สุขภาพดี = เจ้าของยอมจ่าย ตลาดสัตว์เลี้ยงโตสวนเศรษฐกิจ
ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังคงโตแรง ไม่แคร์บรรยากาศเศรษฐกิจชะลอ มูลค่ารวมพุ่งแตะราว 50,000 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องระดับ 4-4.5% ต่อปี โดยมีสัดส่วนสุนัขประมาณ 60% และแมว 40% ในภาพรวมตลาด
ในขณะที่หลายธุรกิจต้องรัดเข็มขัด แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยงกลับยัง “ยอมจ่าย” เพื่อสุขภาพของน้องหมาแมว มองหาความคุ้มค่าในแง่สุขภาพมากกว่าดูแค่ถูกหรือแพงเพียงอย่างเดียว
โรยัล คานินเดินเกมสื่อสารผ่านแนวคิด “สุขภาพดี คุณค่าที่สุข” เน้นให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงอย่างถูกต้อง ตั้งแต่สุขภาพผิวและขน ระบบขับถ่าย ไปจนถึงการป้องกันการเจ็บป่วย ทำให้ได้ทั้งฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น และลูกค้าเดิมยังคงเหนียวแน่น
เป้ารายได้แตะ 4,000 ล้าน ดัน Gen Z เป็นตัวเร่ง
จากผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2568 โรยัล คานินทำผลงานเติบโตระดับสองหลัก ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ต้นปีจะมีความกังวลเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจบ้างก็ตาม
ปลายปีนี้บริษัทตั้งเป้าให้รายได้ทั้งปีโตประมาณ 11% หรือแตะราว 4,000 ล้านบาท หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการบุกตลาดคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ตอนนี้มีสัดส่วนเกือบ 25% ของผู้เลี้ยงหมาแมวทั้งหมด
กลยุทธ์สำคัญคือการใช้คนที่ Gen Z รู้จักและอินจริงมาช่วยสื่อสาร พร้อมกับวางแผนสื่อดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบในทุกช่องทาง ส่งผลให้อัตราการมีส่วนร่วมบนออนไลน์พุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์
ในด้านอีเวนต์ แบรนด์เลือกจัดกิจกรรมที่ทำให้ Gen Z ได้เจอศิลปินหรือครีเอเตอร์ที่ตัวเองชอบในงานสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงความรักสัตว์กับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ
อาหารแมวคือพระเอก ยอดขายพุ่งแซงตลาดรวม
ถ้าโฟกัสเฉพาะพอร์ตของโรยัล คานิน จะเห็นชัดว่า อาหารแมวคือดาวเด่น เพราะทำยอดขายคิดเป็นถึง 60% ของรายได้บริษัท ซึ่งสวนทางกับตลาดรวมที่สุนัขยังนำอยู่ 60%
ในปี 2568 กลุ่มอาหารแมวของโรยัล คานินเติบโตสูงถึง 15% จากเดิมที่โตเฉลี่ยเพียง 8-9% ปัจจัยสำคัญมาจาก
เทรนด์ คนไทยเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สถิติ ลูกแมวเกิดใหม่โตประมาณ 5% ในขณะที่ลูกสุนัขเกิดใหม่ชะลอเหลือ 2-3%
การออกสินค้าใหม่สำหรับแมวหลายสูตร รองรับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดแข็งคือสิ่งที่เรียกว่า “แมวลอยัลตี้เพต” เจ้าของแมวจำนวนมากอาจลองเปลี่ยนยี่ห้ออาหารให้แมว แต่เมื่อแมวไม่ยอมกิน สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้โรยัล คานิน ทำให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์แบบยาว ๆ
ปี 2569 ทุ่มดิจิทัล 30% ยิงตรง TikTok และครีเอเตอร์
เพื่อรับมือการแข่งขันที่ร้อนแรง โรยัล คานินวางแผนปี 2569 ด้วยการเร่งเครื่องฝั่งออนไลน์เต็มกำลัง โดยเตรียม เพิ่มงบการตลาดดิจิทัลอีกราว 30% จากปีก่อน
โฟกัสของปีหน้าคือการเจาะลึก
แพลตฟอร์ม TikTok ที่กำลังเป็นบ้านหลักของทาสหมาทาสแมวรุ่นใหม่
การใช้ Affiliate เพื่อขยายการแนะนำสินค้าผ่านคนที่มีอิทธิพลเชิงความเชื่อถือ
การทำงานกับ Creator / KOLs อย่างต่อเนื่อง เพื่อเล่าเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงอารมณ์มากขึ้น
ส่วนงานอีเวนต์จะถูกคัดแบบเน้นคุณภาพ เลือกเฉพาะงานใหญ่ที่ได้ผลจริง เช่นงานแนว Pet Expo และงานแฟร์ที่เข้าถึงทั้งกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่
Pet Aging Society: สัตว์เลี้ยงสูงวัย คือโอกาสใหม่ของตลาด
ด้านผลิตภัณฑ์ ปี 2569 จะเป็นปีที่โรยัล คานินเดินเกมหนักกับเทรนด์ “Pet Aging Society” หรือสังคมสัตว์เลี้ยงสูงวัย เนื่องจากตอนนี้หมาแมวจำนวนมากกำลังก้าวเข้าวัยซีเนียร์
ปัจจุบัน สุนัขและแมวที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งจัดว่าอยู่ในช่วงสูงวัย มีสัดส่วนสูงถึง 25% ของประชากรสัตว์เลี้ยงทั้งหมด แบรนด์จึงเริ่มเปิดตัว อาหารสำหรับแมวสูงวัย 7+ ปี แล้วในปีนี้ และเตรียมขยายสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกราว 12 รายการในปีหน้า
แนวทางผลิตภัณฑ์มุ่งไปที่
สูตรที่ช่วยดูแลโภชนาการของสัตว์เลี้ยงสูงวัยโดยเฉพาะ
การเสริมสุขภาพอวัยวะสำคัญ เช่น ไต หัวใจ ข้อต่อ และระบบย่อยอาหาร
บุกหนักอาหารสูตรสัตวแพทย์ เจาะเคสรักษาโรค
เมื่อหมาแมวเข้าสู่วัยสูงอายุ ปัญหาสุขภาพและโรคเรื้อรังย่อมตามมา ทำให้ อาหารประกอบการรักษาโรค หรือสูตรสำหรับคุณหมอเริ่มมีบทบาทมากขึ้น
โรยัล คานินจึงเตรียมเพิ่มไลน์สินค้าอาหารสูตรสัตวแพทย์ให้ละเอียดและหลากหลายขึ้น เพื่อให้คุณหมอมีตัวเลือกที่เหมาะกับโรคและสภาพร่างกายของสัตว์มากที่สุด โดยสินค้าในกลุ่มนี้จะ
จำหน่าย เฉพาะในโรงพยาบาลสัตว์
ใช้ควบคู่กับการรักษาของสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์นี้ไม่เพียงสร้างยอดขาย แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ยืนอยู่บนฐาน “โภชนาการเชิงสุขภาพ” อย่างจริงจัง
มองอนาคตตลาดสัตว์เลี้ยง: ยังไม่ถึงจุดพีค
ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงปี 2569 ยังถูกประเมินว่าสามารถเติบโตต่อได้ในระดับ 4-5% แม้จะมีแบรนด์ใหม่ ๆ ทยอยเข้ามาเล่นในสนามนี้มากขึ้นก็ตาม
ตอนนี้ตลาดเริ่มนิ่งพอที่จะเห็นชัดว่า
ใครจะจับกลุ่มไหน
แต่ละแบรนด์มีสัดส่วนตลาดประมาณเท่าไร
จุดเด่นและจุดยืนของแต่ละผู้เล่นคืออะไร
สิ่งที่ชัดเจนคือ โอกาสยังเปิดอยู่ สำหรับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้จริง เข้าใจความต้องการลึก ๆ ของคนเลี้ยง และพร้อมลงทุนบนช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มที่
สำหรับทาสแมวและคนเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่ นี่คือช่วงเวลาที่ตัวเลือกในตลาดจะยิ่งเยอะขึ้น ทั้งสูตรเฉพาะทางสำหรับแมวสูงวัย อาหารรักษาโรค และสินค้าที่คิดจากมุมมองของสัตวแพทย์โดยตรง ซึ่งสุดท้ายผู้ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ น้องหมาน้องแมวที่เรารักนั่นเอง

