พาเด็กหนีฝูงกวาง แวะโลกปลาทองและสัตว์แปลกที่นารา
ถ้าพูดถึง เมืองนารา ส่วนใหญ่ก็คงนึกถึงพระพุทธรูปไดบุสึกับกวางกันก่อนใช่ไหมคะ
แต่รู้ไหมว่า แค่ลงก่อนสถานีนาราไปเพียงหนึ่งป้าย ก็มีโลกอีกใบที่เด็ก ๆ จะต้องตาวาว ผู้ใหญ่ก็สนุกได้ นั่นคือ Nara Kingyo Museum (พิพิธภัณฑ์ปลาทองนารา) และ NARA IKIMONO MUSEUM (พิพิธภัณฑ์สิ่งมีชีวิตนารา) ที่อยู่ในตึกเดียวกัน เล่นได้ทั้งวันแบบไม่เปลืองแรงเดิน
ที่นี่เหมาะมากสำหรับ
ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อยากหาที่เที่ยวในร่ม เดินสบาย ไม่เบียด
คนชอบถ่ายรูป อินดอร์สวย ๆ แสงสีจัดเต็ม
สายสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่อยากเจอแบบใกล้ ๆ
การเดินทางไป Mi Nara ที่รวมสองมิวเซียม
ให้เริ่มจากนั่งรถไฟสายคินเท็ตสึมุ่งหน้ามานารา แนะนำให้นั่ง รถด่วนพิเศษ จะได้ไม่เสียเวลา จากนั้น
ลงที่ สถานีชินโอมิยะ (Shin-Omiya)
ออกมาที่ด้านหน้าสถานี จะเจอป้อมตำรวจ ให้สังเกต ป้ายรถมินิบัสฟรี แถวนั้น
ขึ้น รถมินิบัสฟรี นั่งต่อประมาณ 10 นาที
รถจะพามาลงที่อาคาร Mi Nara (มีทั้งหมด 5 ชั้น)
สองมิวเซียมอยู่ที่ ชั้น 4 ส่วนชั้น 1 เป็นฟู้ดคอร์ทและร้านของกินเยอะมาก เรื่องอาหารไม่ต้องห่วง
ทิปเพิ่มเติม: ตารางเดินรถบัสสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ทางการของ Mi Nara เพื่อวางแผนเวลาให้เป๊ะ
Nara Kingyo Museum: โลกศิลปะและปลาทองที่เด็ก ๆ ต้องหลงรัก
คอนเซ็ปต์มิวเซียมปลาทองนารา
ที่นี่ไม่ใช่อควาเรียมธรรมดา แต่เป็นการเอา เมืองนารา + ปลาทอง + ศิลปะ มาผสมกันอย่างจริงจัง
ภายในจะใช้
ภาพโปรเจคชั่น
แสง สี เสียง
กระจกสี และอุปกรณ์จัดแสงต่าง ๆ
ทั้งหมดออกแบบโดยศิลปินหลายคน แบ่งพื้นที่เป็น 7 โซน ให้เดินทะลุไปเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกศิลปะที่มีปลาทองว่ายอยู่รอบตัว
ด้านหน้าทางเข้า–ออกสังเกตง่าย ดีไซน์โดดเด่นมาก
เหมาะกับครอบครัวและคู่รักสายถ่ายรูป
ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่ เพลินทั้งครอบครัว อย่างแท้จริง
มี มุมให้เด็กเล็กเล่น ไม่ต้องกลัวลูกเบื่อ
ถ้ามาวันธรรมดา คนจะค่อนข้างโล่ง เดินชมสบาย ไม่อึดอัด
มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ถูกใจทั้งสายกล้องและสายโซเชียล
จุดไฮไลต์: KINGYO x Trick Art
พอเดินเข้ามาจะเจอ โคมปลาทองขนาดใหญ่ หน้าตาคล้ายตุ๊กตาดารุมะ เป็นเหมือนประตูสู่โซนสนุกของเด็ก ๆ
โซนนี้ชื่อว่า KINGYO x Trick Art เป็นพื้นที่สำหรับถ่ายรูปโดยเฉพาะ
มีภาพลวงตา (Trick Art) ให้โพสต์ท่าถ่ายสนุก
ธีมหลักคือ ปลาทอง + บ้านนินจา
ไม่ได้บังคับทิศทาง แต่ถ้าเดินตามเส้นทางจะเริ่มจากฝั่งซ้ายก่อน
เด็ก ๆ จะได้ปล่อยพลังโพสต์ท่ากันเต็มที่ ผู้ปกครองเตรียมเมมกล้องให้พร้อมได้เลย
ล็อกเกอร์ฟรีและรายละเอียดเล็ก ๆ ที่น่ารัก
เมื่อเดินออกจากโซน Trick Art แล้ว จะเข้าสู่ส่วนของ Kingyo Museum แบบเต็มตัว
มี ล็อกเกอร์ให้ฝากของฟรี แม้จะมีไม่เยอะมาก แต่คนใช้ไม่แน่นเท่าไหร่ กุญแจล็อกเกอร์มาในรูปทรงปลาทอง น่ารักมาก
ปลาทองสายพันธุ์โคะอาคะ และเรื่องราวของปลาทองนารา
ด้านในจะมีตู้ปลาทองหลายใบ พร้อมคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์และสายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่เป็นปลาที่เพาะในเขต ยามาโตะโคะโอะริยามะ จังหวัดนารา
จุดน่าสนใจคือ ในอดีตผู้เพาะปลาทองเป็นชนชั้นนักรบที่ทำเป็นอาชีพเสริมด้วย
หนึ่งในสายพันธุ์ที่เจอคือ โคะอาคะ
ลำตัวยาว สีแดงสด
มักใช้ในการ “ตักปลาทอง” ตามงานเทศกาลญี่ปุ่นต่าง ๆ
ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ยังมีกิจกรรม ตักปลาทอง ให้ลองเล่น ราคาเล่นครั้งละ 300 เยน เด็ก ๆ จะชอบมาก
ปลาทองสายพันธุ์โคะอาคะตัวจริงน่ารักกว่าที่คิดอีกค่ะ
โซนศิลปะและกำแพงดอกไม้
จากตู้ปลาทองข้อมูลแน่น ๆ ก็จะเข้าสู่โซนจัดแสดงผลงานศิลปะที่ผสมผสานกับตู้ปลาทอง มีทั้ง
แสงสีที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ
กลิ่นหอมในอาคารที่ช่วยเสริมบรรยากาศ
บริเวณนี้เหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีที่มีปลาทองล้อมรอบ
จุดเด่นอีกมุมคือ กำแพงดอกไม้ เวลาถ่ายรูปตู้ปลาทอง จะเหมือนปลากำลังว่ายอยู่ท่ามกลางดอกไม้สีสด
ตรงกลางยังมีโซฟาให้เด็ก ๆ และครอบครัวนั่งพักพร้อมถ่ายรูปแบบสบาย ๆ
JAPONE Komichi และ JAPANESE AQUARIUM DISCO
ช่วงท้ายจะเข้าสู่โซนบรรยากาศญี่ปุ่นจ๋า เริ่มจาก JAPONE Komichi แปลประมาณว่า “ตรอกแบบญี่ปุ่น”
มีการใช้ ร่มกระดาษญี่ปุ่น จัดแสดงคู่กับตู้ปลาทอง
แสงสีอบอุ่น ให้ฟีลเดินในตรอกญี่ปุ่นตอนกลางคืน
จากนั้นต่อด้วยโซน JAPANESE AQUARIUM DISCO ที่ยังคงธีมญี่ปุ่น แต่เพิ่มจังหวะความดิสโก้เข้าไปด้วย แสงสะท้อนจากกระจกสีทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ตื่นตาตลอดเวลา
ทางเข้าดูอลังการ น่าเดินเข้าไปสำรวจมาก
ร่มกระดาษญี่ปุ่นเรียงรายสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเหมือนเดินเล่นในเทศกาลหน้าร้อน
ผนังกระจกสีแนวดิสโก้ สะท้อนไฟแล้วสวยมาก เหมาะกับการถ่ายวิดีโอพาโนรามา
มีอ่างปลาทองคู่กับภาพโปรเจคเตอร์สี่ฤดู จังหวะเปลี่ยนภาพทำให้รู้สึกเหมือนปลาทองเปลี่ยนฤดูกาลไปพร้อมเรา
โคมไฟปลาทองจากยามากุจิ
อีกจุดที่ห้ามพลาดคือ โคมไฟปลาทอง น่ารักมาก ถูกส่งตรงจากจังหวัดยามากุจิ
เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่ปลายยุคเอโดะ
ถ้าได้ใส่ชุดยูกาตะมาถ่ายรูปคู่ รับรองสวยจนรูปเต็มเครื่อง
ก่อนออกจากโซนจะมีมุมขายของที่ระลึกเล็ก ๆ ให้เลือกซื้อกลับบ้าน แต่รับเฉพาะ เงินสดเท่านั้น ไม่รับบัตรเครดิต
ข้อมูลการเข้าชม Nara Kingyo Museum
ที่ตั้ง
อาคาร MiNara ชั้น 4
นิโจจิมินามิ เมืองนารา 630-8012
เวลาทำการ
10:00–18:00 น.
เข้าประตูรอบสุดท้าย 17:30 น.
เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด
ค่าเข้าชม (เฉพาะ Nara Kingyo Museum)
ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่ม.ต้น–64 ปี): 1,300 เยน
เด็กประถม: 800 เยน
เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 300 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 800 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี
บัตรเซ็ต (เข้าทั้ง NARA KINGYO MUSEUM + NARA IKIMONO MUSEUM)
ผู้ใหญ่ (ม.ต้น–64 ปี): 2,400 เยน
เด็กประถม: 1,400 เยน
เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 500 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 1,400 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี
สิทธิพิเศษ
ผู้มีความพิการทุกประเภท และผู้ติดตาม 1 คน
แสดงบัตรประจำตัวเพื่อรับ ส่วนลด 50% จากค่าบัตรปกติ
NARA IKIMONO MUSEUM: ดินแดนสัตว์เลื้อยคลานที่เด็กสายกล้าต้องลอง
เมื่อปลาทองจัดเต็มกันแล้ว ก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามที่ NARA IKIMONO MUSEUM อยู่ในชั้นเดียวกันนี่แหละค่ะ
ที่นี่คือสวรรค์ของคนที่ชอบ
สัตว์เลื้อยคลาน
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
สัตว์หน้าตาเอ็กโซติกแบบที่ไม่ค่อยเห็นในชีวิตประจำวัน
ไฮไลต์คือ ได้สัมผัสสัตว์แบบใกล้ชิด และยังสามารถซื้ออาหารให้เต่าและอีกัวน่าด้วย
ด้านในจะแบ่งออกเป็นหลายโซน แต่ละโซนมีธีมและความน่ารัก (ปนระทึก) ต่างกัน
Nozo Nozo Zone: ให้อาหารเต่า–อีกัวน่าแบบใกล้ตัว
โซนแรกชื่อว่า Nozo Nozo Zone (โนโซะโนโซะ โซน) จุดเด่นคือ
ให้อาหาร เต่า และ อีกัวน่า ได้เอง
สามารถเล่นกับสัตว์ได้ แต่ต้องจับอย่างเบามือ
ถ้าเด็ก ๆ เผลอจับแรงไป สัตว์อาจตกใจ แล้วมีงับได้เหมือนกัน
ระยะห่างคือใกล้จนมองตากันได้ชัด ๆ เลยทีเดียว
มีโซนสำหรับหยิบอาหารสัตว์ ราคา ถ้วยละ 100 เยน ใครมีลูกหลายคนเตรียมเหรียญให้พร้อมนะคะ จะได้ไม่แย่งกัน
เต่าที่นี่ให้จับได้เฉพาะ กระดอง เท่านั้น และ ห้ามยกตัวเต่าขึ้นจากพื้น เพื่อความปลอดภัยของน้อง
ในตู้โชว์ยังมีอีกัวน่าหลายตัวให้ชมแบบไม่ต้องลุ้นว่าจะเดินมาหาเราหรือเปล่า
ระหว่างเดิน ๆ อยู่ อาจเจอพร็อพอย่าง เก้าอี้รูปงูเหลือมยักษ์ ที่ดูอลังการจนเผลอสะดุ้งได้เหมือนกัน
Shito Shito Zone: รวมสัตว์เลื้อยคลานเอ็กโซติก
โซนถัดมาคือ Shito Shito Zone (ชิโตะชิโตะ โซน) รวมนานาชนิดสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่หน้าตาแปลกตา
เป็นโซนที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เห็นว่าสัตว์เลื้อยคลานไม่ได้มีแค่งูหรือจิ้งเหลนแบบที่คุ้นเคยเท่านั้น
Puru Puru Zone: อาณาจักรอูป้าลูป้าและหน้าตานุ่มนิ่มทั้งหลาย
ถัดมาเป็นโซนที่ใคร ๆ ก็ต้องใจอ่อน คือ Puru Puru Zone (ฟุรุฟุรุโซน)
โซนนี้รวบรวมสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่หน้าตาดู นิ่ม ๆ น่ารัก ๆ เช่น
ซาลาแมนเดอร์น้ำที่เรียกว่า อูป้าลูป้า
น้องอูป้าลูป้าหน้าตาแบ๊วมาก เด็ก ๆ จะต้องติดใจแน่นอน
Kara Kara Zone: ชาวทะเลทรายสุดเท่
โซน Kara Kara Zone (คาระคาระโซน) จะรวมสัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในทะเลทราย เช่น
จิ้งเหลนทะเลทราย
ตุ๊กแกเสือดาว
ตุ๊กแกเสือดาวบางตัวอาจกำลังหลับสบายในตู้ให้เราแอบมองแบบเงียบ ๆ
ยังมีงูและจิ้งเหลนสายทะเลทรายให้ดูครบ ๆ เหมือนยกโลกทะเลทรายย่อส่วนมาไว้ในตู้
Kowa Kowa Zone: โซนลุ้นระทึกสำหรับสายกล้า
สำหรับคนที่อยากเพิ่มระดับความตื่นเต้น ต้องลอง Kowa Kowa Zone (โควะโควะโซน)
โซนนี้รวมสัตว์ที่หลายคนเห็นแล้วมีขนลุก เช่น
ปลาปิรันย่า
แมงป่อง
ตะขาบ
กิ้งกือ
แมลงสาบ
ด้านหน้าจะมีป้ายเตือนสำหรับคนที่กลัวแมลงสาบ และตู้บางส่วนจะมี ผ้าม่านสีดำ ให้เราแง้มดูเอาเอง เพิ่มดีกรีความลุ้นตอนเปิด
โซนพักผ่อนสำหรับเด็กสายชิล
หลังจากเจอสัตว์ครบทุกโซนแล้ว ตอนท้ายจะมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน
ในโซนนี้มี
กระดาษให้เด็ก ๆ ระบายสีเอากลับบ้านเป็นที่ระลึก
หนังสือเกี่ยวกับโลกของสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำให้เด็ก ๆ ได้อ่านต่อยอดความสนใจ
มุมนี้เหมาะจะเป็นจุดปิดท้ายทริปให้เด็ก ๆ ได้ค่อย ๆ ผ่อนโหมดตื่นเต้นแล้วเปลี่ยนเป็นโหมดสงบก่อนออกจากมิวเซียม
ข้อมูลการเข้าชม NARA IKIMONO MUSEUM
ที่ตั้ง
อาคาร MiNara ชั้น 4
นิโจจิมินามิ เมืองนารา 630-8012
เวลาทำการ
10:00–18:00 น.
เข้าประตูรอบสุดท้าย 17:30 น.
เปิดทุกวัน
ค่าเข้าชม (เฉพาะ NARA IKIMONO MUSEUM)
ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่ม.ต้น–64 ปี): 1,300 เยน
เด็กประถม: 800 เยน
เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 300 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 800 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี
บัตรเซ็ตเข้าชมสองมิวเซียม (NARA KINGYO + NARA IKIMONO)
ผู้ใหญ่ (ม.ต้น–64 ปี): 2,400 เยน
เด็กประถม: 1,400 เยน
เด็กเล็ก (4 ปีขึ้นไปจนถึงก่อนเข้า ป.1): 500 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป: 1,400 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี: เข้าฟรี
เบอร์ติดต่อ
โทร: +81 80-4689-4240
สิทธิพิเศษผู้มีความพิการ
ผู้มีความพิการทุกประเภท และผู้ติดตาม 1 คน
แสดงบัตรประจำตัวเพื่อรับส่วนลด ครึ่งราคา
สรุป: ทริปเดียว ได้ทั้งโลกศิลปะและโลกสัตว์ให้เด็ก ๆ ค้นพบ
ถ้าใครกำลังแพลนพาเด็กไปนารา แล้วรู้สึกว่าดูแต่กวางอาจไม่พอ ลองเพิ่ม Mi Nara ชั้น 4 เข้าไปในแผน
ในหนึ่งวัน เด็ก ๆ จะได้
เรียนรู้โลกของ ปลาทอง ผ่านงานศิลปะและแสงสี
เปิดมุมมองต่อ สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แบบใกล้ชิด
มีทั้งโซนเล่น โซนเรียนรู้ และโซนให้พลังสร้างสรรค์แบบครบวงจร
ใครกำลังมองหา ที่เที่ยวในร่มสำหรับเด็ก ที่ทั้งสวยทั้งสนุก ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาไปด้วยกันแบบมีคุณภาพ สองมิวเซียมในนาราแห่งนี้คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

