มังคุด ราชินีผลไม้จากเมืองนคร ที่มากกว่าความอร่อย
“มังคุด” ได้ฉายาว่า ราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อฉ่ำหวาน กรอบอร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นผลไม้ที่ปลูกแพร่หลายแทบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งพื้นที่ราบเช่น อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอพระพรหม ไปจนถึงพื้นที่ลาดเชิงเขาและภูเขาสูงอย่างอำเภอลานสกา พรหมคีรี ท่าศาลา และนบพิตำ
โดยเฉพาะ มังคุดเขาคีรีวง อำเภอลานสกา บนภูเขาสูงที่อากาศดี ดินดี ทำให้ผลมังคุดมีขนาดใหญ่ ผิวเขียวสวย และมีราคาสูงกว่ามังคุดจากพื้นที่อื่นในจังหวัด ถือเป็นของดีประจำถิ่นที่ใครรักสุขภาพและรักผิวไม่ควรพลาด
มังคุดในนครศรีธรรมราชจะเริ่มออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตหลัก ๆ ได้ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม นอกจากนี้บางพื้นที่ยังสามารถบังคับให้ออกดอกนอกฤดูได้อีกครั้งในเดือนกันยายน เพื่อเก็บผลปลายปีถึงต้นปีหน้า ช่วยยืดช่วงเวลาแห่งมังคุดให้นานขึ้นไปอีก
ถิ่นกำเนิดของมังคุด และเรื่องเล่าจากอดีต
มังคุดมีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าเริ่มจากบริเวณประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะแพร่กระจายไปยังคาบสมุทรมลายู พม่า ไทย เขมร เวียดนาม และหมู่เกาะซุนดาร์ และเป็นผลไม้ที่โลกตะวันตกเริ่มรู้จักกันตั้งแต่ราว พ.ศ. 2174
ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 มีการศึกษาอย่างจริงจังและสันนิษฐานว่า คาบสมุทรมาเลเซีย น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของมังคุด เพราะพบต้นพ่อแม่พันธุ์อยู่ในบริเวณนี้ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ มังคุดถูกมองว่าเป็นพืชพื้นบ้านที่อาจเริ่มปลูกครั้งแรกในไทยหรือพม่า
คุณสมบัติพิเศษของมังคุดคือ เมล็ดไม่ได้เกิดจากการผสมข้าม เนื่องจากละอองเกสรเป็นหมัน ทำให้มังคุดแทบไม่มีการกลายพันธุ์ รูปร่างรสชาติจึงค่อนข้างคงที่สม่ำเสมอ
ในประเทศไทยเอง แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามังคุดเริ่มปลูกตั้งแต่เมื่อใด แต่คาดว่าอยู่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะบริเวณฝั่งธนบุรีแถวโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบันเดิมเคยถูกเรียกว่า วังสวนมังคุด อีกทั้งยังมีบันทึกในจดหมายเหตุของคณะทูตลังกาที่เดินทางมารับพระสงฆ์ไทยไปอุปสมบทในลังกาเมื่อราวกว่า 200 ปีก่อน โดยกล่าวถึงการได้รับทุเรียน มังคุด มะพร้าว และผลไม้อื่น ๆ ขณะมาถึงธนบุรีก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา แสดงให้เห็นว่ามังคุดเป็นผลไม้ที่มีปลูกและนิยมรับประทานมาอย่างยาวนาน
มังคุด ของดีเมืองนครศรีธรรมราช
ลักษณะทั่วไป
มังคุดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 10–12 เมตร ทุกส่วนของต้นจะมียางสีเหลือง เมื่อบาดหรือหักจะมองเห็นได้ชัด
ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างราว 6–11 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15–25 เซนติเมตร เนื้อใบหนา ค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีเขียวอ่อนกว่า
ดอก ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่บริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่ง เป็นดอกสมบูรณ์เพศหรือแยกเพศก็ได้ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดงฉ่ำน้ำ ดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4 กลีบ และกลีบดอกหนา 4 กลีบ เกสรเรียงอยู่รอบรังไข่
ผล เป็นผลสดค่อนข้างกลม เปลือกนอกค่อนข้างแข็ง ขณะยังอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนและมียางเหลืองบริเวณขั้ว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง และเมื่อสุกเต็มที่จะเป็นสีม่วงเข้มทั้งผล เนื้อด้านในสีขาวฉ่ำน้ำ บางผลมีเมล็ด ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผล โดยจำนวนกลีบเนื้อภายในจะเท่ากับจำนวนกลีบด้านใต้เปลือกผล
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ชื่อสามัญ: Mangosteen
ชื่อวิทยาศาสตร์: Garcinia mangostana Linn.
วงศ์: CLUSIACEAE (GUTTIFERAE) เช่นเดียวกับไม้ชนิดอื่น ๆ อย่างกระทิง ชะมวง บุนนาค มะดัน มะพูด รงทอง ส้มแขก และสารภี
ชื่อท้องถิ่น: แมงคุด, มังคุด
ลำต้น เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นตรง เปลือกด้านนอกสีน้ำตาลเข้มจนถึงเกือบดำ ส่วนในของเปลือกเป็นท่อน้ำยางสีเหลือง
ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 6–11 เซนติเมตร ยาว 15–25 เซนติเมตร เนื้อใบหนาเหนียวคล้ายหนัง หลังใบเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนท้องใบสีอ่อนกว่า
ดอก มีทั้งแบบดอกเดี่ยวและดอกเป็นกลุ่ม พบได้ที่ปลายกิ่งแขนง ในดอกเดียวอาจมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย แต่เกสรตัวผู้มักเป็นหมัน ดอกตัวผู้มักมีสีเหลืองอมแดงหรือม่วงแดงเข้ม
ผล เปลือกแข็ง สีเขียวอ่อนในระยะแรก ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นม่วงแดงและม่วงเข้มเมื่อสุกเต็มที่ เนื้อในสีขาวฉ่ำ รับประทานง่าย และให้รสหวานอมเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์
พันธุ์และการขยายพันธุ์
มังคุดสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี โดยหลัก ๆ มีทั้ง
การเพาะเมล็ด
การเสียบยอด
การทาบกิ่ง
วิธีเพาะเมล็ดมักใช้กับสวนที่ต้องการปลูกจำนวนมาก แต่การเสียบยอดและทาบกิ่งมักใช้เพื่อควบคุมคุณภาพและลักษณะพันธุ์ให้คงที่มากขึ้น
วิธีการปลูกแบบย่อ ๆ
เพื่อให้ได้มังคุดต้นสวย แข็งแรง ให้ผลดก ควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนแรก
การคัดต้นพันธุ์: เลือกกล้ามังคุดที่เพาะจากเมล็ด แข็งแรงสมบูรณ์ รากดี ไม่หักหรือเน่า อายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี และสูงกว่า 30 เซนติเมตร
ระยะปลูก: นิยมปลูกระยะ 8×8 เมตร หรือ 10×10 เมตร ขุดหลุมปลูกขนาดประมาณ 50×50×50 เซนติเมตร
ดินปลูก: ผสมดินกับหญ้าแห้ง ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีเล็กน้อย คลุกให้เข้ากันแล้วตากดินไว้จนดินยุบตัว
การลงปลูก: วางต้นพันธุ์ในหลุมให้รอยต่อระหว่างต้นตอกับต้นพันธุ์อยู่สูงกว่าระดับดินเล็กน้อย กลบดินให้แน่นพอประมาณ แล้วผูกยึดต้นกล้ากับไม้หลักเพื่อป้องกันลมโยก
การดูแลรักษาให้มังคุดเติบโตดี
การพรางแสงสำหรับต้นเล็ก
ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ทางมะพร้าวมาทำเป็นกระโจมครอบต้นมังคุด หรือใช้ตาข่ายพรางแสง รวมถึงการปลูกไม้โตเร็วระหว่างแถวมังคุด เช่น กล้วย หรือทองหลาง เพื่อให้ร่มเงาประมาณ 30–40 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้ต้นมังคุดไม่เครียดจากแสงแดดจัดการให้ปุ๋ย
ปุ๋ยคอก: ใส่ปีละ 1 ครั้ง แบ่งให้ 2 รอบต่อปี
ปุ๋ยเคมี: ใช้สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ปริมาณต่อปีคิดจากเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม (เมตร) เป็นกิโลกรัมต่อต้นต่อปี
การให้น้ำ
เหมาะกับระบบน้ำแบบหัวเหวี่ยงเล็ก โดยต้นเล็กต้องการน้ำประมาณ 0.6 เท่าของค่าอัตราการระเหยน้ำต่อวัน (มิลลิเมตรต่อวัน) เพื่อให้ดินชื้นแต่ไม่แฉะการตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม
ต้นเล็กยังไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งมากนัก เพียงแต่ควรตัดกิ่งด้านล่างให้สูงจากพื้นดินราว 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกต่อการดูแลและป้องกันโรคจากความชื้น
โรคและแมลงศัตรูสำคัญ
แม้ว่ามังคุดจะเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างแข็งแรง แต่ก็มีโรคและแมลงศัตรูที่ต้องระวัง เพราะถ้าปล่อยไว้จะมีผลต่อทั้งผลผลิตและคุณภาพ
โรคใบจุดจากเชื้อรา
ใบอ่อนจะปรากฏจุดสีน้ำตาล พัฒนาจนแผลขยายใหญ่ทำให้ใบแห้ง ลดการสังเคราะห์แสง ช่วงระบาดหนักมักอยู่ในฤดูฝน โดยเฉพาะระยะใบอ่อนโรคจุดสนิมจากสาหร่าย
ลักษณะเป็นจุดนูนเล็ก ๆ คล้ายขนบนใบ ระยะแรกสีเขียว ก่อนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลสนิม มักระบาดเมื่ออากาศมีความชื้นสูงหนอนกินใบอ่อน
ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน หนอนมีสีเขียวแกมเหลืองกลมกลืนกับสีใบ กัดกินใบช่วงกลางคืน ทำให้ใบเสียหายและลดการเจริญเติบโต ช่วงเสี่ยงคือระยะใบอ่อนหนอนชอนใบ
หนอนสีออกนวลปนแดง จะชอนไชอยู่ระหว่างชั้นผิวใบ เกิดเป็นทางคดเคี้ยวบนใบ ทำให้ใบหงิกงอและโตช้า มักพบในช่วงแตกใบอ่อนเพลี้ยไฟ
แมลงขนาดเล็ก สีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน เคลื่อนไหวเร็ว ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผล ทำให้ใบไหม้ แห้ง ผลผิวขรุขระ ช่วงเสี่ยงคือช่วงอากาศแห้งและมีใบอ่อน ดอก หรือผลอ่อนไรแดง
มีขนาดเล็ก สีแดงน้ำตาล มักพบระบาดพร้อมเพลี้ยไฟ ดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอด ดอก และผลอ่อน ทำให้ผลร่วงหรือไม่สมบูรณ์ มักระบาดในหน้าแล้ง
มังคุด กับประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณ
“มังคุด” ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังเป็นผลไม้ที่เหมาะมากสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพและอยาก ชะลอวัย ลดริ้วรอย และดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอก
มังคุดสามารถรับประทานสดให้รสชาติหวานกรอบ และยังนำมาปรุงเป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนู ที่สำคัญคือมังคุดอุดมไปด้วยสารที่ช่วย
ต่อต้านอนุมูลอิสระ
เสริมสร้างภูมิต้านทาน
ชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอย
บำรุงผิวให้ดูสุขภาพดี เปล่งปลั่งสดใส
เนื้อมังคุดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะ
โพแทสเซียม
โปรตีน
วิตามินซี
ฟอสฟอรัส
แคลเซียม
แมกนีเซียม
จากการวิเคราะห์ ในน้ำมังคุด 100 มิลลิลิตร พบว่า
โพแทสเซียมประมาณ 87.14 มิลลิกรัม
แคลเซียมราว 34.53 มิลลิกรัม
แมกนีเซียมสูงถึง 111.22 มิลลิกรัม
ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเรื่องระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการทำงานของหัวใจ รวมถึงมีส่วนช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีจากภายใน
เปลือกมังคุด: ตัวช่วยเรื่องสิว แผล และผิวสวย
เปลือกมังคุดถือเป็น ขุมทรัพย์ด้านสมุนไพร ที่หลายคนมองข้าม ภายในมีสารสำคัญ ได้แก่
แทนนิน
กลุ่มสารแซนโทน โดยเฉพาะแมงโกสติน (Mangostin)
คุณสมบัติเด่นของเปลือกมังคุด คือ
มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยให้แผลหายเร็ว
ลดการอักเสบ
ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ดี
การใช้เปลือกมังคุดแบบพื้นบ้าน เช่น
เปลือกแห้งต้มกับน้ำ หรือย่างไฟแล้วฝนกับน้ำปูนใสใช้แก้ท้องเสีย
เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทารักษาน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย
ใช้เปลือกตากแห้งหมักทำปุ๋ย เพราะมีสารต้านเชื้อรา
แม้แต่ชาวโอรังอัซลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ยังนำเปลือกผลแห้งมาใช้รักษาแผลเปิด สะท้อนถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สอดคล้องกับศาสตร์สมุนไพรสมัยใหม่
ยางมังคุด: ส่วนเล็ก ๆ แต่ประโยชน์ใหญ่
ยางมังคุดถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในการสกัดสารกลุ่มแซนโทนที่มีฤทธิ์ทางยาหลากหลายชนิด รวมทั้งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก และเป็นส่วนผสมในอาหารบางชนิด
ที่น่าสนใจคือ ยางมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ จึงเริ่มถูกนำมาศึกษาใช้เป็นสารเจือปนในอาหารเพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น
สรรพคุณเด่น ๆ ของมังคุด
สำหรับการบำรุงร่างกายและใช้เป็นสมุนไพร มักใช้ส่วนของ เปลือกมังคุด เป็นหลัก โดยมีสรรพคุณสำคัญ เช่น
รักษาโรคท้องเสียเรื้อรังและโรคลำไส้ ใช้เปลือกครึ่งผลต้มน้ำ ดื่มครั้งละหนึ่งแก้ว
แก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง โดยต้มเปลือกมังคุดกับน้ำปูนใส
รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกสดหรือแห้งฝนกับน้ำปูนใส ทาวันละ 2–3 ครั้ง
ช่วยบำรุงผิว ลดสิว กลาก เกลื้อน
ต้านการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยลดไข้
เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน
ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลีย
ลดความเครียด ป้องกันภาวะสมองเสื่อม บำรุงระบบประสาทและสมอง
ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร
บำรุงหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดคอเลสเตอรอล
บำรุงสายตา
ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและแผลในปาก
ลดอาการอักเสบ เช่น ข้อเข่าอักเสบ
มีแทนนินช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
สำหรับสายรักผิวและห่วงริ้วรอย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี สารสกัดเปลือกมังคุด จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดฮิต เพราะช่วยลดสิว ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การแปรรูปมังคุด: จากสวนสู่สุขภาพและความงาม
มังคุดไม่ได้เป็นแค่ผลไม้กินสด แต่ยังถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นานาชนิด ทั้งของกิน ของใช้ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ เช่น
มังคุดแช่แข็ง: แช่แข็งที่อุณหภูมิประมาณ -18 องศาเซลเซียส เก็บในตู้แช่แข็งได้นานกว่า 6 เดือน ช่วยยืดอายุความอร่อยของมังคุดสด
แยมมังคุด: ใช้เนื้อมังคุดสดหรือเนื้อมังคุดแช่อิ่มอบแห้ง ทำเป็นแยมรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานกับขนมปังได้แบบไม่จำเจ
น้ำมังคุด: มีทั้งสูตรที่ผสมเนื้อมังคุด 10%, 20%, 25%, 50% ไปจนถึง 100% แล้วแต่ความชอบของผู้บริโภค
มังคุดกวน: ใช้ทั้งเนื้อและเมล็ดมังคุดกวนจนได้เนื้อเหนียวหนึบ เคี้ยวเพลิน เก็บได้นาน
น้ำส้มสายชูมังคุด: หมักเนื้อมังคุดด้วยเชื้อ Gluconobacter oxydans ประมาณ 7 วัน จะได้กรดน้ำส้ม 4–5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมสารอาหารอย่างโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม
มังคุดไซเดอร์: คล้ายแอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ มีโพแทสเซียมสูงถึงราว 871 มิลลิกรัมต่อลิตร
ซอสมังคุด: ใช้เพิ่มรสชาติอาหารในสไตล์ผลไม้เปรี้ยวอมหวาน
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากมังคุดที่ตอบโจทย์คนรักผิวโดยเฉพาะ เช่น
สบู่เปลือกมังคุดผสมน้ำผึ้ง: ช่วยลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวกร้าน ผดผื่น คัน เชื้อรา และกลิ่นตัว พร้อมบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งจากคุณค่าของน้ำผึ้ง
โลชั่นเปลือกมังคุด: เน้นลดสิวหนอง ลดการอักเสบจากสิว แทนนินช่วยยับยั้งเชื้อที่ทำให้เกิดสิว
ลิปมันเปลือกมังคุด: ช่วยลดรอยคล้ำของริมฝีปาก ให้ริมฝีปากดูนุ่มและสีสวยขึ้น
โทนเนอร์เปลือกมังคุด: ลดสิว ลดอาการแพ้คัน มีฤทธิ์ฝาดสมานช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ เหมาะมากกับคนที่กังวลเรื่องผิวหยาบและรูขุมขนกว้าง
สำหรับใครที่โฟกัสเรื่อง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และสิวอักเสบ การมองหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากเปลือกมังคุด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและใช้ได้ควบคู่กับการดูแลผิวพื้นฐาน
มังคุดกวนแบบชาวสวนคีรีวง
สำหรับคนที่ชอบของหวานเคี้ยวเพลิน “มังคุดกวน” คือเมนูที่ผสมระหว่างความอร่อยและคุณค่าจากมังคุดเข้าไว้ด้วยกัน
ส่วนผสมโดยประมาณ
มังคุดสุกทั้งเปลือก 100 กิโลกรัม
น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม
เกลือป่น 200 กรัม
วิธีทำ (สรุปขั้นตอน)
แกะเอาเฉพาะเนื้อมังคุด คัดเมล็ดทิ้งให้หมด
ละลายเกลือกับน้ำสะอาด นำเนื้อมังคุดลงล้างแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
ตั้งกระทะใช้ไฟแรง นำเนื้อมังคุดและน้ำตาลลงกวนประมาณ 2–3 ชั่วโมง
ระหว่างกวนใช้ไม้พายกวนต่อเนื่อง รวมเวลาราว 5 ชั่วโมง ช่วงท้ายลดไฟอ่อนแล้วกวนต่อจนเนื้อเหนียวหนึบ
ยกลงพักให้เย็น จะได้มังคุดกวนรสหวานอมเปรี้ยว พร้อมบรรจุภาชนะไว้รับประทานหรือจำหน่าย
มังคุดคัด: ของกินเล่นสุดฮิต และเอกลักษณ์ของคนนคร
ถ้าพูดถึงมังคุดของนครศรีธรรมราช อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามมองข้ามคือ “มังคุดคัด” ของดีเมืองนครที่ใครมาเยือนแล้วมักต้องลองชิม
คำว่า “มังคุดคัด” มาจากคำว่า “มังคุด” + “คัด” ซึ่งในภาษาถิ่นใต้หมายถึงการแกะหรือปอกเปลือกออก ดังนั้นมังคุดคัดจึงหมายถึงมังคุดแก่ที่ถูกปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เนื้อสีขาวสะอาดน่ารับประทาน
การเลือกมังคุดมาคัด
เลือกมังคุดผลแก่ ผิวสีเขียวอมเหลือง
ไม่ใช้ลูกงอมจนเปลือกม่วงเข้มมากเกินไป
มังคุดคัดเป็นทั้งของกินเล่นพื้นถิ่น และวัฒนธรรมการกินของคนนครมาตั้งแต่อดีต
ในปัจจุบันเรามักเห็นแม่ค้าถือถาดมังคุดคัดที่เสียบไม้คล้ายลูกชิ้น เดินขายตามวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยว เช่น วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมจะใช้ก้านมะพร้าวเสียบ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นไม้ไผ่เพื่อความสะดวก
ขั้นตอนการทำมังคุดคัดแบบคร่าว ๆ
ใช้มังคุดผลแก่ สีเขียวหรือเขียวอมเหลือง
ค่อย ๆ คัด (ปอกเปลือก) เอาเฉพาะเนื้อสีขาวออกมา
ล้างด้วยน้ำสะอาดจนยางเหลือง ๆ หลุดออกหมด
แช่ในน้ำปูนใสผสมเกลือเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เนื้อกรอบและรสชาติดีขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้คือ มังคุดคัดเนื้อขาว กรอบนิด ๆ ฉ่ำน้ำ กินเล่นเพลิน หรือจะนำไปทำเมนูอื่นก็อร่อยไม่แพ้กัน
เมนูจากมังคุดคัด และมังคุดในแบบคนนคร
นอกจากจะกินเล่นแบบเสียบไม้แล้ว ชาวใต้ยังนิยมใช้มังคุดหรือมังคุดคัดในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น
แกงส้มมังคุด
ยำมังคุด
ตำมังคุดคัด
แกงเลียงมังคุด
ทุกเมนูมีทั้งความอร่อยและความแปลกใหม่ ใครรักสุขภาพและชอบกินผักผลไม้ น่าลองปรับเมนูมังคุดเวอร์ชันของตัวเองดูบ้าง
มังคุด: ผลไม้สร้างอาชีพ ดูแลสุขภาพ และช่วยชะลอวัย
มังคุดถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบผลสด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม
ในมุมของคนรักผิวและใส่ใจเรื่อง ริ้วรอยและความกระชับของผิว มังคุดตอบโจทย์ทั้งจากภายในและภายนอก
รับประทานเนื้อหรือผลิตภัณฑ์จากมังคุดเพื่อรับสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุ
ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากเปลือกมังคุดเพื่อช่วยลดสิว ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนมากขึ้น
สรุปแล้ว “มังคุด” ไม่ได้เป็นเพียงราชินีแห่งไม้ผลในด้านรสชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น ราชินีด้านการดูแลสุขภาพและความงาม ที่ช่วยบำรุงผิว ชะลอวัย ลดริ้วรอย และยังสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
ใครที่อยากดูแลผิวให้สวยจากในสู่หน้า ลองเปิดใจให้มังคุดมากกว่าการกินเป็นผลไม้ของหวานหลังมื้ออาหาร แล้วจะรู้ว่าราชินีผลไม้ลูกนี้มีดีเกินคาดจริง ๆ

