รับแอปรับแอป

KCG ปูทางสู่คู่คิดธุรกิจกาแฟ: 4 อินไซต์เด็ดปั้นคาเฟ่ให้รอดและรุ่ง

พิมพ์ชนก สุขใจ01-31

KCG กระโดดลุยตลาดคาเฟ่แบบจริงจัง

KCG หรือ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เดินเกมบุกตลาดคาเฟ่อย่างจริงจัง ยกระดับบทบาทจากแค่ผู้ขายวัตถุดิบ สู่การเป็น “คู่คิดธุรกิจคาเฟ่ – KCG is Your Coffee Companion”

เป้าหมายคือทำให้การทำธุรกิจคาเฟ่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่กลายเป็นโมเดลที่วางระบบได้ คุมต้นทุนได้ และต่อยอดเมนูได้ไม่รู้จบ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจากธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ที่สั่งสมมากว่า 67 ปี

ตลาดคาเฟ่และร้านเครื่องดื่มในไทยยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปี 2568 มูลค่าตลาดจะพุ่งแตะ 84,200 ล้านบาท เติบโตต่ออีก 1.9% ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด แต่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับคนที่วางเกมธุรกิจได้คมพอ

ภาพรวมตลาดคาเฟ่ไทย: แข่งเดือด แต่โอกาสยังใหญ่

ข้อมูลจาก XMAP (2024) สะท้อนภาพตลาดอาหารและเครื่องดื่มในไทยได้ชัดเจนว่า

  • ประเทศไทยมีร้านอาหาร คาเฟ่ และเบเกอรี่รวมกันมากกว่า 402,793 แห่ง

  • แค่ไตรมาสแรกของปี 2568 มีธุรกิจกลุ่มนี้จดทะเบียนใหม่อีก 973 ราย ติด 1 ใน 5 กลุ่มธุรกิจที่เปิดใหม่สูงสุดทุกปี

ตัวเลขเหล่านี้บอกแบบตรง ๆ ว่า

  • การแข่งขัน สูงมาก

  • แต่ก็ยังเป็นสนามที่เต็มไปด้วย พื้นที่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ที่วางแผนดี มีระบบ และมีพาร์ตเนอร์ธุรกิจที่ไว้ใจได้

KCG ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบอาหารและเบเกอรี่มายาวนาน มองเห็นจุดเชื่อมสำคัญ และเลือกวางตำแหน่งตัวเองเป็น พันธมิตรของร้านคาเฟ่ ไม่ใช่แค่ซัพพลายเออร์ ภายใต้แนวคิด “KCG is Your Coffee Companion”

หัวใจคือการช่วยร้านคาเฟ่สร้างเมนูให้น่าสนใจ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี คุ้มต้นทุน และมีบริการหลังบ้านที่ช่วยให้เจ้าของร้านไม่ต้องวิ่งวุ่นทุกเรื่องเพียงลำพัง

4 Insights ที่เจ้าของคาเฟ่ยุคนี้กำลังเผชิญ

KCG ถอดรหัส 4 อินไซต์สำคัญที่ผู้ประกอบการคาเฟ่ส่วนใหญ่เจอเหมือนกันแทบทุกเจ้า และใช้สิ่งนี้เป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบสินค้าและบริการ

1. ต้อง “แตกต่าง” ให้ได้ในตลาดที่แน่นไปด้วยคู่แข่ง

ในโลกที่มีคาเฟ่เกิดใหม่ทุกวัน คุณภาพและเอกลักษณ์ของสินค้า กลายเป็นอาวุธหลัก เมนูและบริการไม่สามารถ “ธรรมดาไปหมด” ได้อีกต่อไป

  • วัตถุดิบต้อง ดีจริง และมีความหลากหลาย

  • ต้องนำไปต่อยอดเป็นเมนูสร้างสรรค์ได้เยอะ ไม่จำเจ

ร้านที่เข้าใจการเล่าเรื่องผ่านเมนู และใช้วัตถุดิบที่ช่วยสร้างลายเซ็นเฉพาะตัวได้ จะยืนระยะในตลาดได้นานกว่า

2. ขยายสาขาได้ แต่รสชาติและมาตรฐานต้องเป๊ะเหมือนเดิม

พอร้านเริ่มโต สิ่งที่ท้าทายไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือคำถามว่า “ทุกสาขายังอร่อยเท่าเดิมไหม?”

การรักษามาตรฐานให้เสิร์ฟเมนูเหมือนกันทุกวัน ทุกสาขา จำเป็นต้องมี

  • SOP (Standard Operating Procedure) ที่ชัดเจน

  • ระบบควบคุมคุณภาพที่ทำซ้ำได้

  • การใช้เทคโนโลยีและวัตถุดิบที่เสถียร เพื่อให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันที่สุด

ถ้าควบคุมตรงนี้ได้ ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ง่าย เพราะรู้ว่าจะได้ประสบการณ์เดิมที่ชื่นชอบทุกครั้ง

3. ต้นทุนสูง แรงงานหนัก สต็อกล้น: ศึกหลังบ้านที่กัดกำไร

เจ้าของคาเฟ่ต้องเผชิญกับ ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟและนม ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อไปในปี 2025

ยังไม่รวมถึง

  • ค่าแรงพนักงาน

  • ค่าเช่าพื้นที่และคลังสินค้า

  • ความสูญเสียจากการบริหารสต็อกไม่ดี (ของหมดอายุ / ทำแล้วขายไม่หมด)

การบริหารหลังบ้านจึงต้องโฟกัสที่

  • การลดของเสีย (Waste)

  • การใช้วัตถุดิบให้คุ้มที่สุด

  • การลดขั้นตอนที่กินแรงงานเกินจำเป็น

ทั้งหมดนี้คือกุญแจในการรักษา กำไรและความยั่งยืนของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ยอดขายอย่างเดียว

4. ไม่มีเชฟ ไม่มีทีม R&D แต่ต้องออกเมนูใหม่ตลอด

ลูกค้ายุคนี้เบื่อง่าย ถ้าร้านไม่มีเมนูใหม่ ๆ ให้ลอง แค่ไม่กี่เดือนก็อาจถูกลืมได้แล้ว

แต่ในความเป็นจริง ร้านจำนวนมาก

  • ไม่มีเชฟประจำ

  • ไม่มีทีม R&D

  • เจ้าของต้องคิดสูตรเอง ทดลองเอง เสียวัตถุดิบเอง

ผลคือหลายร้านพลาดโอกาสสร้างเมนูซิกเนเจอร์ หรือเมนูตามเทรนด์ เพราะติดข้อจำกัดด้านเวลาและทีมงาน ทั้งที่ตลาดพร้อมจะตอบรับอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา

KCG ในบทบาท “คู่คิดธุรกิจคาเฟ่”

จากแนวคิด “KCG is Your Coffee Companion” KCG วางตัวชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการเป็นแค่ผู้ขายของ แต่เป็น เพื่อนร่วมทางของผู้ประกอบการคาเฟ่ ที่เข้าใจทั้งมุมรสชาติและมุมธุรกิจ

สิ่งที่ KCG ใช้ตอบโจทย์ 4 อินไซต์หลัก มีทั้งด้าน

  • การแข่งขัน (ความต่างของเมนูและแบรนด์)

  • ด้านคุณภาพ (มาตรฐานรสชาติและประสบการณ์)

  • ด้านต้นทุน (ความคุ้มค่าและการจัดการหลังบ้าน)

  • ด้านแรงบันดาลใจ (ไอเดียเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง)

ภายในงาน Thailand Coffee Fest 2025 KCG นำแนวคิดนี้ไปต่อยอดเป็นกิจกรรมในบูธ ผ่านทั้งเดโมเมนูและเวิร์กช็อปจริงให้ผู้ประกอบการได้เห็นภาพชัด

ตัวอย่างกิจกรรมที่จัดภายในบูธ ได้แก่

  • กลุ่มเครื่องดื่ม
    สาธิตสูตรเมนูกาแฟและเครื่องดื่มสุดพิเศษ โดยใช้น้ำผลไม้เข้มข้น Sunquick รสใหม่ Strawberry Pink Guava ที่ช่วยเพิ่มเลเยอร์รสชาติให้เมนูซิกเนเจอร์ของร้านได้ง่าย ๆ

  • กลุ่มวัตถุดิบเบเกอรี่
    เดโมการทำวาฟเฟิลและแพนเค้กจากแป้งพรีมิกซ์แบรนด์ Imperial พร้อมโชว์เทคนิคการใช้ Whipping Cream ให้ต่อยอดได้ทั้งเมนูขนมและเครื่องดื่มในร้านเดียวกัน

  • กลุ่มเบเกอรี่แช่แข็งพร้อมอบ
    เปิดให้ชิมเมนูอบพร้อมทาน เช่น ทาร์ตไข่ โดนัท และพายจากแบรนด์ Premio ที่ออกแบบมาเพื่อร้านที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่ยังต้องรักษามาตรฐานหน้าตาและรสชาติระดับมืออาชีพ

3 กลุ่มสินค้าหลักที่ช่วยให้คาเฟ่ทำงานง่ายขึ้น

นอกจากกิจกรรมในงาน KCG ยังคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เน้น ใช้งานง่าย แต่คุณภาพระดับพรีเมียม เพื่อช่วยแก้ปัญหาหลัก ๆ ของร้านคาเฟ่ ผ่าน 3 กลุ่มสินค้าใหญ่

1. เครื่องดื่มคุณภาพสูง – Sunquick

น้ำผลไม้เข้มข้นระดับพรีเมียมจากเดนมาร์ก ถูกออกแบบมาสำหรับคาเฟ่ที่ต้องการเมนูเครื่องดื่มที่ทั้ง รสชาติดี สดชื่น และคุ้มต้นทุน

จุดเด่นสำคัญคือ

  • 1 ขวด สามารถผสมออกมาเป็นเครื่องดื่มได้ถึง 5 ลิตร

  • บรรจุภัณฑ์หัวจุกเทง่าย ช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบ

  • ใช้ได้ทั้งในเมนูเครื่องดื่ม เบเกอรี่ และของหวาน

เหมาะกับร้านที่ต้องการเมนูแนวผลไม้ที่รสชัด แต่ยังควบคุมต้นทุนต่อแก้วได้ดี

2. วัตถุดิบเบเกอรี่ – Imperial

แบรนด์วัตถุดิบเบเกอรี่ของคนไทยที่อยู่คู่เชฟมืออาชีพมายาวนาน ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้ง ความง่ายและความสม่ำเสมอ

สินค้าในกลุ่มนี้มีทั้ง

  • แป้งพรีมิกซ์สูตรต่าง ๆ

  • ฟิลลิ่งและท็อปปิ้งสำหรับเบเกอรี่

  • เนยคุณภาพที่ใช้ได้ทั้งขนมและอาหาร

จุดแข็งคือ

  • ช่วยให้ร้าน ไม่ต้องเสียเวลาคิดสูตรใหม่เองทุกอย่าง

  • ลดความซับซ้อนหลังบ้าน

  • เหมาะมากสำหรับร้านขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการทั้งความเร็ว และผลลัพธ์ที่คงเส้นคงวา

3. เบเกอรี่แช่แข็งพร้อมอบ – Premio

สายอบไม่เก่ง แต่ไม่อยากยอมแพ้เรื่องเบเกอรี่ในร้าน คาเฟ่สามารถเลือกใช้กลุ่มสินค้านี้เป็นทางลัดได้

Premio คือเบเกอรี่แช่แข็งที่ใช้เนยแท้ ทำมาในรูปแบบกึ่งสำเร็จ พร้อมเข้าเตาอบ เช่น

  • ครัวซองต์

  • พาย

  • ทาร์ตไข่

ข้อดีคือ

  • ลดขั้นตอนการเตรียมแป้งและการอบที่ยุ่งยาก

  • ลดภาระด้านแรงงานและเวลาฝึกสอนพนักงาน

  • ลดปัญหา Food Waste จากการคาดการณ์ยอดขายผิดพลาด

เหมาะมากสำหรับร้านที่ ไม่มีเชฟประจำ แต่ยังอยากเสิร์ฟเบเกอรี่หน้าตาดี รสชาติพรีเมียม

KCG: มากกว่าผู้ขายวัตถุดิบ แต่คือพาร์ตเนอร์ธุรกิจ

KCG ย้ำบทบาทของคำว่า Coffee Companion ว่าไม่ได้หมายถึงการส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพสูงเท่านั้น แต่คือการ

  • เดินเคียงข้างธุรกิจคาเฟ่ทุกขนาด

  • ช่วยออกแบบแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้ง “ความต่าง – คุณภาพ – ความคุ้มค่า”

  • นำสินค้า นวัตกรรม และบริการ เข้ามาช่วยลดภาระเจ้าของร้านในหลายมิติ

เบื้องหลังยังมีทีมเชฟมืออาชีพคอยช่วยทดลองสูตร ให้คำแนะนำการปรับเมนู และต่อยอดวัตถุดิบให้ใช้ได้คุ้มที่สุดในร้านเดียว

ทำความรู้จัก KCG แบบสั้น กระชับ

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2501 จากจุดเริ่มต้นในชื่อ “กิมจั๊วพาณิชย์” และค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นทั้ง

  • ผู้นำเข้า

  • ผู้ผลิต

  • ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายกลุ่ม

แบรนด์ในเครือที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนไทย ได้แก่

  • ‘อิมพีเรียล’ คุกกี้กล่องแดง และวัตถุดิบเบเกอรี่

  • ‘อลาวรี่’ แบรนด์เนยและชีส ที่ครองยอดขายอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนาน

  • ‘ซันควิก’ น้ำผลไม้เข้มข้นจากธรรมชาติ ยอดขายในไทยนับหลายแสนขวดต่อปี

ปัจจุบัน KCG มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าจากนม วัตถุดิบเบเกอรี่ ไปจนถึงขนมสำเร็จรูปอย่างคุกกี้ แยมผลไม้ และเยลลี่ต่าง ๆ พร้อมเดินหน้าต่อยอดบทบาทจาก “ผู้ขายอาหาร” ไปสู่การเป็น ผู้อยู่เบื้องหลังความรื่นรมย์ของทุกมื้ออาหารและทุกแก้วกาแฟของผู้บริโภค

สำหรับเจ้าของคาเฟ่ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า หากมีพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจทั้งโลกอาหารและโลกธุรกิจ การทำร้านกาแฟให้ทั้งรอดและรุ่งก็ไม่ใช่ความฝันที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป