เมื่อแบรนด์อาหารสัตว์ชวนเราเชื่อว่า “ใครที่เหมือนเรา” มีอยู่จริง

Kaniva (คานิว่า) แบรนด์อาหารแมวและสุนัขที่โดดเด่นทั้งด้านนวัตกรรม และการสื่อสารกับผู้เลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ กำลังสร้างสีสันครั้งใหญ่ให้ตลาดอาหารสัตว์ไทย ด้วยการเปิดตัวพรีเซนเตอร์วง “BUS Because of You I Shine” ทั้ง 12 หนุ่ม มุ่งตรงเข้าหัวใจกลุ่ม Gen Z หนึ่งในกลุ่มกำลังซื้อสำคัญของตลาดสัตว์เลี้ยงยุคนี้
แกนกลางของแคมเปญคือการเล่าเรื่อง ‘ความเหมือน’ ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ได้น่ารักแค่ภาพลักษณ์ แต่ลึกไปถึงตัวตน ด้วยสโลแกน “The best thing in the world is when you find someone like you – การที่เราได้เจอใครที่เหมือนเรา คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต” เป้าหมายชัดเจนคือสร้าง Brand Love และผลักดันให้ Kaniva กลายเป็น Top of Mind ของผู้บริโภคยุคใหม่ในระยะยาว
จาก Insight คนเลี้ยงสัตว์ สู่แคมเปญที่พูดกับหัวใจ New Gen
เบื้องหลังแคมเปญนี้มาจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ถึง Alpha ที่เติบโตมากับแนวคิด Pet Humanization หรือมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวอย่างแท้จริง จนวันนี้พวกเขากลายเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์หลักของยุคใหม่
ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นนี้ มากถึง 1 ใน 3 นิยมเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นหมายถึงทุกการสื่อสารเรื่องอาหารสัตว์ ไม่ได้พูดกับแค่ “เจ้าของที่ซื้อ” แต่กำลังพูดกับ “คนในบ้านที่รักสัตว์เหมือนคนในครอบครัว”
ในอีกมุมหนึ่ง คาแรกเตอร์ของวง BUS ที่ทั้งสนุก สดใส มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้พวกเขาเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แถมสมาชิกวงถึง 9 จาก 12 คน ยังมีสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ส่วนอีก 3 คนแม้ไม่ได้เลี้ยง แต่ก็มีความอินกับสัตว์เลี้ยงไม่แพ้กัน
จุดนี้ทำให้การเลือก BUS ไม่ได้เป็นเพียงการเลือก “พรีเซนเตอร์” แต่คือการค้นหา “ใครบางคนที่เหมือนเรา” ทั้งในมุมความรู้สึกและไลฟ์สไตล์
ไอเดียหลักของแคมเปญยึดโยงกับประโยค “The best thing in the world is when you find someone like you” ที่คนเลี้ยงสัตว์หลายคนต้องเคยได้ยินว่า เจ้าของกับสัตว์เลี้ยงมักมีอะไรคล้ายกัน ทั้งหน้าตา นิสัย ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงสิ่งที่ชอบและกลัวเหมือนกัน
พอได้คอนเซ็ปต์สุดอบอุ่นนี้ Kaniva จึงนึกถึงศิลปินที่จะถ่ายทอดความเป็น “คน – สัตว์เลี้ยง” แบบมีสีสันและหลากหลายคาแรกเตอร์ คำตอบเลยไปจบที่กลุ่มศิลปิน New Gen อย่าง BUS ที่มีสมาชิกถึง 12 คน และแฟนคลับ หรือ BEU ก็มักเปรียบความน่ารักของพวกเขาเป็น “ไทป์หมา – ไทป์แมว” อยู่แล้ว

การจับคู่ศิลปินกับคาแรกเตอร์สัตว์เลี้ยง จึงกลายเป็นพื้นที่ครีเอทที่เปิดให้เล่าเรื่อง “ใครที่เหมือนเรา” ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในมุมภาพลักษณ์และบุคลิก
12 หนุ่ม 12 สายพันธุ์: แคมเปญที่เล่นใหญ่ด้วยความน่ารัก
ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดสนุก สมาชิกทั้ง 12 คนของ BUS ถูกจับแมตช์กับ “ไทป์” สุนัขและแมว 12 สายพันธุ์ พร้อมเชื่อมโยงกับ ผลิตภัณฑ์ Kaniva ทั้ง 12 สูตร
แต่ละคนจะมีคาแรกเตอร์ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับตัวตนจริง เช่น
จับคู่คนกับสายพันธุ์น้องหมาและน้องแมวที่ “โทนเดียวกัน”
แสดงให้เห็นนิสัยที่คล้ายกัน เช่น ขี้เล่น อบอุ่น หรือมึน ๆ น่ารักแบบแมวส้ม
การออกแบบแบบนี้ทำให้แฟน ๆ และคนเลี้ยงสัตว์สนุกกับการจำ พร้อมรู้สึกว่า “นี่แหละไทป์เรา” ในแบบที่ New Gen รู้สึกมีส่วนร่วมและหยิบไปเล่นต่อได้ง่าย
เปิดเกมบนสื่อ Out of Home ฉีกจากสูตรเดิมของโลกออนไลน์
หนึ่งในจุดที่ทำให้แคมเปญนี้โดดออกจากกรอบ คือการเลือกเปิดตัวผ่านสื่อ Out of Home แทนที่จะเริ่มจากออนไลน์ ทั้งที่ออนไลน์ถือเป็น “ปัจจัยที่ 5” ของคนยุคใหม่
Kaniva เลือกปูพรม กว่า 60 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยเน้นย่านที่เป็นเส้นทางชีวิตของ New Gen เช่น
สยาม
สามย่าน
บางนา
แนวรถไฟฟ้า
ช่วงแรกของการสื่อสารมาในรูปแบบทีเซอร์ผ่านบิลบอร์ดแบบ “จิ๊กซอว์” ชวนคนทายว่า น้องหมาหรือน้องแมวตัวนี้ “เหมือนใครใน BUS” ก่อนจะต่อด้วยการเปิดหน้าชัด ๆ ของ 12 สมาชิก BUS ในท่วงท่าสุดคิวต์ ที่ไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อน
ทุกภาพถูกออกแบบให้เข้ากับไทป์หมา–แมวอย่างตั้งใจ พร้อมมีผลิตภัณฑ์ Kaniva แทรกอยู่ในทุกจุดของแคมเปญ เพื่อให้คนจดจำแบรนด์แบบไม่ยัดเยียด และให้การแชร์เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด “Less is more” ที่ฝากต่อทั้งถึงแฟนคลับและคนรักสัตว์ทั่วไป
มากกว่าหน้าตาพรีเซนเตอร์ คือการปลูก Brand Love ให้เติบโตไปกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง
ถึงจะใช้ศิลปินดังเป็นตัวเดินเรื่อง แต่เป้าหมายของ Kaniva ไม่ใช่แค่การปั่นยอดขายระยะสั้นจากกระแสพรีเซนเตอร์ แบรนด์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในระดับความรู้สึก
ใจความสำคัญคือการบอกเจ้าของทุกคนว่า
สัตว์เลี้ยงคือ “คนในบ้าน” ที่ควรได้สิ่งที่ดีที่สุด
อาหารที่ดีคือส่วนหนึ่งของความรัก และการดูแลเขาให้สมกับเป็นครอบครัว
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นฐานสำคัญในการสร้าง Brand Love และผลักดันให้ Kaniva ไปอยู่ในตำแหน่ง Top of Mind ของผู้บริโภคในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่ม New Gen ที่กำลังมีพลังซื้อสูงขึ้น และมองหาแบรนด์ที่ “เข้าใจเขาจริง ๆ” มากกว่าจะพูดกับเขาแบบผิวเผิน

ที่ผ่านมา Kaniva ยังเคยทำงานร่วมกับพรีเซนเตอร์คนดังหลายคน และสร้างคอนเซ็ปต์ “Pet Presenter” ด้วยการเล่าเรื่องจากบ้านของน้อง ๆ สัตว์เลี้ยงยอดฮิต เพื่อสะท้อนว่า สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สัตว์” แต่คือสมาชิกบ้านที่ต้องการความรัก ความใส่ใจ และโภชนาการที่เหมาะสม
ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับภาพของแบรนด์ที่อยากอยู่ข้างคนเลี้ยงสัตว์แบบยาว ๆ ไม่ใช่แค่ตอนตัดสินใจซื้อครั้งเดียว
Kaniva Petstival: พื้นที่ให้คนรักสัตว์ “เจอใครที่เหมือนเรา”
เพื่อเสริมพลังให้แคมเปญ Kaniva ยังเตรียมจัดงาน Kaniva Petstival ใจกลางสยาม ฉลองครบรอบ 5 ปีของแบรนด์ ในบรรยากาศแบบ Festival ที่เปิดกว้างให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ความสุขเต็มรูปแบบ
ไม่ว่าจะเป็น
แฟนคลับของ BUS
คนเลี้ยงสัตว์ที่อยากหากิจกรรมทำกับน้องหมาน้องแมว
หรือแม้แต่คนที่ยังไม่มีสัตว์เลี้ยง
ทุกคนสามารถมาร่วมสนุก และอาจจะได้ “เจอใครที่เหมือนเรา” ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์เลี้ยง หรือแบรนด์ที่อินกับใจเราแบบคาดไม่ถึง
สรุป: เมื่อแบรนด์อาหารสัตว์เล่าเรื่องความเหมือน จนกลายเป็นความผูกพัน
แคมเปญ Kaniva x BUS ไม่ได้ขายแค่อาหารสัตว์ แต่กำลังเล่าเรื่องความสัมพันธ์แบบ New Gen ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว และเป็น “คนหนึ่ง” ที่เราอยากให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด
ด้วยการจับมือกับศิลปินที่มีตัวตนชัด คาแรกเตอร์สดใส และใกล้ชิดกับโลกของสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ผสมกับ Insight ลึกของคนรุ่นใหม่ ทำให้แคมเปญนี้มีทั้งความสนุก ความน่ารัก และความรู้สึกที่หลายคนอินตามได้ไม่ยาก
เพราะในโลกของทาสหมา–ทาสแมว การได้เจอใครสักคนที่ “เหมือนเรา” ไม่ว่าจะเป็นคน หรือสัตว์เลี้ยง ก็คือความสุขแบบเรียบง่าย…แต่ดีที่สุดแล้วจริง ๆ

