รับแอปรับแอป

“New – Three – Life” เมื่อศิลปะร่วมสมัยชวนคุยเรื่องชีวิต เมือง และอนาคตที่ยั่งยืน

อารยา จิตดี01-30

ศิลปะที่ไม่ได้มีไว้แค่ดูสวย แต่เล่าเรื่องชีวิตและโลกใบนี้

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เปิดพื้นที่ศิลปะให้กลายเป็นห้องทดลองทางความคิด ผ่านนิทรรศการ “New – Three – Life” ที่หยิบเอาเรื่อง ชีวิต ศิลปะ และการเปลี่ยนผ่านของสังคมร่วมสมัย มาตีความใหม่ในมุมที่ทั้งสด สนุก และชวนคิดต่อ

นิทรรศการนี้เกิดจากผลงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ของคณาจารย์ภาควิชาทัศนศิลป์ 3 ท่าน ที่นำแนวคิดทางศิลปะมาผูกโยงกับคำถามใหญ่ระดับโลกอย่างการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แล้วเล่าออกมาในภาษาของงานศิลป์ร่วมสมัย

“New – Three – Life” คืออะไร ทำไมต้องสามคำนี้

แนวคิด “New – Three – Life” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเก๋ ๆ สำหรับนิทรรศการ แต่คือกรอบคิดที่ใช้มองโลกยุคปัจจุบันผ่านสามมิติสำคัญ

  • New : ความใหม่ในมุมมอง วิธีคิด และวิธีสร้างงานศิลปะ

  • Three : สามสายตา สามกระบวนการสร้างสรรค์ จากสามอาจารย์ศิลปิน

  • Life : ชีวิตผู้คน เมือง และสังคมที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

ผ่านสามคำนี้ งานศิลปะในนิทรรศการจึงไม่ใช่แค่การจัดแสดงผลงาน แต่คือการชวนผู้ชมกลับไปตั้งคำถามกับชีวิตประจำวันของตัวเอง ท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน

3 ศิลปิน 3 มุมมอง 1 พื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน

ภายในนิทรรศการคือการรวมพลังของคณาจารย์จากภาควิชาทัศนศิลป์ 3 ท่าน ที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารแนวคิดอย่างจริงจังและงดงามในเวลาเดียวกัน ได้แก่

  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัชราพร ศรีสุข

  • อาจารย์สถาพร เครือวัลย์

  • อาจารย์พิเชษฐ์ อยู่สด

แต่ละท่านนำประสบการณ์ มุมมอง และภาษาทางศิลปะของตัวเองมาเล่าเรื่องเดียวกัน คือโลกและสังคมร่วมสมัย ผ่านชุดผลงานที่ทั้งต่างกันและเกื้อหนุนกันไปพร้อมกัน

นิทรรศการจึงกลายเป็นเหมือน บทสนทนาระหว่างศิลปิน งานศิลปะ และผู้ชม ที่ค่อย ๆ คลี่ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคน เมือง และโลกที่เราอยู่ร่วมกัน

จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ศิลปะร่วมสมัย

หนึ่งในหัวใจของนิทรรศการนี้ คือการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาพบกับ นวัตกรรมศิลปะร่วมสมัย อย่างสร้างสรรค์

ผลงานหลายชิ้นเกิดจากการตีความใหม่ของวิถีชีวิต วัสดุ หรือความเชื่อดั้งเดิม แล้วพัฒนาให้กลายเป็นภาษาทางศิลปะร่วมสมัยที่ผู้ชมยุคนี้เข้าถึงได้

  • ภูมิปัญญาเดิมไม่ถูกทิ้ง แต่ถูกแปลให้ร่วมสมัย

  • ศิลปะไม่ได้อยู่แค่ในหอจัดแสดง แต่มาจากรากเหง้าในชีวิตผู้คนจริง ๆ

  • ผู้ชมจึงไม่ได้มองเห็นแค่ผลงาน แต่เหมือนได้มองย้อนกลับไปยังรากทางวัฒนธรรมของตัวเอง

นิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม อดีต–ปัจจุบัน–อนาคต ผ่านสายตาของศิลปะ

ศิลปะ x SDGs เมื่อแกลเลอรี่กลายเป็นพื้นที่พูดเรื่องอนาคตโลก

สิ่งที่ทำให้นิทรรศการ “New – Three – Life” น่าสนใจเป็นพิเศษ คือการวางกรอบงานสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ระดับสากล

นิทรรศการนี้เชื่อมโยงกับ SDGs หลายด้านอย่างชัดเจน ได้แก่

  • SDG 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
    ศิลปะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ทำให้ผู้ชมได้ทั้งประสบการณ์ทางอารมณ์ ความคิด และองค์ความรู้ใหม่ ๆ

  • SDG 11 เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน
    หลายชิ้นงานพูดถึงเมือง ผู้คน และการอยู่ร่วมกันในสังคมร่วมสมัย ตั้งคำถามว่าเราจะออกแบบเมืองและชีวิตให้ดีกับทั้งคนและโลกได้อย่างไร

  • SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
    นิทรรศการเองคือผลของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ศิลปิน และสถาบันทางศิลปะ เป็นตัวอย่างชัดเจนของการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างพื้นที่ความรู้ใหม่

ทั้งหมดนี้ทำให้แกลเลอรี่ไม่ได้เป็นแค่ห้องจัดแสดงภาพ แต่กลายเป็น พื้นที่ทดลองมองอนาคตโลกผ่านภาพ แสง สี และรูปทรง

ศิลปะในฐานะเครื่องมือยกระดับการเรียนรู้

นอกเหนือจากความงามและพลังทางอารมณ์ นิทรรศการ “New – Three – Life” ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ในการผลักดันศิลปะให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาอย่างจริงจัง

  • ใช้งานวิจัยสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนการเรียนรู้

  • เปิดพื้นที่ให้ทั้งนักศึกษาและสาธารณชนได้เข้าถึงศิลปะคุณภาพ

  • เชื่อม ศาสตร์ ศิลป์ และนวัตกรรม เข้าด้วยกันในบริบทมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี

ผลลัพธ์คือการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ขยายออกมาสู่หอศิลป์และสังคมรอบตัว

ภาพบรรยากาศ: เมื่อหอศิลป์เต็มไปด้วยพลังของผู้ชม

บรรยากาศของนิทรรศการเต็มไปด้วยการมีส่วนร่วมของผู้ชมที่หลากหลาย ทั้งบุคลากร นักศึกษา และผู้สนใจงานศิลปะร่วมสมัย ที่ต่างตีความผลงานผ่านประสบการณ์ของตัวเอง

งานศิลปะในพื้นที่เดียวกัน ถูกอ่านออกมาหลายแบบตามมุมมองของแต่ละคน ยิ่งเดิน ยิ่งดู ยิ่งเกิดคำถามใหม่ ๆ ตามมาเสมอ

ศิลปะวันนี้ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของวันข้างหน้า

นิทรรศการ “New – Three – Life” จึงไม่ใช่แค่การโชว์ผลงานวิจัยสร้างสรรค์ หากแต่เป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันให้ศิลปะร่วมสมัยเข้าไปมีบทบาทในประเด็นใหญ่ของโลกยุคใหม่

  • ศิลปะช่วยทำให้เรื่องใหญ่และซับซ้อนอย่าง SDGs เข้าใจง่ายขึ้น

  • ผู้ชมไม่ได้กลับบ้านไปพร้อมแค่ภาพสวย ๆ ในความทรงจำ แต่ติดตัวไปด้วยคำถามและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ

ท้ายที่สุด นิทรรศการนี้คือคำชวนให้เรากลับมามองชีวิต เมือง และโลก ผ่านสายตาแบบใหม่ แล้วถามตัวเองว่า ในภาพใหญ่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน เราแต่ละคนจะใช้ชีวิตและความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองทำอะไรได้บ้าง