GoPro แบรนด์กล้องแอ็กชันแคมระดับตำนานที่เคยเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังบริษัทเปิดเผยในเอกสารทางการเงินล่าสุดว่ามี "ความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ" ต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อไปในอีก 12 เดือนข้างหน้า หรือที่เรียกว่า Going Concern Warning ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญในโลกธุรกิจและการลงทุน
รายงานดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทันที โดยหุ้น GoPro ปรับตัวลดลงหลังการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่นักลงทุนเริ่มจับตาอนาคตของบริษัทอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่สถานการณ์ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงในระดับสูงเช่นนี้
ยอดขายลดลงต่อเนื่อง ขาดทุนหนักหลายปี
ปัญหาของ GoPro ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เป็นผลสะสมจากหลายปีที่ผ่านมา โดยรายได้ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 652 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากราว 801 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทขาดทุนสุทธิกว่า 93 ล้านดอลลาร์ และยังคงเผชิญแรงกดดันด้านรายได้อย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ยิ่งแย่ลงในไตรมาสแรกของปี 2026 เมื่อรายได้ลดลงอีก 26% เหลือเพียงประมาณ 99 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายกล้องและจำนวนสมาชิกบริการสมัครสมาชิกของบริษัทก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน
ข้อมูลล่าสุดยังระบุว่าเงินสดในมือของ GoPro ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้บริษัทต้องพึ่งพาสินเชื่อและแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ
ต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งจากกระแส AI
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือราคาหน่วยความจำและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงปี 2026
GoPro ระบุว่าต้นทุนด้านหน่วยความจำเพิ่มขึ้นถึง 80-110% จากปัญหาด้านซัพพลายเชนและความต้องการชิปสำหรับอุตสาหกรรม AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกล้องรุ่นใหม่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้บริษัทยังพบว่ายอดขายในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 อ่อนตัวกว่าที่คาดไว้ ทำให้แรงกดดันด้านการเงินยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
เตรียมลดพนักงาน และมองหาทางขายกิจการ
ก่อนหน้านี้ GoPro ได้ประกาศลดพนักงานประมาณ 23% หรือราว 145 ตำแหน่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หลังจากเคยลดพนักงานมาแล้วหลายรอบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
พร้อมกันนั้นคณะกรรมการบริษัทได้เริ่มกระบวนการพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์ ซึ่งรวมถึงการขายกิจการ การควบรวมกิจการ หรือการหาพันธมิตรรายใหม่เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
รายงานระบุว่ามีหลายบริษัทแสดงความสนใจในเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของ GoPro ทำให้บริษัทเริ่มเปิดรับข้อเสนออย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ยังไม่ยอมแพ้ เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่หวังกู้สถานการณ์
แม้สถานการณ์ทางการเงินจะน่าเป็นห่วง แต่ GoPro ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 บริษัทเปิดตัวซีรีส์ MISSION 1 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
กล้องรุ่นใหม่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียดสูงสุด 50 ล้านพิกเซล รองรับการบันทึกวิดีโอ 8K และใช้ชิปประมวลผล GP3 รุ่นใหม่ที่ GoPro พัฒนาขึ้นเอง เพื่อเจาะตลาดครีเอเตอร์และผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับมืออาชีพมากขึ้น
ซีอีโอ Nicholas Woodman ระบุว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์จากการเป็นผู้ผลิตกล้องสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ไปสู่การเป็นผู้พัฒนา "เครื่องมือถ่ายภาพระดับมืออาชีพ" เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่และลดการพึ่งพาตลาดแอ็กชันแคมแบบเดิม
คู่แข่งแข็งแกร่งขึ้นทุกปี
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ GoPro คือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์อย่าง DJI และ Insta360 ที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วและมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน สมาร์ตโฟนระดับเรือธงในปัจจุบันก็มีระบบกันสั่นและคุณภาพวิดีโอที่ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องแอ็กชันแคมแยกเหมือนในอดีต ส่งผลให้ตลาดโดยรวมมีการแข่งขันสูงขึ้นกว่ายุครุ่งเรืองของ GoPro อย่างชัดเจน
แม้ GoPro จะยังไม่เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และยังมีแหล่งเงินทุนรวมหลายสิบล้านดอลลาร์รองรับการดำเนินงานในระยะสั้น แต่เอกสารล่าสุดก็สะท้อนว่าบริษัทกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งมา หากการปรับโครงสร้างธุรกิจ การเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามที่คาด อนาคตของหนึ่งในแบรนด์กล้องที่โด่งดังที่สุดของโลกอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงปี 2026-2027
ที่มา petapixel


ความคิดเห็น