับประสบการณ์ของผู้วัด

  • การเปรียบเทียบความก้าวหน้าระยะยาวทำได้ยาก

  • ข้อมูลไม่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบและอัตโนมัติ

คำถามคือ จะทำอย่างไรให้การวัดของแพทย์ละเอียดขึ้น เที่ยงตรงขึ้น และนำไปใช้ต่อได้ง่ายขึ้น?

คำตอบคือการออกแบบระบบใหม่ที่ใช้เพียง

  • กล้องเว็บแคม หรือกล้องต่อคอมพิวเตอร์ทั่วไป

  • ระบบออนไลน์ที่หาได้ง่าย ไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วย

แล้วให้ AI ช่วยจัดการส่วนที่ยุ่งยากแทนมนุษย์ทั้งหมด

Deep Learning + Computer Vision: AI ที่มองเห็นการฟื้นฟู

หัวใจของ FTrehab คือการใช้ Deep Learning Technology และ Computer Vision เพื่อจับการเคลื่อนไหวของใบหน้าและลำคอ แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงตัวเลขที่วัดผลได้จริง

นี่ถือเป็นหนึ่งในครั้งแรก ๆ ที่เทคโนโลยีประมวลผลการเคลื่อนไหวของใบหน้าและลำคอถูกนำมาใช้เพื่อ

เพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินความก้าวหน้าการฟื้นฟูของแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม

แต่ FTrehab จะสมบูรณ์ไม่ได้เลย หากไม่มี “จิ๊กซอชิ้นสำคัญ” คือเทคโนโลยี AI เพื่อการ ฝึกและติดตามการเคลื่อนไหวของลิ้น (Tongue Rehabilitation)

ผลงานด้านนี้พัฒนาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีผลงานเด่นด้านการประยุกต์ AI เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในแพทย์และการเกษตร และเคยคว้ารางวัลจากงาน “วันนักประดิษฐ์” มาแล้วหลายครั้ง

AI ตามจับทุกการขยับของลิ้นใน 5 ทิศทาง

เทคนิคหลักที่ใช้คือ การประมวลผลภาพ ร่วมกับอัลกอริทึม 2 ส่วนสำคัญ

  • Segmentation – แยกบริเวณลิ้นออกจากภาพพื้นหลัง เพื่อให้โปรแกรมรู้ว่า “ตรงไหนคือลิ้นจริง ๆ”

  • Motion Analysis – ติดตามการเคลื่อนไหวของลิ้นใน 5 ทิศทาง

    • บน

    • ล่าง

    • ซ้าย

    • ขวา

    • หน้า–หลัง

ในขณะที่ผู้ป่วยขยับลิ้น โปรแกรม FTrehab จะ

  • วัดความยาวการเคลื่อนที่

  • คำนวณมุมการเคลื่อนไหว

  • แปลงผลออกมาเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์

  • เทียบค่ากับเกณฑ์การประเมินในแต่ละระดับ

  • ติดตามความก้าวหน้าของผู้ป่วยได้แบบเห็นภาพและมีตัวเลขรองรับ

จากเดิมที่ “ดูเอา” วันนี้แพทย์สามารถ “วัดเอา” ด้วยข้อมูลจริงจาก AI ได้แล้ว

ความท้าทาย: ลิ้นเล็ก แต่ปัญหาไม่เล็ก

หากฟังดูเหมือนง่าย แค่ให้ AI ดูลิ้นแล้ววัด จริง ๆ แล้วมีโจทย์ยากซ่อนอยู่หลายชั้น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า

ลิ้นเป็นอวัยวะที่เล็กกว่าใบหน้าและลำคอมาก

ในผู้ป่วยบางราย

  • ขนาดลิ้นเล็ก

  • แลบลิ้นออกมาได้ไม่มาก

ภาพที่ได้จึงมีขนาดเล็กมาก เช่น วัดจริงได้เพียง 0.3 เซนติเมตร แต่เมื่อนำไปขยายเป็นภาพเพื่อดูผลอย่างละเอียด ต้องแสดงเป็นภาพที่เทียบเท่าขนาด 1 เซนติเมตรขึ้นไป ระบบจึงจะวิเคราะห์ได้ดี

การออกแบบอัลกอริทึมให้มองเห็นและตีความจากข้อมูลที่เล็กและจำกัดเช่นนี้ได้ จึงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของทีมวิจัย

ไม่หยุดแค่การแพทย์: AI เดียวกันไปต่อถึงภาคเกษตร

แม้ FTrehab จะถูกพัฒนามาเพื่อการแพทย์ แต่เทคโนโลยีเบื้องหลัง โดยเฉพาะส่วนของ Segmentation ก็เปิดทางต่อยอดไปยังภาคส่วนอื่นได้

ด้วยหลักการเดียวกัน ระบบสามารถช่วย

  • แยกผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพดี

  • คัดเลือกชิ้นที่ตรงตามมาตรฐานการส่งออก

นั่นหมายความว่า เทคโนโลยีที่เริ่มต้นจากการช่วยผู้ป่วยวันนี้ สามารถถูกนำไปใช้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้ในอนาคตด้วย

เบื้องหลังความสำเร็จ: ไม่ใช่แค่ AI แต่คือทั้งทีมฟื้นฟู

ด้านการใช้งานจริง อาจารย์ แพทย์หญิงพิมพ์ชนก เทือกต๊ะ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้นวัตกรรม ได้สะท้อนภาพว่า

การช่วยประเมินความก้าวหน้าในการฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอด้วย FTrehab จะได้ผลดีจริง ต้องอาศัยทีมดูแลรอบด้าน ไม่ใช่แค่แพทย์และวิศวกร แต่รวมถึง

  • พยาบาล

  • นักกายภาพบำบัด

  • นักกิจกรรมบำบัด

  • นักกายอุปกรณ์

  • และบุคลากรอื่น ๆ ในทีมสหสาขา

เมื่อเทคโนโลยีดี บวกกับทีมดูแลครบวงจร ผลลัพธ์ที่ได้จึงจะทรงพลังและยั่งยืน

เปรียบเทียบชัด ๆ: วิธีเดิม vs. FTrehab

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่เข้าโปรแกรมฟื้นฟูด้วย FTrehab กระบวนการประเมินจะต่างจากแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในมิติสำคัญ ๆ ดังนี้

  • ประเมินหาสาเหตุของอาการกลืนลำบากอย่างเป็นระบบ

  • วางแผนฟื้นฟูและแบบฝึกกิจกรรมบำบัดที่เหมาะสม

  • ปรับท่าทางการกลืนให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพขึ้น

  • เปรียบเทียบผลการฟื้นฟูด้วยข้อมูลจาก AI แทนการใช้เพียงไม้บรรทัดและบันทึกแบบเดิม

ในขณะที่วิธีเดิมอาศัยการวัดด้วยไม้บรรทัดและจดบันทึกเป็นหลัก ข้อมูลมักกระจัดกระจายและนำมาใช้ต่อได้จำกัด แต่เมื่อมี FTrehab ทุกอย่างถูกเก็บเป็นฐานข้อมูล ช่วยให้วิเคราะห์แนวโน้มและผลการรักษาได้ในระยะยาว

ความปลอดภัย–จริยธรรม: เทคโนโลยีใหม่ต้องไม่แลกด้วยความเสี่ยง

ก่อนจะนำ FTrehab ไปทดสอบกับผู้ป่วย ทีมวิจัยได้ยื่นขอ พิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ เพื่อให้แน่ใจว่า

  • สิทธิของอาสาสมัครได้รับการคุ้มครองเต็มที่

  • กระบวนการวิจัยหลีกเลี่ยงการกระทำที่ไม่จำเป็น

  • ไม่สร้างความเสี่ยงเกินความจำเป็นให้กับผู้ป่วย

โปรแกรมถูกทดสอบเบื้องต้นกับผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอของโรงพยาบาลรามาธิบดี ภายใต้การดูแลใกล้ชิดของทีมแพทย์และนักวิจัย จนได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำเพียงพอ

เมื่อผลการทดสอบมีความน่าเชื่อถือและเสถียรแล้ว แผนต่อไปคือ ขยายผลสู่การใช้งานจริงในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้เข้าถึงนวัตกรรมอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

สรุป: เมื่อ AI เข้าใจ “การกลืน” มากกว่าที่เคย

กรณีของ FTrehab สะท้อนให้เห็นชัดว่า

  • AI ไม่ได้มาแทนที่แพทย์ แต่ช่วยให้แพทย์ ตัดสินใจได้แม่นยำกว่าเดิม

  • ทีมแพทย์ นักวิจัย และวิศวกร เมื่อทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง จะสร้างนวัตกรรมที่ ยกระดับชีวิตผู้ป่วยได้จริง

  • เทคโนโลยีที่เริ่มต้นจากการแพทย์ ยังสามารถต่อยอดไปสู่ ภาคส่วนอื่น เช่น การเกษตรและเศรษฐกิจระดับชาติ ได้ด้วย

ในวันที่กล้องเว็บแคมธรรมดา ๆ สามารถทำงานร่วมกับ AI เพื่อช่วยแพทย์วัดการเคลื่อนไหวของใบหน้าและลิ้นได้ละเอียดถึงระดับมุมและระยะ เรากำลังเห็นภาพอนาคตที่ การฟื้นฟูผู้ป่วยไม่ใช่แค่การรักษาให้ “พอใช้ชีวิตได้” แต่คือการพาเขากลับไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง

และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างชัด ๆ ว่า ถ้าใช้ AI ถูกที่ ถูกจังหวะ และมีทีมที่ใช่ เทคโนโลยีจะไม่ใช่แค่คำว่า “ล้ำ” แต่จะกลายเป็นคำว่า “ช่วยคนได้จริง”

ZestBuy Take

จากจิ๊กซอชิ้นเล็ก สู่ภาพใหญ่ของการฟื้นฟูผู้ป่วยลำพังการทำงานแบบแยกส่วน ต่อให้แต่ละคนเก่งแค่ไหน ก็ยากจะต่อให้ครบเป็น จิ๊กซอภาพความสำเร็จ ได้การรักษาผู้ป่วยมะเร็ง...

ZestBuy earns a commission when you shop through our links, at no extra cost to you. Editorial content is independently selected by our team.

You May Also Like

Agentic AI คลื่นลูกใหม่ของ AI ที่ทำงานแทนเราได้ทั้งกระบวนการ
เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

Agentic AI คลื่นลูกใหม่ของ AI ที่ทำงานแทนเราได้ทั้งกระบวนการ

2026-01-30
LG gram AI: แล็ปท็อปพกพาน้ำหนักเบาที่กลายเป็น AI workstation
การใช้แล็ปท็อป

LG gram AI: แล็ปท็อปพกพาน้ำหนักเบาที่กลายเป็น AI workstation

6d ago
เปิดสเปกสายแข่ง! Predator Helios 18P AI และไลน์อัปใหม่ ที่ทำได้ทั้งงาน AI และเกมโหดในเครื่องเดียว
เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

เปิดสเปกสายแข่ง! Predator Helios 18P AI และไลน์อัปใหม่ ที่ทำได้ทั้งงาน AI และเกมโหดในเครื่องเดียว

2026-01-30
สิงคโปร์ติดเทอร์โบ AI: จาก ChatGPT ถึง Generative AI ปั้นท่องเที่ยว–การบินให้ฉลาดและกำไรพุ่ง
เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

สิงคโปร์ติดเทอร์โบ AI: จาก ChatGPT ถึง Generative AI ปั้นท่องเที่ยว–การบินให้ฉลาดและกำไรพุ่ง

2026-01-31
วิธีการเตรียมตัวรับมือเมื่อ AI เข้ามาแทนที่คนในการทำงานฉบับพนักงานออฟฟิศ
เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

วิธีการเตรียมตัวรับมือเมื่อ AI เข้ามาแทนที่คนในการทำงานฉบับพนักงานออฟฟิศ

2026-01-13
AI เปลี่ยนการศึกษาไทยอย่างไร? จากห้องเรียนสู่ระบบนิเวศใหม่ทั้งมหาวิทยาลัย
เพิ่มประสิทธิภาพงานด้วย AI

AI เปลี่ยนการศึกษาไทยอย่างไร? จากห้องเรียนสู่ระบบนิเวศใหม่ทั้งมหาวิทยาลัย

2026-01-30
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!