รับแอปรับแอป

พาเด็กเที่ยว ‘สองมิวเซียมสุดว้าว’ ที่นารา วันเดียวสนุกครบทั้งปลาทองและสัตว์เลื้อยคลาน

กิตติคุณ รัตนโชติ01-30

พาเด็กหนีฝูงกวาง แวะโลกปลาทองและสัตว์แปลกที่นารา

ถ้าพูดถึง เมืองนารา ส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงพระพุทธรูปไดบุสึกับกวางกันก่อนใช่ไหมคะ

แต่รู้ไหมว่า แค่ลงก่อนสถานีนาราไปเพียงหนึ่งป้าย ก็มีโลกอีกใบที่เด็ก ๆ จะต้องตาวาว ผู้ใหญ่ก็สนุกได้ นั่นคือ Nara Kingyo Museum (พิพิธภัณฑ์ปลาทองนารา) และ NARA IKIMONO MUSEUM (พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิตนารา) ที่อยู่ในตึกเดียวกัน เล่นได้ทั้งวันแบบไม่เปลืองแรงเดิน

ที่นี่เหมาะมากสำหรับ

  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อยากหาที่เที่ยวในร่ม เดินสบาย ไม่เบียด

  • คนชอบถ่ายรูป อินดอร์สวย ๆ แสงสีจัดเต็ม

  • สายสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่อยากเจอแบบใกล้ ๆ

การเดินทางไป Mi Nara ที่รวมสองมิวเซียม

ให้เริ่มจากนั่งรถไฟสายคินเท็ตสึมุ่งหน้ามานารา แนะนำให้นั่ง รถด่วนพิเศษ จะได้ไม่เสียเวลา จากนั้น

  • ลงที่ สถานีชินโอมิยะ (Shin-Omiya)

  • ออกมาที่ด้านหน้าสถานี จะเจอป้อมตำรวจ ให้สังเกต ป้ายรถมินิบัสฟรี แถวนั้น

  • ขึ้น รถมินิบัสฟรี นั่งต่อประมาณ 10 นาที

  • รถจะพามาลงที่อาคาร Mi Nara (มีทั้งหมด 5 ชั้น)

  • สองมิวเซียมอยู่ที่ ชั้น 4 ส่วนชั้น 1 เป็นฟู้ดคอร์ทและร้านของกินเยอะมาก เรื่องอาหารไม่ต้องห่วง

ทิปเพิ่มเติม: ตารางเดินรถบัสสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ทางการของ Mi Nara เพื่อวางแผนเวลาให้เป๊ะ

Nara Kingyo Museum: โลกศิลปะและปลาทองที่เด็ก ๆ ต้องหลงรัก

คอนเซ็ปต์มิวเซียมปลาทองนารา

ที่นี่ไม่ใช่อควาเรียมธรรมดา แต่เป็นการเอา เมืองนารา + ปลาทอง + ศิลปะ มาผสมกันอย่างจริงจัง

ภายในจะใช้

  • ภาพโปรเจคชั่น

  • แสง สี เสียง

  • กระจกสี และอุปกรณ์จัดแสงต่าง ๆ

ทั้งหมดออกแบบโดยศิลปินหลายคน แบ่งพื้นที่เป็น 7 โซน ให้เดินทะลุไปเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกศิลปะที่มีปลาทองว่ายอยู่รอบตัว

ด้านหน้าทางเข้า–ออกสังเกตง่าย ดีไซน์โดดเด่นมาก

เหมาะกับครอบครัวและคู่รักสายถ่ายรูป

ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่ เพลินทั้งครอบครัว อย่างแท้จริง

  • มี มุมให้เด็กเล็กเล่น ไม่ต้องกลัวลูกเบื่อ

  • ถ้ามาวันธรรมดา คนจะค่อนข้างโล่ง เดินชมสบาย ไม่อึดอัด

  • มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ถูกใจทั้งสายกล้องและสายโซเชียล

จุดไฮไลต์: KINGYO x Trick Art

พอเดินเข้ามาจะเจอ โคมปลาทองขนาดใหญ่ หน้าตาคล้ายตุ๊กตาดารุมะ เป็นเหมือนประตูสู่โซนสนุกของเด็ก ๆ

โซนนี้ชื่อว่า KINGYO x Trick Art เป็นพื้นที่สำหรับถ่ายรูปโดยเฉพาะ

  • มีภาพลวงตา (Trick Art) ให้โพสต์ท่าถ่ายสนุก

  • ธีมหลักคือ ปลาทอง + บ้านนินจา

  • ไม่ได้บังคับทิศทาง แต่ถ้าเดินตามเส้นทางจะเริ่มจากฝั่งซ้ายก่อน

เด็ก ๆ จะได้ปล่อยพลังโพสต์ท่ากันเต็มที่ ผู้ปกครองเตรียมเมมกล้องให้พร้อมได้เลย

ล็อกเกอร์ฟรีและรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่ารัก

เมื่อเดินออกจากโซน Trick Art แล้ว จะเข้าสู่ส่วนของ Kingyo Museum แบบเต็มตัว

มี ล็อกเกอร์ให้ฝากของฟรี แม้จะมีไม่เยอะมาก แต่คนใช้ไม่แน่นเท่าไหร่ กุญแจล็อกเกอร์มาในรูปทรงปลาทอง น่ารักมาก

ปลาทองสายพันธุ์โคะอาคะ และเรื่องราวของปลาทองนารา

ด้านในจะมีตู้ปลาทองหลายใบ พร้อมคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์และสายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่เป็นปลาที่เพาะในเขต ยามาโตะโคะโอะริยามะ จังหวัดนารา

จุดน่าสนใจคือ ในอดีตผู้เพาะปลาทองเป็นชนชั้นนักรบที่ทำเป็นอาชีพเสริมด้วย

หนึ่งในสายพันธุ์ที่เจอคือ โคะอาคะ

  • ลำตัวยาว สีแดงสด

  • มักใช้ในการ “ตักปลาทอง” ตามงานเทศกาลญี่ปุ่นต่าง ๆ

ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมีกิจกรรม ตักปลาทอง ให้ลองเล่น ราคาเล่นครั้งละ 300 เยน เด็ก ๆ จะชอบมาก

ปลาทองสายพันธุ์โคะอาคะตัวจริงน่ารักกว่าที่คิดอีกค่ะ

โซนศิลปะและกำแพงดอกไม้

จากตู้ปลาทองข้อมูลแน่น ๆ ก็จะเข้าสู่โซนจัดแสดงผลงานศิลปะที่ผสมผสานกับตู้ปลาทอง มีทั้ง

  • แสงสีที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ

  • กลิ่นหอมในอาคารที่ช่วยเสริมบรรยากาศ

บริเวณนี้เหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีที่มีปลาทองล้อมรอบ

จุดเด่นอีกมุมคือ กำแพงดอกไม้ เวลาถ่ายรูปตู้ปลาทอง จะเหมือนปลากำลังว่ายอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีสด

ตรงกลางยังมีโซฟาให้เด็ก ๆ และครอบครัวนั่งพักพร้อมถ่ายรูปแบบสบาย ๆ

JAPONE Komichi และ JAPANESE AQUARIUM DISCO

ช่วงท้ายจะเข้าสู่โซนบรรยากาศญี่ปุ่นจ๋า เริ่มจาก JAPONE Komichi แปลประมาณว่า “ตรอกแบบญี่ปุ่น”

  • มีการใช้ ร่มกระดาษญี่ปุ่น จัดแสดงคู่กับตู้ปลาทอง

  • แสงสีอบอุ่น ให้ฟีลเดินในตรอกญี่ปุ่นตอนกลางคืน

จากนั้นต่อด้วยโซน JAPANESE AQUARIUM DISCO ที่ยังคงธีมญี่ปุ่น แต่เพิ่มจังหวะความดิสโก้เข้าไปด้วย แสงสะท้อนจากกระจกสีทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตื่นตาตลอดเวลา

ทางเข้าดูอลังการ น่าเดินเข้าไปสำรวจมาก

ร่มกระดาษญี่ปุ่นเรียงรายสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนเดินเล่นในเทศกาลหน้าร้อน

ผนังกระจกสีแนวดิสโก้ สะท้อนไฟแล้วสวยมาก เหมาะกับการถ่ายวิดีโอพาโนรามา

มีอ่างปลาทองคู่กับภาพโปรเจคเตอร์สี่ฤดู จังหวะเปลี่ยนภาพทำให้รู้สึกเหมือนปลาทองเปลี่ยนฤดูกาลไปพร้อมเรา

โคมไฟปลาทองจากยามากุจิ

อีกจุดที่ห้ามพลาดคือ โคมไฟปลาทอง น่ารักมาก ถูกส่งตรงจากจังหวัดยามากุจิ

  • เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่ปลายยุคเอโดะ

  • ถ้าได้ใส่ชุดยูกาตะมาถ่ายรูปคู่ รับรองสวยจนรูปเต็มเครื่อง

ก่อนออกจากโซนจะมีมุมขายของที่ระลึกเล็ก ๆ ให้เลือกซื้อกลับบ้าน แต่รับเฉพาะ เงินสดเท่านั้น ไม่รับบัตรเครดิต

ข้อมูลการเข้าชม Nara Kingyo Museum

ที่ตั้ง

  • อาคาร MiNara ชั้น 4

  • นิโจจิมินามิ เมืองนารา 630-8012

เวลาทำการ

  • 10:00–18:00 น.

  • เข้าประตูรอบสุดท้าย 17:30 น.

  • เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้าชม (เฉพาะ Nara Kingyo Museum)

  • ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่ม.ต้น–64 ปี): 1,300 เยน

  • เด็กประถม: 800 เยน

  • เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 300 เยน

  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 800 เยน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี

บัตรเซ็ต (เข้าทั้ง NARA KINGYO MUSEUM + NARA IKIMONO MUSEUM)

  • ผู้ใหญ่ (ม.ต้น–64 ปี): 2,400 เยน

  • เด็กประถม: 1,400 เยน

  • เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 500 เยน

  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 1,400 เยน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี

สิทธิพิเศษ

  • ผู้มีความพิการทุกประเภท และผู้ติดตาม 1 คน

  • แสดงบัตรประจำตัวเพื่อรับ ส่วนลด 50% จากค่าบัตรปกติ

NARA IKIMONO MUSEUM: ดินแดนสัตว์เลื้อยคลานที่เด็กสายกล้าต้องลอง

เมื่อปลาทองจัดเต็มกันแล้ว ก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามที่ NARA IKIMONO MUSEUM อยู่ในชั้นเดียวกันนี่แหละค่ะ

ที่นี่คือสวรรค์ของคนที่ชอบ

  • สัตว์เลื้อยคลาน

  • สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

  • สัตว์หน้าตาเอ็กโซติกแบบที่ไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวัน

ไฮไลต์คือ ได้สัมผัสสัตว์แบบใกล้ชิด และยังสามารถซื้ออาหารให้เต่าและอีกัวน่าด้วย

ด้านในจะแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนมีธีมและความน่ารัก (ปนระทึก) ต่างกัน

Nozo Nozo Zone: ให้อาหารเต่า–อีกัวน่าแบบใกล้ตัว

โซนแรกชื่อว่า Nozo Nozo Zone (โนโซะโนโซะ โซน) จุดเด่นคือ

  • ให้อาหาร เต่า และ อีกัวน่า ได้เอง

  • สามารถเล่นกับสัตว์ได้ แต่ต้องจับอย่างเบามือ

  • ถ้าเด็ก ๆ เผลอจับแรงไป สัตว์อาจตกใจ แล้วมีงับได้เหมือนกัน

ระยะห่างคือใกล้จนมองตากันได้ชัด ๆ เลยทีเดียว

มีโซนสำหรับหยิบอาหารสัตว์ ราคา ถ้วยละ 100 เยน ใครมีลูกหลายคนเตรียมเหรียญให้พร้อมนะคะ จะได้ไม่แย่งกัน

เต่าที่นี่ให้จับได้เฉพาะ กระดอง เท่านั้น และ ห้ามยกตัวเต่าขึ้นจากพื้น เพื่อความปลอดภัยของน้อง

ในตู้โชว์ยังมีอีกัวน่าหลายตัวให้ชมแบบไม่ต้องลุ้นว่าจะเดินมาหาเราหรือเปล่า

ระหว่างเดิน ๆ อยู่ อาจเจอพร็อพอย่าง เก้าอี้รูปงูเหลือมยักษ์ ที่ดูอลังการจนเผลอสะดุ้งได้เหมือนกัน

Shito Shito Zone: รวมสัตว์เลื้อยคลานเอ็กโซติก

โซนถัดมาคือ Shito Shito Zone (ชิโตะชิโตะ โซน) รวมนานาชนิดสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่หน้าตาแปลกตา

เป็นโซนที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่าสัตว์เลื้อยคลานไม่ได้มีแค่งูหรือจิ้งเหลนแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น

Puru Puru Zone: อาณาจักรอูป้าลูป้าและหน้าตานุ่มนิ่มทั้งหลาย

ถัดมาเป็นโซนที่ใคร ๆ ก็ต้องใจอ่อน คือ Puru Puru Zone (ฟุรุฟุรุโซน)

โซนนี้รวบรวมสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่หน้าตาดู นิ่ม ๆ น่ารัก ๆ เช่น

  • ซาลาแมนเดอร์น้ำที่เรียกว่า อูป้าลูป้า

น้องอูป้าลูป้าหน้าตาแบ๊วมาก เด็ก ๆ จะต้องติดใจแน่นอน

Kara Kara Zone: ชาวทะเลทรายสุดเท่

โซน Kara Kara Zone (คาระคาระโซน) จะรวมสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในทะเลทราย เช่น

  • จิ้งเหลนทะเลทราย

  • ตุ๊กแกเสือดาว

ตุ๊กแกเสือดาวบางตัวอาจกำลังหลับสบายในตู้ให้เราแอบมองแบบเงียบ ๆ

ยังมีงูและจิ้งเหลนสายทะเลทรายให้ดูครบ ๆ เหมือนยกโลกทะเลทรายย่อส่วนมาไว้ในตู้

Kowa Kowa Zone: โซนลุ้นระทึกสำหรับสายกล้า

สำหรับคนที่อยากเพิ่มระดับความตื่นเต้น ต้องลอง Kowa Kowa Zone (โควะโควะโซน)

โซนนี้รวมสัตว์ที่หลายคนเห็นแล้วมีขนลุก เช่น

  • ปลาปิรันย่า

  • แมงป่อง

  • ตะขาบ

  • กิ้งกือ

  • แมลงสาบ

ด้านหน้าจะมีป้ายเตือนสำหรับคนที่กลัวแมลงสาบ และตู้บางส่วนจะมี ผ้าม่านสีดำ ให้เราแง้มดูเอาเอง เพิ่มดีกรีความลุ้นตอนเปิด

โซนพักผ่อนสำหรับเด็กสายชิล

หลังจากเจอสัตว์ครบทุกโซนแล้ว ตอนท้ายจะมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน

ในโซนนี้มี

  • กระดาษให้เด็ก ๆ ระบายสีเอากลับบ้านเป็นที่ระลึก

  • หนังสือเกี่ยวกับโลกของสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำให้เด็ก ๆ ได้อ่านต่อยอดความสนใจ

มุมนี้เหมาะจะเป็นจุดปิดท้ายทริปให้เด็ก ๆ ได้ค่อย ๆ ผ่อนโหมดตื่นเต้นแล้วเปลี่ยนเป็นโหมดสงบก่อนออกจากมิวเซียม

ข้อมูลการเข้าชม NARA IKIMONO MUSEUM

ที่ตั้ง

  • อาคาร MiNara ชั้น 4

  • นิโจจิมินามิ เมืองนารา 630-8012

เวลาทำการ

  • 10:00–18:00 น.

  • เข้าประตูรอบสุดท้าย 17:30 น.

  • เปิดทุกวัน

ค่าเข้าชม (เฉพาะ NARA IKIMONO MUSEUM)

  • ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่ม.ต้น–64 ปี): 1,300 เยน

  • เด็กประถม: 800 เยน

  • เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 300 เยน

  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 800 เยน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี

บัตรเซ็ตเข้าชมสองมิวเซียม (NARA KINGYO + NARA IKIMONO)

  • ผู้ใหญ่ (ม.ต้น–64 ปี): 2,400 เยน

  • เด็กประถม: 1,400 เยน

  • เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 500 เยน

  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 1,400 เยน

  • เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี

เบอร์ติดต่อ

  • โทร: +81 80-4689-4240

สิทธิพิเศษผู้มีความพิการ

  • ผู้มีความพิการทุกประเภท และผู้ติดตาม 1 คน

  • แสดงบัตรประจำตัวเพื่อรับส่วนลด ครึ่งราคา

สรุป: ทริปเดียว ได้ทั้งโลกศิลปะและโลกสัตว์ให้เด็ก ๆ ค้นพบ

ถ้าใครกำลังแพลนพาเด็กไปนารา แล้วรู้สึกว่าดูแต่กวางอาจไม่พอ ลองเพิ่ม Mi Nara ชั้น 4 เข้าไปในแผน

ในหนึ่งวัน เด็ก ๆ จะได้

  • เรียนรู้โลกของ ปลาทอง ผ่านงานศิลปะและแสงสี

  • เปิดมุมมองต่อ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แบบใกล้ชิด

  • มีทั้งโซนเล่น โซนเรียนรู้ และโซนให้พลังสร้างสรรค์แบบครบวงจร

ใครกำลังมองหา ที่เที่ยวในร่มสำหรับเด็ก ที่ทั้งสวยทั้งสนุก ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาไปด้วยกันแบบมีคุณภาพ สองมิวเซียมในนาราแห่งนี้คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ