แป้งพัฟตลับเดียว เอาอยู่ทั้งวันจริงไหม?
แป้งพัฟคือไอเทมคู่ใจสายเมคอัพที่แทบขาดไม่ได้ เพราะช่วยเซตผิวให้ดูเป๊ะ ปกปิดรอยต่างๆ และทำให้เมคอัพดูจบลุคแบบมืออาชีพ
แต่ความลับคือ แค่มีแป้งพัฟอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็น “แป้งพัฟที่เหมาะกับสภาพผิวเรา” เท่านั้น ไม่งั้นจากผิวเนียน อาจกลายเป็นผิวหมอง เป็นคราบ หรือหนักกว่านั้นคือสิวอุดตัน ผิวพังกลับบ้าน
ถ้าคุณยังไม่ชัวร์ว่า ผิวตัวเองเหมาะกับแป้งแบบไหน บทความนี้คือคำตอบแบบละเอียด พร้อมทริคเล็กๆ ที่จะช่วยให้คุณสวยเนียนใสเหมือนมีช่างแต่งหน้าส่วนตัว
ทำไมต้องเลือกแป้งพัฟให้ตรงสภาพผิว?
เมคอัพที่ดีเริ่มจากการเตรียมผิวก็จริง แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ “เข้ากับผิวเรา” ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะแป้งพัฟ เพราะมันแนบสนิทอยู่บนผิวหน้าเราแทบทั้งวัน
ถ้าเลือกไม่ตรงสภาพผิว:
ผิวมัน อาจยิ่งเยิ้ม ไม่คุมมัน รูขุมขนยิ่งเด่น
ผิวแห้ง อาจเป็นคราบ ลอก แต่งยังไงก็ไม่เนียน
ผิวแพ้ง่าย มีโอกาสระคายเคืองหรืออุดตันได้ง่ายขึ้น
การเลือกแป้งพัฟให้เหมือนกับ “เสื้อผ้าที่ตัดมาพอดีตัว” จะช่วยให้คุณดูดีขึ้นแบบไม่ต้องพยายามเยอะ และมั่นใจได้ทั้งวัน
รู้จักประเภทของแป้งพัฟก่อนเลือก
แป้งพัฟไม่ได้มีแค่แบบเดียว แบรนด์ต่างๆ พัฒนาเนื้อและสูตรมาเพื่อรองรับผิวและสไตล์ที่ต่างกัน โดยหลักๆ แบ่งได้ประมาณ 3 กลุ่มนี้
แป้งอัดแข็ง
เนื้อแน่น กดอัดมาในตลับ พกง่าย ให้การปกปิดค่อนข้างดี เหมาะกับคนที่มีรอยสิว จุดด่างดำ หรือคนผิวมันที่อยากได้ตัวช่วยคุมความมันบนหน้าแป้งฝุ่น
เนื้อบางเบา โปร่งแสง ให้ฟินิชธรรมชาติ เหมาะกับผิวแห้งหรือผิวธรรมดา เพราะไม่ทำให้หน้าหนักหรือแห้งจนเกินไป ใช้เซตเมคอัพให้ดูเนียนฟุ้งๆ ได้ดีแป้งผสมรองพื้น
จัดเต็มเรื่องการปกปิด เพราะมีส่วนผสมของรองพื้นในตัว เหมาะกับคนที่ต้องการลุคเนียนกริบ ปกปิดสูง อยู่ได้ทั้งวัน แบบไม่อยากลงรองพื้นหลายชั้น
เมื่อเข้าใจคาแรกเตอร์ของแต่ละประเภทแล้ว คุณจะเลือกได้ง่ายขึ้นว่า วันไหนควรหยิบแป้งแบบไหนให้เข้ากับผิวและลุคที่อยากได้
แป้งพัฟสำหรับผิวมัน: คุมมันดี เมคอัพไม่ไหล
ผิวมันมักมีน้ำมันส่วนเกินเยอะ ทำให้หน้าเงา รูขุมขนดูชัด และเมคอัพเลือนง่าย แป้งที่เลือกจึงต้องช่วยรับมือกับปัญหาเหล่านี้โดยตรง
ควรโฟกัสที่:
เนื้อแมตต์ ไม่ฉ่ำ ไม่โกลว์จนเกินไป
มีสารช่วยดูดซับความมัน เช่น silica หรือส่วนผสมที่ออกแบบมาสำหรับคุมมัน
เลี่ยงแป้งที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมหลัก เพราะจะยิ่งทำให้หน้าเยิ้มเร็วขึ้น
ทริคการใช้สำหรับผิวมัน
ใช้ฟองน้ำหรือแปรงที่สะอาด กดแป้งลงผิวเบาๆ ไม่ปาดแรง เพื่อให้แป้งแนบผิวและติดทนนาน
เน้นบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก คาง) ที่มันง่ายเป็นพิเศษ
ระหว่างวัน ใช้กระดาษซับมันซับก่อน แล้วค่อยเติมแป้งแมตต์บางๆ เพื่อเลี่ยงหน้าเป็นชั้นหนาเตอะ
แป้งพัฟสำหรับผิวแห้ง: เนียนนุ่ม ไม่ตกร่อง
ผิวแห้งมักขาดความชุ่มชื้น มีโอกาสลอก เป็นขุย หรือดูหมองง่าย หากใช้แป้งผิดสูตร ผิวจะยิ่งแห้งและเห็นร่องชัดขึ้น
แป้งที่เหมาะกับผิวแห้งควร:
เนื้อนุ่ม บางเบา ไม่ดูแป้งหนาหนัก
มีส่วนผสมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ให้ผิวดูโกลว์สุขภาพดี
ไม่ดึงความชื้นออกจากผิวมากเกินไป
ทริคการใช้สำหรับผิวแห้ง
ลงสกินแคร์และครีมบำรุงให้ชุ่มก่อนเสมอ
ใช้ไพรเมอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นหรือเบลอรูขุมขนก่อนลงแป้ง
ใช้แปรงฟูหรือพัฟแตะแป้งบางๆ ให้ทั่วหน้า เน้นความเรียบเนียนมากกว่าการปกปิดหนาๆ
แบบนี้จะได้ผิวสวย เนียน แต่ยังดูเป็นผิว ไม่แห้งแตกหรือหนักหน้า
แป้งพัฟสำหรับผิวผสม: บาลานซ์ให้รอดทั้งหน้า
ผิวผสมคือผิวที่ “สองบุคลิก” ในหน้าเดียว ทีโซนมัน แต่บริเวณแก้มอาจแห้งหรือธรรมดา ทำให้เลือกแป้งยากกว่าปกติ
แป้งที่เหมาะกับผิวผสมควร:
เนื้อบางเบา ไม่หนา ไม่หนัก
ให้ฟินิชแบบซาตินหรือกึ่งแมตต์ ดูเนียนแต่ไม่แห้งกรัง
เทคนิคใช้แป้งสำหรับผิวผสม
ใช้แป้งแมตต์เฉพาะบริเวณทีโซน เพื่อคุมมัน
บริเวณแก้มและส่วนที่แห้ง เลือกใช้แป้งเนื้อโกลว์หรือแป้งที่ให้ผิวดูชุ่มชื้นมากขึ้น
ถ้าลงสองชนิดในใบหน้าเดียว ให้เบลนด์ขอบบริเวณที่เนื้อแป้งต่างกันเบาๆ เพื่อไม่ให้เห็นรอยแบ่งชัด
เลือกสีแป้งพัฟให้ตรงโทนผิว ไม่ลอย ไม่หมอง
เรื่องสีแป้งคือด่านสำคัญที่พลาดไม่ได้ เพราะ สีผิด ชีวิตเมคอัพเปลี่ยน ต่อให้ผิวเนียนแค่ไหน แต่สีหน้ากับคอคนละเฉด ก็พังได้เหมือนกัน
ไกด์เลือกสีแบบคร่าวๆ:
ผิวขาว
เลือกโทนเหลืองอ่อนหรือชมพูอ่อน ช่วยให้หน้าดูสดใส ไม่ซีดเหมือนป่วยผิวสีน้ำผึ้ง
เลือกสีที่ใกล้เคียงสีผิวจริง หรือโทนอุ่นเล็กน้อย จะช่วยให้หน้าไม่หมองและยังดูเป็นธรรมชาติผิวคล้ำ
ใช้โทนอุ่นอย่างน้ำตาลอ่อนหรือโทนทอง เสริมให้ผิวดูมีมิติและสุขภาพดี ไม่เทา ไม่ดรอป
ทริคเช็กสีแป้ง:
ลองที่บริเวณกรอบหน้า หรือแนวขากรรไกร แล้วดูว่าเนื้อแป้ง “กลืน” ไปกับสีผิวจริงไหม
ถ้าต้องเลือกออนไลน์ ให้ดูจากรหัสเฉดใกล้เคียงรองพื้นที่ใช้ประจำ และโทนสีผิวของตัวเองเป็นหลัก
เทคนิคใช้แป้งพัฟให้ติดทน เนียน ไร้คราบ
เลือกแป้งถูกแล้ว ต่อไปคือขั้นตอนการใช้ที่ต้องเป๊ะตามไปด้วย เพื่อให้ผิวสวยอยู่ทนทั้งวัน
1. ใส่ใจเครื่องมือที่ใช้
ใช้พัฟที่นุ่มและสะอาด กดแป้งลงผิวเบาๆ แทนการปาดแรงๆ
วิธี “กดแล้วกลาย” จะช่วยให้แป้งติดผิวดีขึ้นและไม่หนาเกินไป
2. ถ้าเป็นแป้งฝุ่น
ใช้แปรงฟู แตะแป้งเล็กน้อยแล้วเคาะส่วนเกินออกก่อน
จากนั้นปัดเบาๆ บริเวณทีโซนเพื่อคุมมัน และเซตเมคอัพให้ดูแมตต์เนียน
3. การเติมระหว่างวัน
ห้ามโบกแป้งทับหน้ามันทันที
ซับความมันส่วนเกินด้วยกระดาษซับมันก่อน แล้วค่อยแตะแป้งบางๆ ทับ
วิธีนี้ช่วยลดการเป็นคราบและไม่ทำให้หน้าเป็นชั้นหนาจนดูโป๊ะ
สรุป: แป้งพัฟที่ใช่ = เมคอัพรอด + ผิวไม่พัง
แป้งพัฟไม่ใช่แค่ตัวช่วยให้เมคอัพดูจบ แต่ยังเป็นเกราะบางๆ ที่อยู่บนผิวเราทั้งวัน การเลือกให้ตรงกับสภาพผิวจึงสำคัญมาก ทั้งเรื่องความสวยและสุขภาพผิว
ผิวมัน: เน้นคุมมัน เนื้อแมตต์ ไม่เพิ่มความเยิ้ม
ผิวแห้ง: เน้นความชุ่มชื้น เนื้อบางเบา ไม่ทำให้ผิวตึง
ผิวผสม: บาลานซ์ให้ดี ใช้แป้งต่างสูตรในแต่ละโซนได้
เมื่อเข้าใจผิวตัวเอง เลือกแป้งได้ถูกสูตร ถูกสี และรู้เทคนิคการใช้อย่างพอดี คุณจะได้ผิวที่ เนียน ใส ดูเป็นธรรมชาติ และมั่นใจได้ตลอดวัน แบบไม่ต้องพกกระจกเช็กหน้าบ่อยอีกต่อไป

