รับแอปรับแอป

Big Tech เริ่มมองการพึ่งไต้หวันด้านชิปเพียงแห่งเดียวคือ “กับดักอันตราย”

Phanuphong.T02-26

ความกังวลเรื่องความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์รอบไต้หวันกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ บรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่ม “เตรียมแผนสำรอง” กันมาหลายปีแล้ว

รายงานล่าสุดสะท้อนว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอย่าง NVIDIA, Apple และ AMD เคยได้รับข้อมูลตั้งแต่ปี 2023 ว่า หากเกิดความขัดแย้งทางทหาร ช่องโซ่อุปทานชิปของไต้หวันอาจสะดุดได้เร็วที่สุดภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เหตุการณ์ลักษณะนี้ถูกมองว่าเป็น “economic time bomb” สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก


ทำไมการพึ่ง TSMC จึงถูกมองว่าเสี่ยง

ปัจจุบันบริษัทออกแบบชิป (fabless) รายใหญ่พึ่งพา TSMC ในสัดส่วนสูงมาก บางรายมากกว่า 80% ของกำลังผลิตทั้งหมด

ปัญหาคือ:

  • การผลิตขั้นสูงระดับ 3nm, 2nm กระจุกตัวอยู่ในไต้หวัน

  • หากเกิดความขัดแย้งทางทหารหรือการปิดล้อม

  • กำลังผลิตระดับโลกอาจหายไปทันทีในสัดส่วนมหาศาล

ในกรณีเลวร้าย หากไต้หวันหยุดผลิตชั่วคราว บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกอาจไม่สามารถหากำลังผลิตทดแทนได้ทันเวลา


TSMC เร่งกระจายการผลิตสหรัฐฯ

ภายใต้แรงกดดันจาก:

  • กฎหมาย CHIPS Act

  • ความกังวลของลูกค้า

  • มาตรการภาษีและนโยบายอุตสาหกรรม

TSMC เร่งลงทุนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะที่รัฐแอริโซนา ด้วยแผนสร้างโรงงานหน้า-หลัง (frontend/backend), ศูนย์แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง และศูนย์วิจัย

มูลค่าการลงทุนรวมอาจแตะระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้จะลงทุนมหาศาล ประเมินว่าภายในปี 2030 กำลังผลิตที่ย้ายออกจากไต้หวันอาจอยู่เพียงราว 15% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องการเห็นสัดส่วนสูงกว่านี้มาก


ปัญหาไม่ได้มีแค่ “สร้างโรงงาน”

การย้ายฐานการผลิตชิปไม่ใช่แค่สร้างโรงงานใหม่ แต่ต้องสร้างทั้งระบบนิเวศ:

  • ซัพพลายเออร์เคมีภัณฑ์

  • ผู้ผลิตอุปกรณ์เฉพาะทาง

  • เครือข่ายโลจิสติกส์

  • บุคลากรทักษะสูง

ไต้หวันใช้เวลาหลายทศวรรษสร้างคลัสเตอร์วิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา การทำซ้ำในสหรัฐฯ อาจใช้เวลานานกว่าที่หลายฝ่ายคาด


ทางเลือกอื่น: Intel และ Samsung

หากเกิดเหตุไม่คาดคิด บริษัท fabless อาจต้องหันไปพึ่ง:

  • Intel Foundry

  • Samsung Foundry

Intel กำลังผลักดันโหนด 18A และ 14A เพื่อแข่งขันระดับ cutting-edge แต่คำถามใหญ่คือ:

  • จะรักษา yield ได้หรือไม่

  • จะส่งมอบปริมาณตามสัญญาได้หรือไม่

  • จะสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวได้หรือไม่

Samsung เองก็เร่งขยายกำลังผลิตในสหรัฐฯ เช่นกัน แต่ยังต้องพิสูจน์ความสม่ำเสมอด้านคุณภาพและปริมาณ

สมมติฐานที่ไม่มีใครอยากเห็น

หากเกิดเหตุร้ายแรงในช่วงปี 2027 ตามที่บางฝ่ายเคยประเมิน:

  • กำลังผลิตขั้นสูงส่วนใหญ่ของโลกจะหายไปทันที

  • โรงงานในสหรัฐฯ จะไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด

  • ปริมาณสินค้าทั่วโลกจะลดลงอย่างรุนแรง

  • อุตสาหกรรมตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึง AI data center จะได้รับผลกระทบ

นี่คือเหตุผลที่บางผู้บริหารเรียกสถานการณ์นี้ว่า “death trap” หากพึ่งพาแหล่งเดียวมากเกินไป


บทสรุป

Big Tech ไม่ได้รอให้วิกฤตเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแก้ไข หลายบริษัทเริ่มกดดันให้ TSMC กระจายกำลังผลิตมาหลายปีแล้ว

แต่ความจริงคือ:

  • การกระจายกำลังผลิตต้องใช้เวลา

  • ต้องใช้เงินมหาศาล

  • และไม่สามารถแทนที่ระบบของไต้หวันได้ในระยะสั้น

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “จะย้ายหรือไม่” แต่คือ “จะย้ายได้เร็วพอหรือไม่” ก่อนที่ความเสี่ยงจะกลายเป็นความจริง