BYD เปิดเผยสิทธิบัตรใหม่ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยของรถยนต์ ด้วยระบบ ตรวจจับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องรถ ซึ่งสามารถตรวจพบทั้งสัตว์และคนที่อาจหลบอยู่ใต้รถก่อนที่ผู้ขับจะออกตัว ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กที่อยู่ในจุดอับสายตา
สิทธิบัตรดังกล่าวได้รับการเผยแพร่โดยสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศจีนเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ภายใต้หมายเลข CN122200729A อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเป็นเพียงสิทธิบัตร และ BYD ยังไม่ได้ประกาศว่าจะนำระบบนี้มาใช้ในรถรุ่นใดหรือเมื่อใด
ระบบทำงานอย่างไร
แนวคิดของ BYD คือให้รถ บันทึกภาพใต้ท้องรถไว้เป็นภาพอ้างอิง ทุกครั้งหลังดับเครื่อง
เมื่อผู้ขับกลับมาใช้งานอีกครั้ง ระบบจะถ่ายภาพใหม่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับภาพเดิม หากพบว่ามีวัตถุใหม่ปรากฏขึ้น ระบบจะวิเคราะห์ต่อว่าคือ
สัตว์
คน
หรือสิ่งมีชีวิตอื่น
ก่อนแจ้งเตือนให้ผู้ขับตรวจสอบพื้นที่ใต้รถก่อนเคลื่อนตัว

ลดการเตือนผิดพลาด
พื้นที่ใต้รถถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ตรวจจับได้ยาก เพราะมีทั้ง
เงา
ฝุ่นและเศษหิน
พื้นถนนที่ไม่เรียบ
แสงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
BYD จึงใช้แนวทาง เปรียบเทียบกับภาพอ้างอิง (Baseline Image) ก่อน แล้ววิเคราะห์เฉพาะบริเวณที่เปลี่ยนแปลงจริง แทนการประมวลผลทั้งภาพทุกครั้ง วิธีนี้ช่วยลดการเตือนผิดพลาดและลดภาระการประมวลผลของระบบได้
เหมาะกับรถที่มีความสูงจากพื้นมาก
ระบบลักษณะนี้อาจมีประโยชน์กับรถหลายประเภท เช่น
SUV
รถกระบะ
รถออฟโรด
รถยนต์ไฟฟ้า
เนื่องจากรถที่มีความสูงจากพื้นมาก มักเป็นจุดที่สัตว์ เช่น แมวหรือสุนัข เข้าไปหลบแดด หลบฝน หรือพักอยู่ใต้รถได้ง่าย ทำให้ผู้ขับมองไม่เห็นจากตำแหน่งนั่งขับ
เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีความปลอดภัยของ BYD
ก่อนหน้านี้ BYD ยังเปิดเผยสิทธิบัตรอีกระบบที่ใช้ เรดาร์ตรวจจับผู้โดยสารที่ถูกลืมไว้ในรถ โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงภายในห้องโดยสาร
เมื่อรวมกับสิทธิบัตรตรวจจับสิ่งมีชีวิตใต้รถ ทำให้เห็นว่า BYD กำลังพัฒนาระบบตรวจจับทั้ง ภายในและภายนอกรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในหลายสถานการณ์
ยังไม่ยืนยันว่าจะได้ใช้จริง
แม้แนวคิดนี้จะได้รับความสนใจ แต่ BYD ยังไม่ได้ประกาศแผนนำระบบดังกล่าวเข้าสู่การผลิต การจดสิทธิบัตรเป็นเพียงการคุ้มครองแนวคิดทางเทคโนโลยี และไม่ได้หมายความว่าจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์เชิงพาณิชย์ทุกกรณี
อย่างไรก็ตาม หากระบบนี้ถูกพัฒนาจนพร้อมใช้งานจริง ก็อาจช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากสัตว์หรือเด็กเล็กที่อยู่ใต้รถได้ โดยเฉพาะในพื้นที่พักอาศัยหรือจุดจอดรถที่มีสัตว์จรจัดจำนวนมาก ถือเป็นอีกตัวอย่างของการนำ Computer Vision มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน มากกว่าการใช้งานเฉพาะด้านระบบช่วยขับเพียงอย่างเดียว
ที่มา ubergizmo


ความคิดเห็น