รับแอปรับแอป

เปิดเคล็ดลับ "มังคุด" ราชินีผลไม้ที่ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย และบำรุงผิวจากข้างใน

ธนพล กิตติศักดิ์01-30

มังคุด ราชินีผลไม้จากเมืองนคร ที่มากกว่าความอร่อย

“มังคุด” ได้ฉายาว่า ราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อฉ่ำหวาน กรอบอร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นผลไม้ที่ปลูกแพร่หลายแทบทุกอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งพื้นที่ราบเช่น อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอพระพรหม ไปจนถึงพื้นที่ลาดเชิงเขาและภูเขาสูงอย่างอำเภอลานสกา พรหมคีรี ท่าศาลา และนบพิตำ

โดยเฉพาะ มังคุดเขาคีรีวง อำเภอลานสกา บนภูเขาสูงที่อากาศดี ดินดี ทำให้ผลมังคุดมีขนาดใหญ่ ผิวเขียวสวย และมีราคาสูงกว่ามังคุดจากพื้นที่อื่นในจังหวัด ถือเป็นของดีประจำถิ่นที่ใครรักสุขภาพและรักผิวไม่ควรพลาด

มังคุดในนครศรีธรรมราชจะเริ่มออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตหลัก ๆ ได้ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม นอกจากนี้บางพื้นที่ยังสามารถบังคับให้ออกดอกนอกฤดูได้อีกครั้งในเดือนกันยายน เพื่อเก็บผลปลายปีถึงต้นปีหน้า ช่วยยืดช่วงเวลาแห่งมังคุดให้นานขึ้นไปอีก

ถิ่นกำเนิดของมังคุด และเรื่องเล่าจากอดีต

มังคุดมีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่าเริ่มจากบริเวณประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะแพร่กระจายไปยังคาบสมุทรมลายู พม่า ไทย เขมร เวียดนาม และหมู่เกาะซุนดาร์ และเป็นผลไม้ที่โลกตะวันตกเริ่มรู้จักกันตั้งแต่ราว พ.ศ. 2174

ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 มีการศึกษาอย่างจริงจังและสันนิษฐานว่า คาบสมุทรมาเลเซีย น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของมังคุด เพราะพบต้นพ่อแม่พันธุ์อยู่ในบริเวณนี้ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ มังคุดถูกมองว่าเป็นพืชพื้นบ้านที่อาจเริ่มปลูกครั้งแรกในไทยหรือพม่า

คุณสมบัติพิเศษของมังคุดคือ เมล็ดไม่ได้เกิดจากการผสมข้าม เนื่องจากละอองเกสรเป็นหมัน ทำให้มังคุดแทบไม่มีการกลายพันธุ์ รูปร่างรสชาติจึงค่อนข้างคงที่สม่ำเสมอ

ในประเทศไทยเอง แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามังคุดเริ่มปลูกตั้งแต่เมื่อใด แต่คาดว่าอยู่ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะบริเวณฝั่งธนบุรีแถวโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบันเดิมเคยถูกเรียกว่า วังสวนมังคุด อีกทั้งยังมีบันทึกในจดหมายเหตุของคณะทูตลังกาที่เดินทางมารับพระสงฆ์ไทยไปอุปสมบทในลังกาเมื่อราวกว่า 200 ปีก่อน โดยกล่าวถึงการได้รับทุเรียน มังคุด มะพร้าว และผลไม้อื่น ๆ ขณะมาถึงธนบุรีก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา แสดงให้เห็นว่ามังคุดเป็นผลไม้ที่มีปลูกและนิยมรับประทานมาอย่างยาวนาน

มังคุด ของดีเมืองนครศรีธรรมราช

ลักษณะทั่วไป

มังคุดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 10–12 เมตร ทุกส่วนของต้นจะมียางสีเหลือง เมื่อบาดหรือหักจะมองเห็นได้ชัด

  • ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้างราว 6–11 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15–25 เซนติเมตร เนื้อใบหนา ค่อนข้างเหนียวคล้ายหนัง หลังใบเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบสีเขียวอ่อนกว่า

  • ดอก ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่บริเวณซอกใบใกล้ปลายกิ่ง เป็นดอกสมบูรณ์เพศหรือแยกเพศก็ได้ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดงฉ่ำน้ำ ดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4 กลีบ และกลีบดอกหนา 4 กลีบ เกสรเรียงอยู่รอบรังไข่

  • ผล เป็นผลสดค่อนข้างกลม เปลือกนอกค่อนข้างแข็ง ขณะยังอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนและมียางเหลืองบริเวณขั้ว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง และเมื่อสุกเต็มที่จะเป็นสีม่วงเข้มทั้งผล เนื้อด้านในสีขาวฉ่ำน้ำ บางผลมีเมล็ด ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของผล โดยจำนวนกลีบเนื้อภายในจะเท่ากับจำนวนกลีบด้านใต้เปลือกผล

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ชื่อสามัญ: Mangosteen

  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Garcinia mangostana Linn.

  • วงศ์: CLUSIACEAE (GUTTIFERAE) เช่นเดียวกับไม้ชนิดอื่น ๆ อย่างกระทิง ชะมวง บุนนาค มะดัน มะพูด รงทอง ส้มแขก และสารภี

  • ชื่อท้องถิ่น: แมงคุด, มังคุด

ลำต้น เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นตรง เปลือกด้านนอกสีน้ำตาลเข้มจนถึงเกือบดำ ส่วนในของเปลือกเป็นท่อน้ำยางสีเหลือง
ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 6–11 เซนติเมตร ยาว 15–25 เซนติเมตร เนื้อใบหนาเหนียวคล้ายหนัง หลังใบเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนท้องใบสีอ่อนกว่า
ดอก มีทั้งแบบดอกเดี่ยวและดอกเป็นกลุ่ม พบได้ที่ปลายกิ่งแขนง ในดอกเดียวอาจมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย แต่เกสรตัวผู้มักเป็นหมัน ดอกตัวผู้มักมีสีเหลืองอมแดงหรือม่วงแดงเข้ม
ผล เปลือกแข็ง สีเขียวอ่อนในระยะแรก ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นม่วงแดงและม่วงเข้มเมื่อสุกเต็มที่ เนื้อในสีขาวฉ่ำ รับประทานง่าย และให้รสหวานอมเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์

พันธุ์และการขยายพันธุ์

มังคุดสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี โดยหลัก ๆ มีทั้ง

  • การเพาะเมล็ด

  • การเสียบยอด

  • การทาบกิ่ง

วิธีเพาะเมล็ดมักใช้กับสวนที่ต้องการปลูกจำนวนมาก แต่การเสียบยอดและทาบกิ่งมักใช้เพื่อควบคุมคุณภาพและลักษณะพันธุ์ให้คงที่มากขึ้น

วิธีการปลูกแบบย่อ ๆ

เพื่อให้ได้มังคุดต้นสวย แข็งแรง ให้ผลดก ควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนแรก

  • การคัดต้นพันธุ์: เลือกกล้ามังคุดที่เพาะจากเมล็ด แข็งแรงสมบูรณ์ รากดี ไม่หักหรือเน่า อายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี และสูงกว่า 30 เซนติเมตร

  • ระยะปลูก: นิยมปลูกระยะ 8×8 เมตร หรือ 10×10 เมตร ขุดหลุมปลูกขนาดประมาณ 50×50×50 เซนติเมตร

  • ดินปลูก: ผสมดินกับหญ้าแห้ง ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีเล็กน้อย คลุกให้เข้ากันแล้วตากดินไว้จนดินยุบตัว

  • การลงปลูก: วางต้นพันธุ์ในหลุมให้รอยต่อระหว่างต้นตอกับต้นพันธุ์อยู่สูงกว่าระดับดินเล็กน้อย กลบดินให้แน่นพอประมาณ แล้วผูกยึดต้นกล้ากับไม้หลักเพื่อป้องกันลมโยก

การดูแลรักษาให้มังคุดเติบโตดี

  1. การพรางแสงสำหรับต้นเล็ก
    ใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ทางมะพร้าวมาทำเป็นกระโจมครอบต้นมังคุด หรือใช้ตาข่ายพรางแสง รวมถึงการปลูกไม้โตเร็วระหว่างแถวมังคุด เช่น กล้วย หรือทองหลาง เพื่อให้ร่มเงาประมาณ 30–40 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้ต้นมังคุดไม่เครียดจากแสงแดดจัด

  2. การให้ปุ๋ย

    • ปุ๋ยคอก: ใส่ปีละ 1 ครั้ง แบ่งให้ 2 รอบต่อปี

    • ปุ๋ยเคมี: ใช้สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ปริมาณต่อปีคิดจากเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม (เมตร) เป็นกิโลกรัมต่อต้นต่อปี

  3. การให้น้ำ
    เหมาะกับระบบน้ำแบบหัวเหวี่ยงเล็ก โดยต้นเล็กต้องการน้ำประมาณ 0.6 เท่าของค่าอัตราการระเหยน้ำต่อวัน (มิลลิเมตรต่อวัน) เพื่อให้ดินชื้นแต่ไม่แฉะ

  4. การตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม
    ต้นเล็กยังไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งมากนัก เพียงแต่ควรตัดกิ่งด้านล่างให้สูงจากพื้นดินราว 50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกต่อการดูแลและป้องกันโรคจากความชื้น

โรคและแมลงศัตรูสำคัญ

แม้ว่ามังคุดจะเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างแข็งแรง แต่ก็มีโรคและแมลงศัตรูที่ต้องระวัง เพราะถ้าปล่อยไว้จะมีผลต่อทั้งผลผลิตและคุณภาพ

  • โรคใบจุดจากเชื้อรา
    ใบอ่อนจะปรากฏจุดสีน้ำตาล พัฒนาจนแผลขยายใหญ่ทำให้ใบแห้ง ลดการสังเคราะห์แสง ช่วงระบาดหนักมักอยู่ในฤดูฝน โดยเฉพาะระยะใบอ่อน

  • โรคจุดสนิมจากสาหร่าย
    ลักษณะเป็นจุดนูนเล็ก ๆ คล้ายขนบนใบ ระยะแรกสีเขียว ก่อนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลสนิม มักระบาดเมื่ออากาศมีความชื้นสูง

  • หนอนกินใบอ่อน
    ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน หนอนมีสีเขียวแกมเหลืองกลมกลืนกับสีใบ กัดกินใบช่วงกลางคืน ทำให้ใบเสียหายและลดการเจริญเติบโต ช่วงเสี่ยงคือระยะใบอ่อน

  • หนอนชอนใบ
    หนอนสีออกนวลปนแดง จะชอนไชอยู่ระหว่างชั้นผิวใบ เกิดเป็นทางคดเคี้ยวบนใบ ทำให้ใบหงิกงอและโตช้า มักพบในช่วงแตกใบอ่อน

  • เพลี้ยไฟ
    แมลงขนาดเล็ก สีเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน เคลื่อนไหวเร็ว ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ดอก และผล ทำให้ใบไหม้ แห้ง ผลผิวขรุขระ ช่วงเสี่ยงคือช่วงอากาศแห้งและมีใบอ่อน ดอก หรือผลอ่อน

  • ไรแดง
    มีขนาดเล็ก สีแดงน้ำตาล มักพบระบาดพร้อมเพลี้ยไฟ ดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอด ดอก และผลอ่อน ทำให้ผลร่วงหรือไม่สมบูรณ์ มักระบาดในหน้าแล้ง

มังคุด กับประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณ

“มังคุด” ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ยังเป็นผลไม้ที่เหมาะมากสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพและอยาก ชะลอวัย ลดริ้วรอย และดูแลผิวจากภายในสู่ภายนอก

มังคุดสามารถรับประทานสดให้รสชาติหวานกรอบ และยังนำมาปรุงเป็นอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนู ที่สำคัญคือมังคุดอุดมไปด้วยสารที่ช่วย

  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ

  • เสริมสร้างภูมิต้านทาน

  • ชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอย

  • บำรุงผิวให้ดูสุขภาพดี เปล่งปลั่งสดใส

เนื้อมังคุดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะ

  • โพแทสเซียม

  • โปรตีน

  • วิตามินซี

  • ฟอสฟอรัส

  • แคลเซียม

  • แมกนีเซียม

จากการวิเคราะห์ ในน้ำมังคุด 100 มิลลิลิตร พบว่า

  • โพแทสเซียมประมาณ 87.14 มิลลิกรัม

  • แคลเซียมราว 34.53 มิลลิกรัม

  • แมกนีเซียมสูงถึง 111.22 มิลลิกรัม

ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเรื่องระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการทำงานของหัวใจ รวมถึงมีส่วนช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดีจากภายใน

เปลือกมังคุด: ตัวช่วยเรื่องสิว แผล และผิวสวย

เปลือกมังคุดถือเป็น ขุมทรัพย์ด้านสมุนไพร ที่หลายคนมองข้าม ภายในมีสารสำคัญ ได้แก่

  • แทนนิน

  • กลุ่มสารแซนโทน โดยเฉพาะแมงโกสติน (Mangostin)

คุณสมบัติเด่นของเปลือกมังคุด คือ

  • มีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยให้แผลหายเร็ว

  • ลดการอักเสบ

  • ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ดี

การใช้เปลือกมังคุดแบบพื้นบ้าน เช่น

  • เปลือกแห้งต้มกับน้ำ หรือย่างไฟแล้วฝนกับน้ำปูนใสใช้แก้ท้องเสีย

  • เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้ทารักษาน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย

  • ใช้เปลือกตากแห้งหมักทำปุ๋ย เพราะมีสารต้านเชื้อรา

แม้แต่ชาวโอรังอัซลีในรัฐเปรัก ประเทศมาเลเซีย ยังนำเปลือกผลแห้งมาใช้รักษาแผลเปิด สะท้อนถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สอดคล้องกับศาสตร์สมุนไพรสมัยใหม่

ยางมังคุด: ส่วนเล็ก ๆ แต่ประโยชน์ใหญ่

ยางมังคุดถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในการสกัดสารกลุ่มแซนโทนที่มีฤทธิ์ทางยาหลากหลายชนิด รวมทั้งถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก และเป็นส่วนผสมในอาหารบางชนิด

ที่น่าสนใจคือ ยางมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ จึงเริ่มถูกนำมาศึกษาใช้เป็นสารเจือปนในอาหารเพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

สรรพคุณเด่น ๆ ของมังคุด

สำหรับการบำรุงร่างกายและใช้เป็นสมุนไพร มักใช้ส่วนของ เปลือกมังคุด เป็นหลัก โดยมีสรรพคุณสำคัญ เช่น

  • รักษาโรคท้องเสียเรื้อรังและโรคลำไส้ ใช้เปลือกครึ่งผลต้มน้ำ ดื่มครั้งละหนึ่งแก้ว

  • แก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง โดยต้มเปลือกมังคุดกับน้ำปูนใส

  • รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกสดหรือแห้งฝนกับน้ำปูนใส ทาวันละ 2–3 ครั้ง

  • ช่วยบำรุงผิว ลดสิว กลาก เกลื้อน

  • ต้านการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย

  • ช่วยลดไข้

  • เสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน

  • ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลีย

  • ลดความเครียด ป้องกันภาวะสมองเสื่อม บำรุงระบบประสาทและสมอง

  • ช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร

  • บำรุงหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดคอเลสเตอรอล

  • บำรุงสายตา

  • ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและแผลในปาก

  • ลดอาการอักเสบ เช่น ข้อเข่าอักเสบ

  • มีแทนนินช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

สำหรับสายรักผิวและห่วงริ้วรอย การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี สารสกัดเปลือกมังคุด จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดฮิต เพราะช่วยลดสิว ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

การแปรรูปมังคุด: จากสวนสู่สุขภาพและความงาม

มังคุดไม่ได้เป็นแค่ผลไม้กินสด แต่ยังถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นานาชนิด ทั้งของกิน ของใช้ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผิวพรรณ เช่น

  • มังคุดแช่แข็ง: แช่แข็งที่อุณหภูมิประมาณ -18 องศาเซลเซียส เก็บในตู้แช่แข็งได้นานกว่า 6 เดือน ช่วยยืดอายุความอร่อยของมังคุดสด

  • แยมมังคุด: ใช้เนื้อมังคุดสดหรือเนื้อมังคุดแช่อิ่มอบแห้ง ทำเป็นแยมรสหวานอมเปรี้ยว รับประทานกับขนมปังได้แบบไม่จำเจ

  • น้ำมังคุด: มีทั้งสูตรที่ผสมเนื้อมังคุด 10%, 20%, 25%, 50% ไปจนถึง 100% แล้วแต่ความชอบของผู้บริโภค

  • มังคุดกวน: ใช้ทั้งเนื้อและเมล็ดมังคุดกวนจนได้เนื้อเหนียวหนึบ เคี้ยวเพลิน เก็บได้นาน

  • น้ำส้มสายชูมังคุด: หมักเนื้อมังคุดด้วยเชื้อ Gluconobacter oxydans ประมาณ 7 วัน จะได้กรดน้ำส้ม 4–5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมสารอาหารอย่างโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม

  • มังคุดไซเดอร์: คล้ายแอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ มีโพแทสเซียมสูงถึงราว 871 มิลลิกรัมต่อลิตร

  • ซอสมังคุด: ใช้เพิ่มรสชาติอาหารในสไตล์ผลไม้เปรี้ยวอมหวาน

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากมังคุดที่ตอบโจทย์คนรักผิวโดยเฉพาะ เช่น

  • สบู่เปลือกมังคุดผสมน้ำผึ้ง: ช่วยลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวกร้าน ผดผื่น คัน เชื้อรา และกลิ่นตัว พร้อมบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งจากคุณค่าของน้ำผึ้ง

  • โลชั่นเปลือกมังคุด: เน้นลดสิวหนอง ลดการอักเสบจากสิว แทนนินช่วยยับยั้งเชื้อที่ทำให้เกิดสิว

  • ลิปมันเปลือกมังคุด: ช่วยลดรอยคล้ำของริมฝีปาก ให้ริมฝีปากดูนุ่มและสีสวยขึ้น

  • โทนเนอร์เปลือกมังคุด: ลดสิว ลดอาการแพ้คัน มีฤทธิ์ฝาดสมานช่วยให้รูขุมขนดูกระชับ เหมาะมากกับคนที่กังวลเรื่องผิวหยาบและรูขุมขนกว้าง

สำหรับใครที่โฟกัสเรื่อง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และสิวอักเสบ การมองหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากเปลือกมังคุด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและใช้ได้ควบคู่กับการดูแลผิวพื้นฐาน

มังคุดกวนแบบชาวสวนคีรีวง

สำหรับคนที่ชอบของหวานเคี้ยวเพลิน “มังคุดกวน” คือเมนูที่ผสมระหว่างความอร่อยและคุณค่าจากมังคุดเข้าไว้ด้วยกัน

ส่วนผสมโดยประมาณ

  • มังคุดสุกทั้งเปลือก 100 กิโลกรัม

  • น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม

  • เกลือป่น 200 กรัม

วิธีทำ (สรุปขั้นตอน)

  • แกะเอาเฉพาะเนื้อมังคุด คัดเมล็ดทิ้งให้หมด

  • ละลายเกลือกับน้ำสะอาด นำเนื้อมังคุดลงล้างแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ

  • ตั้งกระทะใช้ไฟแรง นำเนื้อมังคุดและน้ำตาลลงกวนประมาณ 2–3 ชั่วโมง

  • ระหว่างกวนใช้ไม้พายกวนต่อเนื่อง รวมเวลาราว 5 ชั่วโมง ช่วงท้ายลดไฟอ่อนแล้วกวนต่อจนเนื้อเหนียวหนึบ

  • ยกลงพักให้เย็น จะได้มังคุดกวนรสหวานอมเปรี้ยว พร้อมบรรจุภาชนะไว้รับประทานหรือจำหน่าย

มังคุดคัด: ของกินเล่นสุดฮิต และเอกลักษณ์ของคนนคร

ถ้าพูดถึงมังคุดของนครศรีธรรมราช อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามมองข้ามคือ “มังคุดคัด” ของดีเมืองนครที่ใครมาเยือนแล้วมักต้องลองชิม

คำว่า “มังคุดคัด” มาจากคำว่า “มังคุด” + “คัด” ซึ่งในภาษาถิ่นใต้หมายถึงการแกะหรือปอกเปลือกออก ดังนั้นมังคุดคัดจึงหมายถึงมังคุดแก่ที่ถูกปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เนื้อสีขาวสะอาดน่ารับประทาน

การเลือกมังคุดมาคัด

  • เลือกมังคุดผลแก่ ผิวสีเขียวอมเหลือง

  • ไม่ใช้ลูกงอมจนเปลือกม่วงเข้มมากเกินไป

  • มังคุดคัดเป็นทั้งของกินเล่นพื้นถิ่น และวัฒนธรรมการกินของคนนครมาตั้งแต่อดีต

ในปัจจุบันเรามักเห็นแม่ค้าถือถาดมังคุดคัดที่เสียบไม้คล้ายลูกชิ้น เดินขายตามวัดหรือสถานที่ท่องเที่ยว เช่น วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เดิมจะใช้ก้านมะพร้าวเสียบ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นไม้ไผ่เพื่อความสะดวก

ขั้นตอนการทำมังคุดคัดแบบคร่าว ๆ

  • ใช้มังคุดผลแก่ สีเขียวหรือเขียวอมเหลือง

  • ค่อย ๆ คัด (ปอกเปลือก) เอาเฉพาะเนื้อสีขาวออกมา

  • ล้างด้วยน้ำสะอาดจนยางเหลือง ๆ หลุดออกหมด

  • แช่ในน้ำปูนใสผสมเกลือเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เนื้อกรอบและรสชาติดีขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้คือ มังคุดคัดเนื้อขาว กรอบนิด ๆ ฉ่ำน้ำ กินเล่นเพลิน หรือจะนำไปทำเมนูอื่นก็อร่อยไม่แพ้กัน

เมนูจากมังคุดคัด และมังคุดในแบบคนนคร

นอกจากจะกินเล่นแบบเสียบไม้แล้ว ชาวใต้ยังนิยมใช้มังคุดหรือมังคุดคัดในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น

  • แกงส้มมังคุด

  • ยำมังคุด

  • ตำมังคุดคัด

  • แกงเลียงมังคุด

ทุกเมนูมีทั้งความอร่อยและความแปลกใหม่ ใครรักสุขภาพและชอบกินผักผลไม้ น่าลองปรับเมนูมังคุดเวอร์ชันของตัวเองดูบ้าง

มังคุด: ผลไม้สร้างอาชีพ ดูแลสุขภาพ และช่วยชะลอวัย

มังคุดถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบผลสด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม

ในมุมของคนรักผิวและใส่ใจเรื่อง ริ้วรอยและความกระชับของผิว มังคุดตอบโจทย์ทั้งจากภายในและภายนอก

  • รับประทานเนื้อหรือผลิตภัณฑ์จากมังคุดเพื่อรับสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุ

  • ใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากเปลือกมังคุดเพื่อช่วยลดสิว ลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนมากขึ้น

สรุปแล้ว “มังคุด” ไม่ได้เป็นเพียงราชินีแห่งไม้ผลในด้านรสชาติเท่านั้น แต่ยังเป็น ราชินีด้านการดูแลสุขภาพและความงาม ที่ช่วยบำรุงผิว ชะลอวัย ลดริ้วรอย และยังสร้างรายได้ให้คนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ใครที่อยากดูแลผิวให้สวยจากในสู่หน้า ลองเปิดใจให้มังคุดมากกว่าการกินเป็นผลไม้ของหวานหลังมื้ออาหาร แล้วจะรู้ว่าราชินีผลไม้ลูกนี้มีดีเกินคาดจริง ๆ